เข้าสู่ระบบวันต่อมา
“อ่าวคีริน วันนี้แกไม่ได้ไปทำงานเหรอวะ…พี่ก็คิดว่าแกจะออกไปทำงานแล้วซะอีก…” คิรากรพี่ชายของคีรินเอ่ยถามออกไป เพราะปกติน้องชายเขาจะไปนอนบ้านแพรไหมแล้วก็จะเลยไปทำงานเลย แต่แปลกที่วันนี้น้องชายของเขากลับอยู่ที่บ้าน “เมื่อคืนผมไปงานวันเกิดของไอ้ทินมันมาน่ะก็เลยไม่ได้ไปนอนบ้านไหม กลับดึกดื่นแบบนั้นผมก็เกรงใจพ่อตาแม่ยายของผมเหมือนกันนะพี่…แล้วนี่พี่ไม่คิดจะกลับบ้านกลับช่องบ้างหรือไง ผมว่าพี่คืนดีกับพี่อั้มเขาได้แล้วมั้ง….” คีรินพูดบอกไปก็ไปนั่งที่โต๊ะอาหารทันที ก่อนจะเอ่ยถามพี่ชายไปอย่างอดไม่ได้ เพราะนี่ก็เกือบสองอาทิตย์แล้วที่พี่ชายกลับมาอยู่ที่บ้าน ไม่ยอมกลับไปอยู่บ้านตัวเองสักที “แกรู้ได้ยังไงว่าฉันทะเลาะกับอั้มเขาน่ะ…หรืออั้มเขามาพูดอะไรกับแกหึคีริน…” คิรากรเห็นน้องชายพูดแบบนั้นก็เอ่ยถามออกไปอย่างอยากรู้ทันที “เปล่า พี่อั้มเขาไม่ได้มาพูดอะไรกับผมเลย แต่ทุกครั้งที่พี่ทะเลาะกับพี่อั้ม พี่ก็ถูกเขาไล่ออกมาทุกทีไม่ใช่เหรอ คราวนี้พี่ทำอะไรผิดอีกล่ะ” คีรินตอบไปก็เอ่ยถามพี่ชายไปอย่างรู้ทัน เพราะสาเผตเดียวที่ทำให้พี่ชายของเขานั้นกลับมานอนบ้านได้ก็เพราะโดนเมียไล่ออกจากบ้านมานั่นแหละ “เฮ้อ…ฉันแค่ลืมวันครบรอบที่คบกันแค่นี้ อั้มเขาก็งอนฉันบ่นว่าฉันไม่รักอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็ไล่ฉันไม่ให้นอนที่บ้านด้วย แกดูสิวะฮัสลาน มนุษย์เมียนี่เป็นอะไรที่เข้าใจยากที่สุดเลย คบกันมาสิบกว่าแล้วใครจะไปจำได้ตลอดวะ วันครบรอบที่คบกัน วันครบรอบแต่งงาน วันครบรอบที่ขอเป็นแฟน ขอแต่งงาน แล้วก็อีกอะไรเยอะแยะ ฉันจะไปจำให้หมดได้ยังไงวะ…แล้วนี่จะอาทิตย์แล้วนะ เขายังไม่คิดจะโทรตามฉันกลับบ้านเลย ไม่รู้จะงอนอะไรนักหนา….”คิรากรพูดไปแบบบ่นๆ เพราะเขานั้นจำไม่ได้และไม่มีของขวัญอะไรให้เธอก็งอนแล้วไล่เขาออกมาเลย จนตอนนี้เธอยังไม่โทรมาตามเขากลับบ้านเลย “อืม…ก็พี่เคยจำได้แล้วก็ให้ความสำคัญกับวันพวกนี้มาตลอดนิ มันก็ทำให้พี่อั้มเขาคิดว่าพี่จะทำให้เขาแบบนั้นทุกปีๆสิ แล้วเขาไม่โทรตามพี่กลับบ้านพี่ก็จะไม่กลับหรือไง…ผมว่าพี่กลับไปง้อพี่อั้มเขาเถอะ อย่าปล่อยให้ห่างเหินกันแบบนี้เลย…เดี๋ยวก็ได้กลายเป็นพ่อม่ายหรอก” คีรินพูดบอกไปอย่างให้คำปรึกษากับพี่ชาย “ไม่มีวันซะหรอก…ถึงเมียฉันจะขี้งอนขี้บ่นแค่ไหนแต่พวกฉันกับอั้มก็ไม่เคยคิดหย่ากับกันเลยนะโว้ย… งั้นวันนี้ฉันลองกลับไปที่บ้านหน่อยดีกว่าว่ะ แต่ถ้าอั้มเขายังงอนฉันอยู่ ฉันจะทำยังไงวะ…” คิรากรพูดไปแล้วก็คิดว่าเขาก็ควรจะกลับบ้านแบบที่น้องชายพูดได้แล้วล่ะ แต่ถ้าเมียเขายังงอนเขาอยู่ล่ะ เขาจะทำยังไง “พี่ก็ใช้วิธีเดิมของพี่นั่นแหละ พี่อั้มเขาอยากจะได้อะไรพี่ก็จัดไปเลย…จะแพงแค่ไหนก็อย่าไปสน เมียอยากได้ก็จัดไปซะ…เขาจะได้มีความสุข…” คีรินพูดบอกไป เพราะพี่สะใภ้ของเขาน่ะชอบสะสมกระเป๋าแบรนด์หรูมาก ยิ่งหายากแค่ไหนก็ยิ่งชอบ “ห้ะ…อีกแล้วเหรอวะ…คราวก่อนฉันเจอกระเป๋าใบละสองล้านเลยนะคีริน…คราวนี้ฉันจะหากระเป๋าอะไรไปง้อเขาอีกวะเนี่ย…” คิรากรพูดออกไปด้วยสีหน้าเศร้าๆ เพราะง้อเมียแต่ล่ะทีเขาต้องเสียเงินเป็นล้านเลย “พี่ก็ไปหาเอาละกันเพราะวันนี้ไหมเขาก็ไม่อยู่ด้วย ผมคงจะแนะนำอะไรพี่ไม่ได้ พี่ก็ไปเลือกเอาคอลเลคชั่นใหม่ๆ ที่หายากๆแค่นั้นเอง ขนหน้าแข้งพี่ไม่ร่วงหรอก…. ฮ่าๆ” คีรินพูดแซวพี่ชายไปแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “เฮ้อ…แกไม่ต้องมาหัวเราะเยาะฉันเลย แล้วนี่แกจะตามไปหาเมียกับลูกแกไหมเนี่ย” คิรากรพูดไปแล้วมองค้อนใส่น้องชาย ก่อนจะถามเรื่องน้องชายบ้าง “ไม่ไปแล้วพี่ ไหมเขาจะให้ธิชามาส่งที่บ้านน่ะ อีกอย่างผมก็มีธุระสำคัญที่จะต้องจัดการด้วย” คีรินพูดบอกไปเพราะเขายังไม่อยากให้เรื่องนี้ให้ใครรู้ เขาอยากจะสืบหาความจริงก่อนเขาถึงจะบอกกับทุกคน “อืม…โอเค งั้นก็จัดการธุระของแกไปก็แล้วกัน ฉันจะออกไปหาซื้อของไปง้อเมียฉันก่อน แล้วเจอกันไอ้น้องชาย..” คิรากรพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วเอามือตบไหล่ของน้องชายเบาๆจากนั้นเขาก็เดินออกไป ส่วนคีรินก็นั่งทานอาหารเช้าของเขาไปแบบหิวๆเพราะนี่ก็สิบโมงกว่าแล้วเขาพึ่งจะได้ลงมาทานข้าวเช้า พอทานอาหารเสร็จเขาก็เข้าไปนอนพักผ่อนในห้องนั่งเล่นแล้วก็เปิดทีวีดูแบบสบายๆ เพราะช่วงนี้พ่อแม่ของเขาไปเที่ยวยุโรปกันหลายเดือนเลย ทำให้ไม่มีใครมารบกวนเขา บ่ายโมง… เนวินก็เข้ามาในบ้านของคีรินตามที่นัดกันไว้พร้อมกับใส่ชุดตำรวจมาแบบเต็มยศเพราะวันนี้เขาไปเข้าเวรและเข้าประชุมด้วย จนคีรินนั้นมองเพื่อนหนุ่มแล้วเอ่ยแซวทันที “หึๆ วันนี้มาซะเต็มยศเลยนะโว้ย….