Masukวันต่อมา
“อ่าวคีริน วันนี้แกไม่ได้ไปทำงานเหรอวะ…พี่ก็คิดว่าแกจะออกไปทำงานแล้วซะอีก…” คิรากรพี่ชายของคีรินเอ่ยถามออกไป เพราะปกติน้องชายเขาจะไปนอนบ้านแพรไหมแล้วก็จะเลยไปทำงานเลย แต่แปลกที่วันนี้น้องชายของเขากลับอยู่ที่บ้าน “เมื่อคืนผมไปงานวันเกิดของไอ้ทินมันมาน่ะก็เลยไม่ได้ไปนอนบ้านไหม กลับดึกดื่นแบบนั้นผมก็เกรงใจพ่อตาแม่ยายของผมเหมือนกันนะพี่…แล้วนี่พี่ไม่คิดจะกลับบ้านกลับช่องบ้างหรือไง ผมว่าพี่คืนดีกับพี่อั้มเขาได้แล้วมั้ง….” คีรินพูดบอกไปก็ไปนั่งที่โต๊ะอาหารทันที ก่อนจะเอ่ยถามพี่ชายไปอย่างอดไม่ได้ เพราะนี่ก็เกือบสองอาทิตย์แล้วที่พี่ชายกลับมาอยู่ที่บ้าน ไม่ยอมกลับไปอยู่บ้านตัวเองสักที “แกรู้ได้ยังไงว่าฉันทะเลาะกับอั้มเขาน่ะ…หรืออั้มเขามาพูดอะไรกับแกหึคีริน…” คิรากรเห็นน้องชายพูดแบบนั้นก็เอ่ยถามออกไปอย่างอยากรู้ทันที “เปล่า พี่อั้มเขาไม่ได้มาพูดอะไรกับผมเลย แต่ทุกครั้งที่พี่ทะเลาะกับพี่อั้ม พี่ก็ถูกเขาไล่ออกมาทุกทีไม่ใช่เหรอ คราวนี้พี่ทำอะไรผิดอีกล่ะ” คีรินตอบไปก็เอ่ยถามพี่ชายไปอย่างรู้ทัน เพราะสาเผตเดียวที่ทำให้พี่ชายของเขานั้นกลับมานอนบ้านได้ก็เพราะโดนเมียไล่ออกจากบ้านมานั่นแหละ “เฮ้อ…ฉันแค่ลืมวันครบรอบที่คบกันแค่นี้ อั้มเขาก็งอนฉันบ่นว่าฉันไม่รักอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็ไล่ฉันไม่ให้นอนที่บ้านด้วย แกดูสิวะฮัสลาน มนุษย์เมียนี่เป็นอะไรที่เข้าใจยากที่สุดเลย คบกันมาสิบกว่าแล้วใครจะไปจำได้ตลอดวะ วันครบรอบที่คบกัน วันครบรอบแต่งงาน วันครบรอบที่ขอเป็นแฟน ขอแต่งงาน แล้วก็อีกอะไรเยอะแยะ ฉันจะไปจำให้หมดได้ยังไงวะ…แล้วนี่จะอาทิตย์แล้วนะ เขายังไม่คิดจะโทรตามฉันกลับบ้านเลย ไม่รู้จะงอนอะไรนักหนา….”คิรากรพูดไปแบบบ่นๆ เพราะเขานั้นจำไม่ได้และไม่มีของขวัญอะไรให้เธอก็งอนแล้วไล่เขาออกมาเลย จนตอนนี้เธอยังไม่โทรมาตามเขากลับบ้านเลย “อืม…ก็พี่เคยจำได้แล้วก็ให้ความสำคัญกับวันพวกนี้มาตลอดนิ มันก็ทำให้พี่อั้มเขาคิดว่าพี่จะทำให้เขาแบบนั้นทุกปีๆสิ แล้วเขาไม่โทรตามพี่กลับบ้านพี่ก็จะไม่กลับหรือไง…ผมว่าพี่กลับไปง้อพี่อั้มเขาเถอะ อย่าปล่อยให้ห่างเหินกันแบบนี้เลย…เดี๋ยวก็ได้กลายเป็นพ่อม่ายหรอก” คีรินพูดบอกไปอย่างให้คำปรึกษากับพี่ชาย “ไม่มีวันซะหรอก…ถึงเมียฉันจะขี้งอนขี้บ่นแค่ไหนแต่พวกฉันกับอั้มก็ไม่เคยคิดหย่ากับกันเลยนะโว้ย… งั้นวันนี้ฉันลองกลับไปที่บ้านหน่อยดีกว่าว่ะ แต่ถ้าอั้มเขายังงอนฉันอยู่ ฉันจะทำยังไงวะ…” คิรากรพูดไปแล้วก็คิดว่าเขาก็ควรจะกลับบ้านแบบที่น้องชายพูดได้แล้วล่ะ แต่ถ้าเมียเขายังงอนเขาอยู่ล่ะ เขาจะทำยังไง “พี่ก็ใช้วิธีเดิมของพี่นั่นแหละ พี่อั้มเขาอยากจะได้อะไรพี่ก็จัดไปเลย…จะแพงแค่ไหนก็อย่าไปสน เมียอยากได้ก็จัดไปซะ…เขาจะได้มีความสุข…” คีรินพูดบอกไป เพราะพี่สะใภ้ของเขาน่ะชอบสะสมกระเป๋าแบรนด์หรูมาก ยิ่งหายากแค่ไหนก็ยิ่งชอบ “ห้ะ…อีกแล้วเหรอวะ…คราวก่อนฉันเจอกระเป๋าใบละสองล้านเลยนะคีริน…คราวนี้ฉันจะหากระเป๋าอะไรไปง้อเขาอีกวะเนี่ย…” คิรากรพูดออกไปด้วยสีหน้าเศร้าๆ เพราะง้อเมียแต่ล่ะทีเขาต้องเสียเงินเป็นล้านเลย “พี่ก็ไปหาเอาละกันเพราะวันนี้ไหมเขาก็ไม่อยู่ด้วย ผมคงจะแนะนำอะไรพี่ไม่ได้ พี่ก็ไปเลือกเอาคอลเลคชั่นใหม่ๆ ที่หายากๆแค่นั้นเอง ขนหน้าแข้งพี่ไม่ร่วงหรอก…. ฮ่าๆ” คีรินพูดแซวพี่ชายไปแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “เฮ้อ…แกไม่ต้องมาหัวเราะเยาะฉันเลย แล้วนี่แกจะตามไปหาเมียกับลูกแกไหมเนี่ย” คิรากรพูดไปแล้วมองค้อนใส่น้องชาย ก่อนจะถามเรื่องน้องชายบ้าง “ไม่ไปแล้วพี่ ไหมเขาจะให้ธิชามาส่งที่บ้านน่ะ อีกอย่างผมก็มีธุระสำคัญที่จะต้องจัดการด้วย” คีรินพูดบอกไปเพราะเขายังไม่อยากให้เรื่องนี้ให้ใครรู้ เขาอยากจะสืบหาความจริงก่อนเขาถึงจะบอกกับทุกคน “อืม…โอเค งั้นก็จัดการธุระของแกไปก็แล้วกัน ฉันจะออกไปหาซื้อของไปง้อเมียฉันก่อน แล้วเจอกันไอ้น้องชาย..” คิรากรพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วเอามือตบไหล่ของน้องชายเบาๆจากนั้นเขาก็เดินออกไป ส่วนคีรินก็นั่งทานอาหารเช้าของเขาไปแบบหิวๆเพราะนี่ก็สิบโมงกว่าแล้วเขาพึ่งจะได้ลงมาทานข้าวเช้า พอทานอาหารเสร็จเขาก็เข้าไปนอนพักผ่อนในห้องนั่งเล่นแล้วก็เปิดทีวีดูแบบสบายๆ เพราะช่วงนี้พ่อแม่ของเขาไปเที่ยวยุโรปกันหลายเดือนเลย ทำให้ไม่มีใครมารบกวนเขา บ่ายโมง… เนวินก็เข้ามาในบ้านของคีรินตามที่นัดกันไว้พร้อมกับใส่ชุดตำรวจมาแบบเต็มยศเพราะวันนี้เขาไปเข้าเวรและเข้าประชุมด้วย จนคีรินนั้นมองเพื่อนหนุ่มแล้วเอ่ยแซวทันที “หึๆ วันนี้มาซะเต็มยศเลยนะโว้ย….