Beranda / โรแมนติก / เล่ห์พสุธา / บทที่สอง …กะทันหันไปหมด

Share

บทที่สอง …กะทันหันไปหมด

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-02 12:10:34

บทที่สอง

…กะทันหันไปหมด

           

            ระหว่างที่นั่งรถมาด้วยกัน ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำนอกจากร่างสูงจะนั่งฮัมเพลงราวกับมีความสุขนักหนา ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พสุธาหวงชีวิตโสดดูได้จากการที่เขาไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนเลยนอกจาก...น้องเล็ก เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่อยู่ข้างบ้านเธอ

            “แกไปส่งฉันที่คอนโดก็ได้” ดาริกาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายมุ่งตรงไปยังบ้านของเธอ

            “ไปอยู่คอนโดตั้งแต่เมื่อไหร่” ถามด้วยความสงสัยเพราะปกติ ตลอดช่วงเวลาในการเรียนเธอก็อยู่ที่บ้านตลอดทั้งยังเป็นคนที่ค่อนข้างติดบ้านอีกด้วย ไม่นับรวมเวลาต้องมาสอนการบ้านหรือทำงานกลุ่มที่บ้านของเขาก็มักจะเห็นหญิงสาวอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน

            “ตั้งแต่กลับไทย บ้านไกลจากที่ทำงาน” แล้วทั้งรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งโดยที่ดาริกาก็ไม่ได้ชวนคุยแต่อย่างใด

            สี่ปีที่ห่างกันทำให้ความเป็นเพื่อนของทั้งสองคนดูห่างออกไปเช่นเดียวกัน เพราะเธอรู้สึกเหมือนพสุธาเป็นคนแปลกหน้า หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่มีความเงียบระหว่างกัน อาจจะเป็นพสุธาที่ชวนคุยหรือเธอที่เอ่ยถามว่าตลอดสี่ปีเขาทำอะไรบ้าง

            รถเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ เพราะการจราจรที่ติดขัดแม้จะเป็นวันเสาร์ก็ตาม ทั้งสองติดอยู่บนถนนกว่าสองชั่วโมงโดยที่ดาริกาหลับไปด้วยความเหนื่อยตื่นมาอีกทีเมื่อรถจอดตรงลานจอดรถใต้คอนโดสูงแล้ว

            “เดี๋ยวนะ นี่ไม่ใช่ที่จอดรถใต้คอนโดฉัน” บริเวณโดยรอบถูกทาด้วยสีเขียวแต่ชั้นจอดรถคอนโดเธอเป็นสีขาว

            “อ๋อ คอนโดฉันเอง” พสุธาตอบหน้าตาย

            “ฉันจะกลับคอนโดฉันแล้วแกพามาคอนโดแกทำไม”

            “ก็แกหลับฉันไม่รู้ทางก็พามาห้องฉันก่อนไง” คำตอบและแววตาทะเล้นทำให้เธอต้องหายใจเข้าออกแรงๆ หลายที พยายามระงับโทสะที่เกิดขึ้นอย่างสุดความสามารถ มือบางกระชับผ้าคลุมไหล่เอาไว้แล้วเปิดประตูรถออกไปอย่างจำยอม พสุธาเดินตามหลังเธอมาก่อนจะคว้ามือบางมาจับ

            “ปล่อยนะ มาจับทำไม”

            “เดี๋ยวเดินหลง แกไม่เคยมาคอนโดฉันไม่ใช่เหรอ” ถึงแม้ว่าพสุธาจะออกมาอยู่คอนโดตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่เธอก็ไม่เคยมาห้องเขาเลยสักครั้งเพราะกลัวคำครหา

            “ก็เดินนำไปสิ จะมาจับทำไมฉันไม่ใช่เด็กที่จะเดินหลงทางซะหน่อย” ดาริกาพยายามดึงมือตนเองออกจากการเกาะกุมแต่ยากเหลือเกินมือเหนียวอย่างกับตุ๊กแกจับไม่ปล่อย

            “จับไว้เพิ่มความอบอุ่นไง” ใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาหาเธอใกล้ๆ   ดาริกาจึงหันหน้าหลบแล้วเดินนำเขาไป โดยมือทั้งสองยังจับกันอยู่ เสียงหัวเราะดังมาจากคนตัวสูงก่อนที่จะเข้าไปในลิฟต์ ชายหนุ่มสแกนบัตรแล้วกดไปยังชั้นที่พักของตนเอง คอนโดแห่งนี้หรูหราพอสมควรดูได้จากลิฟต์ที่กว้างขวางและทำจากอุปกรณ์ชั้นดีค่อนข้างเป็นส่วนตัว

            “ไปกันเถอะ” มือหนาปล่อยเธอให้เป็นอิสระได้เพียงครู่ก็เปลี่ยนมาโอบไหล่เอาไว้แทน

            “มองทำไม ก็กลัวแกหลง” พสุธาเอ่ยขึ้นทำเอาหญิงสาวได้แต่เข่นเขี้ยวด้วยความไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก กลับมาได้เพียงเดือนเดียวชีวิตที่เคยสงบสุขก็เปลี่ยนเพียงแค่เจอกัน ทั้งสองหยุดหน้าห้อง 4204 พสุธาแตะคีย์การ์ดและใส่รหัสผ่านที่ประตูก่อนเสียงจะดังติ๊ดและประตูถูกเปิด

            ภายในห้องด้านขวาเป็นประตูสีขาวพอเปิดเข้าไปเป็นห้องรองเท้าขนาดกลางที่มีตู้ใส่หลายใบร่างสูงเอารองเท้าวางไว้แล้วเดินตรงไปก่อนจะเจอทางเลี้ยวสองทาง เดินเลี้ยวขวาพบห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่เพดานสูงมีโคมไฟระย้าห้อยลงมา ข้างกันนั้นมีบันไดขึ้นไปชั้นบนที่เป็นห้องครัวและโต๊ะอาหารสำหรับครอบครัว ร่างสูงเปิดเพลงคลาสสิคที่เขาชอบฟังแล้วพาเธอเดินไปทางซ้ายก็พบห้องอีกสองห้อง

            “เข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน เสื้อผ้าก็ใส่ของฉันไปก่อน” ร่างบางมองคนตัวสูงที่ทำให้เรื่องยุ่งยาก แค่พาเธอไปห้องของตนเองก็จบแล้วไม่ต้องมายืมเสื้อผ้ากันให้วุ่นวาย

