เข้าสู่ระบบเธอมาจดจ่อกับแมคบุ๊คอีกครั้ง ไล่ดูงานของวันพรุ่งนี้ที่ไม่มีอะไร มีประชุมย่อยของแผนกนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศ ช่วงบ่ายนอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว
ฉันลงไปดูรถดีกว่า แพรไหมก้าวเดินมาที่ลานจอดรถของผู้บริหารตรงล่างของตึก โดยมีบอดี้การ์ดและทีมรักษาความปลอดภัยคอยสอดส่อง เธอเห็นป้ายเขียนรถผู้บริหาร เธอก้าวเดินผู้ชายอายุประมาณสี่สิบ “สวัสดีค่ะ คุณกำพล โพธิ์ชัยใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ใช่ครับ มีอะไรเหรอครับ” กำพลเอ่ยบอกเธอ “ฉันเป็นเลขาของท่านรองเสือค่ะ ชื่อแพรค่ะ” เธอเอ่ยบอกเช่นนี้ “คุณแพรไหมใช่ไหมครับ” เขาถาม “ใช่ค่ะ เรียกแพรก็ได้ค่ะ” ฉันเอ่ยบอก “เบอร์ผมอยู่ที่โต๊ะของคุณ วันหลังโทรลงมาก็ได้ครับ จะได้ไม่ต้องเดินมาครับ” เขาเอ่ยบอก นี่ฉันปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อเลยเหรอ “ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มแหยๆ “ไม่เป็นอะไรครับ ทำงานวันแรกเดี๋ยวก็ปรับตัวได้” หลังจากที่เธอได้ไปประชุมย่อยกับเขา เธอก็นำข้อมูลมาลงในแมคบุ๊ค เมื่อลงข้อมูลเสร็จ แจ่มจันทร์ชวนเธอไปกินข้าวกับพวกเธอที่โรงอาหาร แพรไหมก็ได้รู้จักผู้คนมากขึ้น และรู้จักผู้คนแต่ละแผนกที่เธอต้องร่วมงานและผสานงาน ยิ่งรู้จักผู้คนเยอะเธอจะได้ไม่เขินเวลารับงานและส่งงานให้พวกเขา เมื่อกินข้าวเสร็จได้ยี่สิบนาที เธอมาหาเสืออีกครั้ง เขาเองก็มารอเธอที่หน้าลิฟต์ เธอรู้สึกอายที่มาช้ากว่าเขา แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอ เธอจึงก้าวเดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับเขาแค่สองคนเท่านั้น เพราะลิฟต์ตัวนี้เป็นของผู้บริหาร เธอเองก็ยืนเกร็งๆ ข้างเขา ในมือถือสมุดกับปากกาลงมาด้วย ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เธอไม่เคยอยู่ใกล้ชายที่ดูดีขนาดนี้มานานมากแล้ว อาจเป็นเพราะเธอไม่ได้สนใจผู้ชายมานานตั้งแต่เลิกกับแฟนเก่า เสือหันมาหาแพรไหมใบหน้าของเธอมีคำถามในใจมากมาย และดูเกร็งๆ เธอเองก็รีบก้มหน้าไม่เอ่ยสิ่งใด ทำให้เขาคิดว่าวันแรกก็ใช้งานเธอแล้ว อาจทำให้เธอไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ท้องเจ้ากรรมดันร้องขึ้นมาเพราะเธอไม่ได้กินอะไรมัวแต่เม้าท์มอยจนไม่มีอะไรตกถึงท้อง อีกทั้งเมื่อเช้าฉันไม่ได้กินอะไรรองท้องมาด้วย นอกจากน้ำ เขาอมยิ้มเหมือนจะหัวเราะฉัน “พวกหัวหน้าคงชวนคุณคุยจนคุณไม่ได้กินข้าว ไม่เป็นไร เราหาอะไรกินหน่อยไหมก่อนไปโรงผลิต” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นอะไรค่ะท่าน ฉันไม่ค่อยหิว” เธอโกหกเขาไป แต่ท้องของเธอไม่รักดีมันร้องขึ้นมาอีกครั้ง มาร้องอะไรเวลานี้วะ “เห็นไหมท้องคุณยังไม่ร่วมมือกับคุณเลย คุณแพรไหม” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขบขัน เธอกลับรู้สึกว่า เหมือนโดนผู้ใหญ่ดุเลยอะ -.