Beranda / รักโบราณ / เล่ห์ปีศาจ / ตอนที่ 9 ข้าไม่ชอบนาง

Share

ตอนที่ 9 ข้าไม่ชอบนาง

Penulis: JIeC
last update Tanggal publikasi: 2025-03-01 19:40:00

บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คนอยู่รอบข้าง มีเพียงเสียงฝีเท้าของสตรีนางหนึ่งที่เดินลงมาจากชั้นบนของโรงเตี๊ยม และเสียงลมที่พัดพากิ่งไม้ด้านนอกให้สั่นไหว ชุดสีม่วงราวกับสีดอกกล้วยไม้ขับเน้นให้หญิงผู้นั้นดูทรงเสน่ห์ หางตาที่เชิดขึ้นเต็มไปด้วยความยโสช่างเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงของนาง จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่แต่งแต้มสีแดงชาด เมื่อทุกอย่างมาหลอมรวมกันจึงทำให้หญิงผู้นั้นดูงดงามเกินกว่าใครจะเปรียบ

เสียนเปาจับจ้องสตรีผู้มาใหม่ตาไม่กะพริบ เหมือนคนผู้นั้นก็ดูเหมือนจะสนใจนางเช่นเดียวกัน ร่างอรชรเดินลงมาจากบนชั้นสองอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวแลดูงดงามสะกดสายตา จนกระทั่งเจ้าของร่างเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสียนเปา ดวงตาสีม่วงมองสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แต่ทั้งคู่กลับไม่มีผู้ใดคิดจะเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน เป็นเสี่ยวเอ้อร์หนุ่มที่ดูเหมือนจะเห็นว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเต็มไปด้วยความอึดอัดจึงเอ่ยขึ้น "เถ้าแก่เนี้ย"

เสียนเปาได้ยินคำของเสี่ยวเอ้อร์หนุ่ม ดวงตาหรี่เล็กลง ครั้นพอเหลือบไปเห็นว่าชายหนุ่มกำลังค้อมหัวเคารพหญิงตรงหน้าจึงรู้ว่าอีกฝ่ายคือเจ้าของโรงเตี๊ยม สตรีผู้นั้นทำเพียงพยักหน้าให้เสี่ยวเอ้อร์เท่านั้น ความสนใจทั้งหมดยังคงอยู่ที่ตัวเสียนเปา

"ปีศาจน้อยเช่นเจ้ามาทำอะไรที่นี่"

ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะเมื่อดรุณีน้อยโดนเปิดเผยตัวตน ใครจะคาดคิดว่าอีกฝ่ายแค่มองนางปราดเดียวก็รู้ว่านางไม่ใช่มนุษย์ แม้จะนึกหวั่นทว่าภายนอกยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยพร้อมตอบกลับเสียงราบ

"ข้ากำลังจะเดินทางไปหั่งโจว เผอิญผ่านมาเจอโรงเตี๊ยมเลยแวะพักเท่านั้น"

สตรีรูปงามหรี่ตามองเสียนเปาอย่างไม่ค่อยจะเชื่อคำพูดของนาง ขึ้นชื่อว่าเป็นปีศาจย่อมต้องถูกระแวง "เจ้าคงไม่ได้คิดจะจับแขกของข้ากินใช่หรือไม่"

"ไม่ ไม่" ดรุณีน้อยรีบโบกมือเป็นพัลวัน "ข้าเคยมีความคิดจะทำเช่นนั้นเสียที่ไหน" หน้าตานางดูชั่วร้ายหรือไง อีกอย่างหนังมนุษย์หยาบเสียขนาดนั้น

"เช่นนั้นหรอกหรือ?" สตรีผู้นั้นดูจะยังไม่ค่อยเชื่อ แต่นางก็ถือวิสาสะนั่งลงเก้าอี้ด้านข้างเสียนเปา เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มผู้รู้งานรีบเดินเข้าไปโรงครัวด้านหลังเพื่อยกน้ำชาร้อน ๆ มาวางไว้ให้นาง สตรีอาภรณ์สีม่วงมองไอร้อนกรุ่นในถ้วยชาก่อนมือเรียวบางจะยกมันขึ้นมาจิบ ระหว่างทั้งคู่เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีใครคิดจะเอ่ยปาก เนิ่นนานกว่าที่สตรีในอาภรณ์สีม่วงจะวางถ้วยชาในมือลงแล้วทำลายความเงียบ

