Masukแพรไหม เธอเป็นหญิงวัยยี่สิบห้า เธอเป็นเลขานุการของรองประธาน เธอเคยมีอดีตที่รักฝังใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ใครกันจะสามารถเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำ จะเป็นเขาคนนั้นหรือไม่ ?
Lihat lebih banyakหญิงสาวตื่นขึ้นมาในเช้าที่สดใส วันนี้เธอต้องไปสัมภาษณ์งานที่บริษัท ปีติโชคโภคินกรุป จำกัด เธอได้สมัครเป็นเลขานุการ เธอจบมหาลัยชื่อดังของประเทศในคะแนนสูงสุดของคณะบริหาร ทางบริษัทให้สัมภาษณ์เธอมาครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้เป็นครั้งที่สองที่เธอต้องไปหารองประธานกรรมการบริษัท เพราะเธอได้รับคัดเลือกให้เป็นเลขานุการของเขา
เธออาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยางติดกระดุม และกางเกงสแล็คสีดำ พร้อมด้วยเข็มขัดหนัง และถุงเท้ารองเท้า เธอยังรัดผมรวมตึงเพื่อความเรียบร้อย เธอมองนาฬิกาตอนนี้เก้าโมงแล้ว เข้าสัมภาษณ์ตอนสิบโมงครึ่ง หลังจากแต่ตัวเสร็จเรียบร้อยเธอก็ไปยังรถเก๋งสีเทา ที่พ่อของเธอซื้อเมื่อสามปีก่อน พ่อของเธอยกรถคันนี้ให้แล้วเขาก็ซื้อรถกระบะคันใหม่ไว้ขนของ เธอขับรถมาถึงหน้าบริษัท และแลกบัตรกับพนักงานรักษาความปลอดภัย เพื่อเข้าไปจอดรถด้านในตัวตึก เมื่อแลกบัตรเสร็จสิ้นเธอไปยังลานจอดรถสำหรับพนักงานที่อยู่หลังตึก เธอเห็นว่าชั้นล่างของตึกรถจอดเต็มหมดแล้ว เธอจึงวนขึ้นมาชั้นสอง และชั้นสามตามลำดับ เธอเห็นว่ารปภ. เรียกให้เธอจอดในซองที่ว่าง เธอจึงเข้าจอดโดยทันที หลังจากนั้นเธอหยิบเรซูเม่ที่อยู่บนฝั่งข้างคนขับแล้วนำมันลงมาจากรถด้วย เธอไม่ลืมที่จะล็อกรถ แล้วก้าวเดินลงมาชั้นล่างไปยังด้านหน้าของบริษัท เพื่อไปติดต่อประชาสัมพันธ์ ทันใดนั้นฉันชนกับใครบางคนเข้าให้ แฟ้มเอกสารของเธอร่วงหล่นและกระจายลงที่พื้นทันที “ขอโทษค่ะ” เธอรีบขอโทษ โดยไม่ได้มองคนที่ชนแต่อย่างใด เพราะเธอรีบเก็บเอกสาร แต่เมื่อเธอหันไปมองคนที่เธอชน เขาเป็นผู้ชาย และเขาช่วยฉันเก็บให้เธออยู่เช่นกัน “ไม่เป็นอะไรครับ คุณไม่ได้ตั้งใจ” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ เธอทอดสายตามองใบหน้าของเขา เขามองหน้าเธอเหมือนโลกทั้งโลกหยุดนิ่ง ชายหนุ่มคนนี้ เขามีใบหน้าหล่อคมสัน มีหนวดอยู่ที่โหนกแก้มทั้งสองข้างและริมฝีปากบนที่ไม่ยาวจนน่าเกลียด ถือว่าหล่อเอาการ หล่อแบบที่เธอหยุดหายใจไปเลย เขายังแต่งตัวดูดีอย่างมาก แต่งตัวสวมสูทและกางเกงสีเทาผูกเนคไทเสื้อด้านในเป็นสีดำเข้ากันกับชุดสูทที่สวมใส่ อีกทั้งเธอยังมีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ดูท่าทางสำอาง “เจ็บตรงไหนไหมครับ” เขาเอ่ยถามเธอเช่นนี้ ทำให้เธอคืนสติ “ไม่ค่ะ ขอบคุณ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร เช่นเดียวกับเขาที่ยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรเช่นกัน “ขอเอกสารฉันคืนด้วยค่ะ” เธอเอ่ยบอกเช่นนี้ “ให้ผมช่วยถือไหมครับ” เขาเอ่ยถามเธอ “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอเอ่ยบอก