Masuk13.00 น.
เสียงแซดแซ่ดังอยู่ทั่วมหาวิทยาลัย เกิดจากการสนทนาของเหล่านักศึกษาซึ่งรวมตัวกันปรึกษาหารือเรื่องเรียนบ้าง งานกลุ่มบ้างหรือแม้กระทั่งเรื่องสับเพเหระทั่วไป ซึ่งมักเกิดขึ้นในกลุ่มคนดังกล่าว หนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มของ'เปรี้ยวหวาน'แต่จะเรียกกลุ่มก็ไม่เชิง เพราะมีกันอยู่แค่สองคน เธอเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจทั้งจากหนุ่มๆ และผู้หญิงด้วยกัน ด้วยความสวยโดดเด่นและรูปร่างเพอร์เฟค ทำให้เปรี้ยวหวานเป็นที่รู้จักในมหาวิทยาลัยไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ความสวยที่ดูเหมือนจะมีภาพลักษณ์เป็นคุณหนูมากๆ กลับตรงข้ามกับความเป็นจริง เพราะเธอเป็นแค่เด็กพาร์ทไทม์ที่ต้องหาเงินส่งตัวเองเรียน จน ณ ตอนนี้เธอก็ใกล้จะจบแล้วเหลือแค่เพียงฝึกงานไม่กี่เดือนก็เป็นอันเสร็จสิ้น
"สรุปแกเลือกที่นั่นจริงเหรอ?" เสียงเล็กของ'ณัฐชา'เพื่อนสาวคนสวยของเปรี้ยวหวาน ถามขึ้นเมื่ออีกคนนั่งลงบนม้าหินอ่อนข้างหน้าตึกบริหารธุรกิจที่ทั้งสองคนเรียนอยู่
"อือ ทำไมแกไม่ไปกับฉันอ่ะ~ฉันไม่มีเพื่อน" เปรี้ยวหวานตัดสินใจลงฝึกงานที่บริษัทซึ่งเธอได้สัมภาษณ์ไว้ ทำเสียงกระเง้ากระงอดใส่อีกคนที่เลือกลงอีกบริษัทนึง
"ฉันขอโทษนะแก ก็อิพี่ฐาน่ะสิอยากให้ฉันไปฝึกที่นั่น บอกว่าเป็นห่วงจะได้อยู่ใกล้หูใกล้ตามัน มีอะไรจะได้แนะนำด้วย ว่าแต่แกเถอะทำไมถึงเลือกที่นั่นอ่ะ บอกให้มาฝึกด้วยกันก็ไม่มา" ณัฐชาบอกเหตุผลที่ตนต้องลงฝึกงานที่เดียวกับณัฏฐาพี่สาวของตน ก่อนจะหันมาถามเพื่อนคนสวย
"ฉันชอบที่นั่น โรงแรมก็ใหญ่มากๆ เลยนะแก หรูด้วย เห็นเค้าบอกว่าเงินดีด้วยนะ ถ้าฝึกที่นั่นเสร็จแล้วฉันว่าจะลองสมัครดูเลย อีกอย่างมันก็ใกล้หอฉันด้วย" คำบอกเล่าของรุ่นพี่ที่เคยไปฝึกงาน ทำให้เธอตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ใกล้หอก็จะได้ไม่ต้องเปลืองค่ารถด้วย
"อืม ถ้าชอบที่นั่นก็แล้วแต่แกละกัน แล้วนี่ลาออกจากที่ร้านยัง"
"ฉันว่าจะทำต่ออ่ะ แต่คงต้องขอพี่ภูมิเลิกเร็วกว่าปกติ ไม่งั้นไปฝึกงานไม่ไหวแน่" เปรี้ยวหวานตอบกลับเพื่อนสาวที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่ข้างตน
"จะไหวเหรอวะแก ฉันอยากให้แกออกจากที่นั่นนะ อิพวกหัวงูก็เยอะ ถ้าวันไหนแกเผลอพลาดท่าให้มัน ทำไง"
"ทำไงได้ล่ะ ฉันก็ต้องกินต้องใช้หนิ ไม่ทำจะเอาตังค์ที่ไหนมาจ่ายค่าห้อง ค่าเทอม อีกอย่างฉันก็ทำมานานแล้วด้วย ไม่มีอะไรหรอก" เธอไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนคนอื่น จึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ไหนจะแม่ที่ต้องดูแลอีกแต่ก็อีกไม่นานหรอก จบแล้วคงได้ทำงานเต็มตัวมีเงินเก็บ มีชีวิตดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน
