ไม่ควร(เสี่ยง)รัก มาเฟียเจ้าหนี้

ไม่ควร(เสี่ยง)รัก มาเฟียเจ้าหนี้

last update최신 업데이트 : 2024-11-16
에:  Kaeru write참여
언어: Thai
goodnovel18goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
81챕터
1.5K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

เมื่อเจ้าพ่อให้เลขแม่นจนชาวบ้านพากันถูกหวยทำให้เจ๊ศรีเจ้ามือหวยประจำอำเภอต้องไปกู้เงินจากมาเฟียเพื่อมาจ่ายคนที่ถูกหวย จนเงินต้นทบดอกเป็นเงินหลายล้าน ลูกสาวเลยต้องใช้หนี้แทน ไม่รู้ไปใช้หนี้กันอีท่าไหนเจ้าหนี้ถึงอยากได้ลูกหนี้มาเป็นเมีย

더 보기

1화

บทที่ 1 บทนำ แก๊งนางฟ้า

กริ๊งงงงง

เสียงบอกเวลาหมดคาบเรียน และเข้าสู่ช่วงเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนบ้านหนองนาน้อยนักเรียนต่างเก็บของแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่สามสาวเพื่อนสนิทแห่งแก๊งนางฟ้ากลับควักกระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาวางบนโต๊ะจัดการเติมแป้งแต่งหน้าตามกระแสที่นิยมในช่วงนี้ ใบหน้าจิ้มลิ้มทาแป้งขาวริมฝีปากแต่งแต้มด้วยอุทัยทิพย์สีแดง เขียนคิ้วสีดำเข้มเด่นชัด พร้อมกับใส่บิ๊กอายสีดำทำตากลมโต พร้อมจัดทรงผมสั้นเท่าติ่งหูให้ดูดี เอาผมทัดหูติดกิ๊บรูปหมีหลากสีให้ดูน่ารัก ปล่อยปอยหวานสองข้างพร้อมหวีหน้าม้าให้ไม่แตก

“จีจี้ ฉันดูดีหรือยัง” ยัยจี้จี้มองหน้าของเต้าหู้ซ้ายทีขวาที่ก่อนทำหน้ามั่นใจตอบ

“เพื่อนสาวสวยมากค่ะ เลิศที่สุด”

“ส้มลิ้มแกว่าไง”

“อืม ฉันว่าปากยังซีดไปเติมอุทัยทิพย์อีกหน่อย” ยัยส้มลิ้มตอบก่อนจะหันไปแต่งหน้าของตัวเองเหมือนกัน เต้าหู้ไม่รอช้าหยิบขวดน้ำสีแดงแต่งแต้มไปที่ริมฝีปากด้านใน ส่วนด้านนอกออกซีดนิดหน่อยให้ดูเหมือนว่าปากบางเล็กดูน่ารัก

ทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อยู่โรงเรียนอนุบาลเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกันอยู่ด้วยกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต ยัยกะเทยจีจี้เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าขายเนื้อหมูในตลาดส่วนส้มลิ้มนั้นเป็นลูกสาวเจ้าของค่ายมวย และส้มลิ้มก็เป็นนักมวยหญิงอันดับหนึ่งของค่ายชนะน็อกทุกรอบ และคนสุดท้ายคือเต้าหู้ ลูกเจ๊ศรีเจ้ามือหวยประจำอำเภอ

แม้รุ่นพี่บางคนไม่ชอบขี้หน้าทั้งสามคนเพราะทำตัวแก่แดดแต่งหน้าจัดมาตั้งแต่มอหนึ่งแต่ก็ไม่มีใครกล้ามายุ่งหรือมีปัญหากับนางฟ้าแห่งบ้านหนองนาน้อยหรือที่คนอื่นเรียกว่าแก๊งสก๊อยหนองนาน้อย เพราะกลัวยัยส้มลิ้มใช้ท่าจระเข้ฟาดหางฟาดคอเข้าให้

หลังจากแต่งหน้าเสร็จทั้งสามสาวก็รีบวิ่งมานั่งที่ประจำใกล้กับทางออกของโรงเรียน แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของทั้งสามสาวคือการมานั่งมองรุ่นพี่ที่แอบชอบก่อนกลับบ้าน จะเจอหน้าพวกพี่เขาได้แค่สามเวลาคือเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้า กลางวันทานข้าวที่โรงอาหารและตอนนี้ก่อนกลับบ้าน

เพราะใกล้เวลาที่พี่มอหกจะเลิกเรียนพิเศษแล้ว และพี่ ภีม ประธานนักเรียนขวัญใจสาวๆก็จะต้องเดินผ่านมาทางนี้ทุกวัน

“อีหู้ พี่ภีมมาแล้ว” ส้มลิ้มที่เห็นรุ่นพี่ที่เพื่อนแอบชอบเดินมาก็รีบบอกทันที

“ไหนๆ” ชะเง้อคอมองก่อนจะเห็นออร่าความหล่อลอยเด่นมาแต่ไกล สาวน้อยหยิบกระจกออกมาเช็กเพื่อความมั่นใจ