ปกติเห็นแกใส่แต่ชุดนอกเครื่องแบบ พอเห็นแกใส่แบบนี้แล้วแกดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะเลยว่ะ” คีรินพูดไปก็มองเพื่อนแล้วก็ยิ้ม เพราะมันใส่ชุดตำรวจแล้วดูดีไม่น้อยเลย “พูดแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ช่วยหาหนอนบ่อนไส้ซะหรอก…ฉันใส่อะไรก็ดูดีโว้ย” เนวินพูดตอบไปแล้วทำหน้ามองบนใส่เพื่อนหนุ่มไป “ไอ้เน แกอย่าเสียงดังสิวะ เดี๋ยวมีคนได้ยินหรอก ป่ะ ไปคุยกันในห้องทำงานของฉันกัน….ตามฉันมา” คีรินรีบมองซ้ายมองขวาแล้วพูดไปด้วยเสียงจริงจังมากขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก็เดินนำเพื่อนหนุ่มไปที่ห้องทำงานของเขา “หึๆ ไอ้นี่มันเปลี่ยนอารมณ์รวดเร็วจริงๆ….” เนวินพูดไปก็ยิ้มส่ายหน้าไปมาทันที ก่อนจะเดินตามเพื่อนหนุ่มไปที่ห้องทำงาน พอเดินเนวินเดินตามคีรินเข้ามาในห้องทำงานแล้วเขาก็มองสำรวจไปทั่วห้องทำงานของเพื่อนหนุ่มอย่างสังเกต ส่วนคีรินก็ล็อคประตูแล้วก็เดินมาหาเพื่อนของเขา “แกซ่อนกล้องวงจรปิดไว้ตรงไหนวะ ทำไมฉันไม่เห็นมีเลยสักตัว” เนวินเอ่ยถามออกไป เพราะเขามองไปรอบๆแล้วไม่เห็นมีกล้องวงจรปิดเลยสักตัว “กล้องวงจรปิดของฉันก็อยู่ที่กล้องถ่ายรูปที่ตั้งโชว์ตรงนั้น แล้วก็ตรงมุมนั้นไง ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันมีกล้องวงจรปิดที่นี่ก็เลยให้ช่างเขาดัดแปลงกล้องถ่ายรูปนั่นให้เป็นกล้องวงจรปิดน่ะ….”คีรินพูดบอกไปก็ชี้กล้องวงจรปิดที่เขานั้นดัดแปลงให้เป็นกล้องถ่ายรูปที่เขาตั้งโชว์เอาไว้แบบแนบเนียน “โอ้โห…แกนี่ก็เอาเรื่องเหมือนกันนะโว้ย…ถึงกับทำดัดแปลงขนาดนี้เลยเหรอวะ…สุดยอดเลยว่ะคีริน…” เนวินพูดชมเพื่อนหนุ่มไปแล้วยิ้มออกมา เพราะการทำแบบนี้ทำให้คนที่คิดจะมาขโมยอะไรนั้นสังเกตไม่ได้ ขนาดเขายังไม่รู้เลยถ้าคีรินไม่บอกเขาน่ะ “ก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมบ้างสิวะ ที่บริษัทฉันก็มีกล้องแอบไว้เหมือนกัน เพราะบางทีมันอาจจะมีคนทำลายกล้องตัวหลักก็ได้ใครจะไปรู้ ดังนั้นฉันต้องทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ จะได้ไม่มีใครมาเหยียบบนจมูกเสืออย่างฉันได้ไงวะ….