"เฮ้ออ~งั้นก็แล้วแต่แกละกัน กลัวจะเหนื่อยด้วยไง ทั้งทำงานหาเงินไหนจะฝึกงานอีก"
"ไม่เป็นไรหรอกฉันทำได้ แกเห็นฉันอ่อนแอขนาดนั้นเลย?" เปรี้ยวหวานเลิกคิ้วถามเพื่อนตรงหน้า
"ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น แต่ก็เอาเถอะ ทำมาถึงขนาดนี้แล้วเนอะ งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยละกัน พรุ่งนี้ก็จะเริ่มงานแล้วยังไงก็สู้ๆ นะ มีอะไรโทรมาปรึกษาฉันได้ตลอดเลย" ณัฐชาบอกกับเธอ
"อาหะ ขอบใจแกมากนะ" เปรี้ยวหวานคลี่ยิ้มให้เพื่อนรัก นึกขอบใจในความหวังดีของเพื่อนคนนี้จริงๆ ที่ตั้งแต่เข้ามหาลัยมา ก็ได้ณัฐชานี่แหละที่คอยแนะนำให้คำปรึกษา ถ้าไม่มีอีกคนชีวิตเธอก็คงแย่เหมือนกัน วันไหนทำงานเหนื่อย ตื่นไม่ไหวก็ได้เพื่อนนี่แหละ คอยเล็คเชอร์หรือไม่ก็ฝากงานไปส่งได้ แต่ก็แอบสงสารที่ต้องคอยดูแลเธอจนไม่มีเวลาไปมีแฟนอะไรกับใครเค้าเลย ซึ่งก็เหมือนๆ กันกับเธอด้วย ทำงาน เรียน วนลูปอยู่แบบนี้ ถึงจะมีมาจีบมากมายเธอก็ไม่สนใจอยู่ดี แต่ก็ใช่ว่าเธอเองจะเป็นเด็กดีเรียบร้อยอะไรหรอกนะ ทำงานกลางคืนแบบนั้นจะให้เอาอะไรมาเรียบร้อย แค่การแต่งตัวในแต่ละวันนี่ก็ไม่ใช่ละ เธอก็ยังคงกินดื่มบ้างในบางครั้งตามประสาวัยรุ่น แต่ก็ยังคงระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างดี ไม่ให้ใครมาทำอะไรได้ง่ายๆ
CN Hotel
"เออ....ได้ดิ เดี๋ยวคืนนี้เจอกัน" เสียงทุ้มของ'ชนก'ผู้บริหารบริษัทซีเอ็นกรุ๊ปกรอกเสียงลงบนสมาร์ตโฟนเครื่องหรู ก่อนจะกดวางหลังบทสนทนาจบลง เป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานดังขึ้นพอดี
กริ้งง~
เจ้าของห้องทำงานที่พึ่งวางสายส่วนตัวไป ต้องหันกลับมากดสปีคเกอร์โฟนโทรศัพท์บนโต๊ะแทน
"ว่าไงอร"
"บอสคะ คุณนภัทรมาขอพบค่ะ"
"ให้เข้ามาเลย" หลังจากสายถูกตัดไปแล้วยังไม่ถึงนาที บานประตูก็ถูกเปิดออก ก่อนที่ร่างสูงไม่ต่างจากเจ้าของห้องจะก้าวเข้ามาภายใน
"ว่าไงมึง งานการไม่มีทำเหรอถึงได้มาหากูถึงที่นี่" ชนกยกคิ้วข้างนึงขึ้นถาม พลางเอนตัวลงไปกับพนักพิงเก้าอี้ตัวใหญ่
"มีดิ แต่ให้ลูกน้องจัดการให้แล้ว ไม่งั้นกูจะจ้างพนักงานไว้ทำไมวะ" คนมาใหม่ตอบกลับ แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะของชนก ก่อนจะเอนหลังด้วยท่าทีสบายราวกับคุ้นชินเป็นอย่างดี "แล้วคืนนี้ไปไหนป่ะเนี่ย"
"แล้วมีคืนไหนที่กูไม่ไปวะ แต่ไอ้กานต์มันชวนไปอีกที่นึง เห็นบอกว่าคนสวยๆ เยอะ " ชนกนั่งประสานมือในมาดผู้บริหาร ยกยิ้มมุมปากขึ้น บ่งบอกว่ากำลังรู้สึกถึงความแปลกใหม่ที่เพื่อนแนะนำมา