“ฉันดูดีแล้วใช่ไหม” ถามให้แน่ใจอีกครั้ง

“ดีกว่านี้ก็ดาราแล้วค่ะ” จีจี้อวยเพื่อนอย่างหนัก

รุ่นพี่สุดหล่อเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ยิ่งใกล้หัวใจของสาวน้อยแรกรุ่นยิ่งเต้นแรงเลยหยิบหนังสือขึ้นมาทำเป็นอ่าน และเหลือบมองคนที่ชอบเป็นระยะๆ

หนึ่งในเพื่อนของภีมสะกิดเขาให้มองมาที่พวกเธอทำให้เต้าหู้รีบยกหนังสือขึ้นบังหน้าด้วยความเขินไม่กล้าสบตาพี่เขาโดยตรง

“เพื่อนหนูชอบพี่ภีมนะคะ”

“เพื่อนหนูชื่อเต้าหู้ อยู่ม.3/8 ค่ะ ลูกเจ๊ศรีนะคะ”

จีจี้และส้มลิ้มแท็กทีมกันแซวทั้งเพื่อนและพี่เขา จนเต้าหู้อยากจะขุดดินเอาหน้ามุดไปเสียตอนนี้ แต่แวบหนึ่งเหมือนจะเห็นรอยยิ้มจากภีมก่อนที่เขาจะหันไปคุยกับเพื่อนต่อและเดินกลับบ้านไป

“พวกแกจะตะโกนทำไมเนี่ย” รีบเก็บหนังสือเข้ากระเป๋า

“พี่เขารู้แล้วแน่เลยว่าฉันชอบเขา”

“แหม มารอพี่เขากลับบ้านเขาตั้งแต่พี่เขาขึ้นม.4 พี่เขาคงไม่รู้เลยมั้ง” จีจี้กลอกตามองบนพร้อมเบะปากตอบ

“พวกแกว่าพี่เขาจะจำหน้าฉันได้ไหม”

“จำได้นะ แต่แกอย่าหน้าสดก็พอ” ส้มลิ้มว่าเสริม เพราะแต่งหน้าจัดเต็มมาโรงเรียนทุกวันจนฝ่ายปกครองยังยอมแพ้ไม่รู้จะลงโทษยังไงแล้ว ส้มลิ้มกลัวว่าวันไหนเพื่อนลบเครื่องสำอางพี่เขาอาจจะจำมันไม่ได้ พวกเธอด้วยเช่นกัน

Rrrrrrrr

ภายในกระเป๋าของสาวน้อยวัยว้าวุ่นอย่างเต้าหู้สั่นเครือ เพราะผู้เป็นแม่โทรเข้ามา

“ฮัลโหล ว่าไงคะคุณนายศรี” เพราะอยู่กับแม่มาเพียงลำพังพ่อเสียไปตั้งแต่เด็กแม่เลยเลี้ยงดูเธอด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่นั้นมา เมื่อก่อนพ่อกับแม่ขายน้ำเต้าหู้ เธอเลยได้ชื่อว่าเต้าหู้ แต่พอพ่อเสียแม่ก็เลิกอาชีพนี้ไป แล้วหันมาขายหวย ตอนแรกก็รับเป็นคนส่งเลขบางเลขก็เก็บเองไม่ได้ส่งให้เจ้ามือ ถ้าเขาไม่ถูกแม่เธอก็ได้รับไปเต็มๆ แม่ทำแบบนี้อยู่หลายปี พอมีเงินเก็บมากหน่อยก็ขึ้นเป็นเจ้ามือเอง

เต้าหู้เลยสนิทกับแม่มากการพูดกันเลยจะเป็นเหมือนทั้งแม่และเพื่อนไปในเวลาเดียวกัน

(อยู่ไหนเนี่ยกลับบ้านหรือยัง)

“พึ่งเรียนเสร็จจะกลับแล้ว"

(แวะเก็บค่าหวยบ้านป้าหมอนให้หน่อยยอดสามพันห้า)

“โห แม่ไปเก็บเองไม่ได้เหรอหนูกลัวผี” เพราะสองข้างทางไปบ้านลูกค้าแม่นั้นเป็นป่าต้นยางทางถนนตรงนั้นยังเป็นดินลูกรังเพราะเป็นสวน แถมบ้านป้าหมอนแกอยู่แทบจะท้ายสวนเลยระหว่างทางก็หลอนเอาเรื่อง ยิ่งค่ำยิ่งเงียบสงัดเธอเคยไปคนเดียวครั้งหนึ่งปั่นจักรยานไปก็ลุ้นว่าจะมีพลังงานบางอย่างพุ่งออกมาจากสวนยางดักหน้ารถไหม แต่ก็โชคดีที่ไม่มีอะไร แต่ครั้นจะให้ไปคนเดียวอีกก็กระไรอยู่ วันนั้นไม่เจอวันนี้อาจเจอก็ได้ใครจะรู้