            “ไม่ต้องมาด่าทางสายตา ไปเลย” มือหนาของพสุธาดันหลังหญิงสาวให้เข้าไปห้องใหญ่ พอเข้ามาเธอก็พบห้องนอนขนาดกว้างกว่าคอนโดมิเนียมปกติอยู่มากคิดว่าราคาคงไม่ใช่น้อยๆ กลางห้องมีเตียงขนาดหกฟุตถูกปูทับด้วยผ้าสีคราม หน้าต่างบานยาวถูกปิดด้วยผ้าม่านทึบจนเธอต้องรูดม่านออกเพื่อให้เห็นวิวของเมืองหลวงยามเก้าโมงเช้าเช่นนี้ มีระเบียงออกไปด้านนอกแล้วก็พบโซฟาสีขาวและโต๊ะกลมตัวเล็กวางอยู่ เขาจัดห้องได้น่าอยู่ทีเดียว ดาริกาเดินเข้ามาภายในห้องแล้วไปยังประตูบานเลื่อนพบกับห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินจัดอย่างเป็นระเบียบและมีสไตล์ ดาริกาเปิดตู้เพื่อเลือกเสื้อผ้ามาใส่ก็ได้เสื้อยืดกับกางเกงยางยืดขาสามส่วน หยิบผ้าขนหนูก่อนเดินเข้าห้องน้ำ

            ภายในห้องน้ำมีฝักบัวและอ่างอาบน้ำที่เพียงเปิดม่านก็เห็นวิวทั่วกรุง เหมาะที่จะนำไวน์มาจิบยามค่ำคืนมองดูแสงไฟเหลือเกิน ยอมรับว่าพสุธาเลือกคอนโดได้ดีและคงจะแพงจนเธอไม่กล้าควักเงินจ่ายแน่นอน ยิ่งอยู่ในย่านที่ดินตารางเมตรละสี่แสนด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงราคาห้องนี้เลย

            อาบน้ำเสร็จก็ใช้ครีมของเขาล้างหน้า แม้เครื่องสำอางจะออกไม่หมดก็ดีกว่าจัดเต็มเหมือนเมื่อครู่ เธอใส่ชั้นในตัวเก่าแล้วสวมชุดใหม่ทับส่วนชุดเก่าของตนเองก็ใส่ถุงเปล่าที่หาเจอในห้องของพสุธา จัดการตนเองเรียบร้อยแล้วจึงออกมาข้างนอกเดินไปยังห้องรับแขกก่อนจะได้กลิ่นไหม้

            “ทำอะไรน่ะ” เห็นควันขึ้นเธอก็รีบขึ้นบันไดไปที่ครัวพบกับเนื้อที่ไหม้เกรียมบนกระทะ

            “จะทำสเต๊กแต่ดูแล้ว..คงกินไม่ได้”

            การทำอาหารของพสุธาติดลบจนไม่ควรให้เข้าห้องครัวด้วยซ้ำ

“ถอยไปเลย” หากให้ทำต่อคงไม่พ้นห้องไฟไหม้ดาริกาจัดการปัญหาทุกอย่างด้วยความรวดเร็วแล้วทำอาหารเช้าให้ทั้งเขาและตัวเองกินด้วยเมนูข้าวผัดหมู

            “ให้ช่วยไหม” ชายหนุ่มผู้ไม่เข็ดกับการเข้าครัวเสนอตัวเอง

            “ไปล้างผักก็พอ” ห้องครัวที่นี่มีอุปกรณ์ครบแม้เจ้าของห้องจะไม่ได้ใช้ก็ตาม “ทำไมห้องแกเครื่องครัวครบทุกอย่างเลย”

            “แม่หามาให้ บางทีแม่ก็มาทำกับข้าวให้กินไม่ก็ส่งแม่บ้านเอาอาหารมาให้เลยมีของครบแบบนี้แหละ”

            ไม่แปลกเพราะอานิทห่วงลูกชายที่ไม่ค่อยเอาไหนมาตั้งแต่เด็กแล้ว เธอยังสงสัยที่อนุญาตให้พสุธามาอยู่คอนโดคนเดียวแบบนี้ตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย

            “นั่นแกจะทำอะไร”

            “หุงข้าวไง จะทำข้าวผัดแกจะให้ฉันทำดิบๆ เหรอ” เหมือนบรรยากาศเดิมๆ เริ่มกลับมาทั้งสองต่างปล่อยวางเรื่องราวไม่ดีเอาไว้

            “ไม่ครับผม เชิญครับที่รัก” คำเรียกที่ไม่เคยได้ยินทำให้ร่างบางหันไปมองชายหนุ่มซึ่งกำลังล้างผักอย่างขะมักเขม้น บางทีพสุธาก็ทำให้หัวใจเธอทำงานหนักโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นผู้ชายที่ร้ายกาจมากเลย

            “เสร็จแล้วหั่นด้วย”

            สองหนุ่มสาวช่วยกันทำอาหารแม้ร่างสูงจะช่วยไม่ได้มากแต่ก็เป็นกำลังใจที่ดีให้กับเธอ พอเสร็จหน้าที่ตนเองก็ผละไปทำความสะอาดร่างกาย ปล่อยหน้าที่ครัวให้เป็นของดาริกา หญิงสาวหั่นเนื้อหมูเสร็จก็เตรียมของทุกอย่างไว้ ระหว่างรอข้าวสุกก็แอบเดินลงมาสำรวจห้องนี้ไปพลาง มีเพียงห้องเดียวที่เธอไม่ได้สำรวจคือข้างห้องนอนจะมีประตูอีกห้องอาจจะเป็นห้องรับแขก ดาริกาละความสนใจเดินดูรูปที่ติดข้างผนัง อดยอมรับไม่ได้ว่าพสุธาเป็นคนถ่ายรูปสวยมาก เขามาถูกทางแล้ว

            ติ๊ง

            เสียงเตือนของหม้อหุงข้าวทำให้เธอผละจากการสำรวจห้องไปทำอาหารง่ายๆ ที่ทุกครัวเรือนก็ทำด้วยเมนูข้าวผัด ทำไม่นานก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟเธอจึงนำไปไว้ที่โต๊ะอาหารซึ่งมีเก้าอี้สี่ตัวและผละออกมาทำน้ำซุปไว้ซดกินให้ลื่นคอ

            “หอมจัง” แรงกอดรัดที่เอวทำเอามือของดาริกาที่ถือทัพพีอยู่ยกขึ้นสูงด้วยความตกใจ แต่พอรู้ว่าเป็นอีกฝ่ายก็เกิดความกระอักกระอวนขึ้นทันที ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเธอและพสุธามาก่อนเลย

            “เล่นอะไรของแก” ว่าแล้วก็พยายามขยับตัวบอกด้วยภาษากายให้ปล่อยแต่อีกฝ่ายกลับตีเนียนยื่นหน้าเข้ามาดูว่าเธอกำลังทำอะไร

            “ก็จะได้ชินไง แกทำซุปด้วยเหรอ น่ากินมาเลย”

            น่ากินนั้นเธอรู้แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมต้องมากระซิบข้างหูเสียงแผ่วแบบนั้นด้วย มันไม่ปกติมากสำหรับคนที่เป็นเพื่อนมาตลอด ดาริการู้สึกอึดอัดเพราะเขินจากกระทำของอีกฝ่าย

            “ปล่อยได้แล้ว จะตักใส่ถ้วย” แทบจะไม่กล้าหันหน้าไปหาอีกฝ่ายเพราะรู้สึกได้ว่าอยู่ใกล้กันเกินไป จนกลัวว่าจมูกอีกฝ่ายจะมาโดนแก้มเธอ

            “ก็จะช่วยตัก”

            “มันจะตักได้ยังไงกอดเอาไว้แบบนี้”

            ในที่สุดร่างสูงก็หัวเราะออกมาแล้วยอมปล่อยเธอในที่สุด พสุธาเดินไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวยิ้มหน้าเป็นหยิบแตงกวาในจานข้าวผัดมากินเล่นระหว่างรอว่าที่ภรรยายกน้ำซุปมาเสิร์ฟ

            “พูดจริงๆ นะดาว ตอนนี้เราก็เป็นผัวเมียกันแล้ว”

            การพูดจาขวานผ่าซากของเขาแม้จะติดจนเรียกว่าเป็นนิสัยไปแล้วเธอก็ยังไม่ชินเสียที

            “ยังไม่เป็น!” ปฏิเสธเสียงแข็งอย่างรวดเร็ว

            “ทำไมจะไม่เป็น เมื่อคืนเรายังสนุกด้วยกันอยู่เลย” ในขณะที่กินข้าวพสุธาก็พยายามจะรื้อฟื้นความทรงจำเมื่อคืนที่เธอจำไม่ได้แม้แต่เหตุการณ์เดียว รับรู้เพียงแค่ตื่นขึ้นมาก็ได้สามีเสียอย่างนั้น

            “ฉันจำไม่ได้ แกเลิกพูดแล้วกินอย่างเดียวได้ไหม” ร่างสูงยักไหล่เลิกพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วกินข้าวไปด้วยความอร่อย ดาริกาเองก็เงียบพยายามไม่คิดเรื่องเมื่อคืนแต่กลับเครียดแทน ต่อจากนี้ไปชีวิตเธอจะยุ่งขนาดไหน แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักแต่เขาไม่ได้รักเธอ ก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่รักและคิดกับเขาแค่เพื่อน เพียงเรียบเรียงความรู้สึกก็ปวดหัวขึ้นมาเสียแล้ว

            “อร่อยเหมือนไปกินร้าน” พสุธาชอบอาหารที่เธอทำเสมอจะกินหมดจานแล้วนั่งรอเธอที่กินไม่ถึงครึ่งก็รู้สึกอิ่ม

            “กินให้หมด” เมื่อเห็นหญิงสาวยกแก้วน้ำขึ้นดื่มทั้งที่ข้าวยังเหลือครึ่งจานชายหนุ่มก็พูดเสียงแข็งทันที

            “อิ่มแล้ว” เธอมักจะกินข้าวได้น้อยแต่ถ้าเป็นซูชิกลับกินได้มากซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจยากจริงๆ

            “กินหรือดมกันแน่ เอามาเดี๋ยวกินให้” จานข้าวของเธอถูกเลื่อนไปตรงหน้าพสุธาโดยอีกฝ่ายไม่ได้รังเกียจที่จะกินต่อจากเธอเลย หญิงสาวลุกขึ้นเก็บจานไว้ที่ซิงก์ล้างจาน แล้วหันมาเก็บครัวรอกระทั่งอีกฝ่ายกินข้าวอิ่มเอาจานมาวางไว้

            “เดี๋ยวฉันล้างเอง” ร่างสูงเสนอ

            “ไม่เป็นไร”

            “แกทำแล้ว หน้าที่ล้างก็เป็นของฉันสิ ช่วยกัน” รอยยิ้มของเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนสถานะเป็นว่าที่สามีทำให้ดาริกาพยักหน้าจำยอม

            “ไปนั่งดูทีวีรอเลย”

            เธอไม่สามารถขัดได้จึงเดินไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่นเปิดทีวีดูรายการโทรทัศน์ ดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ไม่อย่างนั้นคงได้ลางานแน่นอน ดาริกาลอบมอบแผ่นหลังหนาที่กำลังล้างจานอย่างขยันขันแข็ง เขาเป็นคนมีน้ำใจต่อผู้อื่นเสมอ ทุกคนต่างหลงเสน่ห์ เธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หลงจนเมื่อสี่ปีก่อนได้รู้ว่าร่างสูงไม่ได้รักเธอที่จูบก็เพราะเมา สำหรับพสุธาจะเป็นใครก็ได้สินะ...

            แต่คงมีเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจ น้องเล็ก..สาวน้อยหน้าตาน่ารักที่เคยคบกับพสุธาไม่นานตามข่าวลือที่เธอได้ยิน อาจจะก่อนเขาจบมอหกหลังจากนั้นก็ห่างกันและพสุธาก็ไม่ได้ติดต่อน้องเล็กอีกเลยซึ่งเธอโล่งใจมาก ไม่เคยเลยสักครั้งที่อยากจะล่วงรู้เรื่องความรักของพสุธาเพราะรู้ไปคนที่เจ็บก็มีเพียงเธอเท่านั้น

            “เสร็จแล้ว” แรงยวบข้างกายพร้อมมือหนาที่พาดบนไหล่เธอทำให้ดาริกาตื่นจากภวังค์ความคิดของตนเอง

            “เหม่ออยู่นั่น คิดเรื่องอะไร” ส่ายหน้าปฏิเสธทันทีเพราะเรื่องที่เธอคิดมีแต่เขาล้วนๆ

            “ดาว ฉันว่าเรามาเปลี่ยนสรรพนามเรียกกันดีไหม ฉัน แก เนี่ยไม่เอาแล้วมันดูเพื่อนเกินไป ในเมื่อเราจะเป็นสามีภรรยากันก็เรียก..เบ๊บดีไหม” ร่างสูงดูกระตือรืนร้นเหลือเกินในการคิดสรรพนามใหม่

            “เบ๊บกินข้าวไหมจ๊ะ เฮ้เบ๊บ” ฟังแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วตีเบาๆ ตรงหน้าผากได้รูปของชายหนุ่ม

