LOGINในเมื่อแฟนของฉันมันจืดชืดแต่คุณพ่อของเขาดันเผ็ดร้อนจนห้ามใจไม่ไหว ความต้องการที่พลุ่งพล่านทำให้ฉันตัดสินใจรุกฆาต... ที่น่าตกใจกว่าคือแฟนฉันดันเปิดทางให้ อ่อยพ่อตัวเองซะงั้น!? งานนี้ไม่ได้แค่อยากได้ใจ แต่อยากให้แดดดี้ขยี้ให้จมเตียง!
View More"นินวันนี้ผมจองร้านอาหารอิตาเลียนที่นินชอบไว้นะครับ"
เสียงเรียบเรื่อยของเตชินท์ดังขึ้นพร้อมกับมือที่เอื้อมมาลูบผมฉันเบาๆ เขายังคงเป็นผู้ชายที่แสนดี สุขภาพบุรุษ และสม่ำเสมอเสมอมาตั้งแต่วันแรกที่คบกัน แต่สำหรับฉัน... ความสม่ำเสมอนั้นมันเริ่มกลายเป็นความน่าเบื่อที่กัดกินใจทีละนิด "อื้ม... ขอบใจนะเต" ฉันตอบรับสั้นๆ พลางมองใบหน้าหล่อเหลาแบบตี๋อินเตอร์ของแฟนหนุ่ม เตชินท์เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งฐานะและการศึกษา แต่ในเรื่องบนเตียงเขาจืดยิ่งกว่าน้ำเปล่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีเซอร์ไพรส์ ไม่มีแรงดึงดูดที่ทำให้ใจสั่นรัวเหมือนโดนไฟช็อต จนบางครั้งฉันแอบสงสัยว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มนั้น เขามีเลือดเนื้อที่ร้อนรุ่มบ้างหรือเปล่า "เสาร์นี้ผมจะพานินไปหาแดดดี้นะครับ ท่านเพิ่งกลับจากต่างประเทศ" "คุณพ่อเตเหรอ?" ฉันถามพลางจิบไวน์ในแก้ว "เห็นว่าดุไม่ใช่เหรอ" "แดดดี้ดูเป็นคนดุครับ สุขุม นิ่ง แต่ท่านใจดีนะ" เตชินท์ยิ้มกว้าง "แต่บอกไว้ก่อนนะนิน แดดดี้น่ะ... ต่างจากผมลิบลับเลยล่ะ ท่านเป็นพวกหัวโบราณจัดๆ แต่ก็น่าเกรงขามจนคนในบริษัทแทบไม่กล้าสบตา" คำว่าต่างกันลิบลับกับคำว่านิ่งแต่ใจดี มันทำให้จินตนาการของฉันเริ่มทำงาน ฉันมองดูเตชินท์ที่กำลังหั่นสเต็กอย่างประณีต แล้วเผลอนึกไปถึงผู้ชายที่ชื่ออัครคนที่สร้างเตชินท์ขึ้นมา... เขาจะเร่าร้อนและมีพลังทำลายล้างแค่ไหนกันนะ "นินอยากไปไหม?" "ไปสิคะ..." ฉันยกไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ดวงตาเป็นประกายวาววับ "นินก็อยากรู้เหมือนกันว่า... ผู้ชายที่สร้างเตขึ้นมา จะน่าค้นหาแค่ไหน" ฉันไม่รู้เลยว่าคำว่าน่าค้นหาของฉันในวันนั้น จะนำไปสู่เกมสวาทที่เปลี่ยนชีวิตสาวน้อยจอมอ่อยอย่างฉันไปตลอดกาล เพราะในใจของฉันตอนนั้น... ฉันแค่ต้องการเครื่องเทศมาเติมเต็มชีวิตรักที่แสนจะจืดชืดนี้เท่านั้นเอง รู้สึกน่าตื่นเต้นมากกว่าเดิมอีกแหะ ฉันแอบยิ้มก่อนจะคิดจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน รถยุโรปคันหรูของเตชินท์เลี้ยวเข้าสู่เขตรั้วคฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนร่มรื่น บรรยากาศที่นี่ดูสุขุม เยือกเย็น และน่าเกรงขาม... เหมือนเจ้าของบ้านไม่มีผิด "นินตื่นเต้นเหรอครับ มือเย็นเชียว" เตชินท์เอื้อมมากุมมือฉันไว้พลางยิ้มอ่อนโยนตามแบบฉบับของเขา "นิดหน่อยค่ะเต... พ่อคุณดุไหมนะ" ฉันแสร้งทำเป็นสาวน้อยขี้อาย ทั้งที่ในใจกระวนกระวายด้วยความอยากรู้อยากเห็น เราเดินผ่านประตูบานยักษ์เข้าไปในตัวบ้าน กลิ่นน้ำหอมแนววูดดี้ผสมกลิ่นหนังชั้นดีลอยมาปะทะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมวัยรุ่นฟุ้งเฟ้อแบบที่เตชินท์ใช้ แต่มันเป็นกลิ่นของ ผู้ชายที่มีอำนาจจนฉันเผลอสูดดมเข้าปอดลึกๆ "แดดดี้ครับ... นี่นิริน แฟนผมเอง" เสียงของเตชินท์ดึงสติฉันให้เงยหน้าขึ้นมองชายที่กำลังก้าวลงมาจากบันไดวนหินอ่อน... และวินาทีนั้นเองที่ลมหายใจของฉันพลันสะดุดกึก อัครอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกำยำที่มีไรขนจางๆ พาดผ่านรอยสักลางๆ ที่โผล่พ้นปกเสื้อ กางเกงสแล็คสีดำรับกับช่วงขาสูงยาว ใบหน้าคมเข้มมีไรหนวดจางๆ ที่ได้รับการตัดแต่งอย่างดี สายตาคมกริบคู่หนึ่งกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า... มันไม่ได้ดูถูก แต่มันเหมือนกำลังตีราคา จนฉันรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว "ยินดีที่ได้รู้จักนะหนูนิน" เสียงทุ้มต่ำพร่าเล็กน้อยนั่นทำเอาขนอ่อนที่ต้นคอฉันลุกชัน เขาเดินเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ผสมอยู่กับตัวเขา มันช่างดึงดูดใจจนอยากจะโผเข้าหา "สะ สวัสดีค่ะ คุณอาอัคร" ฉันพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มือกลับเผลอบีบแขนเตชินท์แน่น "เรียกแดดดี้แบบที่ตาเตเรียกก็ได้ครับ... เราคนกันเองทั้งนั้น" เขายิ้มมุมปากเพียงนิด เป็นยิ้มที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา ตลอดมื้อค่ำ ฉันแทบไม่ได้แตะอาหาร สายตาของฉันคอยแต่จะเหลือบมองปลายนิ้วแข็งแรงของคุณอัครที่คอยหมุนแก้วไวน์ไปมา ลำคอแกร่งที่ขยับยามเขาจิบเครื่องดื่มเข้มๆ นั่น... มันช่างน่ากัดให้จมเขี้ยว จนกระทั่งเราแยกย้ายเข้าห้องนอน... "เต... พ่อเธอน่ากลัวจัง แต่ทำไมไม่รู้... ฉันรู้สึกอยากลองเล่นกับเขาดูสักครั้ง" ฉันกระซิบข้างหูแฟนหนุ่มขณะที่เราอยู่กันลำพัง ฉันนึกว่าเตชินท์จะโกรธจนไล่ฉันออกจากบ้าน แต่เปล่าเลย... เขากลับเชยคางฉันขึ้น ดวงตาของเขาเป็นประกายวาววับแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้านินอยากลอง... ผมจะเปิดทางให้เอง ผมเองก็นึกสนุก อยากรู้เหมือนกันว่าแดดดี้ผู้เคร่งขรึม จะทนยัยตัวแสบอย่างนินได้นานแค่ไหน" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของแฟนหนุ่มสอดรับกับความต้องการในใจฉัน... นาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสอง... ทุกอย่างในคฤหาสน์เงียบสนิท ฉันขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงข้างๆ เตชินท์ที่หลับสนิทไปแล้ว ฉันจงใจสวมชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีขาวบางเบาที่ชายกระโปรงรั้งขึ้นมาแทบจะเห็นสะโพกมน ก่อนจะเดินย่องลงไปชั้นล่างโดยอ้างกับตัวเองว่าหิวน้ำ แต่ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องนั่งเล่น กลิ่นวิสกี้ฉุนๆ และควันบุหรี่จางๆ ก็ทำให้ฉันรู้ว่าเหยื่อ ของฉันยังไม่นอน "ยังไม่นอนเหรอหนูนิน" เสียงทุ้มต่ำดังมาจากมุมมืด คุณอัครนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ เขาสวมเพียงกางเกงสแล็คตัวเดียว แผงอกกว้างเปลือยเปล่าสะท้อนแสงจันทร์ดูแข็งแกร่งและน่าสัมผัสอย่างที่สุด "นิน เอ่อ นินหิวน้ำค่ะ ไม่นึกว่าแดดดี้จะยังอยู่ตรงนี้" ฉันทำตาซื่อแกล้งทำเป็นตกใจจนทำแก้วน้ำในมือหลุดร่วง... แต่มันไม่แตก เพราะมันตกลงบนพรมหนานุ่มพอดี ฉันรีบก้มลงไปเก็บ... และนั่นคือจังหวะที่จงใจให้คอเสื้อที่คว้านลึกตกลงมาจนเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนต่อไหน "มานี่มา... เดี๋ยวแดดดี้เก็บเอง" เขารีบคว้าข้อมือฉันไว้ แรงบีบจากฝ่ามือหนาทำเอาฉันใจสั่นรัว คุณอัครจ้องมองฉันด้วยสายตาที่พยายามจะนิ่งสงบ แต่มัดกล้ามตรงกรามที่ขบกันแน่นบอกให้รู้ว่าเขาต้องใช้ความพยายามแค่ไหนที่จะไม่รวบตัวฉันเข้าไปกอด "ขอบคุณค่ะแดดดี้... นินซุ่มซ่ามจัง" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด แกล้งเอียงคอทำท่าทางเหมือนเด็กไม่รู้เดียงสา "มือแดดดี้... ร้อนจังเลยค่ะ" "นินไปนอนซะ" เขาพูดเสียงลอดไรฟัน พลางปล่อยมือฉันเหมือนโดนของร้อน "นินเป็นแฟนของเตจำไว้" "นินทราบค่ะแต่นินแค่เห็นแดดดี้ดูเหนื่อยๆ เลยอยากช่วยให้ผ่อนคลาย" ฉันขยับเข้าไปใกล้อีกนิดจนกลิ่นกายหอมกรุ่นของสาวแรกรุ่นวนเวียนอยู่ใต้จมูกเขา "แดดดี้รังเกียจนินเหรอคะ?" "ไม่ใช่..." เขาคำรามในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความปรารถนาที่ตีรวนกับศีลธรรม "แต่คนอย่างฉัน... ไม่ชอบเล่นกับไฟ โดยเฉพาะไฟที่ลูกชายตัวเองเป็นคนจุด" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนฉันต้องแหงนหน้ามอง คุณอัครจ้องฉันนิ่งนานเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นชั้นบนไปทิ้งให้ฉันยืนยิ้มมุมปากอยู่ในความมืด หึ... ปากบอกให้ไปนอน แต่สายตาแดดดี้เมื่อกี้... มันแทบจะเผาชุดนอนนินให้ละลายไปแล้วนะคะภายในห้องนอนที่กว้างขวาง สายตาคมกริบของคุณอัครจ้องมองเตชินท์ที่กำลังโน้มตัวลงมาคลอเคลียที่ซอกคอของฉันด้วยความโกรธจัดจนหมัดแกร่งสั่นเทา