ปกติเห็นแกใส่แต่ชุดนอกเครื่องแบบ พอเห็นแกใส่แบบนี้แล้วแกดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะเลยว่ะ” คีรินพูดไปก็มองเพื่อนแล้วก็ยิ้ม เพราะมันใส่ชุดตำรวจแล้วดูดีไม่น้อยเลย “พูดแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ช่วยหาหนอนบ่อนไส้ซะหรอก…ฉันใส่อะไรก็ดูดีโว้ย” เนวินพูดตอบไปแล้วทำหน้ามองบนใส่เพื่อนหนุ่มไป “ไอ้เน แกอย่าเสียงดังสิวะ เดี๋ยวมีคนได้ยินหรอก ป่ะ ไปคุยกันในห้องทำงานของฉันกัน….ตามฉันมา” คีรินรีบมองซ้ายมองขวาแล้วพูดไปด้วยเสียงจริงจังมากขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก็เดินนำเพื่อนหนุ่มไปที่ห้องทำงานของเขา “หึๆ ไอ้นี่มันเปลี่ยนอารมณ์รวดเร็วจริงๆ….” เนวินพูดไปก็ยิ้มส่ายหน้าไปมาทันที ก่อนจะเดินตามเพื่อนหนุ่มไปที่ห้องทำงาน พอเดินเนวินเดินตามคีรินเข้ามาในห้องทำงานแล้วเขาก็มองสำรวจไปทั่วห้องทำงานของเพื่อนหนุ่มอย่างสังเกต ส่วนคีรินก็ล็อคประตูแล้วก็เดินมาหาเพื่อนของเขา “แกซ่อนกล้องวงจรปิดไว้ตรงไหนวะ ทำไมฉันไม่เห็นมีเลยสักตัว” เนวินเอ่ยถามออกไป เพราะเขามองไปรอบๆแล้วไม่เห็นมีกล้องวงจรปิดเลยสักตัว “กล้องวงจรปิดของฉันก็อยู่ที่กล้องถ่ายรูปที่ตั้งโชว์ตรงนั้น แล้วก็ตรงมุมนั้นไง ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันมีกล้องวงจรปิดที่นี่ก็เลยให้ช่างเขาดัดแปลงกล้องถ่ายรูปนั่นให้เป็นกล้องวงจรปิดน่ะ….”คีรินพูดบอกไปก็ชี้กล้องวงจรปิดที่เขานั้นดัดแปลงให้เป็นกล้องถ่ายรูปที่เขาตั้งโชว์เอาไว้แบบแนบเนียน “โอ้โห…แกนี่ก็เอาเรื่องเหมือนกันนะโว้ย…ถึงกับทำดัดแปลงขนาดนี้เลยเหรอวะ…สุดยอดเลยว่ะคีริน…” เนวินพูดชมเพื่อนหนุ่มไปแล้วยิ้มออกมา เพราะการทำแบบนี้ทำให้คนที่คิดจะมาขโมยอะไรนั้นสังเกตไม่ได้ ขนาดเขายังไม่รู้เลยถ้าคีรินไม่บอกเขาน่ะ “ก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมบ้างสิวะ ที่บริษัทฉันก็มีกล้องแอบไว้เหมือนกัน เพราะบางทีมันอาจจะมีคนทำลายกล้องตัวหลักก็ได้ใครจะไปรู้ ดังนั้นฉันต้องทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ จะได้ไม่มีใครมาเหยียบบนจมูกเสืออย่างฉันได้ไงวะ….