แกอย่ามัวแต่พูดมากเลย…รีบสืบดูได้แล้วไป…” คีรินพูดบอกไปแล้วก็มองเพื่อนหนุ่มแบบจริงจัง “เออๆ งั้นเริ่มจากดูกล้องวงจรปิดที่แกซ่อนเอาไว้นั่นแหละ มุมกล้องที่แกซ่อนไว้ทั้งสองตัวก็เหมาะมากๆ ตัวหนึ่งส่องด้านหน้า อีกตัวส่องด้านข้าง…ฉันว่าถ้ามีใครมาแอบขโมยดูงานของแกก็คงจะเห็นชัดเจนเลย” เนวินพูดวิเคราะห์ไปตามความคิดของเขา “งั้นฉันจะเข้ารหัสกล้องวงจรปิดให้แกดูละกัน…” คีรินพูดบอกไปก็เดินไปที่โต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะกดเปิดคอมแล้วก็นั่งรอให้มันเริ่มทำงาน พอหน้าจอสว่างขึ้นพร้อมที่จะใช้งานแล้ว คีรินก็กดเข้ารหัสกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในคอมทันที “อ่ะ ฉันเข้าให้แกเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็ต้องเป็นแกแล้วล่ะ” คีรินพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วเขาก็ยกหน้าที่นี้ให้เพื่อนหนุ่มทันที เพราะเรื่องสืบค้นหาข้อมูลพวกนี้เขาไม่ถนัด “โอเค เดี๋ยวฉันจัดการเอง แล้วแกจะรู้ว่าฉันน่ะโคตรเก่งเลย….ฮ่า…เริ่มจากที่แกประมูลผลงานแพ้นายภัคพลนั่นครั้งแรกเลยก็แล้วกัน งั้นเราก็ย้อนไปก่อนหน้านั้นสักเดือนนึงก็แล้วกัน ดูสิว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นไหม…” เนวินพูดบอกไปก็นึกวันที่ที่เขาไปร่วมงานประมูลกับคีรินวันนั้นแล้วก็เลื่อนขึ้นไปดูวันที่และเดือนที่มันผ่านมาแล้วกว่าเจ็ดถึงแปดเดือนเลย“มันไม่ยากหรอกค่ะ…พรึบ…คุณว่าจริงไหมคะ…” อังคณาพูดบอกไปก็เอามือเลื่อนลงไปจับท่อนเอ็นของเขาแล้วเธอก็รูดชักขึ้นลงเบาๆ จนเธอรับรู้ได้ทันทีเลยว่ามันแข็งแล้ว“อ่าส์….จริง…แต่แค่นี้มันไม่ทำให้ผมเสียวจนทำหน้าเซ็กซี่จะเป็นจะตายได้หรอก….อืม…จุ๊บ….อือ…จุ๊บ….อื้อ….”เนวินพูดบอกไปก็เอามือดึงรั้งเธอเข้ามาจูบอีกครั้งอย่างทนไม่ไหว แล้วเขาก็สอดแทรกเรียวลิ้นหยอกเย้ากับลิ้นของเธอไปมาสลับกันส่วนมือของอังคณาก็รูดชักท่อนเอ็นของเนวินอย่างนั้นต่อไปอย่างเป็นจังหวะเลยทีเดียว แล้วเธอก็จูบตอบเขาไปอย่างเร่านร้อนชนิดที่เขานั้นส่งมาเธอก็ส่งลิ้นกลับไปอย่างนั้น จนเขาถอนจูบออกแล้วเริ่มซุกไซ้จูบลงมาที่ลำคอของเธอ แล้วเนวินก็ดูดแล้วขบเม้มมันจนเธอนั้นเสียวซ่านเลย โดยเฉพาะตอนที่เขาไปเลียที่หลังใบหูของเธอ มันเป็นอะไรที่ทำให้เธอนั้นขนลุกซู่เลยและเนวินก็ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขายังจูบไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงหน้าอกของเธอ เขาก็เอามือมาบีบนมของเธอข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างเขาก็อ้าปากงับมันแล้วดูดเลียราวกับเด็กน้อยหิวโซมาเลย“อ้ะ…ซี๊ด….