"หึ! ทำไมไม่หาเมียสักคน ซื้อกินสนุกเหรอ?" คนตรงหน้าชนกเอ่ยปากถาม ที่เพื่อนของตนไม่ยอมแต่งงานมีลูกมีเมียสักที ทั้งๆ ที่ตอนนี้เขาก็มีครบทุกอย่างแล้วเหลือก็แค่คนข้างกายนี่แหละ
"ไม่เอาหรอก มึงก็รู้กูขี้เบื่อ สู้ซื้อกินไปวันๆ มีของแปลกใหม่ให้เชยชมอยู่ตลอดไม่ดีกว่าเหรอ แล้วแต่ละคนก็ลีลาไม่เหมือนกัน กูอยากลองให้ครบทุกท่า ทุกแบบ" ชนกพูดออกไปอย่างไม่ยี่หระ เขาชอบความแปลกใหม่ มากกว่าการเจออะไรเดิมๆ กับคนเดิมๆ อีกทั้งเขาก็มีเงินเพียงพอที่จะซื้อผู้หญิงใหม่ๆ ได้ไม่ยาก
"ผ่านมึงมาครึ่งประเทศแล้วนี่ยังไม่ครบทุกท่าทุกแบบอีกเหรอวะ?" นภัทรกระตุกยิ้มมุมปากถาม
"ยัง ยังไม่มีใครที่กูรู้สึกถึงใจจริงๆ สักคน มีแต่เด็กๆ เบๆ น่าเบื่อ แต่มีอารมณ์มันก็ต้องเอาป่ะ หึ!"
"ไม่ถึงใจมึงเพราะว่ามึงซาดิสต์หรือเปล่าวะ เท่าที่กูเห็นเด็กมึง ตัวนี่เป็นจ้ำทุกคนเลย มึงจะเอาเค้าหรือจะฆ่าเค้าวะ เพลาๆ บ้างก็ได้กูละสงสารผู้หญิง"
"ก็ช่วยไม่ได้ กูจ่ายเงินไปแล้วยังไงก็ต้องยอมป่ะ แล้วผู้หญิงพวกนั้นก็สมัครใจเองด้วย บางคนยังจะให้กูเอาฟรีเลย แต่กูไม่เอาด้วยหรอก เดี๋ยวมาระรานกูอีก"
"กลัวว่างั้น?"
"กูไม่ได้กลัวเว้ย! แค่รำคาญ บางคนนี่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกูฉิบหาย! ได้แค่ครั้งเดียว แบบนี้ไงกูถึงไม่อยากมีเมียอ่ะ" ชนกตอบกลับไปอย่างหัวเสีย เมื่อต้องเล่าเหตุการณ์ที่โดนผู้หญิงพวกนั้นทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเกินเหตุ
"หึ! พ่อคนฮอต เจ้าชู้ให้ได้ตลอดเถอะ ไอ้ที่บอกว่าไม่อยากมีเมียกูกลัวว่ามีแล้วจะเป็นแปลงร่างเป็นเต่าหดหัวอยู่แต่ในกระดองนี่สิ"
"กูไม่กลัวและก็ไม่คิดจะมีเมียด้วย"
"อื้อ~" เสียงครางหงิงๆ น่ารักของร่างเล็กเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มผืนหนา ยืดแขนบิดขี้เกียจ เมื่อแสงแดดจากนอกระเบียงสาดส่องเข้ามาจนเธอรู้สึกตัวโดยอัตโนมัติ พร้อมกับค่อยปรือตาขึ้นเบาๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตาให้ชัดเจนขึ้น ก่อนจะหันไปอีกฝั่งข้างๆ ตัวเธอที่มีร่างกำยำของแฟนหนุ่มเท้าแขนมองหน้าเธออยู่จุ๊บ~เปรี้ยวหวานคลี่ยิ้มบาง พร้อมกับเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ชนก ก่อนจะกดจูบยังริมฝีปากหนา"ทำไมไม่ปลุกคะ?""เห็นหลับสบายเลยไม่อยากกวน" เขาว่าพร้อมกับยกมือขึ้นปัดผมที่ตกลงมาปรกตาเธออย่างอ่อนโยน"....หายโกรธแล้วเหรอคะ?""อยากโกรธต่อแหละ เธอจะได้ง้อฉันแบบเมื่อวาน" มือใหญ่ยังคงลูบผมเธออยู่แบบนั้น พลางจ้องมองใบหน้าเล็กเรียวของแฟนสาวไม่วางตา"หึ~ จะโกรธไม่โกรธเปรี้ยวก็ทำได้ค่ะ ถ้าบอสต้องการ" รอยยิ้มสดใสฉายชัดบนใบหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนที่เธอจะก้มไปงับยังติ่งไตบนหน้าอกแกร่งหยอกล้อเขาเบาๆ "เปรี้ยวรักบอสนะคะ รักมากๆ ถ้ามีเรื่องอะไรที่เปรี้ยวทำให้บอสไม่สบายใจเปรี้ยวขอโทษ แต่เปรี้ยวก็อยากให้บอสไว้ใจ " เธอพูดเสียงอ่อน ช้อนตาอ้อนคนตัวโต พลางจับมือที่ลูบผ
