LOGINความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานครู่หนึ่งหลังจากคำทักทายของเตชินท์ อัครชะงักกึก ร่างกายแกร่งที่ยังคาอยู่ในตัวฉันสั่นเทาด้วยความตระหนกและละอายใจ
แต่ทว่า... สายตาของลูกชายเขากลับไม่ได้มีความโกรธแค้นแม้แต่นิด "ตาเตแก..." คุณอัครเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามจะถอนกายออก "อย่าเพิ่งสิครับแดดดี้... ผมบอกแล้วไงว่าผมน่ะใจกว้างพอสำหรับนิน" เตชินท์เดินเข้ามาในห้องช้าๆ ล็อกประตูลงกลอนดังก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก "ดูสิครับนินเขายังต้องการมากกว่านี้อีกนะ แดดดี้คนเดียวจะไหวเหรอ?" ฉันที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนโต๊ะทำงาน มองภาพชายสองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกกามารมณ์ที่พุ่งพล่าน เตชินท์เดินเข้าขนาบข้างกายฉัน มือหนาของเขาเอื้อมมาบีบเค้นเต้าทรวงข้างที่พ่อเขาเพิ่งละไป "อ๊ะ เต อื้อออ" ฉันครางกระเส่า เมื่อปลายนิ้วของแฟนหนุ่มสะกิดยอดอกที่บวมเจ่อ "ว่าไงครับแดดดี้... ให้ผมช่วยอีกคนนะ" เตชินท์กระซิบแกมบังคับ พลางก้มลงจูบซอกคอฉันอย่างหิวกระหาย คุณอัครขบกรามจนเป็นสัน ดวงตาคมกริบจ้องมองลูกชายครู่หนึ่ง ก่อนที่สัญชาตญาณดิบจะชนะศีลธรรม เขาไม่ถอนกายออก แต่กลับกระแทกสวนเข้าไปอีกครั้งจนฉันตัวโยน! "อ๊าาาาา แดดดี้... อื้ออออ" "งั้นก็เข้ามา... แต่อย่าริอ่านมาขวางทางฉัน" คุณอัครคำรามสั่ง เตชินท์ยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เขาจับขาฉันอีกข้างพาดบ่าตัวเองไว้ ก่อนจะโน้มตัวลงมาป้อนจูบอันเร่าร้อนให้ฉัน ในขณะที่คุณอัครเริ่มบรรเลงจังหวะรักจากด้านล่างอย่างหนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบกันรุนแรงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว "อื้ออออ อ๊ะๆๆๆๆ! แดดดี้ เตนินจะขาดใจแล้ว อ๊าาาา!" ลิ้นร้อนของเตชินท์พัวพันกับลิ้นของฉัน ในขณะที่ส่วนล่างของคุณอัครบดขยี้มดลูกของฉันจนจุกเสียดทว่าเสียวซ่านสุดขีด มือของเตชินท์เริ่มซุกซน เขาเอื้อมลงไปสัมผัสจุดที่พ่อเขากำลังเข้าออก... ปลายนิ้วของเขาเขี่ยติ่งสวาทไปพร้อมๆ กับจังหวะกระแทกของคุณอัคร แจ๊ะ แจ๊ะ "อ๊ะๆๆๆๆ แดดดี้แรงอีกค่ะ เตช่วยนินด้วย อื้ออออ!" "เรียกเราสองคนพร้อมกันสิครับนิน... ซี๊ดดดด แดดดี้ครับ กระแทกแรงๆ เลยครับ ผมอยากเห็นนินสำลักความสุข" เตชินท์ครางพลางเร่งปลุกเร้าอารมณ์ตัวเอง คุณอัครโหมแรงทั้งหมดที่มีใส่ร่างบางไม่ยั้ง ความเป็นพ่อลูกถูกละทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงชายสองคนที่กำลังรุมโทรมเหยื่อสาวแสนหวานคนเดียวกัน "อื้มมมมมนิน ฉันจะออกแล้ว ซี๊ดดดดด" คุณอัครคำรามลั่น "ผมด้วยอ๊าาาา!" เตชินท์รีบชักนำแก่นกายของตัวเองออกมารัวเร็วข้างๆ ใบหน้าของฉัน "อ๊างงงงงงงงง แดดดี้ เต อ๊าาาาาาาาาา" ฉันกรีดร้องจนสุดเสียงเมื่อถึงจุดสูงสุดพร้อมๆ กัน ร่างกายกระตุกเกร็งจนแทบจะหยุดหายใจ น้ำรักของคุณอัครพุ่งฉีดเข้าสู่มดลูกจนล้นปรี่ ในขณะที่เตชินท์ก็ปลดปล่อยธารน้ำสีขาวขุ่นชโลมลงบนใบหน้าและหน้าอกของฉันจนขาวโพลนไปหมด เราสามคนหอบหายใจระรัวท่ามกลางกลิ่นคาวกามที่อบอวลไปทั้งห้องทำงาน คุณอัครซบหน้าลงกับไหล่ของฉันอย่างหมดแรง ส่วนเตชินท์ก้มลงจูบซับน้ำตาแห่งความสุขสมให้ฉันเบาๆ "นินเป็นของพวกเราแล้วนะครับทั้งพ่อ ทั้งลูก" เตชินท์กระซิบด้วยรอยยิ้มปีศาจเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีที่นินเข้ามาอยู่ในบ้าน คุณอัครและเตชินท์ตัดสินใจพาครอบครัวกลับไปที่มัลดีฟส์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่สามคน... แต่เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ"นิน... มองไปที่นั่นสิ" คุณอัครโอบเอวฉันพลางชี้ไปที่ชายหาด ที่เห็นอคินกำลังจูงมือน้องอลิซวิ่งเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน"ขอบคุณนะคะแดดดี้... ขอบคุณเตด้วยที่ดูแลนินและลูกๆ ดีขนาดนี้" ฉันซบหน้าลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ขนาบข้าง"พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณนิน... ที่ยอมให้อภัย และยอมให้โอกาสพวกเราได้รักเธอ" เตชินท์จูบซับที่ขมับฉันอย่างแสนรักค่ำคืนนั้น ภายใต้แสงดาวที่มัลดีฟส์ นินถูกพาไปยังวิลล่าหลังเดิมที่เคยมีความทรงจำเร่าร้อน แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความละมุนและคำมั่นสัญญาที่ว่าจะรักกันตลอดไป บทรักครั้งนี้ไม่ได้แฝงไปด้วยความแค้นหรือการเอาชนะเหมือนในอดีต แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณของคนสามคนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์"นินเป็นของพวกเรา... และพวกเราจะเป็นของนินตลอดไป" คุณอัครกระซิบคำรามเบาๆ ก่อนจะพานินพุ่งทะยานสู่ความสุขสมที่ไม่มีวันสิ้นสุดกาลเวลาหมุนเวียนไป แต่ความรักภายในคฤหาสน์อัครมหาศาลกลับไม่เคยจืดจางลงเลย วันนี
สามปีผ่านไป คฤหาสน์อัครมหาศาลไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไป "น้องอคิน" ในวัย 4 ขวบเริ่มเข้าโรงเรียนและมีความเป็นสุภาพบุรุษเหมือนแดดดี้อัคร แต่ความพีคอยู่ที่ "น้องอลิซ" วัย 2 ขวบที่กลายเป็น "นางพญาตัวจิ๋ว" ของบ้าน"แดดดี้ขา... อลิซอยากได้ตุ๊กตาตัวนั้น" เสียงเล็กๆ อ้อนวอนพลางชี้ไปที่ตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชันในแคตตาล็อก"ได้สิคะลูก... แดดดี้จะเหมามาให้ทุกสีเลยดีไหม?" คุณอัครที่ใครๆ ก็เกรงขาม กลับยอมคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อผูกเชือกรองเท้าให้ลูกสาวอย่างเต็มใจ"แดดดี้ลำเอียงนี่นา! ทีเตขอกันดั้มตัวใหม่ แดดดี้ยังบอกให้ผมใช้เงินตัวเองเลย" เตชินท์โวยวายขำๆ พลางอุ้มอคินขึ้นขี่คอ "มาอคิน... เดี๋ยวพ่อเตพาไปซื้อเอง เราไม่ง้อแดดดี้หรอกเนอะ"ฉันนั่งมองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในตอนแรก บัดนี้มันกลายเป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นจนไม่มีอะไรมาทำลายได้ สองพ่อลูกที่เคยแย่งฉัน บัดนี้เปลี่ยนมาแย่งกันตามใจลูกๆ แทน... แต่พอลูกหลับเมื่อไหร่ หน้าที่ "ปรนนิบัติ" คุณแม่นินก็ยังเป็นงานหลักของพวกเขาอยู่ดีพอลูกๆ เริ่มโต นินก็เริ่มมีเวลาว่างกลับไปออกงานสังคมบ้าง คืนนี้ฉันปรากฏตัวในชุดราตรีสีดำแหวกหลั
"ฉันบอกแล้วไงว่าต้องชื่อ 'อัญชัน' ถ้าเป็นผู้หญิงต้องอ่อนหวานและอยู่ในโอวาทของฉัน!" คุณหญิงย่าประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหาร ท่ามกลางความตึงเครียดของทุกคนฉันที่กำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองได้ 5 เดือน วางช้อนลงช้าๆ พลางหันไปมองแดดดี้อัครและเตชินท์ที่นั่งขนาบข้าง "คุณท่านคะ... นินขอยืนยันคำเดิมค่ะ ลูกของนิน นินจะเป็นคนตั้งชื่อเอง และนินจะไม่ยอมให้ใครมาตีกรอบให้ลูกของนินเหมือนที่คุณท่านเคยทำกับ 