LOGIN
“ทำไม? ทำไมฉันจะเข้าไปหาพี่นาไม่ได้?”
“ไม่ได้ครับ คำสั่งของบอส ผมต้องทำตาม”
หญิงสาวในชุดแซกสั้น สวมสูทสีครีมคลุมทับเชิดหน้าขึ้น เธอทำทีไม่สนใจผู้ชายสวมแว่นตาร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มตรงหน้า พอเห็นเขานิ่งเฉยเธอจึงยกมือขึ้นหวังจะปัดมือที่ขวางเอาไว้ของเขาลง
พลัวะ!
“โอ๊ย! นี่มันมือหรือท่อนเหล็ก?” เธอจ้องหน้าเขาพลางกุมมือด้วยความเจ็บปวด ท่อนแขนของเขาแข็งกว่าที่เธอคาดเอาไว้ น้ำหนักที่มือที่เธอฟาดลงไม่อาจทำให้เขาสะเทือน ซ้ำตัวเองยังเจ็บอีก
“ผมเตือนคุณแล้วให้กลับไป อย่าคิดเข้าใกล้คุณธนาอีก” น้ำเสียงของเขาคล้ายจะข่มขู่
“แกเป็นแค่เลขาของพี่นา มีสิทธิ์อะไรมาข่มขู่ฉัน” น้ำฟ้าขู่ฟ่อๆ เธอนับเป็นญาติห่างๆ ของธนาก็ยังได้ ผู้ชายตรงหน้าถือสิทธิ์อะไรกล้ามาข่มขู่เธอ
“สิทธิ์ของผมก็คือคำสั่งของบอส คุณเป็นแค่พนักงานที่ครอบครัวมีหุ้นในบริษัทนิดหน่อย อย่าคิดจะมาวุ่นวายกับบอสของผม”
น้ำฟ้าอ้าปากหวอ เธอเป็นหลานสาวของคุณน้ำเพชรภรรยาใหม่ของ คุณธนากรประธานตัวจริงของบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ คนในบริษัทต่างให้ความเกรงใจเธอกันทั้งนั้น จะมีก็แค่เลขานุการของพี่ธนาคนนี้ที่ไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ
“ฉันมีศักดิ์เป็นน้องของพี่นานะ”
ชายหนุ่มทำเสียงเหอะในลำคอ “บอสไม่เคยนับญาติกับคุณ” เขาถลึงตาเมื่อเห็นเธอยกนิ้วขึ้นชี้หน้า “อย่าชี้หน้าผมครับ นี่มันไม่ใช่มารยาทที่คนสุภาพพึงมี คุณกลับไปได้แล้ว”
หญิงสาวพยายามจะวิ่งหลบเพื่อบุกเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธานใหญ่บริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจแต่ณัฐวุฒิกลับขยับขาขวางเอาไว้ได้ทัน มือแข็งแรงของเขาโอบเอวเธอแล้วหิ้วจนตัวลอย
“คุณฟ้า ผมจะไม่พูดซ้ำแล้วนะครับ”
“โอ๊ยเจ็บ! ไอ้ณัฐ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!” เธอทั้งโวยวายและพยายามข่วนเขาแต่ดูเหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้าน
“คุณณัฐ คุณควรเรียกผมว่าคุณณัฐ โปรดเรียกผมอย่างสุภาพด้วย ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”
เขาหิ้วเธอติดไว้ที่เอวเอาไปปล่อยลงที่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ ร่างของหญิงสาวเซไปสองสามก้าวเมื่อเขาโยนเธอลง
แกร็ก!
“บ้าจริง แค่นี้ก็ล็อคประตู” น้ำฟ้าได้แต่เดินหัวเสียกลับลงไปชั้นล่าง เธอกลับลงไปบ่นให้พนักงานคนสนิทของตัวเองฟัง “คอยดูเถอะ ฉันจะหาทางให้พี่นาไล่นายณัฐคนนี้ออกให้ได้”
“คุณฟ้าคะ พิมว่าคุณณัฐน่ากลัวกว่าท่านประธานอีกค่ะ” พิมลักษณ์เป็นพนักงานผู้ช่วยของน้ำฟ้าทำหน้าเหยเกเมื่อเอ่ยถึงณัฐวุฒิ
น้ำฟ้าชะงัก “ใช่ พี่นากับพี่เนศยังไม่น่ากลัวขนาดนี้” หญิงสาวกอดอกพิงหลังกับเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ของตน “พิม เธอว่าพี่นาเกลียดฉันเป็นเพราะผ่าตัดสมองมาแล้วจำไม่ได้หรือเปล่า?”
