LOGINภายในห้องนอนที่กว้างขวาง สายตาคมกริบของคุณอัครจ้องมองเตชินท์ที่กำลังโน้มตัวลงมาคลอเคลียที่ซอกคอของฉันด้วยความโกรธจัดจนหมัดแกร่งสั่นเทา
แต่ทว่าไฟล์เสียงในมือลูกชายคือเบ็ดติดหลังที่ทำให้เขาขยับตัวทำอะไรไม่ได้ตามใจชอบ "ปล่อยนินนะตาเต ฉันบอกให้ปล่อย" คุณอัครคำรามเสียงต่ำจนน่าขนลุก "ทำไมล่ะครับแดดดี้ เมื่อกี้แดดดี้ยังกิน อิ่มจนหน้าแดงอยู่เลย แบ่งให้ผมบ้างจะเป็นไรไป" เตชินท์หัวเราะในลำคอพลางใช้ปลายนิ้วเชยคางฉันขึ้น "นินครับอยากฟังเสียงตัวเองตอนครางชื่อแดดดี้ไหม? เดี๋ยวผมจะเปิดคลอไปพร้อมกับตอนที่ผมรักคุณนะ" เตชินท์กดปุ่มเล่นวิดีโอในโทรศัพท์... 'อ๊ะๆๆๆ แดดดี้... แรงอีก นินจะตายแล้ว อ๊าาาา' เสียงครางกระเส่าของฉันที่เพิ่งเกิดขึ้นในห้องน้ำดังสะท้อนก้องห้องนอน เตชินท์ไม่รอช้า เขาผลักฉันให้นอนราบลงกับเตียงนุ่มทันทีต่อหน้าคุณอัครที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ปลายเตียง "อ๊ะเต อย่าค่ะ แดดดี้มองอยู่นะ" ฉันแสร้งทำเป็นขัดขืนเบาๆ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ "แดดดี้ก็ดูไปสิครับ... จะได้รู้ว่าผมดูแล แฟนผมดียังไง" เตชินท์กระชากผ้าเช็ดตัวที่พันกายฉันไว้ออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นรอยรักสีกุหลาบและหยดน้ำที่ยังเกาะพราวอยู่บนผิวเนื้อ เขาซุกหน้าลงบนหน้าอกอิ่มของฉันทันที บดขยี้ริมฝีปากลงบนยอดอกที่ยังบวมเจ่อจากฝีมือคุณอัคร "อ๊าาาา เต อื้ออออ" ฉันครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ "ดูสิแดดดี้... นินเขาตอบรับผมดีกว่าแดดดี้อีกนะ" เตชินท์เงยหน้าขึ้นมาเยาะเย้ยพ่อตัวเอง ก่อนจะเร่งจัดการกับเสื้อผ้าของเขาจนเปลือยเปล่า คุณอัครจ้องมองภาพลูกชายที่กำลังซุกไซ้ร่างของฉันด้วยแววตาแดงก่ำ ลมหายใจของเขาหอบถี่รุนแรง ความหึงหวงมันพุ่งทะลุขีดจำกัดจนเขาไม่อาจยืนดูเฉยๆ ได้อีกต่อไป "พอได้แล้ว!" คุณอัครพุ่งเข้ามาคว้าไหล่เตชินท์แล้วเหวี่ยงออกไปด้านข้าง ก่อนจะแทรกตัวลงมาคร่อมร่างฉันไว้แทนที่ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง "ถ้าแกอยากดูนักก็ดูซะตาเต ดูว่านินเป็นของใครกันแน่!" พูดจบคุณอัครก็กระแทกกายเข้าหาฉันอย่างรุนแรงโดยไม่ให้ตั้งตัว "อ๊าาาา แดดดี้ อื้อ" ฉันกรีดร้องสุดเสียงเมื่อความยิ่งใหญ่ของคุณอัครกลับเข้ามาครอบครองกายฉันอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงไฟล์เสียงจากโทรศัพท์ที่ยังดังต่อเนื่อง เตชินท์ไม่ได้โกรธที่โดนขัดจังหวะ แต่เขากลับคลานเข้ามาบนเตียงอีกฝั่ง แล้วเริ่มลูบไล้แผ่นหลังและสะโพกของฉันไปพร้อมๆ กับจังหวะการกระแทกของพ่อเขา "แดดดี้ครับแรงอีก อื้มมม นินรัดแดดดี้แน่นจังเลยนะ" เตชินท์ครางพลางก้มลงจูบซอกคอฉันจากด้านหลัง "อ๊ะๆๆ แดดดี้ เต อ๊าาาาา นินจะขาดใจแล้ว อื้ออออ" เสียงเนื้อกระทบกันรัวถี่สอดประสานกับเสียงครางสามสายที่ดังระงมไปทั่วห้องนอนใหญ่ คุณอัครโหมแรงทั้งหมดใส่ร่างฉันราวกับจะประกาศศักดา ในขณะที่เตชินท์ก็คอยกระตุ้นอารมณ์อยู่ไม่ห่าง... "อื้มมมมม นิน... ตอดแรงขนาดนี้กะจะให้ฉันตายคาอกเธอเลยใช่ไหม!" เสียงคำรามทุ้มต่ำของคุณอัครดังระงมสวนทางกับจังหวะการกระแทกกระทั้นที่ดิบเถื่อนและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายกำยำของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ไหลชโลมลงบนตัวฉัน ในขณะที่เตชินท์ที่ซ้อนหลังอยู่ก็ไม่ยอมแพ้ เขาใช้มือหนาทั้งสองข้างบีบเค้นหน้าอกของฉันจนล้นมือ พลางโน้มลงมาขบเม้มซอกคอขาวผ่องของฉันจนขึ้นรอยแดงซ้ำซ้อน "อ๊ะๆๆๆๆ แดดดี้ แรงไปแล้ว อื้ออออ เต นิน... นินเสียว อ๊าาาาา!" ฉันกรีดร้องสุดเสียงเมื่อจุดกระสันถูกบดขยี้จากคนตัวโตด้านบน และถูกรุกรานด้วยปลายนิ้วร้ายกาจของแฟนหนุ่มจากด้านหลัง เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนไปทั่วห้องนอนที่ปิดมิดชิด ก๊อก ก๊อก ก๊อก ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นขัดจังหวะ! "ตาอัครตื่นหรือยัง แม่มีเรื่องด่วนจะคุยด้วย เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้!" เสียงของคุณหญิงรสรินหรือคุณย่าของเตชินท์ดังขึ้นจากหน้าห้อง ทำเอาคนทั้งสามในห้องชะงักกึกราวกับถูกสาป คุณอัครหยุดการขยับกายทันที แต่แก่นกายของเขายังคงคาลึกอยู่ในตัวฉันจนฉันเผลอครางเบาๆ ด้วยความอึดอัด "ชู่วววว..." คุณอัครเอามือปิดปากฉันไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่ประตูด้วยความตระหนก "แม่มาทำอะไรแต่เช้าขนาดนี้ครับ" "แดดดี้ครับถ้าเปิดตอนนี้ คุณย่าได้เห็น ของดีแน่ๆ" เตชินท์กระซิบข้างหูพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ดูเกรงกลัวเลยสักนิด แต่กลับแกล้งขยับสะโพกเบียดเสียดกับบั้นท้ายของฉันจนฉันต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นเสียงร้อง "ตาอัครทำไมไม่ตอบ แม่รู้ว่าลูกอยู่ในนั้น เปิดประตู!" เสียงคุณหญิงย่าเริ่มเข้มขึ้น พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกล็อกไว้จากข้างในดัง กึก กึก "นินอย่าร้องนะ" คุณอัครกระซิบสั่งเสียงพร่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำต่อให้เสร็จโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ร่างกายสงบลงก่อนจะออกไปพบแม่ "ฉันจะรีบทำให้จบแกด้วยตาเต ช่วยทำให้นินเงียบที่สุด" พูดจบคุณอัครก็เริ่มขยับกายอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นจังหวะที่นิ่ง เยือกเย็น และรุนแรงกว่าเดิมเพื่อเร่งไปให้ถึงจุดหมาย เขาบดจูบฉันเพื่อกั้นเสียงคราง ในขณะที่เตชินท์ก็ช่วยรัวปลายนิ้วรุกเร้าจุดอ่อนไหวของฉันอย่างบ้าคลั่ง "อื้อออออ!" ฉันจิกเล็บลงบนไหล่หนาของคุณอัครจนเลือดซิบ ร่างกายกระตุกเกร็งภายใต้สายตาที่จ้องเขม็งมาที่ประตู