แต่ทว่าไฟล์เสียงในมือลูกชายคือเบ็ดติดหลังที่ทำให้เขาขยับตัวทำอะไรไม่ได้ตามใจชอบ"ปล่อยนินนะตาเต ฉันบอกให้ปล่อย" คุณอัครคำรามเสียงต่ำจนน่าขนลุก"ทำไมล่ะครับแดดดี้ เมื่อกี้แดดดี้ยังกิน อิ่มจนหน้าแดงอยู่เลย แบ่งให้ผมบ้างจะเป็นไรไป" เตชินท์หัวเราะในลำคอพลางใช้ปลายนิ้วเชยคางฉันขึ้น "นินครับอยากฟังเสียงตัวเองตอนครางชื่อแดดดี้ไหม? เดี๋ยวผมจะเปิดคลอไปพร้อมกับตอนที่ผมรักคุณนะ"เตชินท์กดปุ่มเล่นวิดีโอในโทรศัพท์... 'อ๊ะๆๆๆ แดดดี้... แรงอีก นินจะตายแล้ว อ๊าาาา'เสียงครางกระเส่าของฉันที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องน้ำดังสะท้อนก้องห้องนอน เตชินท์ไม่รอช้า เขาผลักฉันให้นอนราบลงกับเตียงนุ่มทันทีต่อหน้าคุณอัครที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ปลายเตียง"อ๊ะเต อย่าค่ะ แดดดี้มองอยู่นะ" ฉันแสร้งทำเป็นขัดขืนเบาๆ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ"แดดดี้ก็ดูไปสิครับ... จะได้รู้ว่าผมดูแล แฟนผมดียังไง"เตชินท์กระชากผ้าเช็ดตัวที่พันกายฉันไว้ออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นรอยรักสีกุหลาบและหยดน้ำที่
"แดดดี้คะปล่อยนินเถอะค่ะ นินอยากไปหาเต"ฉันแสร้งทำเสียงสั่นเครือ พลางพยายามบิดข้อมือออกจากพันธนาการของคนตัวโต หลังจากที่ถูกคุณอัครลากเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของเขาแล้วล็อกประตูลงกลอนหนาแน่น"เตมันมีอะไรดีนักหนา... หืม? หรือมัน ปรนเปรอเธอได้ถึงใจกว่าฉัน!"คุณอัครตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกรีดแทบจะเผาฉันให้ไหม้เป็นจล เขาไม่รอให้ฉันตอบ แต่กลับรวบตัวฉันขึ้นพาดบ่าแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำสนิท"แดดดี้ อ๊ะ จะทำอะไรคะปล่อยนินนะ" ฉันแกล้งทุบหลังเขาเบาๆ ทั้งที่ใจสั่นรัวด้วยความตื่นเต้นเขาปล่อยฉันลงในอ่างอาบน้ำวนขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีน้ำ ก่อนจะก้าวตามลงมาคร่อมร่างฉันไว้ แรงกดดันจากร่างกายกำยำทำเอาฉันแทบหายใจไม่ออก คุณอัครกระชากชุดเดรสตัวบางของฉันจนขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยรักเดิมที่เขาสร้างไว้"นินดื้อ นินขัดคำสั่งฉันที่บอกให้ห่างจากมัน"มือหนาคว้าฝักบัวสีทองเหลืองขึ้นมา เปิดน้ำเย็นจัดรดลงบนตัวฉันจนฉันสะดุ้งสุดตัว สายน้ำที่ชโลมลงบนหน้าอกอิ่มทำเอาชุดที่ขาดรุ่งริ่งแนบชิดไปกับผิวจนเห็นยอดอกชูชัน"อ๊ะ! แดดดี้... มันเย็น อื้ออออ""เย็นสิ... จะได้เอาคว