พิมพาพนักงานที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับน้ำฟ้านิ่วหน้า “ทีแรก พิมก็คิดเหมือนคุณฟ้าค่ะ แต่ตอนนี้ดูแล้วไม่น่าจะใช่”
“ทำไมล่ะ?”
“ข่าวลือนั่น ระยะนี้หนาหูมากขึ้นเรื่อยๆ เลยนะคะ”
“ข่าวลือไหน?”
“ก็ข่าวที่ว่าคุณฟ้าเคยวางยาท่านประธานในงานเลี้ยงเมื่อหลายปีก่อนไงคะ? ระยะนี้ลือกันแรงขึ้น มีมือดีไปโพสในเว็บบอร์ดของบริษัทด้วยค่ะ คนมาคอมเม้นต์กันเยอะเลย” พิมหมายถึงในเว็บไซต์ของบริษัทที่มีการตั้งกระทู้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวต่างๆ พนักงานให้ความนิยมไปแสดงความคิดเห็นกันมาก
น้ำฟ้าอ่านกระทู้และความคิดเห็นของคนนับร้อยแล้วก็หัวเสีย
“เลวมาก ยูสเซอร์นี้เป็นใครกัน? เขียนเหมือนสิงฉันอยู่เลยนะ ฉันไม่ได้ทำสักหน่อย วางยาปลุกเซ็กส์พี่นาเนี่ยนะ ฉันจะไปหายาพวกนั้นมาจากไหน?”
“คุณฟ้าลองทบทวนดีๆ สิคะ ตั้งแต่งานเลี้ยงของสมาคมคืนนั้น ท่านประธานก็เริ่มห่างเหินกับคุณ ถ้าคุณฟ้าโทรไปก็โอนสายให้เลขารับแทน อย่าว่าแต่ออกงานพร้อมกับคุณฟ้าเหมือนแต่ก่อนเลยค่ะ แค่จะพูดคุยกันเหมือนเดิมก็ยังยาก”
หญิงสาวที่แต่งหน้างดงามขมวดคิ้ว “เออ จริง หลังๆ ไม่มีใครคบฉันเลย หลายครั้งเหมือนจะซุบซิบนินทาลับหลังฉันด้วย”
“คุณฟ้าดูคลิปนี่ มีคนวิจารณ์กันว่าเป็นฝีมือคุณฟ้าค่ะ”
พิมลักษณ์เปิดคลิปที่อยู่กระทู้ก่อนหน้านั้นร่วมสองปีให้น้ำฟ้าดู คนที่อยู่ในคลิปถึงกับตาเหลือก
“จะบ้าเหรอ? นั่นมันยาลดกรดในกระเพาะต่างหาก วันนั้นฉันท้องอืดก็เลยเทรวมสองซองใส่ขวดเล็กๆ มาด้วย” น้ำฟ้าหน้าเจื่อน ความลับที่เธอทำในวันนั้นจะเล่าให้พิมลักษณ์รู้ไม่ได้เด็ดขาด
“ไม่มีคนรู้เรื่องนี้นี่คะ พวกเขาเห็นแค่คลิปที่ท่านประธานจู่ๆ ก็จะล้ม ตอนหลังคุณณัฐพูดออกมาเองว่าท่านประธานถูกคนวางยา ก็เลยมีคนชี้ว่าต้องเป็นคุณฟ้าจากคลิปนี้”
“แสดงว่าทุกคนเชื่อกันว่าฉันเป็นคนทำสินะ”
“ค่ะ” พิมลักษณ์ไม่กล้าพูดต่อว่า....ภาพพจน์ของน้ำฟ้ามีผลให้ทุกคนเชื่อแบบนั้น
“หึ! อย่างฉันเนี่ยนะ จะต้องใช้วิธีต่ำๆ สวย รวย เริ่ด เชิด ซะอย่าง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพี่นาจะคิดเหมือนคนอื่นๆ”
“แต่ แต่พิมว่าใช่นะคะ” เสียงของคนสนิทดูอ่อยๆ
“ทำไมเธอถึงคิดว่าใช่?”