            “ประสาท ใครจะไปเรียกลง”

            “เพราะจะตาย ถ้าอย่างนั้น ที่รัก ฮันนีสวีตฮาร์ตหรือแบบไทยๆ หมูอ้วน ตัวเอง”

            ได้ยินแค่นั้นหญิงสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธคอแทบเคล็ด เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมการมีแฟนแล้วต้องเรียกด้วยคำหวานชวนอาเจียนตลอดเวลาขนาดนี้ เธอคนหนึ่งละขอบายฟังแล้วขนลุก

            “ไม่เอา ถ้าแกเรียกฉันแบบนั้นฉันอัดแกแน่”

            พสุธาหัวเราะออกมาเพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ชอบเรื่องแบบนี้ มือหนาเกี่ยวผมยาวสลวยเล่นด้วยความเพลิดเพลิน

            “รู้แล้ว แต่คำว่าแกไม่เอาได้ไหม เอาเป็นเธอ ฉัน นายก็ได้ ดูดีกว่า ไม่งั้นเรียกคุณก็ได้นะครับคุณดาว”

            ทั้งสองไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาใกล้ชิดกันเพียงใดเพราะเพลิดเพลินกับการพูดคุย

            “ก็ได้”

            “ถ้าใครหลุดออกมาต้องโดนจูบ” วิธีการทำโทษที่แปลกของร่างสูงทำให้ดาริกาหันมามองอย่างไม่ค่อยชอบใจนักเพราะดูเหมือนเธอจะเสียเปรียบ

            “ไม่เอา”

            “เอา ตกลงตามนี้ ขอมัดจำไว้ก่อน” ไม่ทันให้ตั้งตัวอีกฝ่ายก็โน้มหน้ามาจูบเธอทันทีก่อนผละออกแล้วก้มลงจูบอีกครั้งอย่างโหยหา มือหนาจับใบหน้าหวานเอาไว้เพราะดูเธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้เอียงหน้าได้องศา พสุธาดูดดึงริมฝีปากบางอย่างเอาแต่ใจ แล้วสอดลิ้นเข้าไปควานหาความหวานตวัดลิ้นเกี่ยวกับเธอเป็นการหยอกเอิน จากที่คราแรกแค่อยากมัดจำแต่ดูเหมือนอารมณ์เขาจะพุ่งขึ้นรวดเร็ว

            “พอ พอแล้ว” มือบางยันอกหนาไว้ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาอุ้มเธอมานั่งตักโดยหันหน้าเข้าหาเขา

            “ขออีก” เสียงทุ้มแหบพร่าบ่งบอกอารมณ์โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

            “พสุธา! ถ้าไม่หยุดฉันจะบีบไอ้นั้นนายนะ” เตือนเสียงเขียวทำให้เขายอมผละออกจากเธอแต่ก็ยังไม่ปล่อยร่างบางไปง่ายๆ กอดเธอเอาไว้แล้วซุกใบหน้าลงซอกคอหอมกรุ่น ไม่เคยคิดว่าเพื่อนที่เห็นมาแต่เด็กจะเย้ายวนได้ขนาดนี้

            “ปล่อยได้แล้ว ฉันต้องอยู่กับนายอีกนาน”

            “นั่นสินะ อีกนานเลย” ในที่สุดก็ปล่อยเธอ เมื่อเป็นอิสระดาริกาก็ลุกขึ้นย้ายไปนั่งอีกฝั่งให้ห่างจากร่างสูงมากที่สุดเพราะกลัวสายตาเจ้าเล่ห์นั้น เขาคือจิ้งจอกเก้าหางมีแผนในหัวเป็นร้อยไม่รู้จะโดนขย้ำตอนไหน

            “เดี๋ยวเย็นๆ จะไปส่ง เข้าไปนอนพักในห้องเถอะ” เมื่อได้ยินว่าอย่างนั้นเธอก็ไม่ขัด เดินเข้าห้องอีกฝ่ายก่อนจะล็อกเอาไว้อย่างดีแล้วขึ้นไปบนเตียงห่มผ้านอนอย่างสบายใจ ขอพักผ่อนสักหน่อยก็แล้วกันเรื่องอื่นค่อยว่าอีกที

           

            ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมางานแต่งถูกเตรียมไปอย่างรวดเร็วและคนที่สนใจมากที่สุดคือพสุธา เตรียมทั้งชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวโดยติดต่อร้านคนรู้จักนัดวันลอง ช่วยเธอเลือกชุดทั้งยังให้เพื่อนที่เป็นช่างภาพมาถ่ายพรีเวดดิงให้อีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าคนไม่เอาไหนจะเตรียมงานได้ดีขนาดนี้ ทั้งสถานที่ชายหนุ่มก็ติดต่อกับเพื่อนได้ราคาถูกลงกว่าปกติ ว่าที่เจ้าสาวแทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากต้องเข้าคอร์สเจ้าสาวที่เขาจองไว้ให้เท่านั้น

            ไม่กี่วันก่อนพสุธาก็เอารูปถ่ายมาให้เธอเลือกว่าจะเอารูปไหนไว้หน้างานบ้าง เธอเองก็เลือกไม่ได้เพราะมีแต่รูปสวยๆ จนตากล้องสุดหล่อนามดินคนดีต้องตัดสินใจในฐานะช่างภาพ พสุธาเข้ากับพ่อของเธอได้เป็นอย่างดีว่าที่เจ้าบ่าวมักจะไปมาหาสู่ช่วงเดือนที่ผ่านมา แม้เธอจะไม่อยากให้มาเท่าไหร่ก็ตาม เธอกลัวว่าร่างสูงจะเจอน้องเล็กแต่ก็โล่งอกที่ลักษณ์นาราไม่อยู่บ้านเพราะไปเที่ยวต่างประเทศ

            “เชิญขึ้นรถเลยครับคุณผู้หญิง” เช้าวันไหนที่ไม่มีงานพสุธาก็มักจะมารับเธอไปส่งที่ทำงานทุกครั้งแม้จะเพียรบอกว่าทางมันไกลจากที่ทำงานอีกฝ่ายก็ดื้อจะมาให้ได้จนเหนื่อยจะเถียงต้องเลยตามน้ำไป

            “กินข้าวเช้ามาหรือยัง” อีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้า

            “ตื่นก็อาบน้ำมาเลย หิวม้ากมาก” ทำหน้าตาน่าสงสารให้หญิงสาวเห็นใจดาริกาก็ส่ายหัวให้กับลูกอ้อนของเขา        