(ก็รีบไปตอนนี้จะได้ไม่มืดค่ำ แม่ก็มาเก็บค่าหวยบ้านอื่นอยู่เหมือนกัน)

(เจ๊ศรีรีบๆ เปิดไพ่สิ รอเจ๊คนเดียวเนี่ย) เสียงใครบางคนในสายก็ดังแทรกขึ้นมา ทำให้รู้เลยว่าแม่กำลังแข่งคณิตคิดเลขเร็วอยู่แน่นอน

“ไหนบอกเก็บค่าหวยไง ทำไมมีเปิดไพ่ด้วยหละคะเจ๊ ศรี~~”

(มาเก็บค่าหวยจริงๆ แต่เขาขาดขาพอดีเลยต้องช่วย)

“น้ำใจงามจริงๆ”

(สรุปแกจะไปไหมเนี่ย)

“ไปก็ได้ แต่แม่ต้องเพิ่มค่าขนมให้หนูนะ”

(ลูกคนนี้นี่ วานนิดวานหน่อยไม่ได้เลย คิดแต่เงินกับแม่ก็ไม่เว้น)

“ก็ทางไปบ้านป้าหมอนเนี่ยไม่ได้เรียกว่าแวะเลยนะ คนละทางกับบ้านเราเลยด้วย เปลี่ยวจะตายจะจ๊ะเอ๋กับผีตอนไหนก็ยังไม่รู้ งั้นแม่ไปเก็บเองไหมล่ะ”

(เออๆ เดี๋ยวให้ค่าขนมสามร้อย เพิ่มรายวันให้อีกยี่สิบรีบไปรีบกลับเดี๋ยวมันจะมืด)

“โอเคจ้ะ” ตอบตกลงอย่างไวเมื่อได้ยินว่าจะได้เงิน หลังจากวางสายแม่เสร็จก็หันไปทางเพื่อนเพื่อหาแนวร่วมในการไปเก็บค่าหวยบ้านป้าหมอน

“พวกแกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ ไปเก็บค่าหวยบ้านป้าหมอน ฉันกลัวผี” คราวนี้ไม่ต้องปั่นจักรยานให้เสียเวลาเพราะมีมอเตอร์ไซค์ แม่ซื้อให้เพราะจะได้ไปโรงเรียนสะดวก

สามสาวแก๊งนางฟ้าไม่เคยปฏิเสธกันอยู่แล้ว หากปฏิเสธไปจีจี้กับส้มลิ้มต้องเดินกลับบ้านกันเอง เพราะทุกวันนี้ทั้งสามจะนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเต้าหู้มาด้วยกัน เต้าหู้ขับ ส้มลิ้มนั่งข้างหน้าหน้า จีจี้ซ้อนท้าย

มอเตอร์ไซค์ขับเข้ามาในสวนของป้าหมอน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางสูงชะลูดบดบังแสงอาทิตย์ยามเย็นจนทำให้ตลอดทางดูมืดกว่าที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวสำหรับเต้าหู้เพราะพาเพื่อนสองคนมาด้วยเลยอุ่นใจ

แต่จู่ๆ ไฟหน้ารถก็สาดไปกระทบกับอะไรบางอย่างที่เหมือนกับคนนอนแน่นิ่งขวางทางอยู่

"ใครมานอนเล่นในสวนยางวะ" เต้าหู้เห็นเลยสงสัย

"ผัวป้าหมอนหรือเปล่าเมาแล้วคงเดินกลับไม่ไหว ลองบีบแตรดิ๊" พอบีบแตรร่างนั้นก็ไม่ไหวติง ส้มลิ้มที่นั่งด้านหน้าสุดเห็นว่าใบหน้าและเสื้อผ้าเขาชุ่มเลือดดังนั้นรีบตะโกนบอกคนขับทันที

“อีเต้าหู้ เบรก!!!” มือคนขับบีบเบรกอย่างแรงจนล้อรถด้านหน้าปัดไปกับก้อนกรวด

กรี๊ด!!!! เสียงกรีดร้องประสานดังไปทั่วสวนยาง รถล้มเทกระจาดสมาชิกแก๊งนางฟ้าไปคนละทิศละทาง สภาพแต่ละคนดูไม่จืดเลยทีเดียว กระโปรงนักเรียนหญิงถกขึ้นมากองบนเอว เสื้อสีขาวตอนนี้เปื้อนไปด้วยฝุ่นและดิน ส่วนจีจี้ก็พุ่งเข้าไปในพุ่มไม้

“โอ๊ย!!” คนมาเก็บค่าหวยพยุงตัวเองขึ้นนั่งก่อนจะมองไปตรงหน้าเห็นร่างชายฉกรรจ์ที่นอนแน่นิ่ง แถมใบหน้าปูดโปนเปื้อนไปด้วยเลือด มิหนำซ้ำหน้าท้องก็มีเลือดออกสภาพนี้ไม่โดนยิงก็โดนแทง

“ศพ!?"