- “เดี๋ยวผมพาไปกินอะไรอร่อยๆ แล้วค่อยไปทำงาน ผมไม่อยากเห็นเลขาของผมเป็นลมไปก่อน” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ท่านรอง ฉันอยากจะบอกว่าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ “คุณนินทาผมในใจหรือเปล่า” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ ขณะที่มองใบหน้าเขา เหมือนกับว่าเธอกำลังต่อว่าเขาในใจ “เปล่าค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา คนอะไรรู้ดีจริงๆ เธอก้าวเดินตามเขาด้านหลัง ตลอดตั้งแต่ฉันออกลิฟต์มา พนักงานยกมือไหว้ให้เขาทุกคนจนถึงตู้หรูหราราคาหูฉีก โดยมีบอดี้การ์ดเป็นคนเปิดประตูรถให้เขา “กำพล ไปร้านคาเทียก่อน แล้วค่อยไปโรงงาน” เสือเอ่ยบอกกำพล “ครับท่าน” กำพลรับคำสั่ง เธอจึงขึ้นไปนั่งหลังคนขับรถ “คุณจะไปไหน มานั่งกับผม” เสือเอ่ยบอกเช่นนี้ “แต่...” เธอเอ่ยบอกยังไม่จบคำ เขาก็พูดแทรกขึ้นมาโดยทันที “อย่าขัดใจผม” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังเหมือนกำลังออกคำสั่ง ไปนั่งก็ได้วะ นึกว่าจะโดนกินหัวชะแล้ว -- ค่ะเจ้านาย เธอจึงขึ้นมานั่งข้างเขาที่นั่งโซฟาด้านหลัง โดยมีรุจไปนั่งข้างคนขับ “ยังไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นกลางเดือน แต่ปลายเดือนจะหนักหน่อย แล้วพรุ่งนี้ส่งรายงานใบประมูลอาหารไปให้แต่ละบริษัทที่เป็นคู่ค้าของเรา ผมอยากจะปรับเปลี่ยนอาหารของชั้นเฟริ์สคราส ให้เขาส่งเสนอราคามาประมูลใหม่” เขาเอ่ยบอก ขณะที่เธอจดด้วยความเร็วไม่ขาดแม้แต่ตัวเดียว เพราะเธอเป็นคนที่เขียนไวมาก อีกทั้งยังลายมือสวยอีกด้วย “ท่านรองคะ ขอถามได้ไหมว่า ทำไมต้องเปลี่ยนละค่ะ” แพรไหมเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ผมจะเปลี่ยนจากเนื้อวัวนำเข้ามาเป็นเนื้อในประเทศรสชาติก็ไม่ได้ต่างกัน และอีกอย่างก็ลดต้นทุนอีกด้วย ผมได้ปรึกษากับป๊าไว้ก่อนที่เขาจะไปเที่ยวกับม๊า” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ “ได้ค่ะท่านรอง” เธอเอ่ยบอก “ถึงร้านแล้วเราไปกินกัน”เสือและแพรไหมนั่งรถสปอร์ตหรูคันใหม่ที่เขาได้มาเมื่อสามวันก่อน ขับรถมุ่งหน้าเลี่ยงเมืองไปทางถนนชนบท เขาเห็นป้ายเลี้ยวเข้าบางบาน เขาจึงเลี้ยวไปทันที “พี่เสือพาฉันมาเที่ยวเหรอ” เธอเอ่ยถามขณะที่เขากำลังมองไปยังทางข้างหน้า “พี่จะพาแพรไปหาคนสำคัญ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ใครคะ” เธอเอ่ยบอกเช่นนี้ เธอคิดว่าวันหยุดเขาคงพาเธอไปเที่ยวแน่ เธอเห็นว่าตรงไปด้านหน้าคือทางไปบ้านของเธอไม่ช้าเขาเลี้ยวรถมายังหน้าบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านไม้ทรงไทยสไตล์ภาคกลาง โดยมีสองชั้นโดยด้านล่างเป็นเสาปูนด้วยกันทั้งสิ้น เฮ้ย!!! บ้านฉันนี้ “บ้านฉัน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแปลกใจและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน “ใช่ บ้านแพร” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ทำไมพี่ไม่บอกฉันก่อนละ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ผมอยากเซอร์ไพรส์คุณ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน “ขอบคุณนะคะที่พามา” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เลื่อนประตูรถเปิดออก เช่นเดียวกับเธอ เธอเป็นว่าบอดี้การ์ดของเขาลงจากรถมาก่อนหน้านั้นแล้วประมาณสิบคน ไม่นานนักหญิงสาวและสายหนุ่มก้าวเดินมาหน้าบ้าน แพรไหมจำพวกเขาได้ดี เพราะพวกเขาเป็นสาวใช้และบ่าวรับใช้มาเป็นสิบปีแล้ว “ดวงใจ” แพรไหมเอ่
บอดี้การ์ดของเขาขับรถพาเขามายังโรงพยาบาล หมอได้ตรวจด้วยเครื่องสแกนสมองแล้ว ปรากฏว่าเขาไม่เป็นอะไร แค่เลือดไหลออกมาเพราะแรงกระแทกเท่านั้น นางพยาบาลปลาสเตอร์ไม่ให้เลือดไหลออกมามาก และหมอก็จ่ายยาให้เขาจำพวกยาแก้อักเสบ และอุปกรณ์ทำแผลต่างๆ“พี่บอกแล้วว่าไม่เป็นอะไรมาก” เสือเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่นั่งเบาะหลัง โดยมีเธอนั่งข้างๆ ส่วนรุจเป็นคนขับ พาเสือไปยังบ้านหลังใหญ่ บ้านประจำตระกูล“ค่ะ ฉันรู้แล้ว” เธอเผยรอยยิ้ม เขาเองก็ยิ้มให้เธอเช่นกัน และจับมือเรียวของเธอ เธอสัมผัสถึงความอบอุ่นมาถึงหัวใจ มือหนาของเขาโอบไหล่ของเธอ เธอจึงใช้หัวซบบนไหล่ของเขารถตู้มาจอดหน้าโดมหลังใหญ่ บอดี้การ์ดเปิดประตูออกทั้งสองฝั่ง เสือจึงก้าวลงจากรถ และเธอเองก็ก้าวลงจากรถด้วยเช่นกัน เขาเดินมาหาเธอมองเธอด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น เขาผายมือหนาเธอจับมือหนาของเขาก้าวขึ้นบันไดเข้าไปในบ้าน เธอเห็นว่าบอดี้การ์ดและแม่บ้านต่างก้มหัวให้เขา ขณะที่เขาเดินผ่านเสือก้าวเดินเข้าไปยังห้องรับแขก เธอเห็นหญิงวัยกลางคนที่เธอได้เห็นที่บริษัท เธอเองนั่งอ่านนิตยสาร โดยมีแม่บ้านสาวยกมือไหว้เสือ“หวัดดีครับม๊า” เสือเอ่ยบอกม๊าของเขา
เขาพาเธอมาอยู่ในห้องของเขาในเพนท์เฮ้าส์ หลังจากเขากินข้าวเสร็จสิ้น เขาและเธออาบน้ำด้วยกันใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะเขาเสพสังวาสกับเธอ จนเธอแทบหมดแรงเดิน แต่เธอต้องพยายามเดินออกมาด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นเขาจะอุ้มเธอออกมาเธอก้าวเดินตามเขาออกมาสวมใส่ชุดคลุมสีเทาเช่นเดียวกับเขา ส่วนเขาก้าวเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง กดหาเบอร์จนเจอเบอร์ และโทรออก ไม่ลืมเปิดโฟน ไม่นานนักปลายสายก็รับสาย“พร้อมแล้ว ไออุ่นให้ขึ้นมาเลย” เขาเอ่ยบอกจบแล้ววางสาย“ใครคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่าเขาให้ใครมาหา“ช่างทำผมของผม จะมาเป็นช่างของเธอในวันนี้” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้“ห๊ะ” เธอเอ่ยด้วยความตกใจอ้าปากค้าง ว่าจะให้คนมาทำผมแต่งหน้าให้เธอทำไม แค่ไปกินข้าวกับพ่อและแม่ของเขาไม่ใช่เหรอ“หุบได้แล้ว” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขบขัน ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงออกดังเข้ามา เขาจึงกดปุ่มที่โต๊ะข้างหัวเตียง“ขึ้นมาได้” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ แล้วสัญญาณก็ตัดไป ไม่ช้าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เธอเห็นหญิงสาวหน้าตาสวยคม รูปร่างดีเลยทีเดียวก้าวเดินมายกมือไหว้สวัสดีเขาและเธอ“สวัสดีค่ะคุณเสือ สวัสดีค่ะคุณแพรไหม” เธอเอ่ยบอ
“ชนแก้วกันหน่อยที่รัก” เขาเอ่ยบอก เธอจึงยกแก้วไวน์ชนกับเขาแล้วดื่มไวน์ในแก้ว เช่นเดียวกับเขา“พรุ่งนี้พี่จะพาฉันไปไหนคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เป็นเซอร์ไพรส์” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาของเขามองเธอด้วยความรักและเทิดทูนบูชาดุจเธอเป็นเทพเจ้า“สงสัยฉันต้องชินคำว่าเซอร์ไพรส์ชะแล้วซิ” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขบขันยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เขาเอ่ยรอยยิ้มมองใบหน้าของเธอที่มีความสุขอย่างมาก ช่างงดงามไม่อาจสรรหาถ้อยคำบรรยายความงามของเธอได้“ยิ้มอะไรคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะว่าเขาจ้องมองและเผยรอยยิ้มออกมา“ผมเห็นคุณมีความสุข ทำให้ผมมีความสุขไปด้วย” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วจับใบหน้ากลมของเธอมามองใบหน้าของเขา เธอวางแก้วไวน์ลงบนขอบสระ โอบกอดเขาแนบชิด และเผยรอยยิ้มมองเขาด้วยสายตาออดอ้อน“ฉันก็มีความสุขทุกวันไม่เห็นเหรอคะ วันนี้ฉันเองก็มีความสุขเช่นกัน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน มือเรียวที่เปียกน้ำลูบไล้แผ่นอกแกร่งที่อุดมไปด้วยซิกแพคแผ่วเบา แล้วค่อยๆ เลื่อนมาโอบคอเขาทั้งสองข้าง เธออ้อนเขาเช่นนี้ไม่ให้เขาหลงเธอได้อย่างไร“พี่อยากมีความสุขร่วมกับแพรไหมตัวนุ่ม” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มที่มีความ
เธอก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิง ทอดสายตามองตัวเองในกระจกห้องน้ำ เธอคิดว่าทำไมตัวเองดูโทรมแบบนี้ เพราะว่าเธอไม่ได้แต่งหน้าดูดีเช่นทุกวัน แต่วันนี้เธอทาแค่แป้งบางๆ แล้วก็ลิปสติกมันเท่านั้น เพราะขี้เกียจแต่งหน้า เธอจึงเปิดกระเป๋าถือของเธอควานหาเครื่องสำอาง โชคดีที่มีอายเรนเนอร์ อายแชโด้ เธอจึงทาเปลือยตาสีน้ำตาลประกายกากเพชร กรีดอายเรนเนอร์สีดำให้ดูโฉบเฉี่ยว และหยิบลิปสติกสีแดงชาดมาทา ถ้ามาสคาร่าด้วย เลิศเธอจัดการกับหน้าตัวเองเสร็จสิ้น ปรับชุดเดรสสีขาวยืดรัดรูป เปิดไหล่ทั้งสองข้าง รวบผมให้สูงขึ้นด้วยหนังยางอันเดิม มองตัวเองด้วยรอยยิ้มราวกับนางมารร้ายในละครหลังข่าว แล้วเดินออกจากห้องน้ำทันทีเธอก้าวเดินมานั่งที่โต๊ะมี แต่ทว่าชายหนุ่มในร้านต่างมองเธอเป็นตาเดียว อาจเป็นเพราะเธอพึ่งไปแต่งหน้ามา ประกอบกับเธอมีใบหน้าที่อ่อนหวาน แต่งนิดแต่งหน่อยก็ดูดี“ว้าว...เซ็กซี่มากเลยที่รัก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มองเธอด้วยความหลงใหลเหมือนกับว่าเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเขานี้แค่เริ่มต้นนะที่รักบริกรสาวคนใหม่เดินมาเสิร์ฟอาหารให้เขาและเธอ เธอดีใจที่ไม่ใช่บริกรสาวคนเดิม เธอวางอาหารและเครื่องเคียงไว้ตรงหน้าเขาและ
