Beranda / รักโบราณ / เล่ห์ปีศาจ / ตอนที่ 10 ม้าวิ่งเตลิด

Share

ตอนที่ 10 ม้าวิ่งเตลิด

Penulis: JIeC
last update Tanggal publikasi: 2025-03-01 19:45:00

หลังจากที่เสียนเปาออกเดินทางตั้งแต่เช้า ไม่ถึงครึ่งวันนางก็เห็นกำแพงเมืองจากที่ไกล ๆ คาดว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วยามนางคงจะได้เห็นหั่งโจวเสียที เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ก็ทำให้ดรุณีอารมณ์ดีขึ้นตลอดการเดินทาง ท่ามกลางเสียงล้อรถม้าลากจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของหนึ่งผู้โดยสารกับหนึ่งสารถี

เมื่อรถม้าเคลื่อนมาหยุดตรงหน้าประตูเมืองขนาดยักษ์ ทั้งสองก็จำต้องร่ำลากันแต่เพียงเท่านี้

"ขอบใจเจ้ามากตาเฒ่า หวังว่าเราคงได้พบกันอีก" เสียนเปากระโดดลงรถม้าพร้อมหันมาเอ่ยกับตาแก่ที่บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม เขาพยักหน้ารับก่อนจะตอบ "โชคดีแม่นาง"

เสียนเปายืนมองรถม้าคันเก่าวิ่งย้อนกลับไปเส้นทางที่จากมาจนลับสายตา แล้วจึงหันกลับมาเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ประตูเมืองใหญ่ เนื่องจากหั่งโจวเป็นเมืองที่เปิดกว้างและอิสระ ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจตราคัดคนเข้าเมืองอย่างเคร่งงวดสักเท่าไหร่ ดรุณีน้อยจึงสามารถผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องทำอะไรมากนัก

บนถนนสายหนึ่งที่มีผู้คนสัญจรอยู่คับคั่ง ร้านรวงและแผงอาหารตั้งเรียงรายกันตลอดเส้นทางไปจนสดสาย สตรีรูปร่างบอบบางผู้มีใบหน้างดงามกำลังเดินปะปนกับฝูงชน นัยน์ตากลมโตพลางกวาดมองสิ่งต่าง ๆ รอบกาย ในดวงตาคู่นั้นฉายแววสนอกสนใจอย่างเด่นชัด บ่อยครั้งที่นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปีศาจปะปนอยู่ในกลุ่มคนที่นางเดินผ่าน แต่หากไม่สังเกตดี ๆ คงยากจะรู้ว่ากลิ่นนั้นมาจากผู้ใด มันยิ่งยืนยันได้ว่าสิ่งที่นางได้ยินมานั้นเป็นความจริง ที่ในหั่งโจวมนุษย์และปีศาจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

ทว่าแม้หั่วโจวเปรียบเสมือนวิมานของเหล่าปีศาจ ก็ใช่ว่าปีศาจอย่างพวกนางจะถูกยอมรับอย่างเปิดเผย พวกนางต้องยอมรับความจริงในข้อนี้และปลอมตัวเพื่อดำเนินชีวิตอยู่กับคนพวกนี้ต่อไป เหตุผลหลักที่ปีศาจยังคงอาศัยอยู่ในเมืองและเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวันได้ คงเพราะทางการไม่ได้ใส่ใจที่จะขับไล่ปีศาจอย่างจริงจัง แม้จะมีข่าวคราวว่ามนุษย์ถูกปีศาจโจมตีหลายต่อหลายคราก็ตาม

ในระหว่างที่เสียนเปานึกเรื่องราวต่อมิอะไรไปหลายอย่างก็พลางเดินชมเครื่องประดับตามแผงลอยข้างทาง วินาทีนั้นท้องถนนพลันเกิดความโกลาหลขึ้น เสียงฝีเท้าของม้าพยศตัวหนึ่งวิ่งฝ่าฝูงชนตรงเข้ามาทางหญิงสาว ชาวบ้านที่ถูกชนจนกระเด็นไปด้านข้างต่างกรีดร้องอย่างตกใจ เสียนเปาที่ไม่ทันได้ตั้งรับก็ถูกม้าตัวนั้นวิ่งชนเข้าจนล้มลงไปนั่งกองกับพื้นตามระเบียบ ม้าเจ้าตัวการยังคงไม่หยุดวิ่งจนเกิดฝุ่นตลบและเสียงร้องกรี๊ดไปจนถนนสุดทาง