ปึก! ปึก! ปึก!"อ้ะ...อ้ะ...อึก~" เสียงเนื้อกระทบกันของคนทั้งสองสลับกับเสียงครางระงมของคนตัวเล็กที่อ้าปากหายใจกระเส่า เมื่อคนด้านหลังขยับสะโพกแทงเอ็นใหญ่เข้ามาในช่องทางรักของเธออย่างต่อเนื่อง"อ่า~" ชนกก้มมองแผ่นหลังเนียนที่โยกคลอนตามแรงกระแทกของเขา ก่อนจะก้มไปโลมเลียดูดดุนเนื้อขาวจนผิวเนียนขึ้นรอยแดงเป็นจ้ำ ในขณะที่มือใหญ่ก็เลื่อนขึ้นไปบีบเคล้นเต้านมเต่งตึงทั้งสองข้างของเปรี้ยวหวาน ซึ่งห้อยโตงเตงเสียดสีกับกระจกโต๊ะทำงาน ที่ใช้เป็นสนามรักของคนทั้งสอง"อื้อ~ ปะ..เปรี้ยวชอบบอสโหมดนี้จังเลยค่ะ" คนตัวเล็กพูดเอาใจอีกคน ที่สาละวนอยู่กับแผ่นหลังของเธอ พร้อมกับช่วยเบี่ยงผมออกให้เขาได้ลงลิ้นเต็มที่ ปากหนาเลื่อนขึ้นไปยังหลังคอ ก่อนงับตรงใบหูเล็กเบาๆให้อีกคนเสียวเล่น"ทำมาเอาใจนะ" เขากระซิบเสียงแผ่ว"อ้ะ อ้ะ..ปะเปล่าเอาใจซะหน่อย เปรี้ยวพูดจริงๆ" ใบหน้าสวยเอี้ยวมาหาคนด้านหลังทันที เขายังคงกระแทกแก่นกายเข้าหาไม่มีพัก พร้อมใบหน้าสาดเสียวปิดไม่มิด ขณะเดียวกัน ใบหน้าสวยก็เหยเกด้วยความเสียวซ่านไม่ต่าง มองแฟนหนุ่มกลับอย่างเชิญชวนให้ลงแรงหนักๆช
"ไอ้ภัทร" ชนกเรียกชื่อคนมาใหม่อย่างงงงวย เมื่อจู่ๆ เพื่อนของเขาก็เข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย นภัทรยิ้มแฉ่งให้กับเจ้าของโรงแรม ก่อนจะเดินไปยังโซฟาภายในห้อง"ทำไรอยู่วะเพื่อน?" นภัทรหย่อนสะโพกลงบนโซฟา แล้วยกขาขึ้นพาดโต๊ะกระจกเล็กซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าอย่างวางมาด พร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างขึ้นวางที่พนักพิง"มึงเข้ามาได้ไงเนี่ย...อึก...แล้วเลขาหน้าห้องไปไหน ทำไมปล่อยให้มึงเข้ามาได้?" ร่างสูงที่กำลังถูกปรนเปรอจากคนตัวเล็ก เอ่ยถามอีกคนเสียงกระท่อนกระแท่น สลับกับเหลือบมองแฟนสาว ที่ไม่ได้สนใจโลกอะไรใดๆ ว่าภายในห้องมีอีกหนึ่งชีวิตไม่ได้รับเชิญเข้ามานั่งหัวโด่อยู่ในนี้ มัวแต่ยุ่งกับไอติมแท่งโปรดอย่างเมามัน"กูจะไปรู้เร๊อะ เดินเข้ามาก็ไม่เห็น ไปเข้าห้องน้ำมั้ง....ทำไมวะ? กูเข้ามาไม่ได้เหรอ กูก็ไม่เห็นมึงทำไรเลยหนิ""อ่า...ไม่ทำก็เหี้ยละ มึงเข้ามาไงกูเลยไม่ทำ มึงออกไปก่อนไป" ชนกหลุดเสียงครางออกมาเล็กน้อย เมื่อเปรี้ยวหวานเริ่มดูดแก้มให้ตอบรัดแก่นกายเพิ่มมากขึ้น และดูดดุนชักขึ้นลงอย่างโชกโชน จนคนที่ถูกปรนเปรอไม่สามารถเก็บอาการไว้ได