แกอย่ามัวแต่พูดมากเลย…รีบสืบดูได้แล้วไป…” คีรินพูดบอกไปแล้วก็มองเพื่อนหนุ่มแบบจริงจัง “เออๆ งั้นเริ่มจากดูกล้องวงจรปิดที่แกซ่อนเอาไว้นั่นแหละ มุมกล้องที่แกซ่อนไว้ทั้งสองตัวก็เหมาะมากๆ ตัวหนึ่งส่องด้านหน้า อีกตัวส่องด้านข้าง…ฉันว่าถ้ามีใครมาแอบขโมยดูงานของแกก็คงจะเห็นชัดเจนเลย” เนวินพูดวิเคราะห์ไปตามความคิดของเขา “งั้นฉันจะเข้ารหัสกล้องวงจรปิดให้แกดูละกัน…” คีรินพูดบอกไปก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะกดเปิดคอมแล้วก็นั่งรอให้มันเริ่มทำงาน พอหน้าจอสว่างขึ้นพร้อมที่จะใช้งานแล้ว คีรินก็กดเข้ารหัสกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในคอมทันที “อ่ะ ฉันเข้าให้แกเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็ต้องเป็นแกแล้วล่ะ” คีรินพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วเขาก็ยกหน้าที่นี้ให้เพื่อนหนุ่มทันที เพราะเรื่องสืบค้นหาข้อมูลพวกนี้เขาไม่ถนัด “โอเค เดี๋ยวฉันจัดการเอง แล้วแกจะรู้ว่าฉันน่ะโคตรเก่งเลย….ฮ่า…เริ่มจากที่แกประมูลผลงานแพ้นายภัคพลนั่นครั้งแรกเลยก็แล้วกัน งั้นเราก็ย้อนไปก่อนหน้านั้นสักเดือนนึงก็แล้วกัน ดูสิว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นไหม…” เนวินพูดบอกไปก็นึกวันที่ที่เขาไปร่วมงานประมูลกับคีรินวันนั้นแล้วก็เลื่อนขึ้นไปดูวันที่และเดือนที่มันผ่านมาแล้วกว่าเจ็ดถึงแปดเดือนเลยณ คอนโดของชลธิชาพอมาถึงห้องพักชลธิชาก็มานอนพักอย่างเหนื่อยอ่อนเลยทีเดียว เพราะร่างกายของเธอมันบอบช้ำจากการมีเซ็กส์กับคีรินมา ชลธิชานอนแล้วคิดไปอย่างเสียใจที่เธอต้องมากลายเป็นหมากในเกมแก้แค้นของคีรินที่มีต่อพี่สาวของเธอ ทั้งๆที่เธอไม่ได้ก่อเรื่องนี้ขึ้นมาแต่เธอกลับต้องมารับเคราะห์แบบนี้ มันไม่สมควรเลยจริงๆ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะระหว่างเธอและคีรินมันเกินเลยกันไปมากกว่าพี่เขยและน้องเมียไปแล้ว“กริ้งๆ…กริ้งๆ….” เสียงโทรศัพท์ของชลธิชาดังขึ้น ทำให้เธอนั้นละจากความคิดเสียใจนั้นหันมาหยิบโทรศัพท์มาดู ก็เห็นว่าแม่ของเธอนั้นโทรมาเธอก็เอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วเธอก็กดรับสายของแม่ที่วิดีโอคลอมาหาเธอ“ธิชา…นี่ลูกยังนอนอยู่อีกเหรอ นี่มันจะเที่ยงแล้วนะลูก…แล้วนี่ทำไมตาบวมขนาดนั้นหึ ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าธิชา…” พานทองพูดออกไป เมื่อเห็นลูกสาวนั้นยังนอนอยู่บนเตียงแบบนั้น แล้วหน้าตาของลูกสาวก็เหมือนคนที่ร้องไห้เลย เธอจึงอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้“หนูไม่ค่อยสบายน่ะค่ะแม่…แล้วนี่แม่โทรมาหาธิชามีอะไรหรือเปล่าคะ” ชลธิชาพูดโกหกไป เพราะเธอจะให้แม่ของเธอรู้ไม่ได้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ“แม่จะโ