“โดนโจรฆ่าตายหรือเปล่า” ส้มลิ้มคลานมานั่งข้างๆเต้าหู้ก่อนเอ่ยถาม เพราะเห็นว่าสภาพนี้ยังไงก็ไม่น่ารอด

“แถวนี้มีโจรที่ไหน" ถ้านับแค่ไอ้พวกขโมยของเล็กน้อยๆมันก็มีบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงถึงขั้นปล้นฆ่ากันแบบนี้

อีกอย่างคนๆ นี้ก็แต่งตัวดูดีไม่น้อย ดูก็รู้ว่าเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพงเอาเรื่อง ถ้าโดนปล้นจริงๆ โจรจะทิ้งของพวกนี้ไว้ทำไม เว้นเสียแต่ว่าที่เขาใส่มันคือของปลอม

เด็กสาวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าตัวเองจะเข้าไปหรือไม่เข้าไปดี สุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นก็พาตัวเธอมานั่งข้างๆ ชายปริศนาแล้ว

“เต้าหู้นั่นแกจะทำอะไร" ยัยจีจี้ที่ลุกออกมาจากพุ่มไม้กินคนเห็นว่าเพื่อนกำลังจะไปแตะตัวคนตาย

“จะดูว่าตายหรือยัง”

มือของเธอค่อยๆยื่น ไปอังที่จมูกของเขาเพื่อดูว่ายังหายใจอยู่ไหม ลมหายใจอุ่นๆ รินรดผ่านมือเล็กๆ นั้นแต่มันก็อ่อนมากๆ เธอตัดสินใจให้เพื่อนแจ้งกู้ภัยเพราะปล่อยไว้เขาอาจจะได้ตายจริงๆ

“พวกแกก็โทรแจ้งตำรวจกับกู้ภัยเลย” หันไปบอกเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะหันกลับมาลองเรียกคนที่นอนสลบอยู่ตรงหน้า

"คุณคะ ได้ยินเสียงหนูไหม คุณคะ"

"อืม.." เสียงครางในลำคอหนา ดวงตาที่หลับสนิทมีการเคลื่อนไหว เปลือกตาเปิดขึ้นเล็กน้อย

"เห็นหนูไหมคะ" เธอโบกมือผ่านตาเขาไปมาดวงตาไม่ได้กลอกไปตามมือที่เคลื่อนไหว แต่ดูเหมือนว่าพยายามเพ่งมองมาที่ใบหน้าของเธอมากกว่าก่อนจะเปล่งเสียงแหบแห้งออกมา

“นางฟ้า?”

"ว่าอะไรนะคะ พูดอีกทีสิคะ" หืมตะกี้เขาพูดว่าอะไรนะ นางฟ้าใช่ไหม หรือเธอหูฝาด

"ผมตายแล้วเหรอ ทำไมมีนางฟ้าอยู่ที่นี่" พอได้ยินแบบนั้นสาวน้อยถึงกับเขินจนตัวบิด นี่ขนาดเขาเจ็บจนลืมตาแทบไม่ขึ้นความสวยของเธอยังทะลุไปให้เขามองเห็นมันได้อีก เกิดเป็นคนสวยก็งี้แหละ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลพร้อมส่งยิ้มหวานรับบทเป็นนางฟ้าตามน้ำไปก่อน