และนำเอกสารออกมาจากมือหนาของเธอ และเธอก็หอบเอกสารไว้ที่อกลุกขึ้นยืน มีคนเดินมาหาเขา ขณะที่เธอก้าวเดินไปตรงนี้โดยทันที .......................... เนื้อเรื่องเป็นนิยายรัก หวานๆ นัวๆ แซ่บๆ กดหัวใจและคอมเม้นท์ให้ไรท์ชื่นใจหน่อยเด้อเสือและแพรไหมนั่งรถสปอร์ตหรูคันใหม่ที่เขาได้มาเมื่อสามวันก่อน ขับรถมุ่งหน้าเลี่ยงเมืองไปทางถนนชนบท เขาเห็นป้ายเลี้ยวเข้าบางบาน เขาจึงเลี้ยวไปทันที “พี่เสือพาฉันมาเที่ยวเหรอ” เธอเอ่ยถามขณะที่เขากำลังมองไปยังทางข้างหน้า “พี่จะพาแพรไปหาคนสำคัญ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ใครคะ” เธอเอ่ยบอกเช่นนี้ เธอคิดว่าวันหยุดเขาคงพาเธอไปเที่ยวแน่ เธอเห็นว่าตรงไปด้านหน้าคือทางไปบ้านของเธอไม่ช้าเขาเลี้ยวรถมายังหน้าบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านไม้ทรงไทยสไตล์ภาคกลาง โดยมีสองชั้นโดยด้านล่างเป็นเสาปูนด้วยกันทั้งสิ้น เฮ้ย!!! บ้านฉันนี้ “บ้านฉัน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแปลกใจและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน “ใช่ บ้านแพร” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ทำไมพี่ไม่บอกฉันก่อนละ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ผมอยากเซอร์ไพรส์คุณ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน “ขอบคุณนะคะที่พามา” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เลื่อนประตูรถเปิดออก เช่นเดียวกับเธอ เธอเป็นว่าบอดี้การ์ดของเขาลงจากรถมาก่อนหน้านั้นแล้วประมาณสิบคน ไม่นานนักหญิงสาวและสายหนุ่มก้าวเดินมาหน้าบ้าน แพรไหมจำพวกเขาได้ดี เพราะพวกเขาเป็นสาวใช้และบ่าวรับใช้มาเป็นสิบปีแล้ว “ดวงใจ” แพรไหมเอ่
บอดี้การ์ดของเขาขับรถพาเขามายังโรงพยาบาล หมอได้ตรวจด้วยเครื่องสแกนสมองแล้ว ปรากฏว่าเขาไม่เป็นอะไร แค่เลือดไหลออกมาเพราะแรงกระแทกเท่านั้น นางพยาบาลปลาสเตอร์ไม่ให้เลือดไหลออกมามาก และหมอก็จ่ายยาให้เขาจำพวกยาแก้อักเสบ และอุปกรณ์ทำแผลต่างๆ“พี่บอกแล้วว่าไม่เป็นอะไรมาก” เสือเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่นั่งเบาะหลัง โดยมีเธอนั่งข้างๆ ส่วนรุจเป็นคนขับ พาเสือไปยังบ้านหลังใหญ่ บ้านประจำตระกูล“ค่ะ ฉันรู้แล้ว” เธอเผยรอยยิ้ม เขาเองก็ยิ้มให้เธอเช่นกัน และจับมือเรียวของเธอ เธอสัมผัสถึงความอบอุ่นมาถึงหัวใจ มือหนาของเขาโอบไหล่ของเธอ เธอจึงใช้หัวซบบนไหล่ของเขารถตู้มาจอดหน้าโดมหลังใหญ่ บอดี้การ์ดเปิดประตูออกทั้งสองฝั่ง เสือจึงก้าวลงจากรถ และเธอเองก็ก้าวลงจากรถด้วยเช่นกัน เขาเดินมาหาเธอมองเธอด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น เขาผายมือหนาเธอจับมือหนาของเขาก้าวขึ้นบันไดเข้าไปในบ้าน เธอเห็นว่าบอดี้การ์ดและแม่บ้านต่างก้มหัวให้เขา ขณะที่เขาเดินผ่านเสือก้าวเดินเข้าไปยังห้องรับแขก เธอเห็นหญิงวัยกลางคนที่เธอได้เห็นที่บริษัท เธอเองนั่งอ่านนิตยสาร โดยมีแม่บ้านสาวยกมือไหว้เสือ“หวัดดีครับม๊า” เสือเอ่ยบอกม๊าของเขา