เสียนเปายังคงนั่งนิ่งอยู่กับพื้นพร้อมสีหน้าตกใจ หลังจากที่นางได้สติกลับคืนมาอีกครั้งก็นิ่วหน้าเพราะความเจ็บปวด สายตาพลันจ้องมองเข่าเรียวใต้ชายกระโปรงอย่างขุ่นข้อง เมื่อครู่นี้ม้าเวรนั่นชนนางจนล้มเข่ากระแทก และตอนนี้นางเจ็บขาจนแทบจะลุกไม่ไหว!

ไอ่ม้าเวร...อย่าให้ข้าเจออีกนะ ข้าจะจับถลกหนังแล้วย่างไฟ!

แต่ในจังหวะร่างบางกำลังจะสบถถ้อยคำหยาบ ตรงหน้านางพลันมีมือขาวกระจ่างยื่นมาให้พร้อมน้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใย

"แม่นางเจ็บมากหรือไม่ ข้าขอโทษแทนม้าของข้าด้วย"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสียนเปาจึงตั้งใจจะด่าเจ้าของตัวการที่ทำให้นางเจ็บจนลืมทางกลับบ้าน ทว่าพอเงยหน้าสบกับความหล่อเหลาราวพญามารของชายผู้นั้น ถ้อยคำผรุสวาทที่เกือบจะเปล่งออกมาก็จำต้องกลืนกลับเข้าไป ชั่วพริบตาร่างบางก็เปลี่ยนจากหญิงขี้หงุดหงิดเป็นสาวน้อยผู้น่าสงสารจับใจ

"ม้าท่านทำร้ายข้า"

ชายหนุ่มเมื่อเห็นใบหน้างดงามของหญิงตรงหน้าถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ ผนวกกับท่าทีที่น่าสงสารของนางทำให้หัวใจเขาแทบจะหลอมละลาย ท่าทีที่มีต่ออีกฝ่ายยิ่งอ่อนโยนขึ้น "ให้ข้าช่วยเจ้านะ" เขาพูดพร้อมกับพยุงร่างบางที่ล้มอยู่กับพื้นให้ยืนมั่นคง

เสียนเปาที่สบโอกาสดีจึงแสร้งทำเป็นยืนไม่ไหว จนมือแกร่งที่พยุงแขนของนางเอาไว้จำต้องเปลี่ยนมาเป็นโอบรอบเอวบาง ครั้นชายหนุ่มได้สัมผัสตัวของอีกฝ่ายชิดใกล้ กลิ่นหอมราวดอกไม้พลันทำให้จิตใจเขาสั่นไหวขึ้นมา เอวคอดกิ่วน่าสัมผัสชวนให้นึกหลงใหล ชายหนุ่มพยายามสูดลมหายใจเพื่อตั้งสติ ขณะเดียวกันเขาก็ประคองร่างเล็กไปนั่งพักในร้านน้ำชาใกล้ ๆ

"ต้องขอโทษแม่นางอีกครั้ง ว่าแต่แม่นางชื่ออะไร เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าไม่เคยเห็นเจ้า"

ทันทีที่เสียนเปานั่งลงกับเก้าอี้มุมหนึ่งในร้านน้ำชาก็เล่าเรื่องที่ปั้นแต่งขึ้นมาของตนให้แก่อีกฝ่าย "ข้าชื่อเสียนเปา สามเดือนก่อนที่บ้านข้าโดนไฟไหม้ บิดามารดาก็โดนไฟคลอกตาย ข้าที่ไม่เหลืออะไรจึงเดินทางมาที่เมืองนี้ ได้ยินว่าหั่วโจวเป็นเมืองใหญ่ คงมีงานดี ๆ ให้ข้าทำเพื่อเลี้ยงปากท้อง" เหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ค่อยเชื่อตน ขณะที่เล่าเรื่องเสียนเปาก็ไม่ลืมจะตีหน้าเศร้าบีบน้ำตาเพื่อให้สมจริงขึ้นมาหน่อย