"หั่งโจวมีอะไรดีกัน"

เสียนเปาขบคิดอยู่สักพักใหญ่ "ข้าก็ยังไม่เคยไป แต่คนที่ข้ารู้จักต่างบอกว่าดี"

"เจ้าเชื่อพวกเขาทั้งที่ยังไม่เคยเห็นกับตา"

"ไปเยือนดูสักครั้งก็จะรู้เอง" เสียนเปาตอบโดยมิได้หยุดคิด นางเหลือบมองสตรีด้านข้างที่จู่ ๆ ก็เงียบไปพลางนึกสงสัย "หั่งโจวอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก ท่านถามราวกับไม่เคยเห็นมัน"

"ข้าไม่เคยเห็น"

แม้เสียนเปาเองจะยังไม่เข้าใจคำตอบดีไปเสียทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้ถามต่ออีกเพราะกังวลว่าจะไปอยากรู้สิ่งที่อีกฝ่ายไม่ต้องการให้ถาม แต่เป็นนางที่เอ่ยขึ้นมาอีก "ปีศาจน้อย เจ้าชื่ออะไร"

"เสียนเปา" หญิงสาวตอบกลับโดยที่ไม่คิดจะหันไปมองสีหน้าของอีกฝ่าย เพราะนางคงเดาออกจากน้ำเสียงที่ราบเรียบ ความอุ่นร้อนจากถ้วยชาทำให้นางรู้สึกสงบใจลงได้เมื่อต้องมองเผชิญหน้ากับสตรีที่ไม่รู้ความเป็นมา แค่ครู่เดียวก็โดนอีกฝ่ายรับรู้ถึงตัวตนทุกอย่าง สตรีผู้นี้ไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยว

ดวงตาคู่งามเหลือบมองเสี่ยวเอ้อร์ที่ได้ยินบทสนทนาทุกอย่าง ดูเมื่อเขาจะชินชากับสถานการณ์ตรงหน้าเสียยิ่งกระไร ฉับพลันนางจึงเอ่ย "ข้าควรเรียกท่านว่าอะไรดี"

"เจียงหลัน" เพียงสองคำที่สตรีผู้นั้นตอบ

ขณะนั้นเองมีลูกค้าสองสามคนเดินลงมาจากบนชั้นสอง เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มจึงต้องขอตัวออกไปทำหน้าที่ดูแลแขก เหลือแค่เสียนเปากับเจียงหลันที่นั่งทำสงครามเงียบกันอีกครั้ง ความอึดอัดทำให้เสียนเปาเป็นฝ่ายยอมแพ้

"เหตุใดโรงเตี๊ยมจึงมาตั้งอยู่แถวนี้" หางตาของหญิงสาวเหลือบเห็นมือของเจียงหลันที่กำลังเตรียมจะยกถ้วยชาขึ้นจิบชะงัก ดูเหมือนนางจะไม่ค่อยพอใจกับคำถามที่ได้ยินสักเท่าไหร่ กระนั้นร่างบางเองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและนั่งรอฟังคำตอบต่อไป อีกฝ่ายจะเลือกไม่ตอบก็ยังได้ และก็เป็นไปตามที่คาดคิด

"เกี่ยวอะไรกับปีศาจน้อยเช่นเจ้า เจ้าผ่านมาพักเพียงคืนเดียวอยากจะรู้มากไปไย" น้ำเสียงของนางยังคงราบเรียบเหมือนเคย ส่วนเสียนเปาก็ยังไม่ลดละความพยายาม

"กลางป่ากลางเขาเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดเขาทำกัน ถึงโรงเตี๊ยมของเจ้าถึงมิได้หรูหรานักแต่ก็ควรเลือกทำเลที่เหมาะสมกว่านี้" โรงเตี๊ยมสภาพดีเช่นนี้กลับมาตั้งอยู่กลางป่าโดดเดี่ยว จะเรียกแขกเหรื่อมาพักได้สักเท่าไหร่ เว้นเสียแต่ว่านางจะมีเหตุผลอื่นที่ไปไหนไม่ได้