“หัวข้อการประชุมในวันนี้เรื่องการสร้างโรงแรมที่ปารีสที่กำลังจะเสร็จ ผมอยากให้ท่านประธานไปดูความคืบหน้าการก่อสร้างครับ”เสือเอ่ยบอกคณะกรรมการที่อยู่ภายในห้องประชุม รวมไปถึงจักรกฤษณ์พ่อของเขาที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ส่วนเสือนั่งเยื้องเขาไปเล็กน้อย“ฉันจะไปอาทิตย์หน้า แล้วขอดูงบประมาณทั้งหมดด้วย” จักรกฤษณ์เอ่ยบอก“โรงแรมที่นอร์เวย์ การคืบหน้าโรงแรมไปเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ” เลขานุการของจักรกฤษณ์เอ่ยบอก“รองเสือ คุณดูเรื่องนี้ให้ฉันด้วย และรายงานภายในอาทิตย์หน้า” จักรกฤษณ์เอ่ยบอก ขณะที่เธอจดใส่กระดาษแล้วค่อยนำไปสรุปใส่แมคบุ๊ค“ครับป๊า” เสือเอ่ยบอกเช่นนี้“แล้ววันสถาปนา วันที่ 20 กรกฎาคมของปีนี้ ฉันอยากให้จัดตรีมแฟนตาซีหน้ากาก วงเงินไม่หนึ่งล้านปอนด์ จัดที่โรงแรมเดิม ใครมีข้อเสนออะไรไหม” จักรกฤษณ์เอ่ยบอกเช่นนี้“ท่านคะ เปลี่ยนจากงานแฟนตาซีแบบเดิมเหมือนทุกปี เป็นงานเรียบหรูดีไหมคะ แบบว่าตรีมสีขาวแดงเราจัดเป็นดอกไม้สีขาวแดงตามห้องประชุม ผ้าสีขาวเราก็มีมากเอามาตบแต่งตามห้อง และเมื่อสามสี่ปีก่อนหน้านี้เราใช้งบประมาณในการจัดงานโดยสิ้นเปลือง แต่ตรีมสีขาวแดงมันสามารถลดงบไปได้มากเลยค่ะ” แพรไหมเอ่ย
เธอรู้สึกว่าใครมาลูบหัวเบาๆ เธอลืมตาขึ้นช้าๆ เงยหน้าขึ้นมองคนที่ลูบหัว ทำให้เธอรู้ว่าเป็นเสือ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลับไปตอนไหน เธอมองไปโดยรอบออฟฟิศมืดสลัว แต่มีแสงไฟบางส่วน เธอเห็นเพียงบอดี้การ์ดของเขาสี่ห้าคน และเขาที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ“ขอโทษค่ะที่ฉันหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ฉันสรุปการประชุมเสร็จแล้ว
เครื่องบินมายังท่าอากาศยานนานาชาติมาเล่และกำลังแลนดิ้ง แต่ทว่าเธอรู้สึกปั่นป่วนในท้องอยู่มาก เพราะว่าเธอยังไม่ได้กินอะไรรองท้องก่อนขึ้นเครื่องนั่นเอง แม้แต่อาหารว่างที่จงกลนำมาให้เธอ เธอก็ไม่ได้กิน“คุณแพร โอเคไหม” เสือเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงห่วงหาอาทร“โอเคค่ะท่านรอง” แพรไหมเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และปล
เสือและแพรไหมก้าวเดินเข้ามาในร้านอาหารและนั่งลงที่โต๊ะจองเอาไว้ เธอมองเมนูอาหารราคาเอาเรื่องมากๆ มีแต่ราคาที่เธอกินไปได้หลายวัน เขามองเธอที่ดูไม่กล้าจะสั่งอาหารในเมนู เขาจึงบอกเธอ“คุณอยากกินอะไรส่งเลย ผมให้กินไม่อั้น และไม่หักเงินเดือนคุณด้วย” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ดูว่าเธอไม่มีท่าทีจะส
แพรไหมขับรถมาทำงานวันแรกจอดที่ลานจอดรถเช่นเดิม และขึ้นมาทางเดิม เธอมองเอกสารมากมายวางบนโต๊ะ เป็นเอกสารที่เจ้านายของเธอต้องเซ็น เธอจึงเปิดทีละหน้าเพื่อดูเอกสารทั้งหมด และทำความเข้าใจ ก่อนที่จะนำเอกสารไปอธิบายกับโกมินทร์ ทันใดนั้นเธอต้องตกใจเมื่อมีหญิงสาวสองคนและชายหนุ่มอีกคนก้าวเดินมาหาเธอที่หน้าโต๊