ร่างเล็กอรชรพยายามพยุงร่างของตัวเองให้ทรงตัวอยู่ได้บนรองเท้าส้นสูงปลายแหลม โดยมีแฟนหนุ่มอย่างชนกช่วยประคองร่างที่กึ่งหลับกึ่งตื่น สะลึมสะลือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เดินออกมาจากลิฟต์ของโรงแรมเมื่อถึงชั้นเพ้นท์เฮ้าส์ของเขาใบหน้านิ่งขรึมก้มมองแฟนสาวเป็นระยะๆ พร้อมกับอารมณ์ขุ่นมัวบวกหัวเสียที่คนตัวเล็กดื่มหนักจนเมาแอ๋ แต่เรื่องดื่มจนไม่มีสติขนาดนี้คงไม่ใช่ประเด็นหลักสักเท่าไหร่ เขาหงุดหงิดกับคนที่มาแจมด้วยเสียมากกว่า เขาสังเกตอยู่ตลอดเวลาการสนทนาของคนตัวเล็กและณัฐชามีสายตาของไอ้เพื่อนเจ้าของคลับนั่นจ้องคนของเขาไม่วางตา แถมยังคอยรินเหล้าส่งให้เธออยู่เรื่อยๆ ส่วนคนของตนก็ไม่มีท่าทีจะปฏิเสธเลยสักนิด พอเขาเตือนก็อ้างว่านานๆ ที จนสภาพเป็นแบบนี้นึกแล้วน่าโมโหชะมัด…ฟุ่บ!!เปรี้ยวหวานถูกปล่อยลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซซ์ตามแรงโน้มถ่วง ก่อนจะแน่นิ่งไปเมื่อหลังสัมผัสกับเตียง ชนกเท้าสะเอวมองแฟนสาวที่เมาไม่รู้เรื่อง พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ แล้วเดินไปเอาผ้าขนหนูชุบน้ำในห้องน้ำบิดหมาด ก่อนเดินมาที่เตียงอีกรอบ
หลายวันผ่านไป"เปรี้ยว อยากเริ่มทำงานเลยไหม ฉันจะได้ให้คนเอาโต๊ะเข้ามาไว้ในห้อง" ชนกถามคนตัวเล็กที่นั่งสไลด์หน้าจอสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ซึ่งเขาเพิ่งถอยให้เธอหมาดๆ"ได้เลยค่ะ แล้วแต่บอสเลย" เปรี้ยวหวานตอบกลับแฟนหนุ่ม แต่ตายังคงจดจ้องสิ่งของในมือ ชนกมีสีหน้าเรียบตึงทันที เมื่อคนตัวเล็กมีปฏิกิริยาแบบนั้นเหมือนตอบกลับเขาส่งๆ"ในโทรศัพท์มันมีอะไรน่าสนใจกว่าฉันงั้นเหรอ?" เขาละมือที่ค้ำกับโต๊ะทำงานเอนตัวพิงหลังลงกับเก้าอี้ และวางมือลงกับที่พักแขนอย่างวางมาด พร้อมกับส่งสายตาเรียบตึงไปหาคนตัวเล็ก"แฮ่~ กะ..ก็...โทรศัพท์ใหม่เปรี้ยวก็ต้องลองใช้ให้ชินมือสิคะ" เปรี้ยวหวานตอบกลับอีกคนติดๆ ขัดๆ และรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย ที่เอาแต่สนใจอย่างอื่น ในขณะที่อีกคนให้ความสนใจกับเรื่องของเธออยู่"....""งือออ~บอสอ่าา~ อย่างอนสิคะ เปรี้ยวขอโทษ" ใบหน้าเล็กง้ำงออย่างรู้สึกผิด เธอหยัดตัวลุกขึ้นเดินมาหาอีกคน เขานั่งหน้าเรียบตึงก่อนหย่อนสะโพกงอนลงยังหน้าตักของแฟนหนุ่ม"เปรี้ยวขอโทษนะ นะคะ น