"ใช่ค่ะ นี่คือนางฟ้าเอง อดทนไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวกู้ภัยก็มาแล้วค่ะ"
펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
81 챕터
บทที่ 1 บทนำ แก๊งนางฟ้า
กริ๊งงงงง เสียงบอกเวลาหมดคาบเรียน และเข้าสู่ช่วงเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนบ้านหนองนาน้อยนักเรียนต่างเก็บของแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่สามสาวเพื่อนสนิทแห่งแก๊งนางฟ้ากลับควักกระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาวางบนโต๊ะจัดการเติมแป้งแต่งหน้าตามกระแสที่นิยมในช่วงนี้ ใบหน้าจิ้มลิ้มทาแป้งขาวริมฝีปากแต่งแต้มด้วยอุทัยทิพย์สีแดง เขียนคิ้วสีดำเข้มเด่นชัด พร้อมกับใส่บิ๊กอายสีดำทำตากลมโต พร้อมจัดทรงผมสั้นเท่าติ่งหูให้ดูดี เอาผมทัดหูติดกิ๊บรูปหมีหลากสีให้ดูน่ารัก ปล่อยปอยหวานสองข้างพร้อมหวีหน้าม้าให้ไม่แตก “จีจี้ ฉันดูดีหรือยัง” ยัยจี้จี้มองหน้าของเต้าหู้ซ้ายทีขวาที่ก่อนทำหน้ามั่นใจตอบ “เพื่อนสาวสวยมากค่ะ เลิศที่สุด” “ส้มลิ้มแกว่าไง” “อืม ฉันว่าปากยังซีดไปเติมอุทัยทิพย์อีกหน่อย” ยัยส้มลิ้มตอบก่อนจะหันไปแต่งหน้าของตัวเองเหมือนกัน เต้าหู้ไม่รอช้าหยิบขวดน้ำสีแดงแต่งแต้มไปที่ริมฝีปากด้านใน ส่วนด้านนอกออกซีดนิดหน่อยให้ดูเหมือนว่าปากบางเล็กดูน่ารัก ทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อยู่โรงเรียนอนุบาลเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกันอยู่ด้วยกันในทุกช่วงเวลาของ
더 보기
บทที่ 2 เจ้าพ่อหนองนาน้อย 1
หลายวันผ่านไป หลังจากที่ชาวบ้านหนองนาน้อยได้รู้ข่าวเรื่องที่ว่ามีคนถูกทำร้ายร่างกายแล้วนำไปทิ้งไว้ที่สวนยางของป้าหมอน ชาวบ้านก็ลือกันไปต่างๆ นาๆ ว่า คนที่โดนทำร้ายวันนั้นตายหลังจากที่ถูกส่งตัวไปถึงโรงพยาบาล บ้างก็ว่าตายตั้งแต่ระหว่างทางตอนอยู่บนรถกู้ภัย แถมยังมีคนบอกว่าพบเห็นดวงวิญญาณยังคงวนเวียนอยู่บริเวณสวนยางนั้นเพื่อรอแก้แค้นคนที่ทำร้ายตนจนชาวบ้านไม่กล้าย่างกรายเข้าไปแม้กระทั่งเจ้าของสวนเองยังเจอเงาดำตะคุ่มๆ แถวๆ สวนยางในคืนเกิดเหตุ ก็คิดว่าเป็นผีเลยกลัวเหมือนกันจนต้องซื้อที่ปลูกบ้านใหม่แล้วย้ายออกจากบ้านสวน ส่วนต้นยางก็ไม่กรีดเองก็จ้างเขามากรีดยางเก็บยางให้แทน ตึก ตึก ตึก เต้าหู้วิ่งลงมาจากชั้นสองของบ้าน พร้อมแต่งตัวสวยเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขาสั้น แม้วันนี้จะเป็นวันหยุด แต่ก็มีนัดกับเพื่อนสาวอีกสองคนไปกินส้มตำไก่ย่างร้านโปรด แม่ที่กำลังนั่งจดเลขที่เขาว่าดังในช่วงนี้เอาไว้ เพื่อทำเลขอั้นส่งเข้ากรุ๊ปลูกค้าหวยขาประจำ และให้กับกลุ่มคนที่มาส่งเลขให้กับแม่ เลขอั้นจะจ่ายแค่ครึ่งหนึ่งของรางวัลที่จะต้องได้ตามปกติเท่านั้น คนซื้อก็รู้ข้อนี้กันดี
더 보기
บทที่ 3 เจ้าพ่อหนองนาน้อย 2
