LOGINฉันเดินกลับเข้าบ้านด้วยท่าทางที่พยายามจะให้ปกติที่สุด แต่ขาทั้งสองข้างกลับสั่นพั่บๆ จนเกือบจะก้าวไม่ออก กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายดิบเถื่อนของคุณอัครยังคงติดอยู่ที่ซอกคอ และความแฉะชื้นหว่างขาก็ย้ำเตือนถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในศาลาได้เป็นอย่างดี
"อ้าวนินกลับมาแล้วเหรอครับ ดูหน้าแดงๆ นะ ไปตากแดดมาเหรอ?" เสียงของเตชินท์ดังขึ้นจากโซฟาห้องรับแขก เขากลับมาก่อนกำหนดและกำลังนั่งจิบกาแฟสบายใจ ฉันชะงักกึก หัวใจเต้นรัวเหมือนกลัวความลับจะแตก "ค่ะเต แดดที่สวนกุหลาบร้อนมากเลย" ฉันแสร้งทำเป็นพัดลมเข้าหน้าตัวเอง เตชินท์ลุกขึ้นเดินตรงมาหาฉัน เขากวาดสายตามองไปที่คอเสื้อที่ยับย่นเล็กน้อย ก่อนจะช้อนคางฉันขึ้น... และสายตาเขาก็หยุดอยู่ที่รอยแดงจางๆ ตรงไหปลาร้าที่เกิดจากฟันคมๆ ของคุณอัคร "รอยนี่... มดกัดเหรอครับ?" เขากระซิบถาม ยิ้มมุมปากขยับกว้างขึ้นอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม "อ๊ะ นินไม่รู้ สงสัยมดในสวนจะดุมั่ง" ฉันตอบเสียงแผ่ว พลางหลบตา "มดตัวนี้ท่าทางจะตัวใหญ่มากนะครับนิน" เตชินท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาไม่ได้โกรธ แต่ดวงตากลับฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด "แดดดี้ล่ะครับ ท่านดูแลนินดีไหม?" "ท่าน ท่านดุมากค่ะเต นินกลัวจังเลย" ฉันแกล้งซบหน้าลงกับอกเตชินท์ "กลัว... แต่ก็แฉะไปหมดเลยใช่ไหมครับ?" คำพูดโพล่งออกมาของแฟนหนุ่มทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัว เตชินท์ก้มลงมากระซิบข้างหูฉันอย่างจงใจ "ผมเห็นนะ... ตอนที่แดดดี้อุ้มคุณเข้าไปในศาลา ผมเห็นขาคุณสั่นระริกเลยล่ะนิน" ฉันเบิกตากว้าง "เตเห็น?" "เห็นสิครับและผมชอบมากด้วย" เตชินท์เชยคางฉันขึ้นมาจูบเบาๆ "ผมบอกแล้วไงว่าถ้าคุณอยากได้แดดดี้ ผมจะช่วย... คืนนี้แดดดี้จะเข้าไปทำงานในห้องสมุดคนเดียว คุณแกล้งเอาชาไปส่งให้ท่านสิครับนิน... แต่คราวนี้ ห้ามใส่แพนตี้ลงไปนะ" สายตาของเตชินท์เต็มไปด้วยความวิปริตที่น่าขนลุก เขาชอบที่เห็นฉันถูกพ่อของเขาครอบครอง "ไปทำให้แดดดี้คลั่งตายไปเลยนะครับนิน... ผมจะรอฟังเสียงคุณครางอยู่หน้าห้องเอง" บรรยากาศในคฤหาสน์ตอนเที่ยงคืนเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากห้องทำงานชั้นล่างที่บอกให้รู้ว่าอัครยังคงจดจ่ออยู่กับกองเอกสาร ฉันเดินลงบันไดมาในชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสายเดี่ยวสีดำสนิท ความเย็นของเนื้อผ้ากระทบกับผิวเปลือยเปล่าข้างในจนฉันเผลอขนลุกซู่ ใช่ตามที่เตชินท์แนะนำ ฉันไม่ได้สวมชั้นในแม้แต่ชิ้นเดียว ก๊อก ก๊อก... "นินเอาชามาให้ค่ะ... แดดดี้" ฉันผลักประตูเข้าไปโดยไม่รอคำอนุญาต คุณอัครเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แววตาที่เคยนิ่งสงบพลันสั่นระริกเมื่อเห็นร่างบางในชุดวาบหวิว "วางไว้ตรงนั้น... แล้วรีบไปนอนซะนิน" เขาพยายามบังคับเสียงให้ปกติ แต่ลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงฟ้องว่าเขากำลังกลืนน้ำลายอึกใหญ่ "นินนอนไม่หลับเลยค่ะ นินเหงา" ฉันเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ วางถาดชาลงก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงไปกอดคอเขาจากด้านหลัง ทรวงอกอิ่มที่ไร้สิ่งปิดกั้นบดเบียดเข้ากับแผ่นหลังกว้างจนคุณอัครถึงกับสะดุ้ง "นิน ฉันบอกให้ไปนอน!" เขาคำรามพลางหันกลับมาคว้าข้อมือฉันไว้ แต่แรงกระชากนั้นทำให้ฉันเสียหลักล้มลงไปนั่งแหมะอยู่บนตักแกร่งพอดิบพอดี และนั่นเอง... ที่ความลับใต้กระโปรงของฉันเปิดเผย สายตาของคุณอัครจ้องมองไปที่หว่างขาขาวนวลที่ไร้ซึ่งพันธนาการใดๆ เขามองเห็นความชื้นแฉะที่เริ่มซึมออกมาจากร่องสวาทเบาๆ "นินเธอไม่ได้ใส่..." เสียงของเขาขาดห้วงไปทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหิวกระหาย "นินอยากให้แดดดี้ตรวจดูค่ะ... ว่ามันสะอาดพอไหม" ฉันแกล้งแยกขาออกกว้างขึ้นบนตักเขา พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นรับสัมผัสจากมือหนาที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาตะโบมขยำสะโพกของฉันอย่างบ้าคลั่งก่อนจะอุ้มฉันขึ้นวางบนโต๊ะทำงานไม้ราคาแพง กวาดเอกสารทุกอย่างทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี "อ๊ะ แดดดี้ แรงจัง อื้อออ!" คุณอัครไม่ปล่อยให้ฉันตั้งตัว เขากระชากกางเกงสแล็คของตัวเองลง เผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ที่ตื่นตัวเต็มที่จนน่ากลัว เขาจับขาฉันพาดบ่าหนาไว้ข้างหนึ่ง ก่อนจะกระแทกแก่นกายร้อนผ่าวเข้ามาในรวดเดียวจนสุดทาง "อ๊าาาาาาาาา แดดดี้ นิน นินเจ็บ อ๊ะๆๆๆ มันใหญ่มาก อึดอัดไปหมดเลย อื้อออ" ฉันกรีดร้องสุดเสียงเมื่อความใหญ่โตนั้นฉีกกระชากความอ่อนนุ่มภายในจนตึงเปรี๊ยะ คุณอัครไม่ฟังคำทัดทาน เขาโหมกระแทกจังหวะรักเข้าใส่ไม่ยั้งมือเสียงเนื้อกระทบกัน ดังระงมสลับกับเสียงครางกระเส่าของฉัน ตับ ตับ ตับ "ซี๊ดดดด... ตอดแน่นฉิบ นิน... เธอทำฉันคลั่ง อื้มมมมม!" เขาโน้มลงมาบดขยี้ริมฝีปากฉันเพื่อกั้นเสียงร้อง มือข้างหนึ่งบีบเค้นหน้าอกจนเป็นรอยนิ้วมือ ส่วนข้างล่างก็เร่งความเร็วรัวถี่จนหัวฉันสั่นคลอนไปตามแรงอัด แจ๊ะ... แจ๊ะ... "อ๊ะๆๆๆ แดดดี้... นินจะตายแล้ว อ๊าาา! แรงอีกค่ะ... แดดดี้ขยี้มดลูกนินเลย อื้ออออ!" "เรียกชื่อฉัน!" "อ๊ะ คุณอัคร แดดดี้อัคร อ๊าาาาา แรงๆ ค่ะ นินจะออกแล้ว อ๊ะๆๆๆๆ" แรงกระแทกสุดท้ายรุนแรงจนฉันแทบจะสิ้นสติ คุณอัครคำรามลั่นเหมือนสัตว์ป่าที่ได้เหยื่อ ก่อนจะปลดปล่อยธารน้ำรักร้อนๆ เข้าสู่กายฉันทุกหยาดหยด "อ๊าาาาาาา" "อื้มมมมมมม!" เราสองคนหอบหายใจรวยรินอยู่บนโต๊ะทำงานที่กระจัดกระจายไปด้วยกระดาษ คุณอัครยังคงคาแก่นกายทิ้งไว้ข้างใน ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความรู้สึกผิดบาปที่ปนไปกับความสะใจ แต่ทว่า... ที่หน้าประตูห้องทำงานที่ปิดไม่สนิท เตชินท์กำลังยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาที่เป็นประกาย มือของเขาขยับทำกิจกรรมบางอย่างตามจังหวะที่พ่อของเขาเพิ่งจบไป "สุดยอดไปเลยครับแดดดี้... นินเป็นยังไงบ้างครับของแดดดี้ถูกใจเธอไหม?" เสียงทักทายของลูกชายทำให้คุณอัครชะงักเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีที่นินเข้ามาอยู่ในบ้าน คุณอัครและเตชินท์ตัดสินใจพาครอบครัวกลับไปที่มัลดีฟส์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่สามคน... แต่เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ"นิน... มองไปที่นั่นสิ" คุณอัครโอบเอวฉันพลางชี้ไปที่ชายหาด ที่เห็นอคินกำลังจูงมือน้องอลิซวิ่งเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน"ขอบคุณนะคะแดดดี้... ขอบคุณเตด้วยที่ดูแลนินและลูกๆ ดีขนาดนี้" ฉันซบหน้าลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ขนาบข้าง"พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณนิน... ที่ยอมให้อภัย และยอมให้โอกาสพวกเราได้รักเธอ" เตชินท์จูบซับที่ขมับฉันอย่างแสนรักค่ำคืนนั้น ภายใต้แสงดาวที่มัลดีฟส์ นินถูกพาไปยังวิลล่าหลังเดิมที่เคยมีความทรงจำเร่าร้อน แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความละมุนและคำมั่นสัญญาที่ว่าจะรักกันตลอดไป บทรักครั้งนี้ไม่ได้แฝงไปด้วยความแค้นหรือการเอาชนะเหมือนในอดีต แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณของคนสามคนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์"นินเป็นของพวกเรา... และพวกเราจะเป็นของนินตลอดไป" คุณอัครกระซิบคำรามเบาๆ ก่อนจะพานินพุ่งทะยานสู่ความสุขสมที่ไม่มีวันสิ้นสุดกาลเวลาหมุนเวียนไป แต่ความรักภายในคฤหาสน์อัครมหาศาลกลับไม่เคยจืดจางลงเลย วันนี
สามปีผ่านไป คฤหาสน์อัครมหาศาลไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไป "น้องอคิน" ในวัย 4 ขวบเริ่มเข้าโรงเรียนและมีความเป็นสุภาพบุรุษเหมือนแดดดี้อัคร แต่ความพีคอยู่ที่ "น้องอลิซ" วัย 2 ขวบที่กลายเป็น "นางพญาตัวจิ๋ว" ของบ้าน"แดดดี้ขา... อลิซอยากได้ตุ๊กตาตัวนั้น" เสียงเล็กๆ อ้อนวอนพลางชี้ไปที่ตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชันในแคตตาล็อก"ได้สิคะลูก... แดดดี้จะเหมามาให้ทุกสีเลยดีไหม?" คุณอัครที่ใครๆ ก็เกรงขาม กลับยอมคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อผูกเชือกรองเท้าให้ลูกสาวอย่างเต็มใจ"แดดดี้ลำเอียงนี่นา! ทีเตขอกันดั้มตัวใหม่ แดดดี้ยังบอกให้ผมใช้เงินตัวเองเลย" เตชินท์โวยวายขำๆ พลางอุ้มอคินขึ้นขี่คอ "มาอคิน... เดี๋ยวพ่อเตพาไปซื้อเอง เราไม่ง้อแดดดี้หรอกเนอะ"ฉันนั่งมองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในตอนแรก บัดนี้มันกลายเป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นจนไม่มีอะไรมาทำลายได้ สองพ่อลูกที่เคยแย่งฉัน บัดนี้เปลี่ยนมาแย่งกันตามใจลูกๆ แทน... แต่พอลูกหลับเมื่อไหร่ หน้าที่ "ปรนนิบัติ" คุณแม่นินก็ยังเป็นงานหลักของพวกเขาอยู่ดีพอลูกๆ เริ่มโต นินก็เริ่มมีเวลาว่างกลับไปออกงานสังคมบ้าง คืนนี้ฉันปรากฏตัวในชุดราตรีสีดำแหวกหลั
"ฉันบอกแล้วไงว่าต้องชื่อ 'อัญชัน' ถ้าเป็นผู้หญิงต้องอ่อนหวานและอยู่ในโอวาทของฉัน!" คุณหญิงย่าประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหาร ท่ามกลางความตึงเครียดของทุกคนฉันที่กำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองได้ 5 เดือน วางช้อนลงช้าๆ พลางหันไปมองแดดดี้อัครและเตชินท์ที่นั่งขนาบข้าง "คุณท่านคะ... นินขอยืนยันคำเดิมค่ะ ลูกของนิน นินจะเป็นคนตั้งชื่อเอง และนินจะไม่ยอมให้ใครมาตีกรอบให้ลูกของนินเหมือนที่คุณท่านเคยทำกับ 'เราสามคน' อีกแล้ว""นี่เธอเก่งกล้าขึ้นมากนะนิน!" คุณหญิงย่าตบโต๊ะดังปัง"ไม่ใช่แค่เก่งกล้าค่ะ... แต่นิน 'มีอำนาจ' พอที่จะพาสามีและลูกๆ ของนินออกไปสร้างอาณาจักรใหม่ข้างนอกถ้าคุณท่านยังไม่หยุดก้าวก่าย" ฉันตอบด้วยสายตาเย็นชาที่เลียนแบบแดดดี้อัครมาเป๊ะๆคุณอัครกุมมือฉันไว้แน่นพลางเสริมด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "นินพูดถูกครับคุณแม่... ผมกับตาเตเลือกแล้วว่าจะอยู่ข้างนิน ถ้าคุณแม่รับไม่ได้ พวกเราก็พร้อมจะย้ายออกไปอยู่ที่มัลดีฟส์ถาวรครับ"เตชินท์ยิ้มมุมปากพลางอุ้มน้องอคินขึ้นมาแนบอก "ผมเตรียมแผนสำรองไว้หมดแล้วครับคุณย่า... ถ้าอคินต้องโตมาในกรอบของคุณย่า ผมยอมให้เขาไปวิ่งเล่นบนชายหาดที่นู่นดีกว่า"คุณหญิงย่าถึงกับ
ภายในศาลาที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนมิดชิด แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามาไม่ได้ช่วยให้อากาศเย็นลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร่างกายของคนสองคนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่"นินจะยังอยากให้ฉันช่วยอยู่ไหม?"