            “วันนี้ทำข้าวเที่ยงมาให้ด้วย อยู่ในถุงฉันเอาไว้เบาะหลังนะ” พสุธามองถุงสีฟ้าที่เธอเอาไปวางไว้เบาะหลังก็ได้แต่อมยิ้ม

            “ยิ้มอะไร”

            “ก็..เหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันเลย” คำพูดนั้นก็ทำเอาเธอไปไม่เป็นเหมือนกันจึงแสร้งทำหน้าขรึม

            “ออกรถได้แล้วมัวโอ้เอ้อยู่ได้ วันนี้ฉันจะถึงออฟฟิศไหม”

            “ครับคุณนาย ไปเดี๋ยวนี้เลยครับผม” รถยนต์ยี่ห้อหรูเคลื่อนตัวไปตามถนนด้วยความเร็วพอประมาณ ปกติพสุธามักจะชอบขี่รถมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนต์เพราะไปถึงเร็วกว่า สามารถซอกแซกได้พอต้องรับส่งดาริกาก็ต้องเปลี่ยนเพราะไม่อยากให้รองผู้จัดการต้องเข้างานสาย

            “เดี๋ยวตอนเย็นมารับ” ส่งถึงที่เขาก็ไม่ลืมย้ำเพราะกลัวเธอกลับก่อนเหมือนครั้งแรกที่มาส่งพอจะมารับดันกลับแล้วซะอย่างนั้นพสุธาเลยมาเสียเที่ยว

            “รู้แล้ว นายย้ำฉันทุกวันจนเบื่อแล้ว”

            “ก็กลัวหนีกลับก่อน”

            “ไม่หนีแล้ว ไปละ” โบกมือลาก่อนลงจากรถโดยที่ร่างสูงทำเพียงมองตามหลังเธอไปก่อนยกยิ้ม ร่างสูงกลับคอนโดเพื่อไปดูการตกแต่งห้องใหม่และต้องจัดใหม่ทั้งหมดระหว่างรอสร้างเรือนหอ เขาไม่ได้บอกดาริกาเรื่องเรือนหอบอกเพียงว่าหลังแต่งงานให้ย้ายมาอยู่ที่คอนโดของตนเพราะใกล้ที่ทำงานมากกว่าเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงตอบรับคำอย่างง่ายดาย

            “พี่ตาคะ นี่บัตรเชิญงานแต่งดาวค่ะ” ช่วงบ่ายที่ไม่ค่อยมีงานแล้วดาริกาเห็นว่าทางสะดวกจึงเข้าไปหาหัวหน้าแผนกที่เธอเคารพ พร้อมกับยื่นซองสีเงินกลิ่นหอมให้จนหัวหน้าตกใจ

            “อะไรกัน ตอนผมสัมภาษณ์บอกโสด เพิ่งผ่านไปไม่กี่เดือนดันจะแต่งงานซะอย่างนั้น” พี่ตาหรือคุณหิรัญหัวหน้าแผนกโฆษณาเป็นหนุ่มร่างท้วมชอบความเฮฮาและสังสรรค์แถมแจกโบนัสไม่อั้นทำให้เป็นที่รักของลูกน้องทั้งหลาย

            “พอดีกะทันหันค่ะ” ไม่รู้จะตอบไปว่าอย่างไร เธอเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าโสดมาเป็นสิบปีพอจะมีแฟนดันข้ามขั้นไปแต่งงานเฉยเลย

            “ยังไงก็ยินดีด้วยนะ พาแฟนมาแนะนำกับทุกคนด้วยล่ะ” กฎของแผนกนี้คือทุกคนเหมือนพี่น้องไม่ว่าจะแฟนหรือญาติต่างก็รู้จักกันดี เธอทำเพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น ไม่ค่อยอยากจะพาเขามาเท่าไหร่เพราะอีกฝ่ายมนุษย์สัมพันธ์ดีเกินไปเกิดพูดเรื่องไม่ควรขึ้นมาเธอจะทำอย่างไร

            “ถ้าอย่างนั้นดาวขอตัวไปทำงานต่อนะคะ”

            “เชิญๆ” เมื่อแจกซองให้หัวหน้าแล้วจึงมาแจกซองเพื่อนร่วมงานทำเอาหนุ่มๆ ต่างโอดครวญที่เธอสละโสดเร็วขนาดนี้ แต่ละคนก็อยากเห็นว่าที่เจ้าบ่าวของเธอว่าจะหล่อสักแค่ไหน แต่หญิงสาวก็ตอบเพียงไม่ค่อยหล่อหรอกค่ะ

            การทำงานช่วงบ่ายผ่านไปด้วยดีจนกระทั่งมีคนมาขอพบเธอ“พี่ดาวขา มีคนมาขอพบหน้าตาหล๊อหล่อไม่ทราบว่าเป็นคุณเจ้าบ่าวหรือเปล่าคะ” เด็กฝึกงานที่สนิทด้วยเข้ามาบอกเธอถึงโต๊ะทำงานยิ่งสร้างความสงสัย ไม่คิดว่าพสุธาจะมารับเร็วขนาดนี้ งานอีกฝ่ายเลิกไม่เป็นเวลาเท่าไหร่

            “พี่ว่าไม่น่าใช่ แต่ยังไงก็ขอบใจที่มาบอกนะ” ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกไปยังห้องรับแขกของแผนก พอเธอเดินไปทุกคนต่างก็กรูไปยังประตูอย่างรวดเร็วเพื่อดูหน้าว่าที่เจ้าบ่าวที่ทุกคนปักใจเชื่อไปแล้ว

            “หล่อจริงด้วย”

            “ท่าทางจะรวยน่าดู” เสียงซุบซิบดังไปทั่วออฟฟิศโดยคนโดนนินทาไม่รู้ตัวสักนิด ดาริกาเดินออกมาก็พบกับชายหนุ่มที่ยืนยิ้มให้เธอพร้อมถุงขนมต่างๆ

            “อ้าวพี่รุต สวัสดีค่ะ” เขารับไหว้แทบไม่ทันก่อนเธอจะเชิญอีกฝ่ายนั่ง

            “ขอโทษที่วันนั้นดาวหนีไปนอนก่อนนะคะเลยไม่ค่อยได้คุยกันเลย” รู้สึกผิดที่ปล่อยให้รุ่นพี่ต้องอยู่กับคนที่ไม่สนิทด้วยแต่ชายหนุ่มก็เพียงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

            “ไม่เป็นไรพี่เข้าใจ”

            “แล้วพี่รุตมาทำอะไรแถวนี้หรือคะ ติดต่อธุระหรือเปล่า” ดวงตากลมโตฉายแววสงสัยมองหน้าหล่อที่ทำเพียงยิ้มเจื่อนเท่านั้น