น้ำฟ้าเป็นลูกสาวคนเดียว ครอบครัวฐานะดี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากต่างประเทศ เธอเป็นหนึ่งใน “แก๊งเจ็ดดาว” ที่ประกอบไปด้วยสาวเปรี้ยวแนวหน้าของแวดวงไฮโซ มีสามสาวที่ผันตัวไปเป็นดารา เล่นละครเพื่อเสริมชื่อเสียงให้โด่งดัง ผู้หญิงกลุ่มนี้ชอบปาร์ตี้ เที่ยวกลางคืน และควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า
แม้ครอบครัวเธอจะมีหุ้นเพียงเล็กน้อยกับวินเนอร์แต่ก็มีหุ้นอยู่อีกหลายบริษัททั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ต่อให้เธอไม่ต้องทำงานก็ไม่มีวันลำบาก เป้าหมายของการมาเป็นรองผู้จัดการที่นี่ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ความสามารถแต่เป็นเพราะเธออยากได้ “พี่นา หรือธนา ศราวุฒิกุล” มาเป็นสามี
“เพราะพิมแอบได้ยินคุณณัฐคุยโทรศัพท์กับผู้ชายคนหนึ่งค่ะ ตอนนั้นพิมบังเอิญเดินผ่านไปเห็นตรงบันไดหนีไฟพอดี” พิมลักษณ์ไม่กล้าพูดความจริงว่าเธอแอบชอบณัฐวุฒิจึงคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของเขาอยู่เสมอ
“นายณัฐอีกแล้ว นายนี่เป็นศัตรูตัวฉกาจของฉันเลยล่ะ เห็นทีต้องหาทางเขี่ยทิ้งเร็วๆ”
พิมลักษณ์กลืนน้ำลายเล็กน้อย เธอไม่กล้าเตือนน้ำฟ้าว่าอย่าไปยุ่งกับณัฐวุฒิจะดีกว่าเพราะท่านประธานเหมือนจะเข้าข้างณัฐวุฒิทุกครั้งไม่ว่าเลขานุการหนุ่มจะทำสิ่งใด
“ทำไมพิม? ทำหน้ายังงี้เธอไม่เชื่อล่ะสิว่าฉันจะกำจัดนายนั่นได้ คอยดูไปก็แล้วกัน ฉันจะต้องจับพี่นาให้อยู่หมัดแล้วให้พี่นาไล่นายนั่นออกให้ได้”
ณัฐวุฒิเข้าไปรายงานธนา ท่านประธานได้ยินชื่อน้ำฟ้าก็ เกรี้ยวกราด อาการปวดหัวของธนากำเริบจนต้องให้ณัฐวุฒิรินน้ำเปล่ามาให้
“มาอีกแล้ว เมื่อไหร่จะเลิกวุ่นวายกับฉันซะที? แกกันเอาไว้ให้ดี อย่าให้มาใกล้ฉันได้ ผู้หญิงแบบนี้น่ารังเกียจจริงๆ” ท่านประธานหนุ่มหล่อพูดพลางหยิบยาแก้ปวดหัวสองเม็ดใส่ปากแล้วดื่มน้ำตามจนหมดแก้ว
“ครับ ผมจะระวังอย่างเต็มที่” เลขานุการหนุ่มขบกรามแน่น
คืนนั้นเป็นเพราะเขาที่หละหลวม แค่เดินไปคุยกับคุณธนากรบิดาของท่านประธานครู่เดียว หันมาอีกทีธนาก็ถูกผู้ชายสองคนประคองออกไปจนเกือบพ้นประตูห้องจัดเลี้ยงแล้ว ดีที่เขาวิ่งไปทันพร้อมกับบอดี้การ์ดธนาอีกสองคน เขาฉวยโอกาสชุลมุนพาตัวธนาหนีไปได้ แต่...สุดท้ายก็เกิดความผิดพลาด
ธนาเข้าห้องผิดและได้หลับนอนกับผู้หญิงปริศนาคนหนึ่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?