ชายหนุ่มที่ได้ฟังเรื่องราวของสาวน้อยกลับไม่รู้สึกตงิดใจเลยสักนิด แค่เพียงเขาเห็นสตรีงดงามที่ใบหน้ายามนี้อาบย้อมไปด้วยน้ำตาก็แทบใจสลาย "แม่นางอย่าร้องไห้ ข้าพอจะช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสียนเปากลับเอาแต่ก้มน้ำร้องไห้ แม้ในใจนางจะฉีกยิ้มจนไกลไปถึงประตูเมืองแล้วก็ตาม

ชายหนุ่มเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดี ร่างบางตรงหน้าเอาแต่นั่งร้องไห้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิดก็เริ่มร้อนใจ เขารีบเอ่ย "เช่นนี้ดีหรือไม่ แม่นางไปเป็นแขกที่จวนข้าก่อน ระหว่างนี้ข้าจะให้คนไปหางานที่เหมาะกับแม่นางให้" ความจริงหากเขาจะหางานให้นางเสียตอนนี้เลยก็ยังทำได้ แต่ลึก ๆ แล้วในใจเขาก็อยากอยู่กับนางต่ออีกสักหน่อยจึงเลือกเอ่ยเช่นนั้น

มุมปากของเสียนเปายิ้มยกขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติ มันเร็วเสียจนยากที่ใครจะสังเกตเห็น วินาทีต่อมานางก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะปฏิเสธอีกฝ่ายด้วยความเกรงใจ "อย่าเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากรบกวนคุณชายไปมากกว่านี้"

"ไม่ได้ ๆ ข้าทำเจ้าบาดเจ็บจึงต้องชดใช้"

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนกร้านจะทำตามคำของตนให้ได้ หญิงสาวจึงเงียบลงในที่สุด แม้จะดีใจอยู่แต่ก็ไม่ลืมที่จะถ้าชื่อคนผู้นี้เป็นมารยาท

"ข้ายังไม่ทราบชื่อท่านเลย"

"จางหมิ่น เจ้าจะเรียกข้าว่าคุณชายอี้ก็ได้"

คุณชาย? เหอะ...เอาเทิด

หลังจากที่ทั้งสองคุยกันต่ออีกเล็กน้อย อี้จางหมิ่นจึงได้ให้คนไปนำรถม้ามารับเขากับหญิงสาวกลับจวน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 21 เดินทางไกล

    ต้นไม้ของป่าซิงเฉียงกินพื้นที่ไปหลายร้อยลี้ เสียงสายลมเย็นและเสียงนกกระจิบกำลังสอดผสานและขับขานกลายเป็นท่วงทำนองดนตรี กลิ่นหอมของหญ้าอ่อนลอยโชยไปทั่วทุกสารทิศ แสงแดดจากตะวันยามสายสาดส่องเข้ามาผ่านทางปากถ้ำจนกระทบใบหน้างดงามของดรุณีที่กำลังหลับใหล แสงนั้นแยงตาจนร่างบางที่กำลังฝันหวานถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา นางขมวดคิ้วมองไปรอบ ๆ อย่างขัดใจ ทว่าความเหนื่อยล้าจากศึกหนักที่ผ่านทำให้ร่างน้อยลุกขึ้นไม่ไหว เสียนเปาทำได้เพียงหันหลังให้กับแสงแดดนั้นแล้วนอนขดตัวหลับตาอีกครั้งฉับพลันเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังหน้าปากถ้ำ พร้อมกับเสียงที่นางรู้สึกคุ้นเคย "ยังไม่ตื่นอีกหรือ"ดรุณีน้อยรู้สึกเหนื่อยล้าเกินจะตอบอีกฝ่าย นางหลับตาพริ้มแสร้งทำว่าไม่ได้ยินที่เขาพูดหวังเหว่ยมองร่างเล็กที่ขดตัวอยู่บนเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตนอย่างจำนน ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายตื่นอยู่แต่กลับเลือกที่จะไม่ตอบเขา ก็ทำใจกล้าโกรธนางไม่ลงเหมือนเก่า ฉับพลันร่างสูงก็สาวเท้าตรงเข้าไปนั่งข้างอีกฝ่าย พลางใช้มือลูบหัวน้อย ๆ เพื่อปลอบประโลมนางเสียนเปาสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่ส่งผ่านฝ่ามือนั้น เพียงไ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 20 เอาคืน (18+)