ตำหนักร่างทรงเจ้าพ่อหนองนาน้อย หลังพิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเสร็จสิ้น เจ้าพ่อก็เปิดให้บูชาน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพิธีเพื่อให้ชาวบ้านเอาไปประพรมทั่วบ้านและผสมน้ำอาบให้เป็นสิริมงคล ขวดละเก้าสิบเก้าบาท ก่อนกลับเจ้าพ่อได้จุดธูปตัวเลข เอาไว้ คนที่มาร่วมพิธีก็จะได้เห็นและเอาเลขไปเสี่ยงโชคกัน หลังจากนั้นทุกคนก็กราบลาเจ้าพ่อ เสร็จก็แยกย้ายกันกลับ เหลือเพียงสามสาวแก๊งนางฟ้าที่ยังต้องอยู่ต่อ เพราะผีดันชี้หน้าเลือกเต้าหู้คนสวยไปอยู่ด้วย นี่ไหมที่เขาเรียกปากพาซวย “เจ้าพ่อคะ จะทำยังไงได้บ้างคะหนูยังไม่อยากตายตอนนี้” พอมานั่งนับความดีตั้งแต่เกิดมา ทำไปไม่กี่อย่าง แถมสมุดที่ครูให้มาบันทึกทำความดีก็โกหกทั้งนั้น ตายตอนนี้ไม่ได้ไปสวรรค์แน่นอน “ไม่ต้องห่วง เอาน้ำมนต์พ่อไปผสมน้ำอาบ เจ็ดวัน วันละขวด แล้วก็เอาผ้ายันต์ไปแปะตามประตูเข้าบ้าน มันก็ทำอะไรเอ็งไม่ได้แล้ว” เจ้าพ่อหยิบพานที่ใส่ของตามที่ได้กล่าวเอาไว้ มาวางด้านหน้าของตน พอเต้าหู้เห็นเลยคิดว่าเจ้าพ่อให้เลยจะหยิบ แต่เจ้าพ่อก็ดึงให้ห่างจากมือของเธอ “แต่ของพวกนี้ ให้ฟรีๆ กันไม่ได้ ต้องมีค่าครู”
더 보기
บทที่ 4 ป้าข้างบ้าน
ตลาดสดหนองนาน้อย ช่วงเช้าในวันหยุดเจ๊ศรีชวนลูกสาวอย่างเต้าหู้มาจ่ายตลาดด้วยกันเพราะพรุ่งนี้เป็นวันพระใหญ่แถมยังเป็นวันหวยออกด้วย เจ๊ศรีคิดเอาไว้ว่าจะซื้อของเพื่อเตรียมไปทำบุญชุดใหญ่ที่วัดในช่วงเช้า เพื่อเสริมสิริมงคล เพื่อเตรียมรับเงินเข้ากระเป๋าแบบไม่ต้องได้จ่ายออก ลูกสาวที่ตื่นเช้าทำหน้าบูดเป็นตูดลิง วันหยุดทั้งทีแทนที่จะได้ตื่นสาย ต้องมาตื่นตีสี่ตีห้าจ่ายตลาดกับแม่ แถมอาบน้ำแต่งตัวยังไม่ทันจะได้แต่งหน้าแม่ก็ลากออกจากบ้านแล้ว บอกว่าเดี๋ยวไปสายของดีๆ จะหมดเสียก่อน เต้าหู้เลยต้องหน้าสดแข่งกับปลาที่ตลาด คนสวยเบื่อ “ทำหน้าให้สวยๆ หน่อย นี่มาซื้อของเตรียมไปทำบุญนะ เดี๋ยวชาติหน้าก็เกิดมาขี้เหร่หรอก” “ชาตินี้สวยมากแล้ว ชาติหน้าขี้เหร่บ้างก็ได้ไม่เป็นไร” “เฮ้อ เบื่อคนสวยจริงๆ” ขณะที่เจ๊ศรีกำลังจะเดินไปทางเขียงหมูของพ่อจีจี้ ก็เห็นว่ามีชายชุดดำสองคนยังใช้ไม้ค้ำยันเพราะขาที่ยังใส่เฝือกเดินแจกใบปลิวอะไรสักอย่าง ท่าทางดูไม่น่าไว้ใจ คนอะไรใส่แว่นดำมาเดินตลาดช่วงเช้ามืด มีคนปกติที่ไหนเขาทำกัน พอเห็นว่าผู้ชายสองคนนั้นเดินจากไป
더 보기
บทที่ 5 สวรรค์มีจริงไหมครับ
ระหว่างที่คนเจ็บยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจนเกือบจะหายดี ก็มีญาติ พี่น้อง และเพื่อนแวะเวียนมาเยี่ยมไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเพื่อนอย่างไอ้ ฟีนิกซ์ ที่แวะเวียนมานั่งเล่นด้วยแทบทุกวันหรือไม่ก็มาเช็กว่าเขาตายหรือยัง วันนี้มันก็มาอีกไม่รู้ว่าไม่มีงานการทำกันหรือยังไง แถมยังไปพาพระทิศเหนือ เพื่อนซึ่งกำลังบวชอยู่มาด้วย พอเห็นเพื่อนที่เป็นพระเฉินก็รีบยกมือไหว้ มีแค่ตอนนี้แหละที่เพื่อนดูน่าเคารพที่สุด ก่อนจะบวชทำแต่เรื่องไม่ดีมาด้วยกันมาก็เยอะ จนกระทั่งทิศเหนือถูกเมียทิ้งเรียกได้ว่าเพื่อนเสียใจจนต้องหันหน้าเข้าทางธรรม เพื่อสงบจิตใจ "นมัสการครับหลวงเพื่อน" "เจริญพรเถอะโยมเฉิน" “แล้วพระมายังไงครับ” “โยมฟีนิกซ์ไปนิมนต์มา” “แล้วพระไม่ปฏิเสธล่ะครับ” “ไม่ได้หรอกโยม พระปฏิเสธไม่ได้” “ไอ้ฟีนิกซ์มึงไปพาพระมาด้วยทำไมเนี่ย รบกวนพระอีก” “กูเป็นห่วงมึงไง พาพระมาให้ศีลให้พรมึงถึงโรงพยาบาลเลยจะได้หายไวๆ หรือถ้าตายก็พร้อมสวดส่ง” นั่นปากคนหรือปากหมาไม่แน่ใจ จริงๆ คนอย่างไอ้ฟีนิกซ์นี่นรกอาจจะส่งมันมาเกิดพร้
더 보기
บทที่ 6 ไปบ้านเจ๊ศรีเดี๋ยวนี้!!