“กระทู้ในเว็บของบริษัทไม่ต้องให้คนลบนะ ทิ้งไว้นั่นล่ะ น้ำฟ้าจะได้ อับอายบ้าง แต่ประมาทไม่ได้ ขึ้นชื่อว่าสาวๆ แก๊งเจ็ดดาวทั้งร้ายทั้งแสบ นี่ณัฐ แกเองก็อย่าให้น้ำฟ้าทำร้ายเอาได้ล่ะ รอยอยู่ตรงคางนั่นไปหายาทาเถอะ ฉันเห็นแล้วหงุดหงิด”
“ครับ” ชายหนุ่มเผลอยกมือขึ้นลูบรอยเล็บที่สร้างความแสบใต้คาง ตอนที่เขาหิ้วเธอออกไปทิ้งหน้าประตูจับมือเธอไว้ได้แค่ข้างเดียว มืออีกข้างของเธอจึงข่วนคางเขาจนทิ้งรอยเล็บเอาไว้
“คราวหน้า ถ้าน้ำฟ้าทำร้ายแกอีกก็สั่งสอนซะหน่อย ผู้หญิงคนนี้ไม่ไหวเลยจริงๆ ถ้าไม่เกิดเรื่องคืนนั้นฉันก็คงไม่รู้ว่ามีงูพิษอยู่ใกล้ๆ”
**********
งานแต่งงานของน้ำฟ้ากับณัฐวุฒิจัดขึ้นในโรงแรมห้าดาวที่คุณ ธนากรถือหุ้นอยู่ ห้องแกรนด์บอลลูมถูกเนรมิตให้เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยดอกไม้งดงาม บิดากับมารดาของน้ำฟ้าผิดหวังที่ลูกสาวไม่ยอมให้เชิญแขกตามใจต้องการ น้ำฟ้าให้เหตุผลว่าเธออยากให้งานแต่งงานของเธอมีเพียงคนที่สนิทสนมกับเธอและณัฐวุฒิจริงๆ เท่านั้น จำนวนคนในงานจึงมีไม่ถึงสองร้อยคน “งานแต่งของคุณฟ้าน่ารักจริงๆ ค่ะ” “ธีมที่ฉันชอบ สวยงามราวกับเดินอยู่บนทุ่งลาเวนเดอร์” “น่าจะเชิญแขกมาเยอะๆ นะคะ” เจ้าสาวทำตาโต “พิม เธอยังคิดว่าคนไม่เยอะอีกเหรอ? ฉันว่าเยอะแล้วนะ แขกทุกคนล้วนสนิทกับฉันและพี่ณัฐ นี่ล่ะงานแต่งในฝัน” “จริงค่ะ ไม่ต้องเชิญคนที่แค่รู้จักกันมาให้ประดักประเดิด” พิมลักษณ์ยิ้ม กวาดตามองไปทั่วงาน “นั่น! ไต้ฝุ่น ดาราหนุ่มที่กำลังดังนี่คะ?” น้ำฟ้ามองเห็นหนุ่มหล่อร่างสูง โดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คนก็ยิ้มออกมา “เพื่อนสนิทของพี่ณัฐน่ะ” “ไม่ยักกะรู้ว่าคุณณัฐมีเพื่อนเป็นดาราด้วย แล้วนี่คุณฟ้าไม่เชิญแก๊งเจ็ดดาวเลยเหรอคะ? พิมอยากเห็นตัวจริงของเฟิร์นกับไ
แม้จะไม่ค่อยชอบใจในตัวลูกเขยนัก แต่บิดามารดาของน้ำฟ้าก็ไม่กล้าปฏิเสธผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวที่มาสู่ขอเพราะนั่นก็คือคุณธนากร ผู้ถือหุ้นใหญ่และอดีตผู้บริหารสูงสุดของบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ “ในเมื่อคุณกรออกหน้าเอง ก็แล้วแต่คุณกรเถอะค่ะ” คุณภาวิณีมารดาของน้ำฟ้ายิ้มรับอย่างเสียมิได้ คุณถนัดผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงหายใจแรงของสองสามเฮือก เขากำลังติดต่อลูกชายของเพื่อนเก่าคนหนึ่งเอาไว้หวังจะให้มาดูตัวกับลูกสาว “เอาน่าคุณถนัด เรื่องสินสอดคุณไม่ต้องห่วงหรอก ณัฐเขาก็เหมือนลูกหลานผมคนหนึ่ง งานแต่งผมรับรองไม่ให้น้อยหน้า เดี๋ยวผมซื้อบ้านให้เป็นเรือนหอหลังหนึ่งเลยแล้วกัน” สองสามีภรรยาตาโต คำว่าบ้านที่คนระดับเจ้าสัวบอกว่าจะซื้อให้คนที่รักเหมือนลูกเหมือนหลาน ราคาก็คงหลายสิบล้าน “ในเมื่อคุณกร รับปากแบบนี้ผมก็สบายใจแล้วครับ บอกตามตรง ผมกลัวจะอายครอบครัวเพื่อนฝูงถ้าเกิดหนูฟ้าแกแต่งงานไม่สมฐานะ” ธนาที่นั่งอยู่ข้างๆ บิดายิ้มน้อยๆ “คุณถนัดคงไม่รู้ว่าณัฐมีทั้งคอนโด ที่ดิน และทองคำในเซฟธนาคารอยู่พอสมควร ที่เขาทำงานเป็นเลขาก็เพราะคุณพ