"ชู่ววว~ เสียงดังทำไม ฉันเอง" เปรี้ยวหวานพยายามดึงฝ่ามือที่ปิดปากของตนออกแล้วลืมตาขึ้น เมื่อรับรู้ถึงเสียงคุ้นหูตรงหน้า"บอส!! ทำอะไรเนี่ย เปรี้ยวตกใจหมด" เปรี้ยวหวานทำหน้าบูดบึ้งพลางฟาดมือไปตรงอกแกร่งของแฟนหนุ่ม ไม่ได้รู้สึกผิดสักนิดที่ทำให้เธอตกใจกลัว แถมยังยิ้มขำเธออีก"หึ~ นึกว่าผีรึไง?" เขาผละตัวออก ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำเทใส่แก้ว ใบที่เปรี้ยวหวานพึ่งวางลงเมื่อสักครู่และยกขึ้นดื่ม"กลัวจะเป็นโจรมากกว่า เล่นอะไรก็ไม่รู้" หน้าง้ำงอเบือนหนีแฟนหนุ่ม ขณะยกแขนขึ้นกอดอก ทำให้หน้าเต้าอวบถูกแขนดันขึ้นจนเห็นเป็นเนินขาวโผล่พ้นเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มที่เธอยืมใส่นอน เพราะไม่ได้เตรียมตัวว่าต้องมาค้างที่นี่ชนกยกยิ้มพร้อมกับไล่มองเนินนมและสัดส่วนที่ต้องแสงไฟจากข้างนอก เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางยาวปกปิดแค่ส่วนสงวนของหญิงสาว ทำให้เปรี้ยวหวานยิ่งดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีก คนตัวเล็กหันกลับมามองหน้าอีกฝ่าย จู่ๆ ก็เงียบไปนานแถมเอาแต่มองเรือนร่างเธอ จนเริ่มรู้สึกเขินอายกับสายตาเจ้าเล่ห์นั่น"มองอะไรคะ?" เธอแสร้งถาม ทั้ง
ร่างกายเปลือยเปล่าชโลมไปด้วยเหงื่อไคล ถึงแม้ว่าอุณหภูมิห้องจะเย็นมากก็ตาม ชนกเริ่มถอดสูทและเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก เพราะเหงื่อในร่างกายเขาเริ่มขับออกมาไม่ต่าง มือใหญ่โยนเสื้อของตัวเองพาดลงกับเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ก่อนจะหันมาหาร่างเล็กที่หอบหายใจถี่อยู่ พร้อมกับค่อยๆ ดึงแก่นกายที่ฝังอยู่ในตัวเธอออกมา
เปรี้ยวหวานเดินเข้ามาในห้องหรู พลางกวาดสายตาสอดส่องไปทั่วทั้งห้องอย่างตื่นเต้น เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถูกจัดวางเป็นระเบียบในห้องขนาดใหญ่ แถมแต่ละอย่างก็ดูมีราคาทั้งนั้น เป็นเพนท์เฮ้าส์ที่ดูดีมีระดับสมกับเป็นบอสจริงๆ "ห้องบอสใหญ่จังเลยค่ะ" เปรี้ยวหวานเดินสำรวจไปเรื่อย ก่อนจะหันมาหาอีกคน
"เสี่ยชูชัย.." เปรี้ยวหวานเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับสายตาคมที่จับจ้องมาอย่างไม่วางตา แม้คำพูดของเขาจะฟังดูเรียบง่าย ไม่ได้มีน้ำเสียงข่มขู่หรือสุภาพนัก แต่แววตาและสีหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกกดดันอย่างประหลาด เปรี้ยวหวานชำเลืองมองชายหนุ่มข้างกาย ซึ่งกระชับอ้อมแขนรอบเอวเธอแน่นขึ้น
เปรี้ยวหวานเดินออกมาจากห้องของชนก โดยที่ใบหน้าสวยยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะเหลือบเห็นเลขาของเขานั่งอยู่หน้าห้อง เลยต้องรีบเปลี่ยนโหมดทำหน้านิ่งทันที "บอสว่ายังไงบ้างน้องเปรี้ยว" อรถามขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นหญิงสาวเดินออกมาจากห้องเจ้านายของตนพอดี "เอ่อ...บอสเค้าก็ซักประวัติเพิ่มเฉยๆ ค่ะ" "