สามปีต่อมา ชายหนุ่มวัยสามสิบพร้อมกับลูกน้องคนสนิทอีกสองคน อย่างจ๊อดกับแจ๊ด เดินทางไปเยี่ยมปู่ที่กำลังนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะพึ่งผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบไปเมื่อคืน ขณะที่กำลังนั่งรถไปนั้น ลูกน้องก็ได้รายงานความคืบหน้าเรื่องของเจ๊ศรีลูกหนี้ที่ไม่ได้ชำระหนี้ตามสัญญาที่ให้เอาไว้ ไม่จ่ายมาประมาณสามเดือนแล้ว และยังมีแนวโน้มขอผ่อนผันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะได้คืนตอนไหน "เจ๊ศรีมันหนีเหรอ ทำไมไม่จ่ายมาสามเดือนแล้ว" เฉินเปิดดูสมุดบันทึกการจ่ายหนี้ของเจ๊ศรีเห็นว่า สามเดือนที่ผ่านมารายการชำระนิ่งสนิทมีเพียงแค่ดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้น จากที่กู้ไปแค่หนึ่งล้านบาท ทบไปทบมาตอนนี้ยอดเกือบสิล้านได้ เพียงแค่สามเดือน แน่นอนว่า ดอกเบี้ยพวกนี้เก็บเป็นรายวันไม่เหมือนกับของทางธนาคาร คนกู้ก็ต้องยอมรับข้อตกลงส่วนนี้ด้วย "สามเดือนมานี้ แกให้ลูกสาวมารับหน้าตลอดเลย แล้วก็บอกว่าเจ๊ยังป่วยอยู่ครับ" "แล้วป่วยจริงหรือแกล้งพวกมึงดูดีๆ หรือยัง" "เดือนก่อนผมก็ไปครับ สภาพเจ๊แกก็โทรม ผอมๆ คิดว่าน่าจะป่วยจริงครับลูกพี่" จ๊อดบอกในสิ่งที่ไปเห็นมาตอนไปเก็บเงิน
더 보기
บทที่ 7 แม่หนูคงหาเงินมาคืนคุณไม่ได้แล้ว
รถยนต์หรูมุ่งหน้าสู่ต่างจังหวัด ตอนแรกคิดว่านั่งชมวิวข้างทางจะทำให้ใจเย็นลงบ้าง สรุปโมโหกว่าเดิม เมื่อเจอคนขับรถปาดซ้ายปาดขวา จนเฉินต้องปล่อยสัตว์หลากหลายชนิดมาตลอดทาง เหี้ยบ้าง ควายบ้าง จ๊อดแจ๊ดทำได้เพียงนั่งเงียบๆ ขืนปริปากพูดอะไรไม่เข้าหูคงถูกด่าไปด้วย หลายชั่วโมงผ่านไปก็มาถึงจุดหมายปลายทางคือบ้านของเจ๊ศรีเจ้ามือหวยที่บ้านหนองนาน้อย ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มเกือบสามทุ่มแต่กลับไม่มีใครอยู่ที่บ้านไฟก็ไม่เปิด มีเพียงแสงไฟกิ่งหน้าบ้านที่สาดส่องไปบนถนนเท่านั้น แถวนี้แทบจะอยู่ในตัวเมืองปกติก็ไม่น่าจะหลับกันเร็วขนาดนี้บ้านอื่นก็เปิดไฟกันปกติมีแต่บ้านที่ที่มืดสนิท จ๊อดกับแจ๊ดลงจากรถพยายามกดกริ่งที่หน้าบ้านพร้อมกับตะโกนเรียกชื่อของเจ๊ศรี อยู่นานสองนานแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับมีแต่เสียงหมาในซอยที่เห่าเพราะพวกเขาทำเสียงดัง เฉินที่นั่งรอในรถพอเห็นแบบนั้นก็ยิ่งโมโหหนัก เลยออกไปจัดการเขกกบาลลูกน้องคนละที เพราะคิดว่าลูกหนี้อย่างเจ๊ศรีคงหนีไปอย่างที่เขาคาดการเอาไว้แน่ๆ “พวกมึงไม่ได้เรื่องจริงๆ กูจะหักเงินเดือนของมึงสองคน ให้เท่ากับเงินที่เจ๊ศรีติดหนี้กูตอนนี
더 보기
บทที่ 8 คืนนี้ฉันจะนอนที่บ้านเธอ
“คืนนี้ฉันจะนอนที่บ้านเธอ พอดีไม่ได้จองโรงแรมไว้ คงไม่เป็นไรใช่ไหม” ใบหน้าของเต้าหู้เต็มไปด้วยความงุนงง ไม่ต่างจากลูกน้องอีกสองคนที่ไม่เข้าใจเจ้านายว่าพูดแบบนั้นทำไม ทั้งๆ ที่พี่แกมีบ้านพักตากอากาศที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ขับรถไปไม่นานก็ถึงแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องจองโรงแรมเลย หรือนี่จะเป็นข้ออ้างขอค้างบ้านผู้หญิง “คิดอะไรกับหนูปะเนี่ย” จู่ๆ ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ทำทีจะมาขอนอนที่บ้านด้วย รู้อยู่ว่าเธอสวยคงจะมีแต่คนหมายปอง ถึงเจ้าหนี้คนนี้จะหล่อก็เถอะ แต่เธอก็เป็นผู้หญิงจะให้อยู่ใต้ชายคาเดียวกับผู้ชายมันก็จะดูไม่งามเอานะ “หรือจะให้หนูขัดดอก บังคับขืนใจให้เป็นนางบำเรอ ก็พวกคุณสามคนตัวโตอย่างกับยักษ์อุ้มปิดปากหนูก็ทำได้สบาย เพราะหนูไม่มีทางสู้อยู่แล้ว” เคยอ่านหนังสือเคยดูละครมาเยอะ ถ้านางเอกติดหนี้ไม่มีเงินจ่ายจะต้องเอาตัวเองไปขัดดอกเพื่อใช้หนี้ อย่าบอกนะว่าเขาจะให้เธอทำแบบนั้น “แค่มองเธอฉันก็หมดอารมณ์แล้ว ไม่ได้สวยขนาดนั้น” เอาจริงๆ ตอนนี้ เขาก็ไม่มีอารมณ์กับใครทั้งนั้นแหละ ไม่ว่ากับเธอหรือกับใคร ไม่รู้ว่าจะกลับมาใช้งานได้ตอนไหน หรืออาจต้องอยู่อย่างเหี่ย