ณ คอนโดของเนวิน…“กริ้งๆ….กริ้งๆ….” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรัวๆทำให้อังคณาที่นอนหลับอยู่นั้นต้องตื่นขึ้นมาแล้วเอามือลูบคลำหาโทรศัพท์ของเธอไปนิสัยที่เธอนั้นชอบเอาโทรศัพท์วางไว้ใกล้ตัว แต่มือปัดป่ายไปทั่วแล้วก็ไม่เจอทำให้เธอลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเลยทันที ก่อนจะลืมตาตื่นมามองหาโทรศัพท์เจ้าปัญหาที่มันดังรบกวนการนอนของเธอ“อือ…เห้ย! นี่ไม่ใช่ห้องเรานิ หรือว่าจะเป็นห้องของอีตาผู้กองนั่น…” อังคณาพูดออกไปแล้วเธอก็มองไปรอบๆอย่างตกใจ เพราะที่เธอนอนอยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ห้องนอนของเธอและมันก็ไม่ใช่ห้องนอนของเพื่อนๆเธอที่เธอเคยไปนอนด้วย และเมื่อคืนเธอจำได้ว่าเธอกลับมากับชวพรและผู้กองหนุ่มที่มาส่งพวกเธอ แต่เธอก็จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว ทำให้อังคณานั้นรีบเปิดผ้าห่มมองสำรวจตัวเองทันที“เมื่อคืนเราไม่ใส่ชุดนี้นิ….หรือว่าเราจะมีอะไรกับเขาเมื่อคืน…” อังคณาพูดออกไปด้วยสีหน้าเครียดเลย จนเธอไม่ได้สนใจเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ในตอนนี้เลยจนมันดับไปอังคณาก็รีบลุกลงจากเตียงแบบรนรานแล้วเธอก็ไปหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นพ่อของเธอที่โทรเข้ามาหา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะโทรกลับในตอนนี้เพราะเธอยังไม่รู้
“หึ…คุณนี่มันเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้จริงๆไหม…ทำกับผมขนาดนี้แล้วยังจะให้ผมไปช่วยเอาหน้าให้พ่อแม่คุณอีกเหรอ ไม่มีทางหรอก…” คีรินพูดด้วยสีหน้าแสยะยิ้ม เพราะตอนนี้เหมือนเขาได้เห็นนิสัยที่แท้จริงของแพรไหมที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเห็นๆแบบที่ผ่านมาคีรินก็สะบัดผ้าห่มแล้วลุกออกจากเตียงแล้วเขาก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำแล้วก็หมุนลูกบิดแต่ว่ามันก็ถูกล็อคจากด้านใน ทำให้รอยยิ้มที่เขามีนั้นหุบยิ้มไปทันที“ธิชาเปิดประตูให้พี่หน่อย พี่จะเข้าไปอาบน้ำด้วย…” คีรินพูดบอกไปแล้วเขาก็ยินรอฟังคำตอบของเธอที่อยู่ด้านใน ไม่รู้ว่าเธอจะล็อคทำไมกัน “ธิชายังอาบไม่เสร็จค่ะ พี่คีรินรอไปก่อนก็แล้วกันนะคะ…” เสียงของชลธิชาตอบออกมาทำให้คีรินนั้นหงุหงิดใจมาก เพราะเขาอุตส่าห์อยากจะไปอาบน้ำกับเธอสักหน่อย“ปังๆ…ปังๆ….เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้ธิชา!” คีรินเคาะประตูแล้วเอ่ยพูดออกไปเสียงเข้ม เพราะเขาจะไม่ยอมให้เธอมาอยู่เหนือเขาหรอก เธอจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขาชลธิชาได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาทันที ก่อนจะรีบล้างครีมอาบน้ำออกแล้วเธอก็กดปิดน้ำฝักบัวนั้นไป แล้วก็ดึงเอาผ้าเช็ดตัวมาพันร่างกายของเธอไว้ จากนั้นก็ค่อยๆเดินไปเปิดประตูให้เขา“ธิช
ส่วนคีรินที่กำลังหลงใหลกับความสดใหม่ของชลธิชานั้นก็ไม่สามารถหักห้ามใจที่จะหยุดเพียงเท่านี้ได้ ทำให้เขานั้นจับเธอเอาในท่วงท่าต่างๆที่เขาอยากจะทำกับเธอไปอย่างสะใจ และตอนนี้เขาพูดได้เต็มปากเลยว่าชลธิชานั้นกำลังทำให้เขาติดใจร่างกายของเธอ ที่มันตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างสุขสมเช้าวันใหม่….ชลธิชาตื่นมาก็เกือบจะสิบโมงแล้ว และตอนนี้ร่างกายของเธอก็อ่อนแรงและระบมจากการมีเซ็กส์กับคีรินเมื่อคืน จนชลธิชานั้นก้าวขาลงจากเตียงแบบขาสั่นเลย และเธอก็รู้สึกเจ็บและแสบที่ใจกลางความสาวของเธอมากๆ ยิ่งตอนที่เธอนั้นก้าวขาจะเดินเธอก็เกือบจะล้มเลย ทำให้เธอนั้นต้องเอามือจับที่เสาเตียงเอาไว้ไม่ให้ตัวเองล้ม…“ให้พี่ช่วยอุ้มไปอาบน้ำไหมล่ะ สภาพนี้ไม่น่าจะเดินไปไหวนะ…” คีรินที่นั่งเอนพิงหัวเตียงอยู่นั้นก็เอ่ยถามเธอไปด้วยรอยยิ้มมุมปาก เพราะเมื่อคืนเขาเอาเธอทั้งคืนเลย พึ่งจะนอนหลับก็ตอนตีสองและตื่นมาตอนเช้าเขาก็จับเธอเอาอีก ทำให้เขาและเธอนั้นพากันหลับอีกรอบจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้“ธิชาเป็นแบบนี้ก็เพราะพี่คีรินนั่นแหละค่ะ…ไม่ต้องมายิ้มเลยนะคะ…คนใจร้าย…” ชลธิชาได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็หันตัวไปต่อว่าเขาทันที เธอเป็นแ