            “พี่ผ่านมาเลยแวะมาหาดาวน่ะ แล้วก็เอาขนมมาฝากด้วย” ถุงขนมหลากหลายยี่ห้อถูกยื่นให้ดาริกาที่มีท่าทางเกรงอกเกรงใจเหลือเกิน

            “ลำบากแย่เลย ซื้อมาทำไมเยอะแยะคะ”

            “พี่ไปทำงานเดือนที่แล้วไปเป็นเดือนเลยมีของเยอะหน่อย นี่ก็แบ่งให้คนอื่นไปเยอะแล้วนะ” ขนาดแบ่งคนอื่นแล้วขนมที่ให้เธอยังมีหลายถุงจนคิดว่าจะกินยังไงให้หมด ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมเอาของให้เขาเธอจึงรีบบอก

            “ดาวก็มีของจะให้พี่รุตเหมือนกัน รอสักครู่นะคะ” พูดจบร่างบางก็รีบเดินเข้าไปในห้องทำงานทำให้คนที่เกาะกลุ่มกันรีบสลายตัวอย่างรวดเร็วแล้วยิ้มให้เธออย่างมีเลศนัย ดาริกาไม่ได้สงสัยอะไรรีบเดินไปหยิบของที่ว่าก่อนออกจากห้องไปหาแขกที่นั่งรออยู่

            “นี่ค่ะ” ซองกระดาษสีเงินพิมพ์ลายถูกยื่นมาตรงหน้า หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ มือหนาสั่นขณะที่รับมาจากเธอ กลิ่นหอมจากกระดาษโชยมาในขณะที่ค่อยๆ เปิดออกเพื่ออ่านข้อความข้างใจ ภาวนาว่าให้เป็นงานแต่งของเพื่อนสนิทเธอสักคน

            ดาริกา       พสุธา

            เพียงแค่เปิดหัวใจของเขาก็เหมือนลอยออกมาก่อนจะแตกเป็นฝุ่นผงลงที่เท้าไม่เหลือชิ้นดี เพียงแค่คิดจะรักก็อกหักแม้ยังไม่ทันเริ่ม มองใบหน้าหวานที่มีรอยยิ้มแต่งแต้มก็สร้างความช้ำให้ตนเป็นเท่าทวีคูณ

            “พี่ไม่รู้มาก่อนว่าดาวมีคนรัก” อย่าว่าแต่เขาเลยเธอเองก็เพิ่งจะรู้เช่นเดียวกัน

            “ค่ะ พอดีไม่ค่อยบอกใคร” หรือพูดง่ายๆ ไม่มีใครรู้จะถูกกว่า ตอนนี้การ์ดแต่งงานของเธอและพสุธาก็ทยอยส่งให้เพื่อน ทุกคนต่างก็สงสัยทั้งนั้นเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าพสุธาและเธอจะลงเอยกัน มีแต่ตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจจะท้องซึ่งก็กลัวจะจริงเหลือเกินจึงไปตรวจก็ทราบว่าเธอปกติดีไม่ได้ตั้งครรภ์แต่อย่างใดก็โล่งใจ

            “พี่ยินดีด้วยนะครับ” แม้จะพูดแบบนั้นแต่แววตากลับแสดงความเจ็บปวดออกมาก่อนจะรีบขอตัวกลับเพราะต้องไปทำงานต่อ

            ดาริกาลุกขึ้นไหว้ขอบคุณอีกครั้งแล้วกลับเข้ามาภายในห้อง ใช่ว่าจะไม่รู้เรื่องความรู้สึกของมารุตที่มีต่อเธอ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อความรู้สึกที่ให้คนตรงหน้าคือพี่น้องเท่านั้น แม้ไม่มีพสุธาความรู้สึกของเธอก็ไม่พัฒนาไปมากกว่านี้แน่นอน

            มองนาฬิกาก่อนจะรีบทำงานเพราะอีกไม่นานว่าที่สามีคงมารับกลับบ้าน เธอแทบไม่ได้อยู่คอนโดตัวเองเพราะพสุธาเห็นว่าใกล้แต่งงานแล้วจึงอยากให้เธออยู่กับบิดาเรียนรู้งานบ้านงานเรือนมากกว่าแม้จะรู้สึกตงิดในใจ หากไม่ได้ทักท้วงให้มากกว่าจึงปล่อยเลยตาม อะไรที่ทำให้ได้ก็ทำไปไม่ได้ลำบากตนเองแต่อย่างใด

            เมื่อถึงเวลาห้าโมงครึ่งโทรศัพท์ดังเธอก็เก็บโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนจะลาคนที่เหลือแล้วลงไปข้างล่างก็เจอรถยนต์ที่คุ้นตาจอดอยู่ เปิดประตูข้างคนขับขึ้นมานั่งพร้อมรับน้ำที่เขามักจะซื้อมาฝากไม่ซ้ำกันมาดื่มอย่างสดชื่น รถเคลื่อนตัวออกไปส่งกลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ

    ตอนพิเศษ...ลูกสาวข้าใครอย่าแตะ กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนพสุธาไม่อยากจะเชื่อ จากชายหนุ่มวัยเลยเบญจเพสกลับกลายเป็นคุณพ่อลูกห้าที่ยังคงความหล่อและเฟี้ยวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแม้ว่าจะอายุสี่สิบเอ็ดปีแล้วก็ตามไม่ต่างจากภรรยาที่ยังคงสวยราวกับหยุดใบหน้าไว้ที่อายุยี่สิบห้าปี “พ่อครับ วันนี้ผมเห็นใครก็ไม่รู้ให้ดอกไม้พี่วีด้วย” จากเด็กชายตัวน้อยที่ชอบเล่นรถแบคโฮกลับกลายเป็นหนุ่มตัวสูงโย่งกว่าเพื่อนในห้องเสียงเริ่มแตกหนุ่ม “จริงหรือลูก! มันเป็นใคร” คุณพ่อจากที่นั่งดูภาพในจอแมคบุ๊คเครื่องใหม่ที่เพิ่งถอยเพราะเครื่องเก่าตกน้ำแช่นานร่วมวันโดนเมียด่าจนหูชาขนาดซื้อเครื่องใหม่มายังโดนทุกวันจนเริ่มคิดแล้วว่าวางยาเมียซะดีไหม “ตัวสูงๆ ไม่ค่อยหล่อเลยนะพ่อ หน้าตาเหมือนโจรไม่น่าไว้ใจ” นั่งลงข้างบิดาที่โซฟากลางห้องรับแขก ชุดนักเรียนก็ยังไม่ถอดเพราะจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาบอกพ่อให้ได้รู้ก่อน เด็กชายพชิราอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเพิ่งสอบเข้าได้เรียนที่เดียวกับพี่สาวต่างจากน้องอีกสามคนที่เรียนนานาชาติแต่ปีหน้าเด็กแฝดก็คงไปสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับพี่ทั้งสองคน