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านห้องทำงานที่ถูกปิดสนิทมาตลอดทั้งคืน ฉันลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว กลิ่นกามารมณ์ยังคงอบอวลอยู่จางๆ ย้ำเตือนถึงบทเพลงสวาทสามคนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนฉันพบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว โดยมีร่างหนาของสองชายขนาบข้าง...ทางซ้ายคือเตชินท์ที่หลับสนิทด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ส่วนทางขวาคืออัครที่ดูเหมือนจะตื่นก่อนนานแล้ว เขานั่งพิงพนักโซฟา สายตาคมกริบจ้องมองมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก... ทั้งลุ่มหลง ผิดบาป และหวงแหน"ตื่นแล้วเหรอ หนูนิน" เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวดังขึ้นข้างหู"แดดดี้ อ๊ะ" ฉันพยายามจะลุกขึ้น แต่ความเจ็บแปลบที่กึ่งกลางกายทำเอาฉันต้องนิ่วหน้า ร่องรอยสีกุหลาบทั่วตัวเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเมื่อคืนฉันโดนรุมเร้าหนักแค่ไหน"เจ็บมากไหม?" คุณอัครเอื้อมมือหนามาลูบไล้สะโพกมนของฉันเบาๆ "เธอมันร้ายนักนะนิน... ทำฉันพินาศไปหมดแล้ว""นินเปล่านะคะ... แดดดี้เป็นคนทำนินเองแท้ๆ" ฉันแกล้งทำเสียงอ่อน ออดอ้อนซบหน้าลงกับแผงอกแกร่งที่ยังเปลือยเปล่า"หึ... ปากดี" เขาเชยคางฉันขึ้นมาจูบหนักๆ หนึ่งที จูบที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของ "ตาเตบอกว่าอย
ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานครู่หนึ่งหลังจากคำทักทายของเตชินท์ อัครชะงักกึก ร่างกายแกร่งที่ยังคาอยู่ในตัวฉันสั่นเทาด้วยความตระหนกและละอายใจ แต่ทว่า... สายตาของลูกชายเขากลับไม่ได้มีความโกรธแค้นแม้แต่นิด"ตาเตแก..." คุณอัครเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามจะถอนกายออก"อย่าเพิ่งสิครับแดดดี้... ผมบอกแล้วไงว่าผมน่ะใจกว้างพอสำหรับนิน" เตชินท์เดินเข้ามาในห้องช้าๆ ล็อกประตูลงกลอนดังก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก "ดูสิครับนินเขายังต้องการมากกว่านี้อีกนะ แดดดี้คนเดียวจะไหวเหรอ?"ฉันที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนโต๊ะทำงาน มองภาพชายสองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกกามารมณ์ที่พุ่งพล่าน เตชินท์เดินเข้าขนาบข้างกายฉัน มือหนาของเขาเอื้อมมาบีบเค้นเต้าทรวงข้างที่พ่อเขาเพิ่งละไป"อ๊ะ เต อื้อออ" ฉันครางกระเส่า เมื่อปลายนิ้วของแฟนหนุ่มสะกิดยอดอกที่บวมเจ่อ"ว่าไงครับแดดดี้... ให้ผมช่วยอีกคนนะ" เตชินท์กระซิบแกมบังคับ พลางก้มลงจูบซอกคอฉันอย่างหิวกระหายคุณอัครขบกรามจนเป็นสัน ดวงตาคมกริบจ้องมองลูกชายครู่หนึ่ง ก่อนที่สัญชาตญาณดิบจะชนะศีลธรรม เขาไม่ถอนกายออก แต่กลับกระแทกสวนเข้าไปอีกครั้งจนฉันตัวโยน!"อ๊าาาาา แ