อือ….อ้ะ…อ้ะ…คุณเนวิน…อื้อ….” อังคณาร้องครางออกมาอย่างทนไม่ไหว ก่อนจะแอ่นอกให้เขานั้นดูดเลียยอดถันของเธอ
“คุณเหลืออีกตั้งสองชิ้นเลยนะ แบบนี้ไม่แฟร์มั้งคุณ” เนวินพูดตอบโต้ไปแบบไม่ยอม เพราะเขามีโอกาสแค่ครั้งเดียวเธอก็ทำอะไรกับเขาก็ได้สิ แถมเขายังไม่สิทธิจะทำอะไรกับเธออีก แบบนี้มันขี้โกงชัดๆเลย“ไม่แฟร์อะไรล่ะคุณ ก็คุณเป่ายิงฉับแพ้เองอ่ะ จะมาโทษใครได้ล่ะ ตอนนี้ฉันเหลืออีกสองชิ้นเลยนะคุณ คุณก็ต้องเล่นเกมนี่ให้จบสิ คุณไม่มีเสื้อผ้าแล้วก็ต้องใช้อย่างอื่นแทน มันไม่แฟร์ตรงไหนไม่ทราบ” อังคณาพูดตอบไปแล้วสายตาของเธอก็มองไปที่ท่อนเอ็นของเขา ที่มันล่หูล่อสายตาของเธอเหลือเกิน คอยดูนะ ถ้าเธอชนะ เธอจะลูบ จะคลำ จะเล่นมันให้สะใจเลย“เฮ้อ…โอเคๆ เอาก็เอา มา…” เนวินพูดตอบไปแบบยอมๆ เพราะสำหรับต่อให้เธอจะเจนจัดหลบหลีกยังไงก็ช่าง ยังไงวันนี้เขาได้กระแทกหอยเธอให้หายแรดแน่ๆ ริอาจมาท้าทายเขาให้เล่นเกมแก้ผ้ากับเธอแล้วคิดจะมาทิ้งเขาไว้กลางทาง รู้จักคนอย่างเขาน้อยไปแล้ว คืนนี้เขาจะทำให้เธอรู้ว่า ไม่ควรมาเล่นกับไฟที่รอเวลาปะทุแบบเขา“หนึ่ง สาม สาม….ยัง ยิง เยาปัก กะ เป่า ยิง ฉุบ….เย้…ฉันชนะอีกแล้ว…ฮ่าๆ….วันนี้มันวันของฉันค่ะคุณผู้กองขา…” อังคณาพูดไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจเลย แล้วเธอก็ดิ้นไหล่ดี้ด้ากับการที่เธอชนะครั
“เอาจริงเหรอคุณ…มันต้องแก้ผ้านะ…คุณจะยอมแก้ผ้าต่อหน้าฉันจริงๆคุณเนวิน” อังคณานั่งลงแล้วก็เอ่ยถามเขาไปด้วยสีหน้าตื่นๆ“อ่าว…คุณนี่ยังไงเนี่ย ผมรับคำท้าก็เท่ากับว่าผมยอมที่จะแก้ผ้าต่อหน้าคุณสิ ทำไมหึ พอผมเอาจริงแล้วคุณก็ไม่กล้าขึ้นมางั้นสิ…หึ เก่งแต่ปากนี่หว่า…” เนวินพูดไปแล้วก็ยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้ เพราะเธอท้าเขาเองแท้ๆ แต่พอเขาจะเอาจริงขึ้นมาเธอก็ทำหน้าตาตกใจซะ“ใครเก่งแต่ปากไม่ทราบ ฉันเป็นคนพูดจริงๆทำจริงค่ะ…เอาสิคะ มาดูกันว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ…ใช้แก้วนี่เลยก็แล้วกันค่ะ…มาเริ่ม….” อังคณาพูดไปก็เทเหล้าเพียวๆใส่แก้วช็อตเล็กๆแบบเต็มแก้ว แล้วเธอก็ตั้งท่าจะเป่ายิงฉุบกับเขา“เอาสิ…ยัง…ยิง..