เพียงชั่วพริบตาก็ดูเหมือนว่าความคิดของดรุณีน้อยจะโดนเจียงหลันรู้เข้า น้ำเสียงของหญิงสาวเริ่มฉายแววไม่พอใจ "จะด้วยเหตุผลอันใด ข้าก็ไม่จำเป็นต้องบอกเจ้า"

เสียนเปาได้ยินจิ๊ปาก "น่าเสียดายจริง ๆ "

เจียงหลันตวัดสายตามองหญิงข้างกายอย่างขุ่นเคือง เพียงครู่หนึ่งก็เบนสายตากลับมามองไอร้อนในถ้วยชาเพื่อสงบสติ เมื่อเห็นเช่นนั้นเสียนเปาก็หมดสนุกจึงมิได้พูดอะไรต่อไป

ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบ ไม่ต่างอะไรกับโถ่งชั้นล่างของโรงเตี๊ยมที่ค่อย ๆ ไร้สุ้มเสียงของแขกเหรื่อที่มาพักอาศัย ในความมืดของราตรีเสียงจิ้งหรีดร้องเรไรค่อย ๆ เงียบลง เนิ่นนานกระทั่งแขกเหรื่อจากไปจากชั้นล่างจากไปจนหมด หลงเหลือเพียงดรุณีสองคนนั่งนิ่งอยู่ในความเงียบ ราวกับทั้งคู่ติดอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายต่างกำลังขบคิดเรื่องอันใด น้ำชาในถ้วยค่อย ๆ เย็นลงจนดูไม่น่าอร่อย เจียงหลันลูบถ้วยชาในมืออย่างเหม่อลอย ดวงตาคู่สวยกะพริบสองสามทีก่อนจะฟื้นคืนสติ ร่างงดงามลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะหันหลังเดินจากไป แต่ยังมิวายหันกลับมาเตือนสตรีนางน้อยที่นั่งอยู่แถวนี้

"อย่าได้คิดทำอะไรไม่ดีกับลูกค้าข้า" เสียนเปาหันมาสบแววตาดุดันของคู่สนทนา สุดท้ายจำต้องยอมพยักหน้ารับอย่างจำใจ ครั้นเมื่อเห็นสตรีผู้นั้นเดินจากไปจึงได้ถอนหายใจออกมา ฉับพลันนางก็ยู่ปาก

ไอ้เรื่องไม่ดีที่ว่ารวมถึงเรื่องบนเตียงนั้นด้วยหรือไม่ เช่นนั้นก็น่าเสียดายแล้ว!

หญิงสาวส่ายศีรษะก่อนจะลุกขึ้นไปนอนพักเอาแรง ก็เห็นเสี่ยวเอ้อร์หนุ่มที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคราวนู้นเพิ่งปรากฏตัวขึ้นมา ชายหนุ่มตรงดิ่งเข้ามาเก็บถ้วยชาที่วางไว้ ร่างบางจึงเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างสนอกสนใจ "เจ้าก็เป็นปีศาจด้วยหรือ" นางไม่น่าจะมองผิดที่อีกฝ่ายยังคงเป็นแค่มนุษย์ แต่ทุกครั้งที่สบตากับบุรุษผู้นี้ทำให้นางรู้สึกแปลก ๆ

เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมาพร้อมยิ้มละมุนให้คนตัวเล็ก "ข้าไม่ใช่"

คำตอบของเขาทำให้เสียนเปานึกเอะใจ "เช่นนั้นเหตุใดจึงมารับใช้นาง" ทั้งตอนที่รู้ว่านางเป็นปีศาจกลับไม่มีท่าทางหวาดกลัว

"ตอนที่ข้าลำบาก...นายหญิงเป็นคนช่วยข้าไว้" ชายหนุ่มเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดมันออกมา เสียนเปาเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังขบคิดบาง ฉับพลันน้ำเสียงราบเรียบก็เอ่ยกับชายตรงหน้า "เวลาของมนุษย์สั้นนัก...เจ้ารู้หรือไม่"

เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มยิ้ม "ข้าเต็มใจ"

"แม้นางจะเป็นปีศาจ?"

เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มได้ยินแล้วก็ได้แต่ขบขัน "ท่านก็เป็นปีศาจมิใช่หรือไง"

เสียนเปาขมวดคิ้วเล็กน้อย "เกี่ยวอะไรกับข้ากัน" ครั้นเห็นรอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขานั้น เสียนเปาก็คร้านจะพูดกับอีกฝ่าย "เอาเถอะ ๆ ข้าไม่อยากคุยกับเจ้าแล้ว" พูดเสร็จร่างบางก็รีบเดินขึ้นชั้นสองของโรงเตี๊ยมไปโดยไม่คิดจะสนใจว่าอีกฝ่ายจะมองนางเช่นไรอีก

รัตติกาลพัดผ่านไป หลังจากที่เสียนเปาพักผ่อนเอาแรงเรียบร้อยก็ไม่คิดจะอยู่ที่โรงเตี๊ยมนี้ต่อ นางอยากจะมุ่งหน้าไปยังหั่วโจวให้ได้เร็วไว สตรีอาภรณ์สีม่วงยืนมองร่างน้อยหายลับไปอยู่บนห้องชั้นสองผ่านกรอบหน้าต่าง ข้างกายมีเสี่ยวเอ้อร์หนุ่มคนสนิทยืนอยู่ด้วย

"นาน ๆ ทีจะมีปีศาจที่กล้าคุยกับท่านเช่นนี้ เหตุใดท่านไม่รั้งนางไว้อีกสักหน่อย"

"ข้าไม่ชอบนาง" เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มได้ยินก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่รอยยิ้มนั้นเผอิญถูกอีกฝ่ายหันมาเห็นเข้าพอดี นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความไม่พอใจ "เจ้าไม่เชื่อข้าก็ย่อมได้"

"ข้ายังไม่ได้พูดเช่นนั้นเลยนายหญิง" แม้จะเอ่ยออกมาเช่นนี้แต่รอยยิ้มของชายหนุ่มกลับแฝงไปด้วยความหยอกเย้าอยู่เล็กน้อย เจียงหลันเห็นแล้วก็ขัดใจอยู่หน่อย ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ร่างบางหันกลับไปมองนอกหน้าต่างบานเมื่อครู่ ทว่าคราวนี้เงาเล็ก ๆ ที่นางเคยเห็นจากที่ไกล ๆ กลับหายไป หลงเหลือเพียงความว่างเปล่าที่ปกคลุมไปด้วยสีเขียวขจีของกิ่งไม้ เนิ่นนานกว่านางถอนหายใจออกมา ร่างบางหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องอย่างเงียบเชียบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 21 เดินทางไกล

    ต้นไม้ของป่าซิงเฉียงกินพื้นที่ไปหลายร้อยลี้ เสียงสายลมเย็นและเสียงนกกระจิบกำลังสอดผสานและขับขานกลายเป็นท่วงทำนองดนตรี กลิ่นหอมของหญ้าอ่อนลอยโชยไปทั่วทุกสารทิศ แสงแดดจากตะวันยามสายสาดส่องเข้ามาผ่านทางปากถ้ำจนกระทบใบหน้างดงามของดรุณีที่กำลังหลับใหล แสงนั้นแยงตาจนร่างบางที่กำลังฝันหวานถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา นางขมวดคิ้วมองไปรอบ ๆ อย่างขัดใจ ทว่าความเหนื่อยล้าจากศึกหนักที่ผ่านทำให้ร่างน้อยลุกขึ้นไม่ไหว เสียนเปาทำได้เพียงหันหลังให้กับแสงแดดนั้นแล้วนอนขดตัวหลับตาอีกครั้งฉับพลันเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังหน้าปากถ้ำ พร้อมกับเสียงที่นางรู้สึกคุ้นเคย "ยังไม่ตื่นอีกหรือ"ดรุณีน้อยรู้สึกเหนื่อยล้าเกินจะตอบอีกฝ่าย นางหลับตาพริ้มแสร้งทำว่าไม่ได้ยินที่เขาพูดหวังเหว่ยมองร่างเล็กที่ขดตัวอยู่บนเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตนอย่างจำนน ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายตื่นอยู่แต่กลับเลือกที่จะไม่ตอบเขา ก็ทำใจกล้าโกรธนางไม่ลงเหมือนเก่า ฉับพลันร่างสูงก็สาวเท้าตรงเข้าไปนั่งข้างอีกฝ่าย พลางใช้มือลูบหัวน้อย ๆ เพื่อปลอบประโลมนางเสียนเปาสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่ส่งผ่านฝ่ามือนั้น เพียงไ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 20 เอาคืน (18+)