ความเสียวซ่านที่ปนไปด้วยความตื่นเต้นว่าจะถูกจับได้ทำให้อารมณ์พุ่งทะยานถึงขีดสุด แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ เสียงน้ำหวานที่ชโลมแก่นกายดังชัดเจนในความเงียบที่มีเพียงเสียงเรียกของคุณหญิงย่าจากภายนอก "อ๊ะ อื้มมม" คุณอัครคำรามลั่นในลำคอก่อนจะฉีดพ่นธารน้ำรักร้อนๆ เข้าสู่กายฉันรวดเดียวจนล้นปรี่ เขาซบหน้าลงกับอกฉันหอบหายใจรัวเร็ว พยายามคุมจังหวะหัวใจให้ปกติที่สุด "ตาอัครถ้าไม่เปิด แม่จะให้เด็กเอาลูกกุญแจสำรองมาไขเดี๋ยวนี้" คำขู่ของคุณหญิงย่าทำให้ทั้งสามคนต้องรีบแยกย้ายกันอย่างอลหม่านคุณอัครรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันกาย ส่วนเตชินท์รีบมุดเข้าใต้เตียงกว้างอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฉันที่สภาพเยินไปทั้งตัวรีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับไว้ คุณอัครเดินไปที่ประตูด้วยหัวใจที่เต้นรัว เขาแสร้งทำเป็นเพิ่งตื่นนอนแล้วเปิดประตูออกช้าๆ... "ครับแม่... มีอะไรครับพอดีผมเพิ่งตื่น" คุณหญิงรสรินจ้องมองลูกชายด้วยสายตาจับผิด เธอมองผ่านไหล่คุณอัครเข้ามาในห้องที่ยังมีกลิ่นกามารมณ์จางๆ และเห็นฉันที่นั่งหน้าแดงก่ำอยู่บนเตียง "ยัยหนูนินมาทำอะไรในห้องนอนลูกแต่เช้าแบบนี้ตาอัคร?!"เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีที่นินเข้ามาอยู่ในบ้าน คุณอัครและเตชินท์ตัดสินใจพาครอบครัวกลับไปที่มัลดีฟส์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่สามคน... แต่เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ"นิน... มองไปที่นั่นสิ" คุณอัครโอบเอวฉันพลางชี้ไปที่ชายหาด ที่เห็นอคินกำลังจูงมือน้องอลิซวิ่งเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน"ขอบคุณนะคะแดดดี้... ขอบคุณเตด้วยที่ดูแลนินและลูกๆ ดีขนาดนี้" ฉันซบหน้าลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ขนาบข้าง"พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณนิน... ที่ยอมให้อภัย และยอมให้โอกาสพวกเราได้รักเธอ" เตชินท์จูบซับที่ขมับฉันอย่างแสนรักค่ำคืนนั้น ภายใต้แสงดาวที่มัลดีฟส์ นินถูกพาไปยังวิลล่าหลังเดิมที่เคยมีความทรงจำเร่าร้อน แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความละมุนและคำมั่นสัญญาที่ว่าจะรักกันตลอดไป บทรักครั้งนี้ไม่ได้แฝงไปด้วยความแค้นหรือการเอาชนะเหมือนในอดีต แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณของคนสามคนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์"นินเป็นของพวกเรา... และพวกเราจะเป็นของนินตลอดไป" คุณอัครกระซิบคำรามเบาๆ ก่อนจะพานินพุ่งทะยานสู่ความสุขสมที่ไม่มีวันสิ้นสุดกาลเวลาหมุนเวียนไป แต่ความรักภายในคฤหาสน์อัครมหาศาลกลับไม่เคยจืดจางลงเลย วันนี