더 보기
บทที่ 9 มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น
เต้าหู้ และจ๊อดแจ๊ดที่ได้ยินทั้งเสียงโครมครามและเสียงร้องโอดครวญขอความช่วยเหลือดังมาจากห้องที่เฉินนอนอยู่จึงรีบเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ห้องเธอไม่ได้ล็อกเอาไว้จึงเปิดเข้าไปได้ง่าย เต้าหู้เปิดไฟในห้องให้สว่างเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น สภาพที่เห็นคือ เฉินกำลังกระทืบและบูมกับอาร์มสลับกัน จนสองคนนั้นอยู่ในสภาพที่เรียกว่าอ่วม เต้าหู้รีบเดินไปหยุดเฉินก่อนที่สองคนนั้นจะตายจริงๆ “ไอ้จ๊อดไอ้แจ๊ด จับพวกมันนั่งดีๆ ซิ” เฉินออกคำสั่งกับลูกน้องตน ทั้งสองก็ทำตามอย่างไม่อิดออดรีบจับอาร์มและบูมที่นอนขดโอดครวญ ให้นั่งคุกเข่าต่อหน้าเฉิน “นี่มันอะไรกันเนี่ย ไอ้บูม ไอ้อาร์ม พวกแกสองคนมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง” เต้าหู้ที่กำลังสับสนว่านี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น แล้วพวกมันเข้ามาทำอะไรในห้องของเธอ อีกอย่างเฉินทำร้ายสองคนนี้ทำไม หรือจะขึ้นมาขโมยของ แต่ก่อนหน้านี้บูมกับอาร์มก็ไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนี้เลย "เอ่อ..." ทั้งอารมณ์และบูมต่างไม่มีใครกล้าปริปากยอมรับความผิดในสิ่งที่คิดจะทำ จนเฉินชักจะมีน้ำโห "มึงจะให้กูใช้ตีนง้างปากพวกมึงให้พูดไหม ว่าพวกมึงวางแผนจะทำอะไรเต้าหู้" พึ
더 보기
บทที่ 10 บอกลาครั้งสุดท้าย(1)
เฉินตื่นมาในเช้าอันสดใสพร้อมกับรอยยิ้ม ที่เมื่อคืนมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง แม้ว่ามันจะตื่นตัวได้พักหนึ่งแล้วก็กลับสภาพเดิม แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เขาเจอผู้หญิงมามากมายแต่ร่างกายก็ไม่ตอบสนองกับใครเลย จนกระทั่งมาเจอ เต้าหู้ เขาจึงเกิดสนใจในตัวเธอขึ้นมา และต้องการพิสูจน์ให้แน่ใจว่ามันเป็นเพราะเธอจริงๆ หรือเปล่า แต่จะให้บุ่มบ่ามไม่ได้เพราะเธออาจจะกลัว อีกอย่างถ้าผู้หญิงไม่ยินยอมเขาเองก็ไม่ทำ เขาเริ่มสำรวจไปรอบๆ ห้องนอนสีชมพูหวานแหววของเธอ ก่อนหันไปเห็นรูปที่ติดบนบอร์ดเล็กๆ ใกล้กับโต๊ะเขียนหนังสือ บนนั้นมีรูปที่เธอถ่ายกับครอบครัว ถ่ายกับเพื่อนแปะอยู่ ทุกอย่างก็ดูปกติดีจนกระทั่ง ไปสะดุดกับรูปผู้ชายคนหนึ่งในชุดนักเรียนถือพวกช่อดอกไม้ มีพวงมาลัยคล้องคอ จากการคาดเดาน่าจะเป็นรูปในวันปัจฉิม บนรูปเขียนไว้ว่า พี่ภีม พร้อมกับวาดรูปหัวใจสีแดงเอาไว้ โคตรรู้สึกไม่ถูกชะตาไอ้ขี้เก๊กนี่เอาซะเลย แล้วมันเป็นใครวะ? แฟนเต้าหู้เหรอ? เลิกกันหรือยังวะ? หรือคบกันอยู่? คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเต็มไปหมด ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่ที่รู้คือ ไม่ชอบขี้หน้าไอ้คนนี้ไม่ได้การจะต้องสืบให้
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status