น้ำฟ้าหน้าแดง เธออุตส่าห์เก็บความลับไว้เสียดิบดีแต่กลับถูกธเนศสงสัยเข้า เธอรู้สึกว่าสองพี่น้องฝาแฝดธนาและธเนศเจ้าเล่ห์มากกว่าที่เธอคิด ธนาวางแผนล่อให้คนที่คิดจะฆ่าเขาปรากฎตัว ส่วนธเนศก็ส่งอนุรักษ์มาค้นหาหลักฐานและยังล่อหลอกให้เธอกับณัฐวุฒิสารภาพความสัมพันธ์ด้วย ณัฐวุฒิหน้าร้อนวูบ เขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกธเนศส่งคนมาตลบหลัง “คุณเนศ ทำไมไม่บอกผมก่อนว่าอนุรักษ์เป็นคนของคุณ?” เสียงคนในโทรศัพท์หัวเราะเสียงดัง “ถ้าบอกก่อนก็จับไม่ได้น่ะสิว่าแกกับน้ำฟ้าแอบคบกันลับหลังธนา” “ผมไม่ได้แอบคบซะหน่อย คุณเนศก็ได้ยินคุณฟ้าสารภาพแล้ว เธอต่างหากที่บุกเข้าไปในห้องผมก่อน” ณัฐวุฒิเถียงเสียงอุบอิบ เขาไม่กล้าพูดเสียงดังเพราะกลัวคนโต๊ะอื่นที่ทำท่าสอดรู้สอดเห็นจะรู้ความลับเข้า “ได้ๆ ไม่แอบก็ไม่แอบ ตกลงว่าคุณฟ้าเขาบังคับข่มเหงแกก็แล้วกัน เรื่องนี้ฉันกับธนาจะออกหน้าจัดการแทนแกเอง คุณฟ้าต้องรับผิดชอบแก แกอย่ายอมให้เธอได้แล้วทิ้งเด็ดขาด เข้าใจไหม?” “ครับ ผมไม่ยอมแน่” น้ำฟ้าที่นั่งฟังธเนศกับณัฐวุฒิคุยกันผ่านโทรศัพท์ของอนุรักษ์อายจนแทบจ
ฉากเถาวัลย์ปลอมช่วยบังตา และพอเขานั่งหันหลังคนทั้งคู่ก็ไม่ได้สงสัย ณัฐวุฒิเงี่ยหูฟังคนทั้งสองคุยกัน “เมื่อวานเป็นไงบ้างครับคุณฟ้า? ท่านประธานน่าจะปิดข่าวแต่ก็คงปิดได้ไม่นาน ข่าวว่ามือปืนที่ซุ่มอยู่ในโรงงานพวกนั้นมีหมายจับกันทุกคน” “ฉันรออยู่ข้างนอกค่ะ แค่ได้ยินเสียงก็น่ากลัวแล้ว” “ตอนที่คุณบอกว่าคุณก็ไปด้วย ผมตกใจมากจริงๆ นะครับ ทีแรกคิดว่าคุณฟ้าแค่ช่วยสืบ ไม่คิดว่าจะไปมีส่วนร่วม นี่ คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” อนุรักษ์ถือช้อนกับส้อมค้างไว้ มองสำรวจร่างกายของผู้หญิงตรงหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ปลอดภัยดี” อนุรักษ์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ลดเสียงลง “ผมได้ยินว่าท่านประธานใหญ่ถูกยิงด้วย คงไม่หนักหนาหรอกนะครับ” “ค่ะ ไม่อันตรายมากแต่คงต้องพักรักษาตัวสักระยะ” “บอดี้การ์ดพวกนั้นมีคนตายไหมครับ?” “ไม่มีค่ะ มีแต่บาดเจ็บหนักหน่อย ฝีมือพวกเขาดีมากทีเดียว ฝ่ายตรงข้ามมีแต่มือปืนอาชีพ น่ากลัวมากจริงๆ” “ครั้งหน้าถ้าคุณฟ้าจะไปเสี่ยงแบบนี้ ชวนผมไปช่วยก็ได้นะครับ” “คุณไม่กลัวเหรอคะ?”