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้

    ตอนพิเศษ...ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้“น้องดาวไหว้คุณอาสิลูก”เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาบ้านของคุณอาพสุหลังจากที่ท่านแวะไปหาพ่อของเธอบ่อยๆ บ้านหลังใหญ่ที่มีความร่มรื่นจนเด็กหญิงอายุแปดขวบรู้สึกชอบ อีกทั้งขนมที่คุณอานิททำก็อร่อยจนวางไม่ลง “สวัสดีค่ะ” มือน้อยประนมแล้วก้มไหว้อย่างสวยงามจนคนเห็นเอ็นดู “ลูกมึงน่ารักดี ท่าจะว่านอนสอนง่าย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณเนติธรมักเอาไปอวดเพื่อนที่ลูกสาวของท่านเป็นเด็กดีเรียนเก่งความประพฤติเยี่ยม “พ่อแม่สอนมาดี”ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อลูกชายคนโตของครอบครัววิจิตรประภาก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน เด็กน้อยตัวขาวแต่ตอนนี้หน้าตามอมแมมเพราะเล่นซุกซน “ตายแล้วดิน ทำไมหน้าเป็นอย่างนั้น” คนเป็นแม่หันมาเห็นลูกชายก็ตกใจ “ก็ดินไปเล่นดินมา ดินเลยเต็มหน้าดิน หน้าดินเลยมีแต่ดินไงครับแม่” ลูกชายตัวดีตอบอย่างไร้เดียงสาจนแขกทั้งสองหัวเราะออกมา ดาริกามองเพื่อนที่มาใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย “ไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาไหว้คุณอาเขา” เอ็ดลูกชายเสียงเบาเด็กน้อยก็รับคำแข็งขันวิ่งไปล้างหน้าจนใสสะอาดเผยให้เห็นความหล่อตั้งแต่

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อ

    ตอนพิเศษ...อย่าปล่อยลูกไว้กับพ่อเช้าวันเสาร์ที่แสนสดใสของพสุธา ร่างสูงตื่นมาด้วยใบหน้ายุ่งเหยิงเนื่องจากเมื่อวานทำงานหนักอีกทั้งกลับมาเมียยังล็อกประตูบ้านบอกกลับเกินหกทุ่มให้นอนข้างนอก สามีที่ประพฤติตัวดีมาตลอดสุดแสนจะช้ำหากให้ร้องเสียงดังก็ไม่กล้ากลัวลูกๆ ตื่นเขาเลยระเห็จไปนอนเต็นท์บนดาดฟ้าที่ปล่อยร้างมานานหลังจากทำประตูที่สองสำเร็จ “พ่อขา พ่อ” นั่งสะลึมสะลือสักพักก็ได้ยินเสียงลูกสาวมาร้องเรียก เปิดซิปออกเห็นใบหน้าหวานของเด็กหญิงพรรณนิกาจ้องมองคุณพ่อตาแป๋ว “เจ้าหญิงของพ่อ” โผจะกอดลูกแต่เด็กน้อยก็หลบเสียก่อนพร้อมปิดจมูก “คุณพ่อปากเหม็นต้องไปแปรงฟันก่อน” บอกเลยว่าตลอดระยะเวลาหกปีตั้งแต่ลูกเกิดคาดหวังว่าลูกสาวคนแรกจะต้องช่างออดช่างอ้อนเห็นดีงามตามพ่อแต่หาเป็นแบบนั้นไม่ แม่เป็นอย่างไรลูกสาวเป็นอย่างนั้นจนคิดว่าได้แม่คนที่สาม “จ้ะลูกรัก พ่อจะไปแปรงฟันเดี๋ยวนี้” หอบประเป๋าของตนเองได้ก็ลงไปพร้อมลูกสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงบานสีฟ้าถักเปียน่ารักจนอยากพาลูกไปเทสต์หน้ากล้องแสดงละครให้โลกได้รู้ว่าลูกสาวหน้าตาดีขนาดไหน “พ่อค้าบ” ลูกชายคนท

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส

    ตอนพิเศษ...ดาวดินอินบุพเพสันนิวาส การจราจรแน่นขนัดบนถนนในเวลาหกโมงครึ่ง ดาริกาที่นั่งบนรถดูกระสับกระส่ายมองถนนสลับกับมองนาฬิกาจนดูแล้วน่าเวียนหัว “เป็นอะไรดาว ฉันเห็นเธอมองไปมองมาหลายรอบแล้ว” คนขับรถสุดหล่อถามด้วยไม่เข้าใจ “วันนี้วันพุธ ต้องรีบกลับ” เดาถูกอย่างนี้ทำไมไม่ซื้อหวยถูกบ้างนะ พสุธาส่ายหน้าช้าๆ แล้วขยับรถทีละนิดจนถนนเริ่มโล่งจึงบึ่งรถให้ภรรยาที่ดูร้อนใจเสียเหลือเกิน “ขับช้า เร็วๆ หน่อย” หนึ่งทุ่มแล้วก็ยังไม่ถึงห้อง ไหนจะต้องทำอาหารเย็นอาบน้ำอีกเพราะหากไม่อาบก่อนละครเล่นอาบอีกทีคงเป็นห้าทุ่มกว่าจะนอนหลับอีกเธอวาดแผนไว้ในใจเงียบๆ รถยนต์เคลื่อนถึงคอนโดพอจอดเรียบร้อยดาริกาก็รีบลงโดยไม่รอพสุธา “อ้าว นี่เธอจะไม่รอฉันก่อนหรือไง” ร้องถามขณะเอาของลงจากหลังรถ ซึ่งของทั้งหมดก็แฟ้มเอกสารของคนตัวบางทั้งนั้น งานเขามีแค่นิดเดียวเอง “หายไปซะงั้น” เงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่หลังของดาริกาท่าทางจะรีบจริงหน้าที่ขนของจึงกลายเป็นของคุณสามี เขาหอบของขึ้นมาบนห้องเปิดประตูไม่เห็นภรรยาจึงเอางานเธอไปวางไว้ห้องทีวีซึ่งคือที่ประจ