    เสียนเปารู้สึกเหมือนโดนท้าทายอำนาจ นางจึงก้มลงกัดอีกฝ่ายจนจมเขี้ยวทันที คราวนี้หวังเหว่ยเหมือนจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว ใบหน้าของเขาจึงไม่เปลี่ยนสีหรือแสดงความรู้สึกเจ็บปวดออกมาอีก มีเพียงมุมปากที่ปรากฏรอยยิ้มแปลกประหลาด เป็นเวลานานกว่าเสียนเปาจะรู้สึกพอใจแล้วจึงถอนเขี้ยวออกจากลำแขนของชายที่พยายามกักขังนาง ดวงหน้างดงามเชิดใส่อีกฝ่ายอย่างดื้อรั้นไม่ยอมพ่าย หวังเหว่ยมองท่าทีลำพองใจของร่างบางก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ "คราวนี้ตาข้ากัดเจ้าบ้างแล้ว" "ว่ายังไงนะ...?" ยังไม่ได้ทันจะสิ้นเสียงของร่างบาง เบื้องหน้าของเสียนเปาพลันมีเงาดำโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนนางตั้งตัวไม่ทัน ดวงตาคู่งามเบิกกว้างทั้งยังสั่นระริกเมื่อริมฝีปากบางถูกครอบงำด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน ตอนนั้นเองที่รับรู้ได้ว่าจูบนี้ของหวังเหว่ยไม่มีความปรานีเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความรู้สึกต้องการและความกระหายอยาก ยามที่ลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากเพื่อควานหาความหวานและไล่ต้อนลิ้นน้อยจนหมดทางถอย ทำเอาเสียนเปารู้สึกวูบวาบบริเวณท้องน้อยจนต้องหนีบเรียวขาเ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 19 ลองดู

    รัตติกาลล่วงเลยผ่านไปไวราวกับสายน้ำ หลังจากที่วุ่นอยู่กับการถอนพิษครึ่งค่อนคืนนั้นเวลาก็ล่วงเข้าสู่ยามโฉ่ว เสียนเปานั่งมองใบหน้าของหวังเหว่ยซึ่งในเวลานี้เจ้าตัวกำลังหลับสนิทอยู่ ตามหน้าผากมีเหงื่อซึมออกมาจนชุ่มบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังมีไข้ นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อก่อนจะบรรจงซับเหงื่อให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมา เสียนเปาสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของหวังเหว่ย นางชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจออกมาตอนหลับเจ้าก็ดูจะไม่มีพิษมีภัย เหตุใดพอตื่นขึ้นมาถึงได้ชอบกวนประสาทข้านักเสียนเปาคิดพลางเอานิ้วจิ้มแก้มของอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ ฉับพลันนางก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปที่ปากถ้ำเพื่อนำผ้าเช็ดหน้าไปรองน้ำฝนที่ไหลลงมาตามหิน ก่อนจะเดินย้อนกลับมาเช็ดตัวที่ร้อนผ่าวให้อีกฝ่ายในทันทีไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดจนหวังเหว่ยที่หมดแรงแล้วหลับไปพลันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาคมคู่หนึ่งเหลือบมองฝ่ามือเนียนนุ่มที่กอบกุมมือของตนเองไว้แน่น พร้อมสัมผัสเย็นชื้นจากผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมย ดูเหมือนคนตัวน้อยจะเหม่อลอยจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าหวังเหว่ยได้สติ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 18 พิษ