สามปีผ่านไป คฤหาสน์อัครมหาศาลไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไป "น้องอคิน" ในวัย 4 ขวบเริ่มเข้าโรงเรียนและมีความเป็นสุภาพบุรุษเหมือนแดดดี้อัคร แต่ความพีคอยู่ที่ "น้องอลิซ" วัย 2 ขวบที่กลายเป็น "นางพญาตัวจิ๋ว" ของบ้าน"แดดดี้ขา... อลิซอยากได้ตุ๊กตาตัวนั้น" เสียงเล็กๆ อ้อนวอนพลางชี้ไปที่ตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชันในแคตตาล็อก"ได้สิคะลูก... แดดดี้จะเหมามาให้ทุกสีเลยดีไหม?" คุณอัครที่ใครๆ ก็เกรงขาม กลับยอมคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อผูกเชือกรองเท้าให้ลูกสาวอย่างเต็มใจ"แดดดี้ลำเอียงนี่นา! ทีเตขอกันดั้มตัวใหม่ แดดดี้ยังบอกให้ผมใช้เงินตัวเองเลย" เตชินท์โวยวายขำๆ พลางอุ้มอคินขึ้นขี่คอ "มาอคิน... เดี๋ยวพ่อเตพาไปซื้อเอง เราไม่ง้อแดดดี้หรอกเนอะ"ฉันนั่งมองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในตอนแรก บัดนี้มันกลายเป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นจนไม่มีอะไรมาทำลายได้ สองพ่อลูกที่เคยแย่งฉัน บัดนี้เปลี่ยนมาแย่งกันตามใจลูกๆ แทน... แต่พอลูกหลับเมื่อไหร่ หน้าที่ "ปรนนิบัติ" คุณแม่นินก็ยังเป็นงานหลักของพวกเขาอยู่ดีพอลูกๆ เริ่มโต นินก็เริ่มมีเวลาว่างกลับไปออกงานสังคมบ้าง คืนนี้ฉันปรากฏตัวในชุดราตรีสีดำแหวกหลั
"ฉันบอกแล้วไงว่าต้องชื่อ 'อัญชัน' ถ้าเป็นผู้หญิงต้องอ่อนหวานและอยู่ในโอวาทของฉัน!" คุณหญิงย่าประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหาร ท่ามกลางความตึงเครียดของทุกคนฉันที่กำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองได้ 5 เดือน วางช้อนลงช้าๆ พลางหันไปมองแดดดี้อัครและเตชินท์ที่นั่งขนาบข้าง "คุณท่านคะ... นินขอยืนยันคำเดิมค่ะ ลูกของนิน นินจะเป็นคนตั้งชื่อเอง และนินจะไม่ยอมให้ใครมาตีกรอบให้ลูกของนินเหมือนที่คุณท่านเคยทำกับ 'เราสามคน' อีกแล้ว""นี่เธอเก่งกล้าขึ้นมากนะนิน!" คุณหญิงย่าตบโต๊ะดังปัง"ไม่ใช่แค่เก่งกล้าค่ะ... แต่นิน 'มีอำนาจ' พอที่จะพาสามีและลูกๆ ของนินออกไปสร้างอาณาจักรใหม่ข้างนอกถ้าคุณท่านยังไม่หยุดก้าวก่าย" ฉันตอบด้วยสายตาเย็นชาที่เลียนแบบแดดดี้อัครมาเป๊ะๆคุณอัครกุมมือฉันไว้แน่นพลางเสริมด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "นินพูดถูกครับคุณแม่... ผมกับตาเตเลือกแล้วว่าจะอยู่ข้างนิน ถ้าคุณแม่รับไม่ได้ พวกเราก็พร้อมจะย้ายออกไปอยู่ที่มัลดีฟส์ถาวรครับ"เตชินท์ยิ้มมุมปากพลางอุ้มน้องอคินขึ้นมาแนบอก "ผมเตรียมแผนสำรองไว้หมดแล้วครับคุณย่า... ถ้าอคินต้องโตมาในกรอบของคุณย่า ผมยอมให้เขาไปวิ่งเล่นบนชายหาดที่นู่นดีกว่า"คุณหญิงย่าถึงกับ