“พรึบ…รู้ไหมว่าธิชายิ่งเกลียดดุ้นของพี่มากเท่าไหร่ ธิชาก็จะยิ่งหนีมันไม่พ้น……เคยได้ยินไหมว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้นน่ะ…อ่าส์….เด็กดื้อต้องโดยตีซะบ้าง….แปะๆ อ่าส์….อ้าปากเดี๋ยวนี้ธิชา…” คีรินเอามือรั้งท้ายทอยของชลธิชามาใกล้ท่อนเอ็นของเขา แล้วเขาก็จงใจจับท่อนเอ็นของเขาเอาหัวถอกไปถูกที่แก้มของเธอแล้วเขาก็ค่อยๆเลื่อนลงมาที่ปากของเธอแล้วก็เอาท่อนเอ็นตีเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวกับความปากดีของเธอ “ไม่ค่ะ ธิชาไม่อ้า…” ชลธิชาโดนเขาเอาท่อนเอ็นมาถูมาตีที่หน้าก็เบนหน้าหนี แต่ด้วยความที่เขาจับท้ายทอยเธอไว้ ทำให้เธอนั้นไม่สามารถหนีได้ จนตอนนี้หัวท่อนเอ็นของเขานั้นมันมาจ่อที่ปากของเธอแล้ว ทำให้เธอนั้นเม้มริมฝีปากไม่ยอมเปิดปากให้เขา “ธิชาอยากจะเอากับพี่ดีๆ หรือธิชาอยากจะให้พี่ถ่ายคลิปที่เราเอากันเก็บเอาไว้ล่ะ พี่ให้ธิชาเลือกก็แล้วกันว่าจะยอมเอากับพี่ หรือว่าจะให้พี่จับเราข่มขืนแล้วถ่ายคลิปเอาไว้ดูเล่นดีล่ะ…ไม่สิ ดูคนเดียวคงไม่สนุก เอาไปให้ไหมเขาดูด้วย…คงจะสนุกกว่า…” คีรินพูดข่มขู่ชลธิชาออกไปเพราะเขาต้องการให้เธอยอมเขา เธอจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวและเขาจะได้ไม่ต้องใจร้ายกับเธอมากเกินไป เพราะเธอสดซิงขนาดนี้เข
“โอว์….ซี๊ด….เพี๊ยะ! เอามันส์เป็นบ้าเลย….เพี๊ยะ! อ่าส์….ธิชา….พี่จะเอาธิชาทุกวันเลย…จากนี้พี่จะไม่ให้หอยฟิตๆของธิชาต้องเหงาอีกต่อไป…พี่จะมากระแทกมันทุกวันเลยแม่ง….” คีรินพูดพร่ำออกไปก็ตบก้นงอนของเธอแล้วบีบขย้ำอย่างหมั่นเขี้ยว“โอ๊ย….อ้ะ อ้ะ อ้ะ….ธิชาไม่ให้พี่เอาอีกหรอกค่ะ…อ้ะ…ฝันไปเถอะ…โอ๊ย….ซี๊ด….” ชลธิชาพูดจบก็ถูกคีรินนั้นกระแทกใส่แบบแรงๆ จนเธอนั้นก้มหน้าฟุบลงกับหมอนเลย ก่อนจะครางออกมาไม่หยุดเมื่อเขานั้นรัวกระหน่ำกระแทกใส่เธอไม่หยุดหย่อน“โอว์….ซี๊ด….อย่ามาปากเก่งตอนที่ดุ้นของพี่ยังอยู่ในหอยของธิชาอย่างนี้ เพราะมันจะทำให้พี่อยากจะกระแทกหอยคนปากเก่งอย่างธิชาให้จุกๆไปเลย อ่าส์….ปึก….อ่าส์…ปึก….อื้อ….จำไว้ว่าอย่ามาปากเก่งกับผัว….พรึบ….เข้าใจไหม….” คีรินจงใจกระแทกใส่เธอแรงๆ แล้วเขาก็เอามือดึงผมของเธอให้เงยหน้าขึ้นมาตอบเขา“อ้ะ…อ้ะ….” ชลธิชาที่ถูกดึงผมก็หันหน้ามามองเขาแล้วทำหน้าเสียวออกไป ทำให้คีรินนั้นโคตรชอบท่าที่เขาดึงผมเธอในตอนนี้เลย เพราะมันโคตรได้อารมณ์เลยโดยเฉพาะสีหน้าของเธอที่ทำออกมาอย่างเสียวซ่านแบบนี้“พี่ถามว่าเข้าใจไหม….ตับ…ตับ…ตับ….ถ้ายังไม่ตอบพี่จะกระแทกแรงกว่านี้แล้วนะธิชา