    เสียนเปารู้สึกเหมือนโดนท้าทายอำนาจ นางจึงก้มลงกัดอีกฝ่ายจนจมเขี้ยวทันที คราวนี้หวังเหว่ยเหมือนจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว ใบหน้าของเขาจึงไม่เปลี่ยนสีหรือแสดงความรู้สึกเจ็บปวดออกมาอีก มีเพียงมุมปากที่ปรากฏรอยยิ้มแปลกประหลาด เป็นเวลานานกว่าเสียนเปาจะรู้สึกพอใจแล้วจึงถอนเขี้ยวออกจากลำแขนของชายที่พยายามกักขังนาง ดวงหน้างดงามเชิดใส่อีกฝ่ายอย่างดื้อรั้นไม่ยอมพ่าย หวังเหว่ยมองท่าทีลำพองใจของร่างบางก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ "คราวนี้ตาข้ากัดเจ้าบ้างแล้ว" "ว่ายังไงนะ...?" ยังไม่ได้ทันจะสิ้นเสียงของร่างบาง เบื้องหน้าของเสียนเปาพลันมีเงาดำโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนนางตั้งตัวไม่ทัน ดวงตาคู่งามเบิกกว้างทั้งยังสั่นระริกเมื่อริมฝีปากบางถูกครอบงำด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน ตอนนั้นเองที่รับรู้ได้ว่าจูบนี้ของหวังเหว่ยไม่มีความปรานีเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความรู้สึกต้องการและความกระหายอยาก ยามที่ลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากเพื่อควานหาความหวานและไล่ต้อนลิ้นน้อยจนหมดทางถอย ทำเอาเสียนเปารู้สึกวูบวาบบริเวณท้องน้อยจนต้องหนีบเรียวขาเ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 19 ลองดู

    รัตติกาลล่วงเลยผ่านไปไวราวกับสายน้ำ หลังจากที่วุ่นอยู่กับการถอนพิษครึ่งค่อนคืนนั้นเวลาก็ล่วงเข้าสู่ยามโฉ่ว เสียนเปานั่งมองใบหน้าของหวังเหว่ยซึ่งในเวลานี้เจ้าตัวกำลังหลับสนิทอยู่ ตามหน้าผากมีเหงื่อซึมออกมาจนชุ่มบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังมีไข้ นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อก่อนจะบรรจงซับเหงื่อให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมา เสียนเปาสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของหวังเหว่ย นางชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจออกมาตอนหลับเจ้าก็ดูจะไม่มีพิษมีภัย เหตุใดพอตื่นขึ้นมาถึงได้ชอบกวนประสาทข้านักเสียนเปาคิดพลางเอานิ้วจิ้มแก้มของอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ ฉับพลันนางก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปที่ปากถ้ำเพื่อนำผ้าเช็ดหน้าไปรองน้ำฝนที่ไหลลงมาตามหิน ก่อนจะเดินย้อนกลับมาเช็ดตัวที่ร้อนผ่าวให้อีกฝ่ายในทันทีไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดจนหวังเหว่ยที่หมดแรงแล้วหลับไปพลันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาคมคู่หนึ่งเหลือบมองฝ่ามือเนียนนุ่มที่กอบกุมมือของตนเองไว้แน่น พร้อมสัมผัสเย็นชื้นจากผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมย ดูเหมือนคนตัวน้อยจะเหม่อลอยจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าหวังเหว่ยได้สติ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 18 พิษ