    "เจ้าเป็นอะไร!" เสียนเปารีบเข้าไปพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาดูอาการ สีหน้าของชายหนุ่มในตอนนี้แลดูเจ็บปวดนักทั้งที่ตามเนื้อตัวของเขาไม่ปรากฏบาดแผลใด ๆ แต่เพียงไม่นานนางก็รู้ต้นต่อที่สร้างความทรมานให้อีกฝ่าย"กู่พิษ"สีหน้าของเสียนเปายิ่งดูไม่ดีเมื่อเห็นบางสิ่งกำลังชอนไชอยู่ใต้ผิวหนังของอีกฝ่าย วินาทีนั้นเองที่นางรับรู้ได้ว่าหวังเหว่ยกำลังเจ็บปวดเป็นที่สุด ตามกรอบหน้าอาบย้อมไปด้วยเม็ดเหงื่อจนเปียกชื้น ริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนเลือดขบเม้มเข้าหากันเพื่ออดกลั้นความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมาจนแทบรับไม่ไหวตั้งแต่ตอนไหนกัน...อี้จางหมิ่นเมื่อนึกถึงตัวการที่วางพิษ เสียนเปาก็ขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกโกรธอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดเริ่มกระอักโลหิตขึ้นมาอีกครั้ง ความโกรธชั่ววูบของนางพลันมลายหายไปเหลือเพียงแค่ความห่วงใยปรากฏในสายตา"เจ้าทนไหวหรือไม่ เราเข้าไปหลบในถ้ำข้างหน้าก่อน"แม้หวังเหว่ยจะเจ็บแต่ก็ยังมีสติอยู่ เขาพยักหน้ารับคำร่างบางก่อนจะปล่อยให้นางพยุงร่างเขาเข้าไปในถ้ำที่อยู่ไม่ไกลเสียงน้ำหยดลงมาจากหินย้

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 17 ติดตาม

    จู่ ๆ ความเงียบเข้ากลืนกินบรรยากาศภายในคุกอีกครั้ง เสียนเปาทำได้เพียงเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไรกับเจ้าของคำถามดี นางรู้สึกประหม่าเมื่อหวังเหว่ยหรี่ตามองมาอย่างจับผิด ดวงตาคู่นั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างในจนนางไม่รู้จะทำตัวอย่างไร แต่เป็นหวังเหว่ยเองเอ่ยตัดบทไปเอง "ไปกันเถอะ ตอนนี้พวกนั้นยังไม่รู้ตัว" สิ้นคำร่างสูงก็เดินนำออกไป เสียนเปาเห็นเช่นนั้นจึงเดินตามหลังอีกฝ่าย ระหว่างทางทั้งคู่ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดต่อกันตอนนี้ทั้งคู่หลบหนีออกมาจากจวนสกุลอี้ได้อย่างไม่ลำบาก และทั้งสองกำลังเดินเรียบไปตามตอกมืดเล็ก ๆ มุมหนึ่งของเมือง ระหว่างทางเดินหวังเหว่ยเองก็เหลือบมองคนตัวเล็กที่อยู่ด้านหลังเป็นระยะ เห็นเพียงอีกฝ่ายเอาแต่เงียบและเดินก้มหน้าราวกับไม่อยากสบตากับเขา หวังเหว่ยรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปจึงทำลายความเงียบลงด้วยการเปิดหัวข้อสนทนา "หลังออกจากหั่งโจวแล้วเจ้าจะไปที่ใด""ตูเถา"เสียนเปามิได้คิดปิดบังจุดหมายของตนกับอีกฝ่าย แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้หวังเหว่ยขมวดคิ้ว "ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน"หากเจ้าเคยได้ยินน่ะสิแปลก เพราะตูเถาที่นางเพิ่งพูดถึ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 16 ออกไปจากเมืองนี้