  • เล่ห์พสุธา   ตอนพิเศษ ...วันสงกรานต์

    ตอนพิเศษ...วันสงกรานต์“ไอ้ดาวไปเล่นน้ำกัน” ในขณะที่ร่างบางนอนดูทีวีอยู่บ้านตามปกติก็มีชายหนุ่มที่คุ้นหน้าเดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสามส่วนสีเข้มในมือถือปืนฉีดน้ำกระบอกใหญ่เอาไว้ด้วย “ไม่ไป จะอยู่บ้าน” ยันตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วหยิบหนังสือนิยายเล่มโปรดที่เพิ่งไปซื้อเมื่อวานขึ้นมาอ่านพลางเปิดรายการเพลงในทีวีฟังไปด้วยเท่านี้ก็สร้างความสุขให้เธอมากกว่าไปเดินฉีดน้ำคนไม่รู้จักกลางแดดร้อนกว่าสามสิบแปดองศา “โธ่ดาว ไปเถอะ วันสงกรานต์ทั้งทีแกจะนอนอืดอยู่บ้านไม่ได้นะ” เขารบเร้าเพื่อนพลางนั่งลงข้างกายเธอ “ไม่เอา สงกรานต์แล้วยังไง มันก็วันธรรมดา” เธอเบี่ยงตัวหลบเขาที่เอามือมาดึงแขนเธอไว้ “มันไม่ธรรมดาสิ มันคือวันปีใหม่ไทย เราต้องไปสาดน้ำใส่คนอื่น” ชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยมีวาทศิลป์ในการชักจูงคนอย่างพสุธาพยายามหาเหตุผลต่างๆ มาหว่านล้อมเพื่อนสาวที่ยังคงยึดมั่นจะนอนเล่นอยู่บ้านโดยไม่มีท่าทีจะเอนเอียงเลยแม้แต่น้อย “ตอนเช้าฉันไหว้พ่อแล้ว รดน้ำดำหัวเรียบร้อย” “ดาว แกจะไปดีๆ หรือให้ฉันอุ้มไป!” เมื่อไม้อ่อนไม่ได้ผลพสุธาก็งัด

  • เล่ห์พสุธา   บทที่สิบแปด ...ครอบครัวสุขสันต์

    บทที่สิบแปด...ครอบครัวสุขสันต์ หลังคลอดลูกได้หนึ่งสัปดาห์คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็มีผู้ช่วยเต็มบ้านทั้งคุณเนติธร คุณพสุ คุณนิทราที่ขยันมาหาหลานจนแทบไม่กลับบ้าน ดาริกาได้รับคำแนะนำจากแม่สามีเยอะแยะเรื่องการดูแลลูกจนไม่ต้องจ้างพี่เลี้ยง ตอนดึกลูกมักร้องไห้เธอกับสามีก็จะพลัดกันมาอุ้มเด็กน้อยจนแทบไม่มีเวลานอน “ไหวไหมดิน” เวลาตีสองที่ควรได้นอนสองพ่อแม่มือใหม่ก็ช่วยกันดูลูกที่ร้องไห้ยามค่ำคืน เธอลุกขึ้นจากเตียงเห็นคุณพ่ออุ้มลูกแล้วนั่งหลับบนโซฟาเล็กก็เดินมาหาแล้วถามเสียงเบาด้วยกลัวลูกตื่น “อือ ไหว” ตอบกลับแล้วค่อยๆ ลุกเอาลูกลงนอนเปลสำหรับเด็กที่ตั้งไว้ข้างเตียงนอน ใครจะรู้ว่าเป็นพ่อแม่จะเหนื่อยขนาดนี้ ยิ่งเลี้ยงเด็กเล็กด้วยแล้วแทบไม่มีเวลาให้ตนเอง “ไปนอนเถอะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่หรือ” ถามสามีด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เขาโหมงานหนักเพราะต้องการเก็บเงินให้ลูกอย่างจริงจังแม้เธอจะปรามก็ไม่อาจทานเขาได้ “อยากกอดเมีย” โอบเอวบางแล้วพาเธอมานอนบนเตียง การได้กอดร่างนุ่มของภรรยายิ่งหลังคลอดเธอยังมีพุงน้อยๆ ให้บีบตอนนอนยิ่งมีความสุขแม้จะโดน

  • เล่ห์พสุธา   บทที่หก ...หวานไปทั้งตัว

    บทที่หก...หวานไปทั้งตัว แม้จะเป็นเวลาเที่ยงคืนแต่ความหิวก็ไม่ปราณีใคร สองสามีภรรยาช่วยกันทำอาหารมื้อดึกคือเมนูผัดมาม่าใส่ไข่ที่แสนจะเรียบง่าย “ไม่เอาผัก” แม้ว่าจะล้างผักและหั่นเองกับมือแต่พอเห็นดาริกาจะเอาลงกระทะก็อดห้ามไม่ได้ “แล้วจะหั่นมาทำไม” “ก็อยากช่วย” ใบห

  • เล่ห์พสุธา   บทที่ห้า ...เล่นงานลับหลัง

    บทที่ห้า...เล่นงานลับหลัง “พี่ดาวมีคนมาหาค่ะ” ในขณะที่กำลังทำงานอยู่น้องนักศึกษาฝึกงานก็มาบอกเธอด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม มองนาฬิกาที่ตั้งไว้บนโต๊ะก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงกว่าแล้วเธอทำงานจนลืมเวลาไปเลยหรือนี่ “ใครเหรอ” “สามีพี่ดาวค่ะ” บอกพร้อมกับเปิดตัวหนุ่มหล่อที่เดินเข

  • เล่ห์พสุธา   บทที่หนึ่ง ...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกาย

    บทที่หนึ่ง...ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกายตั้งแต่ เป็นสาวเต็มกาย หาผู้ชายถูกใจไม่มีเมื่อคืน ฝันดีน่าตบ ฝันฝันว่าพบผู้ชายยอดดีพาไปเที่ยวดูหนัง พาไปนั่งจู๋จี๋แล้วพาไปเที่ยว ชมสวนเด็ดดอกลำดวนส่งให้ด้วยสิเสียบหูให้ตั้งหลายหนน่ะเสียบหล่น อ่ะเสียบหล่น ตั้งห้าหกทีต๊กใจ ตื่นตอน ตีสี่แหมเสีย ดายจัง เฮ่อ เสีย

  • เล่ห์พสุธา   บทนำ

    บทนำ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อได้สัมผัสกับริมฝีปากหนาได้รูปของคนที่ครอบครองหัวใจเธอมานานแสนนาน อาจด้วยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเหตุผลกลใดก็ตาม ที่ทำให้ร่างสูงกระทำการอุกอาจแบบนี้เธอก็ไม่อาจทราบได้ “อึก”หายใจไม่ทันเพราะไม่ประสีประสากับเรื่องนี้ เธอยังอ่อนหัดกับภาษากาย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status