Masukแสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านห้องทำงานที่ถูกปิดสนิทมาตลอดทั้งคืน ฉันลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว กลิ่นกามารมณ์ยังคงอบอวลอยู่จางๆ ย้ำเตือนถึงบทเพลงสวาทสามคนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ฉันพบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว โดยมีร่างหนาของสองชายขนาบข้าง... ทางซ้ายคือเตชินท์ที่หลับสนิทด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ส่วนทางขวาคืออัครที่ดูเหมือนจะตื่นก่อนนานแล้ว เขานั่งพิงพนักโซฟา สายตาคมกริบจ้องมองมาที่ฉันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก... ทั้งลุ่มหลง ผิดบาป และหวงแหน "ตื่นแล้วเหรอ หนูนิน" เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวดังขึ้นข้างหู "แดดดี้ อ๊ะ" ฉันพยายามจะลุกขึ้น แต่ความเจ็บแปลบที่กึ่งกลางกายทำเอาฉันต้องนิ่วหน้า ร่องรอยสีกุหลาบทั่วตัวเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเมื่อคืนฉันโดนรุมเร้าหนักแค่ไหน "เจ็บมากไหม?" คุณอัครเอื้อมมือหนามาลูบไล้สะโพกมนของฉันเบาๆ "เธอมันร้ายนักนะนิน... ทำฉันพินาศไปหมดแล้ว" "นินเปล่านะคะ... แดดดี้เป็นคนทำนินเองแท้ๆ" ฉันแกล้งทำเสียงอ่อน ออดอ้อนซบหน้าลงกับแผงอกแกร่งที่ยังเปลือยเปล่า "หึ... ปากดี" เขาเชยคางฉันขึ้นมาจูบหนักๆ หนึ่งที จูบที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของ "ตาเตบอกว่าอยากให้ฉันช่วยดูแลเธอ... แต่ตอนนี้ฉันเริ่มจะไม่อยากแบ่งเธอให้มันแล้วสิ" "แดดดี้พูดอะไรคะ... นั่นลูกชายแดดดี้นะ" "แล้วไง? ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นเมียฉันไปแล้วอีกคน" คำว่าเมียจากปากอัครทำเอาใจฉันเต้นโครมคราม เขาไม่รอช้า พลิกตัวฉันให้นอนราบลงกับโซฟาอีกครั้งโดยไม่สนว่าลูกชายตัวเองจะตื่นมาเห็นตอนไหน มือหนาแยกขาฉันออกช้าๆ "อ๊ะ แดดดี้คะพอแล้ว... นินระบมไปหมดแล้วนะ" "ขออีกรอบ... คราวนี้ฉันจะทำแบบ เงียบๆไม่ให้ตาเตตื่น" เขาโน้มลงมาไซ้คอฉันอย่างหิวโหย แก่นกายร้อนผ่าวที่ตื่นตัวอีกครั้งเริ่มบดเบียดเข้าหาจุดอ่อนไหวที่ยังชุ่มฉ่ำ ฉันเผลอจิกเล็บลงบนหลังแกร่ง เสียงครางเครือถูกกักเก็บไว้ในลำคอเมื่อคุณอัครเริ่มแทรกตัวเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ทว่า... "อื้มมม... แดดดี้ครับ ลักกินขโมยกินแบบนี้ไม่ดีเลยนะ" เสียงทุ้มของเตชินท์ดังขึ้นข้างหลังฉัน เขาตื่นแล้วและตอนนี้เขากำลังนอนตะแคงมองดูพ่อตัวเองที่กำลังจะลักหลับแฟนสาวของเขาด้วยสายตาพราวระยับ "ในเมื่อตื่นแล้ว... ก็มาช่วยพ่อแกทำให้นินตื่นจริงๆ เสียทีสิ" คุณอัครสั่งเสียงเข้มโดยไม่ยอมหยุดขยับกาย "ด้วยความยินดีครับแดดดี้" เตชินท์ขยับเข้ามาซ้อนหลังฉัน มือหนาของเขาสอดเข้ามาขยำหน้าอกฉันอย่างแรง ในขณะที่คุณอัครกดกระแทกเข้ามาจากทางด้านหน้า... บรรเลงบทเพลงรักรอบเช้าที่ร้อนแรงกว่าเมื่อคืนเป็นเท่าตัว เสียงเนื้อกระทบกันหนักๆ และเสียงลมหายใจหอบถี่สอดประสานกันท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ในห้องทำงาน คุณอัครโหมกระแทกกายเข้าหาฉันอย่างบ้าคลั่งราวกับจะประกาศศักดาว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวจริงในเกมนี้ "อ๊ะๆๆๆ แดดดี้ อื้ออออ! แรงไป นินจะ... อ๊าาา!" ฉันหวีดร้องเสียงหลงเมื่อคุณอัครจงใจกระแทกเน้นย้ำตรงจุดกระสันซ้ำๆ จนร่างฉันสั่นคลอน ในขณะที่เตชินท์ที่ซ้อนหลังอยู่ก็พยายามจะแทรกปลายนิ้วเข้ามาร่วมวง แต่คราวนี้คุณอัครกลับปัดมือลูกชายออกอย่างแรง "ออกไปตาเตคนนี้ของฉัน" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าว สายตาที่มองลูกชายไม่มีความล้อเล่นแฝงอยู่เลย "แดดดี้นี่แฟนผมนะ" เตชินท์ชะงักไป สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนจากความสนุกกลายเป็นความไม่พอใจ "แต่เมื่อคืนแกเป็นคนยกให้ฉันเอง... ตอนนี้ฉันยังไม่อิ่ม เพราะฉะนั้น... ออกไปรอข้างนอก!" คุณอัครไม่สนสีหน้าของลูกชาย เขาอุ้มร่างฉันที่ยังเชื่อมติดกับกายเขาขึ้นมาในท่าลิงอุ้มแตง ก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง ทิ้งให้เตชินท์ยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางห้อง "อ๊ะ! แดดดี้ใจเย็นๆ ค่ะ อื้ออออ" ฉันกอดคอเขาแน่น ขาทั้งสองข้างเกี่ยวเอวสอบไว้มั่นเมื่อเขาเริ่มขยับเดินทั้งที่ยังคาอยู่อย่างนั้น ความใหญ่โตที่บดเบียดอยู่ข้างในทำเอาฉันเสียวจนหน้ามืด "นินต้องเป็นของฉันคนเดียว... เข้าใจไหม?" เขาพูดพลางบดจูบฉันอย่างรุนแรง ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานราวกับจะสูบวิญญาณ "อื้อออ... อ๊ะๆๆๆๆ แดดดี้ นินเป็นของแดดดี้ค่ะ อ๊าาาา" ฉันครางกระเส่าตอบรับอารมณ์ดิบของเขา คุณอัครวางฉันลงบนขอบโต๊ะทำงานอีกครั้ง คราวนี้เขากระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและรวดเร็วเสียงของน้ำหวานที่ผสมปนเปกันดังชัดเจนในห้องที่เงียบสงัด แจ๊ะ แจ๊ะ "อื้มมมม นิน ซี๊ดดดด แน่นไปหมด ตอดฉันแรงๆ แบบนั้นแหละ อ๊าาาา" "อ๊ะๆๆๆๆแดดดี้... นินจะออก... อ๊าาาาาาา!" แรงบีบรัดภายในทำให้คุณอัครถึงกับเชิดหน้าขึ้นด้วยความซ่านสยิว เขาเร่งจังหวะสุดท้ายจนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือน ก่อนจะปลดปล่อยลาวาร้อนๆ เข้ามาลึกถึงมดลูกจนฉันรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่แผ่กระจายไปทั่วท้องน้อย "อ๊าาาาาาา" "อื้มมมมมมม" เราสองคนหอบหายใจรดรินกันอยู่นาน คุณอัครก้มลงจูบหน้าผากฉันอย่างหวงแหน โดยไม่รู้เลยว่าเตชินท์ที่เดินออกไปข้างนอก กำลังยืนมองผ่านรอยแยกของประตูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแผนการใหม่ เขารู้แล้วว่า... พ่อของเขาไม่ได้แค่เล่น แต่นี่คือการแย่งชิง "อยากได้มากใช่ไหมครับแดดดี้... งั้นมาดูกันว่าถ้านินต้องเลือกระหว่างเงินของแดดดี้ กับความตื่นเต้นของผม... เธอจะเลือกใคร" เตชินท์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหายไปในเงามืดของโถงทางเดินเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีที่นินเข้ามาอยู่ในบ้าน คุณอัครและเตชินท์ตัดสินใจพาครอบครัวกลับไปที่มัลดีฟส์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่สามคน... แต่เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ"นิน... มองไปที่นั่นสิ" คุณอัครโอบเอวฉันพลางชี้ไปที่ชายหาด ที่เห็นอคินกำลังจูงมือน้องอลิซวิ่งเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน"ขอบคุณนะคะแดดดี้... ขอบคุณเตด้วยที่ดูแลนินและลูกๆ ดีขนาดนี้" ฉันซบหน้าลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ขนาบข้าง"พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณนิน... ที่ยอมให้อภัย และยอมให้โอกาสพวกเราได้รักเธอ" เตชินท์จูบซับที่ขมับฉันอย่างแสนรักค่ำคืนนั้น ภายใต้แสงดาวที่มัลดีฟส์ นินถูกพาไปยังวิลล่าหลังเดิมที่เคยมีความทรงจำเร่าร้อน แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความละมุนและคำมั่นสัญญาที่ว่าจะรักกันตลอดไป บทรักครั้งนี้ไม่ได้แฝงไปด้วยความแค้นหรือการเอาชนะเหมือนในอดีต แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณของคนสามคนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์"นินเป็นของพวกเรา... และพวกเราจะเป็นของนินตลอดไป" คุณอัครกระซิบคำรามเบาๆ ก่อนจะพานินพุ่งทะยานสู่ความสุขสมที่ไม่มีวันสิ้นสุดกาลเวลาหมุนเวียนไป แต่ความรักภายในคฤหาสน์อัครมหาศาลกลับไม่เคยจืดจางลงเลย วันนี
สามปีผ่านไป คฤหาสน์อัครมหาศาลไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไป "น้องอคิน" ในวัย 4 ขวบเริ่มเข้าโรงเรียนและมีความเป็นสุภาพบุรุษเหมือนแดดดี้อัคร แต่ความพีคอยู่ที่ "น้องอลิซ" วัย 2 ขวบที่กลายเป็น "นางพญาตัวจิ๋ว" ของบ้าน"แดดดี้ขา... อลิซอยากได้ตุ๊กตาตัวนั้น" เสียงเล็กๆ อ้อนวอนพลางชี้ไปที่ตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชันในแคตตาล็อก"ได้สิคะลูก... แดดดี้จะเหมามาให้ทุกสีเลยดีไหม?" คุณอัครที่ใครๆ ก็เกรงขาม กลับยอมคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อผูกเชือกรองเท้าให้ลูกสาวอย่างเต็มใจ"แดดดี้ลำเอียงนี่นา! ทีเตขอกันดั้มตัวใหม่ แดดดี้ยังบอกให้ผมใช้เงินตัวเองเลย" เตชินท์โวยวายขำๆ พลางอุ้มอคินขึ้นขี่คอ "มาอคิน... เดี๋ยวพ่อเตพาไปซื้อเอง เราไม่ง้อแดดดี้หรอกเนอะ"ฉันนั่งมองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในตอนแรก บัดนี้มันกลายเป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นจนไม่มีอะไรมาทำลายได้ สองพ่อลูกที่เคยแย่งฉัน บัดนี้เปลี่ยนมาแย่งกันตามใจลูกๆ แทน... แต่พอลูกหลับเมื่อไหร่ หน้าที่ "ปรนนิบัติ" คุณแม่นินก็ยังเป็นงานหลักของพวกเขาอยู่ดีพอลูกๆ เริ่มโต นินก็เริ่มมีเวลาว่างกลับไปออกงานสังคมบ้าง คืนนี้ฉันปรากฏตัวในชุดราตรีสีดำแหวกหลั
"ฉันบอกแล้วไงว่าต้องชื่อ 'อัญชัน' ถ้าเป็นผู้หญิงต้องอ่อนหวานและอยู่ในโอวาทของฉัน!" คุณหญิงย่าประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหาร ท่ามกลางความตึงเครียดของทุกคนฉันที่กำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองได้ 5 เดือน วางช้อนลงช้าๆ พลางหันไปมองแดดดี้อัครและเตชินท์ที่นั่งขนาบข้าง "คุณท่านคะ... นินขอยืนยันคำเดิมค่ะ ลูกของนิน นินจะเป็นคนตั้งชื่อเอง และนินจะไม่ยอมให้ใครมาตีกรอบให้ลูกของนินเหมือนที่คุณท่านเคยทำกับ 'เราสามคน' อีกแล้ว""นี่เธอเก่งกล้าขึ้นมากนะนิน!" คุณหญิงย่าตบโต๊ะดังปัง"ไม่ใช่แค่เก่งกล้าค่ะ... แต่นิน 'มีอำนาจ' พอที่จะพาสามีและลูกๆ ของนินออกไปสร้างอาณาจักรใหม่ข้างนอกถ้าคุณท่านยังไม่หยุดก้าวก่าย" ฉันตอบด้วยสายตาเย็นชาที่เลียนแบบแดดดี้อัครมาเป๊ะๆคุณอัครกุมมือฉันไว้แน่นพลางเสริมด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "นินพูดถูกครับคุณแม่... ผมกับตาเตเลือกแล้วว่าจะอยู่ข้างนิน ถ้าคุณแม่รับไม่ได้ พวกเราก็พร้อมจะย้ายออกไปอยู่ที่มัลดีฟส์ถาวรครับ"เตชินท์ยิ้มมุมปากพลางอุ้มน้องอคินขึ้นมาแนบอก "ผมเตรียมแผนสำรองไว้หมดแล้วครับคุณย่า... ถ้าอคินต้องโตมาในกรอบของคุณย่า ผมยอมให้เขาไปวิ่งเล่นบนชายหาดที่นู่นดีกว่า"คุณหญิงย่าถึงกับ
ภายในศาลาที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนมิดชิด แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามาไม่ได้ช่วยให้อากาศเย็นลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร่างกายของคนสองคนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่"นินจะยังอยากให้ฉันช่วยอยู่ไหม?"คำถามของแดดดี้ย้ำเตือนถึงความเสี่ยง แต่ฉันกลับตอบแทนด้วยการคล้องคอเขาแน่น พร้อมกับบดเบียดทรวงอกอิ่มเข้าหาแผงอกกำยำที่กำลังสั่นสะท้าน"นินมันดื้อแดดดี้ก็ลงโทษนินสิคะ..." ฉันกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนสิ้นคำพูดนั้น ความอดทนสุดท้ายของคุณอัครก็ขาดสะบั้นลง"อื้มมมม!"ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงมาบดขยี้เรียวปากของฉันอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนเตชินท์ แต่มันคือการรุกรานที่ทรงพลัง ลิ้นร้อนฉกชิมความหวานในโพรงปากของฉันอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมหายใจหอบถี่ของเขาดังระงมไปทั่วศาลา"อ๊ะ แดดดี้... อื้อออ" ฉันครางประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาขยำสะโพกมนของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ แต่กลับเป็นความเจ็บที่เสียวซ่านไปถึงขั้วหัวใจชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวถูกกระชากลงมาจนกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นหน้าอกหน้าใจที่สั่นกระเพื่อมตามจังหวะหายใจ คุณอัครจ้องมองมันด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะก้มลงไปครอ
ภายในห้องนอนเด็กที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยธีมท้องฟ้าสีหม่น (ตามความชอบของแดดดี้) เสียงร้องไห้จ้าของน้องอคินดังก้องขึ้นมาตอนตีสอง ทำเอาสองพ่อลูกที่เพิ่งได้งีบหลับไปไม่ถึงชั่วโมงสะดุ้งสุดตัวพร้อมกัน "เต! ไปดูซิ... ลูกร้องทำไม หิวหรือเปล่า?" แดดดี้อัครสั่งเสียงแหบพลางงัวเงียลุกขึ้นมาดู "ผมว่าน่าจะผ้าอ้อมเต็มนะครับแดดดี้... กลิ่นมันเริ่มมาแล้ว" เตชินท์ทำหน้ายุ่งพลางเดินไปที่เตียงทองคำของลูก เขาเก้ๆ กังๆ หยิบผ้าอ้อมสำเร็จรูปออกมา "แดดดี้... มาช่วยผมจับขาลูกหน่อยสิ ลูกดิ้นเก่งอย่างกับนักมวยเลย!" ภาพประวัติศาสตร์เกิดขึ้นอีกครั้งค่ะคุณฟ้า! ท่านประธานอัครมหาศาลผู้ทรงอิทธิพล ต้องมานั่งประคองขาเล็กๆ ของทารกน้อยอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เตชินท์พยายามจะเช็ดทำความสะอาดและใส่ผ้าอ้อมใหม่ให้ลูกอย่างทุลักทุเล "เบาๆ สิตาเต! เดี๋ยวลูกเจ็บ" คุณอัครดุเสียงนุ่มแต่สายตากลับจ้องมองเจ้าตัวเล็กด้วยความหลงใหล "ผมเบาสุดๆ แล้วครับแดดดี้... อ๊ะ! อคิน! อย่าเพิ่งฉีดลูก!" ไม่ทันขาดคำ น้องอคินก็จัดการ 'พ่นน้ำมนต์' ใส่หน้าพี่เตชินท์เข้าเต็มๆ จนเตชินท์ถึงกับชะงักค้าง ส่วนแดดดี้อัครที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหลุด
รถบรรทุกจากร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์จอดเรียงรายหน้าตึกใหญ่ เตียงนอนเด็กบุทองคำแท้สไตล์หลุยส์ถูกยกเข้ามาวางกลางห้องโถง พร้อมกับชุดเครื่องนอนผ้าไหมอิตาลีที่คุณหญิงรสรินเป็นคนเลือกเองกับมือ"ฉันรับขวัญหลาน... ไม่ใช่รับขวัญเธอ" คุณหญิงย่าพูดเสียงแข็งพลางจิบน้ำชา สายตาปรายมองหน้าท้องที่นูนเด่นของฉัน "จำใส่หัวไว้ด้วยว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของอัครมหาศาล เขาต้องเติบโตมาอย่างสมเกียรติ""ขอบพระคุณในความเมตตาค่ะคุณท่าน..." ฉันแสร้งบีบน้ำตาพลางเดินเข้าไปลูบเตียงทองคำเบาๆ "แต่คุณท่านทราบไหมคะว่า... คุณอัครกับเตบอกนินว่า เตียงที่สวยที่สุด ไม่ใช่เตียงทองคำหรอกค่ะ""แล้วมันคือเตียงอะไร!" คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว"ก็เตียงในห้องนอนใหญ่ที่คุณอัครกับเตชินท์ 'ช่วยกัน' ปรนนิบัตินินทุกคืนไงคะ..." ฉันแกล้งกระซิบข้างหูท่านให้ได้ยินกันแค่สองคน "คุณท่านทราบไหมคะว่าลูกชายกับหลานชายคุณท่าน... เวลาอยู่บนเตียงกับนินน่ะ 'ดุ' กว่าตอนอยู่บริษัทตั้งเยอะ""อี... อีหน้าด้าน!" คุณหญิงย่าตัวสั่นด้วยความโกรธจนถ้วยน้ำชาแทบหลุดจากมือ"อ้าว... คุณแม่ คุยอะไรกับนินอยู่เหรอครับ ดูหน้าแดงๆ นะ" คุณอัครเดินเข้ามาพร้อมกั
สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของคุณหญิงรสรินจ้องมองทะลุเข้าไปในห้องนอน เธอไล่สายตาตั้งแต่อกแกร่งที่ยังมีรอยเล็บจางๆ ของอัคร ไปจนถึงนิรินที่นั่งก้มหน้ากอดสาบเสื้อคลุมแน่นอยู่บนเตียง กลิ่นคาวกามที่ยังจางไม่หายทำให้คุณหญิงย่าเหยียดริมฝีปากอย่างจับผิด"ยัยหนูนินมาทำอะไรในห้องนอนลูกแต่เช้าแบบนี้เหรอตาอัคร แล้ว
ภายในห้องนอนที่กว้างขวาง สายตาคมกริบของคุณอัครจ้องมองเตชินท์ที่กำลังโน้มตัวลงมาคลอเคลียที่ซอกคอของฉันด้วยความโกรธจัดจนหมัดแกร่งสั่นเทา แต่ทว่าไฟล์เสียงในมือลูกชายคือเบ็ดติดหลังที่ทำให้เขาขยับตัวทำอะไรไม่ได้ตามใจชอบ"ปล่อยนินนะตาเต ฉันบอกให้ปล่อย" คุณอัครคำรามเสียงต่ำจนน่าขนลุก"ทำไมล่ะครับแดดดี้
"แดดดี้คะปล่อยนินเถอะค่ะ นินอยากไปหาเต"ฉันแสร้งทำเสียงสั่นเครือ พลางพยายามบิดข้อมือออกจากพันธนาการของคนตัวโต หลังจากที่ถูกคุณอัครลากเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของเขาแล้วล็อกประตูลงกลอนหนาแน่น"เตมันมีอะไรดีนักหนา... หืม? หรือมัน ปรนเปรอเธอได้ถึงใจกว่าฉัน!"คุณอัครตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกรีดแทบจะเผาฉันให้ไ
ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานครู่หนึ่งหลังจากคำทักทายของเตชินท์ อัครชะงักกึก ร่างกายแกร่งที่ยังคาอยู่ในตัวฉันสั่นเทาด้วยความตระหนกและละอายใจ แต่ทว่า... สายตาของลูกชายเขากลับไม่ได้มีความโกรธแค้นแม้แต่นิด"ตาเตแก..." คุณอัครเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามจะถอนกายออก"อย่าเพิ่งสิครับแดดดี้... ผมบอกแล้วไงว่า