เยา ปัก กะ เป่า ยิง ฉุบ….ฉุบ….เยส…คุณดื่มเลยคุณเนย….หึๆ แก้วนี้เป็นของคุณ…”เนวินที่ทำมือเป่ายิงฉับกับเธอนั้นก็ออกซ้ำกับเธอ ก่อนจะทำมือใหม่แล้วเขาก็ชนะเธอ“อะไรอ่ะ คุณออกช้าอ่ะคุณเนวิน…เอาใหม่เลย…ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยนะคุณ” อังคณาพูดตอบเขาไปแล้วทำหน้ามุยออกไป“อย่ามาใช้แผนนี้นะคุณ แพ้ก็คือแพ้…อ่ะ…ดื่มแล้วก็ถอด…ตามกติกาสิคุณ….พูดอะไรไว้ก็ต้องทำให้ได้สิคุณ…อ่ะ…จัดเลย” เนวินพูดไปแล้วยิ้มออกมาอย่างสะใจ เ
จากนั้นคีรินก็พาชลธิชาไปนอนห้องนอนที่ว่างอยู่เขาก็ให้เธอนอนลงไปอย่างอ่อนโยน ก่อนจะออกมาเอานมในตู้เย็นและโยเกิร์ติไปให้เธอทาน เพราะถ้าเธอไม่ทานอะไรรองท้องคืนนี้เลย พรุ่งนี้เช้าเธอแย่แน่ๆ เขาก็พยายามพยุงตัวเธอลุกมาทานนมและโยเกร์ติจนหมดชลธิชาไม่อยากจะกินก็ต้องกินเพราะถูกเขาบังคับ เธอก็พยายามทานจนหมดแล้วเธอก็ได้นอนพักในที่สุด แต่ก็ยังไม่พ้นที่จะถูกเขาดึงไปนอนโอบกอดอยุ่ในอ้อมแขนของเขา เธอไม่มีแรงจะต่อกรกับเขาจึงต้องยอมให้เขานั้นทำอะไรตามอำเภอใจไปก่อน เพราะเธอรับเขาไม่ไหวแล้ว หากมีอะไรกันอีกครั้งเธอคงได้สลบคาดุ้นของเขาเลยล่ะมั้ง ดังนั้นตอนนี้เธอควรจะสงบเสงี่ยมและทำตัวดีๆเข้าไว้ เพื่อความอยู่รอดของเธอในคืนนี้ณ วิลล่าของสามสาว“เอาไงเนี่ยคุณ คืนนี้คุณจะได้กลับวิลล่าไหมเนี่ย…ตอนนี้ยัยธิชาไม่มีวี่แววจะกลับมาเลย ฉันดื่มกับคุณจนฉันเริ่มจะเมาแล้วนะ..” อังคณาพูดออกไป เพราะพวกเธอไปเดินตลาดมากันก็กลับมาตอนสี่ทุ่มกว่าแล้วจนตอนนี้จะห้าทุ่มยังไม่มีวี่แววของชลธิชามาเลย และเธอกับเนวินก็มานั่งดื่มที่ริมสระว่ายน้ำในวิลล่า จนตอนนี้จะเริ่มเมาแล้ว เธอก็กลัวว่าดานมืดของตัวเองจะโผล่ออกมาน่ะสิ“ผมว่าดึกขนาดนี้ค