    "เจ้าเป็นอะไร!" เสียนเปารีบเข้าไปพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาดูอาการ สีหน้าของชายหนุ่มในตอนนี้แลดูเจ็บปวดนักทั้งที่ตามเนื้อตัวของเขาไม่ปรากฏบาดแผลใด ๆ แต่เพียงไม่นานนางก็รู้ต้นต่อที่สร้างความทรมานให้อีกฝ่าย"กู่พิษ"สีหน้าของเสียนเปายิ่งดูไม่ดีเมื่อเห็นบางสิ่งกำลังชอนไชอยู่ใต้ผิวหนังของอีกฝ่าย วินาทีนั้นเองที่นางรับรู้ได้ว่าหวังเหว่ยกำลังเจ็บปวดเป็นที่สุด ตามกรอบหน้าอาบย้อมไปด้วยเม็ดเหงื่อจนเปียกชื้น ริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนเลือดขบเม้มเข้าหากันเพื่ออดกลั้นความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมาจนแทบรับไม่ไหวตั้งแต่ตอนไหนกัน...อี้จางหมิ่นเมื่อนึกถึงตัวการที่วางพิษ เสียนเปาก็ขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกโกรธอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดเริ่มกระอักโลหิตขึ้นมาอีกครั้ง ความโกรธชั่ววูบของนางพลันมลายหายไปเหลือเพียงแค่ความห่วงใยปรากฏในสายตา"เจ้าทนไหวหรือไม่ เราเข้าไปหลบในถ้ำข้างหน้าก่อน"แม้หวังเหว่ยจะเจ็บแต่ก็ยังมีสติอยู่ เขาพยักหน้ารับคำร่างบางก่อนจะปล่อยให้นางพยุงร่างเขาเข้าไปในถ้ำที่อยู่ไม่ไกลเสียงน้ำหยดลงมาจากหินย้

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 17 ติดตาม

    จู่ ๆ ความเงียบเข้ากลืนกินบรรยากาศภายในคุกอีกครั้ง เสียนเปาทำได้เพียงเงียบเพราะไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไรกับเจ้าของคำถามดี นางรู้สึกประหม่าเมื่อหวังเหว่ยหรี่ตามองมาอย่างจับผิด ดวงตาคู่นั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างในจนนางไม่รู้จะทำตัวอย่างไร แต่เป็นหวังเหว่ยเองเอ่ยตัดบทไปเอง "ไปกันเถอะ ตอนนี้พวกนั้นยังไม่รู้ตัว" สิ้นคำร่างสูงก็เดินนำออกไป เสียนเปาเห็นเช่นนั้นจึงเดินตามหลังอีกฝ่าย ระหว่างทางทั้งคู่ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดต่อกันตอนนี้ทั้งคู่หลบหนีออกมาจากจวนสกุลอี้ได้อย่างไม่ลำบาก และทั้งสองกำลังเดินเรียบไปตามตอกมืดเล็ก ๆ มุมหนึ่งของเมือง ระหว่างทางเดินหวังเหว่ยเองก็เหลือบมองคนตัวเล็กที่อยู่ด้านหลังเป็นระยะ เห็นเพียงอีกฝ่ายเอาแต่เงียบและเดินก้มหน้าราวกับไม่อยากสบตากับเขา หวังเหว่ยรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปจึงทำลายความเงียบลงด้วยการเปิดหัวข้อสนทนา "หลังออกจากหั่งโจวแล้วเจ้าจะไปที่ใด""ตูเถา"เสียนเปามิได้คิดปิดบังจุดหมายของตนกับอีกฝ่าย แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้หวังเหว่ยขมวดคิ้ว "ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน"หากเจ้าเคยได้ยินน่ะสิแปลก เพราะตูเถาที่นางเพิ่งพูดถึ