'เราสามคน' อีกแล้ว""นี่เธอเก่งกล้าขึ้นมากนะนิน!" คุณหญิงย่าตบโต๊ะดังปัง"ไม่ใช่แค่เก่งกล้าค่ะ... แต่นิน 'มีอำนาจ' พอที่จะพาสามีและลูกๆ ของนินออกไปสร้างอาณาจักรใหม่ข้างนอกถ้าคุณท่านยังไม่หยุดก้าวก่าย" ฉันตอบด้วยสายตาเย็นชาที่เลียนแบบแดดดี้อัครมาเป๊ะๆคุณอัครกุมมือฉันไว้แน่นพลางเสริมด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "นินพูดถูกครับคุณแม่... ผมกับตาเตเลือกแล้วว่าจะอยู่ข้างนิน ถ้าคุณแม่รับไม่ได้ พวกเราก็พร้อมจะย้ายออกไปอยู่ที่มัลดีฟส์ถาวรครับ"เตชินท์ยิ้มมุมปากพลางอุ้มน้องอคินขึ้นมาแนบอก "ผมเตรียมแผนสำรองไว้หมดแล้วครับคุณย่า... ถ้าอคินต้องโตมาในกรอบของคุณย่า ผมยอมให้เขาไปวิ่งเล่นบนชายหาดที่นู่นดีกว่า"คุณหญิงย่าถึงกับ
ภายในศาลาที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนมิดชิด แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามาไม่ได้ช่วยให้อากาศเย็นลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร่างกายของคนสองคนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่"นินจะยังอยากให้ฉันช่วยอยู่ไหม?"คำถามของแดดดี้ย้ำเตือนถึงความเสี่ยง แต่ฉันกลับตอบแทนด้วยการคล้องคอเขาแน่น พร้อมกับบดเบียดทรวงอกอิ่มเข้าหาแผงอกกำยำที่กำลังสั่นสะท้าน"นินมันดื้อแดดดี้ก็ลงโทษนินสิคะ..." ฉันกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนสิ้นคำพูดนั้น ความอดทนสุดท้ายของคุณอัครก็ขาดสะบั้นลง"อื้มมมม!"ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงมาบดขยี้เรียวปากของฉันอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนเตชินท์ แต่มันคือการรุกรานที่ทรงพลัง ลิ้นร้อนฉกชิมความหวานในโพรงปากของฉันอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมหายใจหอบถี่ของเขาดังระงมไปทั่วศาลา"อ๊ะ แดดดี้... อื้อออ" ฉันครางประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาขยำสะโพกมนของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ แต่กลับเป็นความเจ็บที่เสียวซ่านไปถึงขั้วหัวใจชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวถูกกระชากลงมาจนกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นหน้าอกหน้าใจที่สั่นกระเพื่อมตามจังหวะหายใจ คุณอัครจ้องมองมันด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะก้มลงไปครอ
ภายในห้องนอนเด็กที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยธีมท้องฟ้าสีหม่น (ตามความชอบของแดดดี้) เสียงร้องไห้จ้าของน้องอคินดังก้องขึ้นมาตอนตีสอง ทำเอาสองพ่อลูกที่เพิ่งได้งีบหลับไปไม่ถึงชั่วโมงสะดุ้งสุดตัวพร้อมกัน "เต! ไปดูซิ... ลูกร้องทำไม หิวหรือเปล่า?" แดดดี้อัครสั่งเสียงแหบพลางงัวเงียลุกขึ้นมาดู "ผมว่าน่าจะผ้าอ้อมเต็มนะครับแดดดี้... กลิ่นมันเริ่มมาแล้ว" เตชินท์ทำหน้ายุ่งพลางเดินไปที่เตียงทองคำของลูก เขาเก้ๆ กังๆ หยิบผ้าอ้อมสำเร็จรูปออกมา "แดดดี้... มาช่วยผมจับขาลูกหน่อยสิ ลูกดิ้นเก่งอย่างกับนักมวยเลย!" ภาพประวัติศาสตร์เกิดขึ้นอีกครั้งค่ะคุณฟ้า! ท่านประธานอัครมหาศาลผู้ทรงอิทธิพล ต้องมานั่งประคองขาเล็กๆ ของทารกน้อยอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เตชินท์พยายามจะเช็ดทำความสะอาดและใส่ผ้าอ้อมใหม่ให้ลูกอย่างทุลักทุเล "เบาๆ สิตาเต! เดี๋ยวลูกเจ็บ" คุณอัครดุเสียงนุ่มแต่สายตากลับจ้องมองเจ้าตัวเล็กด้วยความหลงใหล "ผมเบาสุดๆ แล้วครับแดดดี้... อ๊ะ! อคิน! อย่าเพิ่งฉีดลูก!" ไม่ทันขาดคำ น้องอคินก็จัดการ 'พ่นน้ำมนต์' ใส่หน้าพี่เตชินท์เข้าเต็มๆ จนเตชินท์ถึงกับชะงักค้าง ส่วนแดดดี้อัครที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหลุด
รถบรรทุกจากร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์จอดเรียงรายหน้าตึกใหญ่ เตียงนอนเด็กบุทองคำแท้สไตล์หลุยส์ถูกยกเข้ามาวางกลางห้องโถง พร้อมกับชุดเครื่องนอนผ้าไหมอิตาลีที่คุณหญิงรสรินเป็นคนเลือกเองกับมือ"ฉันรับขวัญหลาน... ไม่ใช่รับขวัญเธอ" คุณหญิงย่าพูดเสียงแข็งพลางจิบน้ำชา สายตาปรายมองหน้าท้องที่นูนเด่นของฉัน "จำใส่หัวไว้ด้วยว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของอัครมหาศาล เขาต้องเติบโตมาอย่างสมเกียรติ""ขอบพระคุณในความเมตตาค่ะคุณท่าน..." ฉันแสร้งบีบน้ำตาพลางเดินเข้าไปลูบเตียงทองคำเบาๆ "แต่คุณท่านทราบไหมคะว่า... คุณอัครกับเตบอกนินว่า เตียงที่สวยที่สุด ไม่ใช่เตียงทองคำหรอกค่ะ""แล้วมันคือเตียงอะไร!" คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว"ก็เตียงในห้องนอนใหญ่ที่คุณอัครกับเตชินท์ 'ช่วยกัน' ปรนนิบัตินินทุกคืนไงคะ..." ฉันแกล้งกระซิบข้างหูท่านให้ได้ยินกันแค่สองคน "คุณท่านทราบไหมคะว่าลูกชายกับหลานชายคุณท่าน... เวลาอยู่บนเตียงกับนินน่ะ 'ดุ' กว่าตอนอยู่บริษัทตั้งเยอะ""อี... อีหน้าด้าน!" คุณหญิงย่าตัวสั่นด้วยความโกรธจนถ้วยน้ำชาแทบหลุดจากมือ"อ้าว... คุณแม่ คุยอะไรกับนินอยู่เหรอครับ ดูหน้าแดงๆ นะ" คุณอัครเดินเข้ามาพร้อมกั
ฉันเดินกลับเข้าบ้านด้วยท่าทางที่พยายามจะให้ปกติที่สุด แต่ขาทั้งสองข้างกลับสั่นพั่บๆ จนเกือบจะก้าวไม่ออก กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายดิบเถื่อนของคุณอัครยังคงติดอยู่ที่ซอกคอ และความแฉะชื้นหว่างขาก็ย้ำเตือนถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในศาลาได้เป็นอย่างดี"อ้าวนินกลับมาแล้วเหรอครับ ดูหน้าแดงๆ นะ ไปตากแดดมาเหรอ?"
ภายในศาลาที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนมิดชิด แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามาไม่ได้ช่วยให้อากาศเย็นลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร่างกายของคนสองคนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่"นินจะยังอยากให้ฉันช่วยอยู่ไหม?"คำถามของแดดดี้ย้ำเตือนถึงความเสี่ยง แต่ฉันกลับตอบแทนด้วยการคล้องคอเขาแน่น พร้อมกับบดเบียด
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องอาหารดูเหมือนจะปกติ แต่สำหรับนิรินเธอกลับสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่รอบตัวอัคร ชายหนุ่มรุ่นพ่อที่ยังคงดูสมาร์ทในชุดทำงานเต็มยศ เขาแทบไม่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ในมือเลยสักครั้งตั้งแต่เธอนั่งลง"เมื่อคืนหลับสบายไหมครับนิน" เตชินท์ถามขึ้นเสียงเรียบพลางป้ายแย
"นินวันนี้ผมจองร้านอาหารอิตาเลียนที่นินชอบไว้นะครับ"เสียงเรียบเรื่อยของเตชินท์ดังขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมมาลูบผมฉันเบาๆ เขายังคงเป็นผู้ชายที่แสนดี สุขภาพบุรุษ และสม่ำเสมอเสมอมาตั้งแต่วันแรกที่คบกัน แต่สำหรับฉัน... ความสม่ำเสมอนั้นมันเริ่มกลายเป็นความน่าเบื่อที่กัดกินใจทีละนิด"อื้ม... ขอบใจนะเต"