คำถามของแดดดี้ย้ำเตือนถึงความเสี่ยง แต่ฉันกลับตอบแทนด้วยการคล้องคอเขาแน่น พร้อมกับบดเบียดทรวงอกอิ่มเข้าหาแผงอกกำยำที่กำลังสั่นสะท้าน"นินมันดื้อแดดดี้ก็ลงโทษนินสิคะ..." ฉันกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนสิ้นคำพูดนั้น ความอดทนสุดท้ายของคุณอัครก็ขาดสะบั้นลง"อื้มมมม!"ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงมาบดขยี้เรียวปากของฉันอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนเตชินท์ แต่มันคือการรุกรานที่ทรงพลัง ลิ้นร้อนฉกชิมความหวานในโพรงปากของฉันอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมหายใจหอบถี่ของเขาดังระงมไปทั่วศาลา"อ๊ะ แดดดี้... อื้อออ" ฉันครางประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาขยำสะโพกมนของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ แต่กลับเป็นความเจ็บที่เสียวซ่านไปถึงขั้วหัวใจชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวถูกกระชากลงมาจนกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นหน้าอกหน้าใจที่สั่นกระเพื่อมตามจังหวะหายใจ คุณอัครจ้องมองมันด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะก้มลงไปครอ
ภายในห้องนอนเด็กที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยธีมท้องฟ้าสีหม่น (ตามความชอบของแดดดี้) เสียงร้องไห้จ้าของน้องอคินดังก้องขึ้นมาตอนตีสอง ทำเอาสองพ่อลูกที่เพิ่งได้งีบหลับไปไม่ถึงชั่วโมงสะดุ้งสุดตัวพร้อมกัน "เต! ไปดูซิ... ลูกร้องทำไม หิวหรือเปล่า?" แดดดี้อัครสั่งเสียงแหบพลางงัวเงียลุกขึ้นมาดู "ผมว่าน่าจะผ้าอ้อมเต็มนะครับแดดดี้... กลิ่นมันเริ่มมาแล้ว" เตชินท์ทำหน้ายุ่งพลางเดินไปที่เตียงทองคำของลูก เขาเก้ๆ กังๆ หยิบผ้าอ้อมสำเร็จรูปออกมา "แดดดี้... มาช่วยผมจับขาลูกหน่อยสิ ลูกดิ้นเก่งอย่างกับนักมวยเลย!" ภาพประวัติศาสตร์เกิดขึ้นอีกครั้งค่ะคุณฟ้า! ท่านประธานอัครมหาศาลผู้ทรงอิทธิพล ต้องมานั่งประคองขาเล็กๆ ของทารกน้อยอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เตชินท์พยายามจะเช็ดทำความสะอาดและใส่ผ้าอ้อมใหม่ให้ลูกอย่างทุลักทุเล "เบาๆ สิตาเต! เดี๋ยวลูกเจ็บ" คุณอัครดุเสียงนุ่มแต่สายตากลับจ้องมองเจ้าตัวเล็กด้วยความหลงใหล "ผมเบาสุดๆ แล้วครับแดดดี้... อ๊ะ! อคิน! อย่าเพิ่งฉีดลูก!" ไม่ทันขาดคำ น้องอคินก็จัดการ 'พ่นน้ำมนต์' ใส่หน้าพี่เตชินท์เข้าเต็มๆ จนเตชินท์ถึงกับชะงักค้าง ส่วนแดดดี้อัครที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหลุด
รถบรรทุกจากร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์จอดเรียงรายหน้าตึกใหญ่ เตียงนอนเด็กบุทองคำแท้สไตล์หลุยส์ถูกยกเข้ามาวางกลางห้องโถง พร้อมกับชุดเครื่องนอนผ้าไหมอิตาลีที่คุณหญิงรสรินเป็นคนเลือกเองกับมือ"ฉันรับขวัญหลาน... ไม่ใช่รับขวัญเธอ" คุณหญิงย่าพูดเสียงแข็งพลางจิบน้ำชา สายตาปรายมองหน้าท้องที่นูนเด่นของฉัน "จำใส่หัวไว้ด้วยว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของอัครมหาศาล เขาต้องเติบโตมาอย่างสมเกียรติ""ขอบพระคุณในความเมตตาค่ะคุณท่าน..." ฉันแสร้งบีบน้ำตาพลางเดินเข้าไปลูบเตียงทองคำเบาๆ "แต่คุณท่านทราบไหมคะว่า... คุณอัครกับเตบอกนินว่า เตียงที่สวยที่สุด ไม่ใช่เตียงทองคำหรอกค่ะ""แล้วมันคือเตียงอะไร!" คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว"ก็เตียงในห้องนอนใหญ่ที่คุณอัครกับเตชินท์ 'ช่วยกัน' ปรนนิบัตินินทุกคืนไงคะ..." ฉันแกล้งกระซิบข้างหูท่านให้ได้ยินกันแค่สองคน "คุณท่านทราบไหมคะว่าลูกชายกับหลานชายคุณท่าน... เวลาอยู่บนเตียงกับนินน่ะ 'ดุ' กว่าตอนอยู่บริษัทตั้งเยอะ""อี... อีหน้าด้าน!" คุณหญิงย่าตัวสั่นด้วยความโกรธจนถ้วยน้ำชาแทบหลุดจากมือ"อ้าว... คุณแม่ คุยอะไรกับนินอยู่เหรอครับ ดูหน้าแดงๆ นะ" คุณอัครเดินเข้ามาพร้อมกั
ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานครู่หนึ่งหลังจากคำทักทายของเตชินท์ อัครชะงักกึก ร่างกายแกร่งที่ยังคาอยู่ในตัวฉันสั่นเทาด้วยความตระหนกและละอายใจ แต่ทว่า... สายตาของลูกชายเขากลับไม่ได้มีความโกรธแค้นแม้แต่นิด"ตาเตแก..." คุณอัครเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามจะถอนกายออก"อย่าเพิ่งสิครับแดดดี้... ผมบอกแล้วไงว่า
ภายในศาลาที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนมิดชิด แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามาไม่ได้ช่วยให้อากาศเย็นลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร่างกายของคนสองคนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่"นินจะยังอยากให้ฉันช่วยอยู่ไหม?"คำถามของแดดดี้ย้ำเตือนถึงความเสี่ยง แต่ฉันกลับตอบแทนด้วยการคล้องคอเขาแน่น พร้อมกับบดเบียด
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องอาหารดูเหมือนจะปกติ แต่สำหรับนิรินเธอกลับสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่รอบตัวอัคร ชายหนุ่มรุ่นพ่อที่ยังคงดูสมาร์ทในชุดทำงานเต็มยศ เขาแทบไม่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ในมือเลยสักครั้งตั้งแต่เธอนั่งลง"เมื่อคืนหลับสบายไหมครับนิน" เตชินท์ถามขึ้นเสียงเรียบพลางป้ายแย
"นินวันนี้ผมจองร้านอาหารอิตาเลียนที่นินชอบไว้นะครับ"เสียงเรียบเรื่อยของเตชินท์ดังขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมมาลูบผมฉันเบาๆ เขายังคงเป็นผู้ชายที่แสนดี สุขภาพบุรุษ และสม่ำเสมอเสมอมาตั้งแต่วันแรกที่คบกัน แต่สำหรับฉัน... ความสม่ำเสมอนั้นมันเริ่มกลายเป็นความน่าเบื่อที่กัดกินใจทีละนิด"อื้ม... ขอบใจนะเต"