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 16 ออกไปจากเมืองนี้

    หลังจากคืนนั้นที่หวังเหว่ยและเสียนเปาถูกจับมาขังในคุกใต้ดินวันเวลาก็ผ่านมาถึงสามวันเศษ ตกดึกในคืนที่เมืองหั่งโจวมีลมพายุแรง สายลมกรรโชกราวกับจะพัดบ้านเรือนลอยหายไปทั้งหลัง ไม่ว่าจะเป็นตามตรอกซอกซอยใดล้วนตกอยู่ในความเงียบ ถนนหนทางไร้ผู้คนเดินเที่ยวเล่นเหมือนอย่างเคย แม้กระทั่งย่านที่เคยคึกคักบัดนี้หลงเหลือแค่เพียงไม่กี่ชีวิตที่ยังคงทำงานหาเลี้ยงชีพอยู่ สาเหตุที่ทั้งเมืองตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเพราะพายุที่ไม่ทราบที่มาลูกนี้กำลังรุนแรงขึ้น ทั้งที่สองสามวันก่อนท้องฟ้ายังแจ่มใสอยู่เลยแท้ ๆ ทว่าในคุกที่มืดและชื้นแฉะ กลับไม่รู้ถึงภัยธรรมชาติร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นข้างนอก นักโทษที่โดนทารุณต่างเหน็ดเหนื่อยจนนอนหลับสนิท ในคุกมีเพียงเสียงน้ำหยดจากบนเพดานหินและเสียงลมที่พัดผ่านช่องระบายอากาศ ความเงียบผิดจากปกติธรรมดาช่วยเสริมบรรยากาศทำให้คุกนี้ดูน่าวังเวง มันเงียบสงัดราวกับที่แห่งนี้ไร้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ทว่าในส่วนที่ลึกสุดของคุกแห่งนี้ หากลองเงียหูฟังให้ดีจะพบว่ามีเสียงของคนสองคนกำลังคุยกันด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ราวกับการที่พวกเขาถูกจับมาขังที่นี่ไม่ได้สร้างความหวาด

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 10 ม้าวิ่งเตลิด

    หลังจากที่เสียนเปาออกเดินทางตั้งแต่เช้า ไม่ถึงครึ่งวันนางก็เห็นกำแพงเมืองจากที่ไกล ๆ คาดว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วยามนางคงจะได้เห็นหั่งโจวเสียที เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ก็ทำให้ดรุณีอารมณ์ดีขึ้นตลอดการเดินทาง ท่ามกลางเสียงล้อรถม้าลากจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของหนึ่งผู้โดยสารกับหนึ่งสารถีเมื่อรถม้

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 8 โรงเตี๊ยมกลางป่า

    เส้นทางสู่หั่งโจวรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ แม้เมืองหั่งโจวในคำบอกกล่าวของเหล่าปีศาจจะเหมือนดั่งแดนสวรรค์ แต่ระหว่างทางกลับเต็มไปด้วยความอันตราย เนื่องจากไม่ว่าปีศาจตนใดก็ล้วนอยากเดินทางไปที่แห่งนั้น ทำให้ยิ่งเข้าใกล้หั่งโจวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีปีศาจให้เห็นได้ชัดมากหน้าหลายตา เสียนเปาน้อยใช้เงินที่ขโมยม

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 7 หัวขโมย

    ​ เสียนเปาตื่นขึ้นมาอีกก็ล่วงเข้ายามซื่อ[1]แล้ว นางยันตัวลุกจากฟูกด้วยสีหน้างัวเงียพลางบิดขี้เกียจ มือน้อยลูบท้องเพราะเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา ครั้นก้มมองเรือนร่างของตนที่ยังคงสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น สีหน้าก็ฉายแววครุ่นคิดเพียงชั่วอึดใจ ดวงตากระจ่างใสเหลือบไปเห็นเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ที่แขวนอย

  • เล่ห์ปีศาจ   ตอนที่ 6 ทะเลาะกันราวกับเด็ก

    เมื่อกลับมาที่กระโจมของหวังเหว่ย ดรุณีน้อยที่เดินตามมาติด ๆ ก็ไม่รอช้ารีบปีนขึ้นไปบนฟูกนุ่มนิ่มก่อนจะเหยียดตัวนอนอย่างสบายใจ หวังเหว่ยซึ่งเดินตามหลังเข้ามาเมื่อเห็นว่าเตียงของตนถูกคนตัวเล็กยึดไปเป็นที่เรียบร้อย ใบหน้ายิ่งบูดบึ้งจนนึกว่าไปโดนผึ้งที่ไหนต่อย ร่างสูงเดินเข้าไปข้างเตียงก่อนจะเอื้อมมือไป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status