เขาพาเธอมาอยู่ในห้องของเขาในเพนท์เฮ้าส์ หลังจากเขากินข้าวเสร็จสิ้น เขาและเธออาบน้ำด้วยกันใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะเขาเสพสังวาสกับเธอ จนเธอแทบหมดแรงเดิน แต่เธอต้องพยายามเดินออกมาด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นเขาจะอุ้มเธอออกมาเธอก้าวเดินตามเขาออกมาสวมใส่ชุดคลุมสีเทาเช่นเดียวกับเขา ส่วนเขาก้าวเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง กดหาเบอร์จนเจอเบอร์ และโทรออก ไม่ลืมเปิดโฟน ไม่นานนักปลายสายก็รับสาย“พร้อมแล้ว ไออุ่นให้ขึ้นมาเลย” เขาเอ่ยบอกจบแล้ววางสาย“ใครคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่าเขาให้ใครมาหา“ช่างทำผมของผม จะมาเป็นช่างของเธอในวันนี้” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้“ห๊ะ” เธอเอ่ยด้วยความตกใจอ้าปากค้าง ว่าจะให้คนมาทำผมแต่งหน้าให้เธอทำไม แค่ไปกินข้าวกับพ่อและแม่ของเขาไม่ใช่เหรอ“หุบได้แล้ว” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขบขัน ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงออกดังเข้ามา เขาจึงกดปุ่มที่โต๊ะข้างหัวเตียง“ขึ้นมาได้” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ แล้วสัญญาณก็ตัดไป ไม่ช้าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เธอเห็นหญิงสาวหน้าตาสวยคม รูปร่างดีเลยทีเดียวก้าวเดินมายกมือไหว้สวัสดีเขาและเธอ“สวัสดีค่ะคุณเสือ สวัสดีค่ะคุณแพรไหม” เธอเอ่ยบอ
“ชนแก้วกันหน่อยที่รัก” เขาเอ่ยบอก เธอจึงยกแก้วไวน์ชนกับเขาแล้วดื่มไวน์ในแก้ว เช่นเดียวกับเขา“พรุ่งนี้พี่จะพาฉันไปไหนคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เป็นเซอร์ไพรส์” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตาของเขามองเธอด้วยความรักและเทิดทูนบูชาดุจเธอเป็นเทพเจ้า“สงสัยฉันต้องชินคำว่าเซอร์ไพรส์ชะแล้วซิ” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงขบขันยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เขาเอ่ยรอยยิ้มมองใบหน้าของเธอที่มีความสุขอย่างมาก ช่างงดงามไม่อาจสรรหาถ้อยคำบรรยายความงามของเธอได้“ยิ้มอะไรคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะว่าเขาจ้องมองและเผยรอยยิ้มออกมา“ผมเห็นคุณมีความสุข ทำให้ผมมีความสุขไปด้วย” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วจับใบหน้ากลมของเธอมามองใบหน้าของเขา เธอวางแก้วไวน์ลงบนขอบสระ โอบกอดเขาแนบชิด และเผยรอยยิ้มมองเขาด้วยสายตาออดอ้อน“ฉันก็มีความสุขทุกวันไม่เห็นเหรอคะ วันนี้ฉันเองก็มีความสุขเช่นกัน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน มือเรียวที่เปียกน้ำลูบไล้แผ่นอกแกร่งที่อุดมไปด้วยซิกแพคแผ่วเบา แล้วค่อยๆ เลื่อนมาโอบคอเขาทั้งสองข้าง เธออ้อนเขาเช่นนี้ไม่ให้เขาหลงเธอได้อย่างไร“พี่อยากมีความสุขร่วมกับแพรไหมตัวนุ่ม” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มที่มีความ