    หลังจากคืนนั้นที่หวังเหว่ยและเสียนเปาถูกจับมาขังในคุกใต้ดินวันเวลาก็ผ่านมาถึงสามวันเศษ ตกดึกในคืนที่เมืองหั่งโจวมีลมพายุแรง สายลมกรรโชกราวกับจะพัดบ้านเรือนลอยหายไปทั้งหลัง ไม่ว่าจะเป็นตามตรอกซอกซอยใดล้วนตกอยู่ในความเงียบ ถนนหนทางไร้ผู้คนเดินเที่ยวเล่นเหมือนอย่างเคย แม้กระทั่งย่านที่เคยคึกคักบัดนี้หลงเหลือแค่เพียงไม่กี่ชีวิตที่ยังคงทำงานหาเลี้ยงชีพอยู่ สาเหตุที่ทั้งเมืองตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเพราะพายุที่ไม่ทราบที่มาลูกนี้กำลังรุนแรงขึ้น ทั้งที่สองสามวันก่อนท้องฟ้ายังแจ่มใสอยู่เลยแท้ ๆ ทว่าในคุกที่มืดและชื้นแฉะ กลับไม่รู้ถึงภัยธรรมชาติร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นข้างนอก นักโทษที่โดนทารุณต่างเหน็ดเหนื่อยจนนอนหลับสนิท ในคุกมีเพียงเสียงน้ำหยดจากบนเพดานหินและเสียงลมที่พัดผ่านช่องระบายอากาศ ความเงียบผิดจากปกติธรรมดาช่วยเสริมบรรยากาศทำให้คุกนี้ดูน่าวังเวง มันเงียบสงัดราวกับที่แห่งนี้ไร้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ทว่าในส่วนที่ลึกสุดของคุกแห่งนี้ หากลองเงียหูฟังให้ดีจะพบว่ามีเสียงของคนสองคนกำลังคุยกันด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ราวกับการที่พวกเขาถูกจับมาขังที่นี่ไม่ได้สร้างความหวาด

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 9 ข้าไม่ชอบนาง

    บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คนอยู่รอบข้าง มีเพียงเสียงฝีเท้าของสตรีนางหนึ่งที่เดินลงมาจากชั้นบนของโรงเตี๊ยม และเสียงลมที่พัดพากิ่งไม้ด้านนอกให้สั่นไหว ชุดสีม่วงราวกับสีดอกกล้วยไม้ขับเน้นให้หญิงผู้นั้นดูทรงเสน่ห์ หางตาที่เชิดขึ้นเต็มไปด้วยความยโสช่างเข้ากับแววตาที่เต็มไป

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 8 โรงเตี๊ยมกลางป่า

    เส้นทางสู่หั่งโจวรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ แม้เมืองหั่งโจวในคำบอกกล่าวของเหล่าปีศาจจะเหมือนดั่งแดนสวรรค์ แต่ระหว่างทางกลับเต็มไปด้วยความอันตราย เนื่องจากไม่ว่าปีศาจตนใดก็ล้วนอยากเดินทางไปที่แห่งนั้น ทำให้ยิ่งเข้าใกล้หั่งโจวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีปีศาจให้เห็นได้ชัดมากหน้าหลายตา เสียนเปาน้อยใช้เงินที่ขโมยม

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 7 หัวขโมย

    ​ เสียนเปาตื่นขึ้นมาอีกก็ล่วงเข้ายามซื่อ[1]แล้ว นางยันตัวลุกจากฟูกด้วยสีหน้างัวเงียพลางบิดขี้เกียจ มือน้อยลูบท้องเพราะเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา ครั้นก้มมองเรือนร่างของตนที่ยังคงสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น สีหน้าก็ฉายแววครุ่นคิดเพียงชั่วอึดใจ ดวงตากระจ่างใสเหลือบไปเห็นเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ที่แขวนอย

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 6 ทะเลาะกันราวกับเด็ก

    เมื่อกลับมาที่กระโจมของหวังเหว่ย ดรุณีน้อยที่เดินตามมาติด ๆ ก็ไม่รอช้ารีบปีนขึ้นไปบนฟูกนุ่มนิ่มก่อนจะเหยียดตัวนอนอย่างสบายใจ หวังเหว่ยซึ่งเดินตามหลังเข้ามาเมื่อเห็นว่าเตียงของตนถูกคนตัวเล็กยึดไปเป็นที่เรียบร้อย ใบหน้ายิ่งบูดบึ้งจนนึกว่าไปโดนผึ้งที่ไหนต่อย ร่างสูงเดินเข้าไปข้างเตียงก่อนจะเอื้อมมือไป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status