ระหว่างรออาหาร น้ำฟ้าเข้าไปอาบน้ำ พอเธอกลับออกมา เขาจัดอาหารใส่จานเรียบร้อยแล้ว “ผมเพิ่งรู้ตัวว่าหิวจนแทบจะกินช้างได้เป็นตัวแล้ว วันนี้เหนื่อยจริงๆ ทั้งวิ่งทั้งหลบ ใครจะรู้ว่าพวกมันซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด พวกหนึ่งใช้ปืนเก็บเสียง ดีนะที่ผมบอกให้ทุกคนหลบทัน โชคดีมากที่ผู้จัดการโรงงานซอสกับผู้ช่วยของเขาก็ปลอดภัย เพียงแต่ตกใจมากไปหน่อยจนปัสสาวะราด” น้ำฟ้านิ่วหน้า “ไปเจอดงกระสุนปืนยังงั้น ไม่ช็อกตายก็ดีแล้วค่ะ” ชายหนุ่มตัดเนื้อสเต็กเป็นชิ้นเล็กๆ “คุณไม่กินกับผมเหรอ?” “ไม่ค่ะ ฉันอยากกินแค่ข้าวผัด ฉันไม่ได้บาดเจ็บเหมือนคุณนี่คะ แค่เหนื่อยนิดหน่อยตอนใช้เครื่องช็อตทำให้คนของลุงสายชักตาตั้ง” “คุณกับคุณผักกาด ทำให้ผมนึกไม่ถึง ไม่คิดว่าพวกคุณสองคนจะกล้า” “ไม่กล้าก็แย่สิคะ พวกคุณยิงกันโป้งป้างดังสนั่นขนาดนั้น” สองหนุ่มสาวกินไปคุยกันไปจนอิ่ม น้ำฟ้าอาสาล้างจานชาม ณัฐวุฒิลุกไปบ้วนปากและแปรงฟัน เขาหยิบผ้าห่มผืนบางติดมือมาจากลิ้นชักพลาสติก เปิดโทรศัพท์แล้วเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือเปิดภาพยนตร์ที่เขาชอบ
ผู้หญิงสี่คนบนรถ ฟังเสียงปืนที่ยิงตอบโต้กันด้วยใจระทึก ขณะเดียวกันก็จับจ้องที่ประตูใหญ่ไฟฟ้าหน้าโรงงานด้วย สักพักก็มีผู้ชายสองคนวิ่งหนีออกมา “นั่นมันคนของลุงสายกับคนของคุณกรินทร์นี่คะ?” น้ำฟ้าวิ่งนำหน้าไป “รอฉันด้วย” ทักษพรฉวยเอาที่ช็อตไฟฟ้าวิ่งตามติด น้ำฟ้ากับทักษพรช่วยกันใช้เครื่องช็อตจนผู้ชายสองคนทรุดกองลงไปกับพื้น พวกเธอไม่ได้ใช้กระแสไฟฟ้ารุนแรงนัก แบงก์ถือไม้เบสบอลวิ่งตามลงมาช่วยกระหน่ำตีคนทั้งสองจนน่วมไปทั้งตัว “เก่งมากแบงก์ สมแล้วที่แกเป็นนักมวยเก่า” ลิลี่แฟนของแบงก์ถือเชือกม้วนใหญ่วิ่งตามลงมา “มัดพวกเขาไว้ก่อนค่ะ เพื่อความปลอดภัย” ผู้หญิงสี่คนช่วยกันทั้งลากทั้งประคองฝ่ายตรงข้ามทั้งสองไปมัดไว้ที่ด้านหลังของต้นไม้ใหญ่ แล้วกลับไปซ่อนอยู่ในรถ น้ำฟ้ารู้จักผู้ชายสองคนที่แอบวิ่งออกมาจากโรงงาน เธอบอกกับกลุ่มของทักษพรว่านั่นคือคนของสายน้ำและคนของกรินทร์ “น่ากลัวกว่าที่ฉันคิดไว้อีก ศัตรูของศัตรูคือมิตร ในเมื่อศัตรูของพี่นาร่วมมือกัน แบบนี้พวกบอดี้การ์ดจะสู้ไหวไหม?” น้ำฟ้านิ่วหน้า