“ก็เพราะว่าส้มโออยากจะให้พี่โกสินทร์ยอมรับตัวตนของส้มโอ ยอมรับในสิ่งที่ส้มโอชอบ เหมือนกับที่ส้มโอยอมรับในตัวพี่ไงคะ….อ่าส์…แผล็บ…แผล็บ…อื้อ…ส้มโอไม่อยากจะเลิกกับพี่เลย เพราะส้มโอโดนเจ้าดุ้นนี่กระแทกหอยมาตั้งเจ็ดปีเลยนะคะ…อ่าส์….ต่อไปส้มโอคงคิดถึงมันแย่เลย…”ชวพรเห็นเขาพูดตอบมาพร้อมกับสายตาที่มองมาอย่างเมาๆแบบนั้นก็รู้เลยว่าเขาละเมอไปแล้ว เธอก็เลยพูดความในใจกับเขาไปแบบตรงๆเลย ก่อนจะเลียท่อนเอ็นของเขาไปด้วย“อ่าส์…ซี๊ด….อืม….พี่จะนอนทั้งวันเลยจะได้ฝันถึงส้มโอแบบนี้…อ่าส์…” โกสินทร์พูดไปก็ยิ้มออกมาอย่างเคลิบเคล้มแบบสุดๆ“งั้นส้มโอจะทำให้ฝันครั้งนี้ของพี่มันสุดยอดไปเลยค่ะ พี่จะได้จำความฝันนี้ไม่มีวันลืม….” ชวพรพูดไปก็ลุกขึ้นไปนั่งควบตัวเขา ก่อนจะไปนั่งยองๆที่ท่อนเอ็นของเขาแล้วเธอก็เอาร่องสาวที่เปียกเยิ้มของเธอนั้นถูไถมันไปมา แล้วเธอก็เอามือจับท่อนเอ็นมาจ่อใส่ในร่องสาวของเธอ แล้วเธอก็ค่อยๆนั่งทับมันลงไปจนร่องสาวของเธอนั้นค่อยๆกลืนกินท่อนเอ็นลงไปทีละนิดทีล่ะนิด“อ้ะ…เสียวไปทั้งร่องเลยค่ะ….อ้ะ…ไม่ได้โดนเอาหลายวัน แน่นจัง…อือ….ซี๊ด…” ชวพรพูดไปอย่างเสียวกระสันเลย เพราะทันทีที่ท่อนเอ็นเข้ามาในร่
สิบนาทีผ่านไป…โกสินทร์ก็เข้ามานอนอยู่ในห้องพักของเขาเรียบร้อย ชวพรก็เอากระเป๋าของโกสินทร์มาแล้วเธอก็จ่ายค่าเหล้าและค่าทริปที่พนักงานที่ช่วยเธอพาเขามาที่นี่ไปคนล่ะสองพันรวมถึงผู้หญิงด้วย จากนั้นพนักงานก็พากันกลับไปหรือแค่ชวพรที่ยังอยู่ในห้อง เธอก็เดินเอากระเป๋าเงินของเขาไปวางไว้ แล้วก็มองไปที่โกสินทร์ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่หลับไปแบบหมดสภาพเลย“ทำไมพี่ต้องทำให้ส้มโอเป็นห่วงด้วยคะ จะเลิกกันแล้วจบกันดีๆไม่ได้เลยหรือไง…ถ้ารักกันอยู่ก็ง้อกันสิ จะมาดื่มเหล้าประชดชีวิตทำไมเนี่ย…คนบ้า…” ชวพรพูดบ่นไปแล้วก็ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้าไปชุบน้ำในห้องน้ำมาเพื่อจะเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้เขา“เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามาเลยเหรอไงเนี่ย…เฮ้อ…แล้วคืนนี้จะใส่อะไรนอนล่ะเนี่ย” ชวพรพูดบ่นออกมา เมื่อเธอเดินออกมาเพื่อจะหาเสื้อผ้ามาให้โกสินทร์เปลี่ยน แต่เธอก็ไม่เจอกระเป๋าของเขาเลยสักใบ เธอก็เอาโทรศัพท์ของเธอออกมาแล้วเธอก็ฝากอังคณาซื้อเสื้อผ้าของผู้ชายมาให้โกสินทร์เพราะเขาไม่ได้เอาเสื้อผ้าอะไรมาเลย และเมื่อกี้เพื่อนของเธอไลน์มาว่าออกไปข้างนอกกับเนวิน เธอเลยคิดว่าฝากเพื่อนซื้อมาให้เลยก็คงดี เพราะเนวินก็คงจะช