ภายในศาลาที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์จนมิดชิด แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามาไม่ได้ช่วยให้อากาศเย็นลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับอุณหภูมิร่างกายของคนสองคนที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่"นินจะยังอยากให้ฉันช่วยอยู่ไหม?"คำถามของแดดดี้ย้ำเตือนถึงความเสี่ยง แต่ฉันกลับตอบแทนด้วยการคล้องคอเขาแน่น พร้อมกับบดเบียดทรวงอกอิ่มเข้าหาแผงอกกำยำที่กำลังสั่นสะท้าน"นินมันดื้อแดดดี้ก็ลงโทษนินสิคะ..." ฉันกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนสิ้นคำพูดนั้น ความอดทนสุดท้ายของคุณอัครก็ขาดสะบั้นลง"อื้มมมม!"ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงมาบดขยี้เรียวปากของฉันอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนเตชินท์ แต่มันคือการรุกรานที่ทรงพลัง ลิ้นร้อนฉกชิมความหวานในโพรงปากของฉันอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมหายใจหอบถี่ของเขาดังระงมไปทั่วศาลา"อ๊ะ แดดดี้... อื้อออ" ฉันครางประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาขยำสะโพกมนของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ แต่กลับเป็นความเจ็บที่เสียวซ่านไปถึงขั้วหัวใจชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวถูกกระชากลงมาจนกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นหน้าอกหน้าใจที่สั่นกระเพื่อมตามจังหวะหายใจ คุณอัครจ้องมองมันด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะก้มลงไปครอ
ภายในห้องนอนเด็กที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยธีมท้องฟ้าสีหม่น (ตามความชอบของแดดดี้) เสียงร้องไห้จ้าของน้องอคินดังก้องขึ้นมาตอนตีสอง ทำเอาสองพ่อลูกที่เพิ่งได้งีบหลับไปไม่ถึงชั่วโมงสะดุ้งสุดตัวพร้อมกัน "เต! ไปดูซิ... ลูกร้องทำไม หิวหรือเปล่า?" แดดดี้อัครสั่งเสียงแหบพลางงัวเงียลุกขึ้นมาดู "ผมว่าน่าจะผ้าอ้อมเต็มนะครับแดดดี้... กลิ่นมันเริ่มมาแล้ว" เตชินท์ทำหน้ายุ่งพลางเดินไปที่เตียงทองคำของลูก เขาเก้ๆ กังๆ หยิบผ้าอ้อมสำเร็จรูปออกมา "แดดดี้... มาช่วยผมจับขาลูกหน่อยสิ ลูกดิ้นเก่งอย่างกับนักมวยเลย!" ภาพประวัติศาสตร์เกิดขึ้นอีกครั้งค่ะคุณฟ้า! ท่านประธานอัครมหาศาลผู้ทรงอิทธิพล ต้องมานั่งประคองขาเล็กๆ ของทารกน้อยอย่างระมัดระวัง ในขณะที่เตชินท์พยายามจะเช็ดทำความสะอาดและใส่ผ้าอ้อมใหม่ให้ลูกอย่างทุลักทุเล "เบาๆ สิตาเต! เดี๋ยวลูกเจ็บ" คุณอัครดุเสียงนุ่มแต่สายตากลับจ้องมองเจ้าตัวเล็กด้วยความหลงใหล "ผมเบาสุดๆ แล้วครับแดดดี้... อ๊ะ! อคิน! อย่าเพิ่งฉีดลูก!" ไม่ทันขาดคำ น้องอคินก็จัดการ 'พ่นน้ำมนต์' ใส่หน้าพี่เตชินท์เข้าเต็มๆ จนเตชินท์ถึงกับชะงักค้าง ส่วนแดดดี้อัครที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับหลุด
รถบรรทุกจากร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์จอดเรียงรายหน้าตึกใหญ่ เตียงนอนเด็กบุทองคำแท้สไตล์หลุยส์ถูกยกเข้ามาวางกลางห้องโถง พร้อมกับชุดเครื่องนอนผ้าไหมอิตาลีที่คุณหญิงรสรินเป็นคนเลือกเองกับมือ"ฉันรับขวัญหลาน... ไม่ใช่รับขวัญเธอ" คุณหญิงย่าพูดเสียงแข็งพลางจิบน้ำชา สายตาปรายมองหน้าท้องที่นูนเด่นของฉัน "จำใส่หัวไว้ด้วยว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของอัครมหาศาล เขาต้องเติบโตมาอย่างสมเกียรติ""ขอบพระคุณในความเมตตาค่ะคุณท่าน..." ฉันแสร้งบีบน้ำตาพลางเดินเข้าไปลูบเตียงทองคำเบาๆ "แต่คุณท่านทราบไหมคะว่า... คุณอัครกับเตบอกนินว่า เตียงที่สวยที่สุด ไม่ใช่เตียงทองคำหรอกค่ะ""แล้วมันคือเตียงอะไร!" คุณหญิงย่าขมวดคิ้ว"ก็เตียงในห้องนอนใหญ่ที่คุณอัครกับเตชินท์ 'ช่วยกัน' ปรนนิบัตินินทุกคืนไงคะ..." ฉันแกล้งกระซิบข้างหูท่านให้ได้ยินกันแค่สองคน "คุณท่านทราบไหมคะว่าลูกชายกับหลานชายคุณท่าน... เวลาอยู่บนเตียงกับนินน่ะ 'ดุ' กว่าตอนอยู่บริษัทตั้งเยอะ""อี... อีหน้าด้าน!" คุณหญิงย่าตัวสั่นด้วยความโกรธจนถ้วยน้ำชาแทบหลุดจากมือ"อ้าว... คุณแม่ คุยอะไรกับนินอยู่เหรอครับ ดูหน้าแดงๆ นะ" คุณอัครเดินเข้ามาพร้อมกั
สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของคุณหญิงรสรินจ้องมองทะลุเข้าไปในห้องนอน เธอไล่สายตาตั้งแต่อกแกร่งที่ยังมีรอยเล็บจางๆ ของอัคร ไปจนถึงนิรินที่นั่งก้มหน้ากอดสาบเสื้อคลุมแน่นอยู่บนเตียง กลิ่นคาวกามที่ยังจางไม่หายทำให้คุณหญิงย่าเหยียดริมฝีปากอย่างจับผิด"ยัยหนูนินมาทำอะไรในห้องนอนลูกแต่เช้าแบบนี้เหรอตาอัคร แล้ว
"แดดดี้คะปล่อยนินเถอะค่ะ นินอยากไปหาเต"ฉันแสร้งทำเสียงสั่นเครือ พลางพยายามบิดข้อมือออกจากพันธนาการของคนตัวโต หลังจากที่ถูกคุณอัครลากเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของเขาแล้วล็อกประตูลงกลอนหนาแน่น"เตมันมีอะไรดีนักหนา... หืม? หรือมัน ปรนเปรอเธอได้ถึงใจกว่าฉัน!"คุณอัครตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกรีดแทบจะเผาฉันให้ไ
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านห้องทำงานที่ถูกปิดสนิทมาตลอดทั้งคืน ฉันลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว กลิ่นกามารมณ์ยังคงอบอวลอยู่จางๆ ย้ำเตือนถึงบทเพลงสวาทสามคนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนฉันพบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว โดยมีร่างหนาของสองชายขนาบข้าง...ทางซ้ายคือเตชินท์ที่หล
ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานครู่หนึ่งหลังจากคำทักทายของเตชินท์ อัครชะงักกึก ร่างกายแกร่งที่ยังคาอยู่ในตัวฉันสั่นเทาด้วยความตระหนกและละอายใจ แต่ทว่า... สายตาของลูกชายเขากลับไม่ได้มีความโกรธแค้นแม้แต่นิด"ตาเตแก..." คุณอัครเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามจะถอนกายออก"อย่าเพิ่งสิครับแดดดี้... ผมบอกแล้วไงว่า







