로그인“รู้ใช่มั้ยว่าฉันเรียกหนูขึ้นมาทำไม” สายตาโลมเลียมองเธออย่างหิวกระหายจนคนตัวเล็กรู้สึกชาวาบไปตามแนวสันหลัง
“ไม่ทราบค่ะ” เธอตอบออกมาด้วยความใสซื่อ แต่คิดถึงคำพูดและท่าทางแปลกๆของผู้เป็นป้าเมื่อเช้า ก็พอจะประติดประต่อเรื่องราวได้ไม่ยากนัก แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมป้าของเธอถึงคิดทำเรื่องแบบนี้ได้
เสี่ยซ้งวางใบหน้าเรียบเฉยไม่แปลกใจกับคำพูดของเด็กสาว เพราะเขากับชวนชมต้องการให้เรื่องนี้เป็นความลับ แล้วเขาจะเป็นคนเกลี้ยกล่อมเธอเอง เพราะยังไงก้าวขาเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วยังไงเธอไม่มีทางไปไหนรอดแน่
“ป้าของหนูอยากให้หนูมาอยู่รับใช้ฉันเป็นการส่วนตัว” เสี่ยซ้งกล่าวเสียงเรียบ กรรวีพยายามข่มใจตัวเองไม่ให้แสดงความกลัวออกมา มือเล็กทั้งสองข้างที่ประสานอยู่ด้านหน้าบีบกันแน่น
“นานแค่ไหนคะ” เธอทำเป็นใจดีสู้เสือกลั้นใจถามออกไป
“ตลอดไป…หรือไม่ก็จนกว่าฉันจะเบื่อ” สายตาเธอสลดวูบลงเมื่อได้รับคำตอบจากหนุ่มใหญ่รุ่นพ่อหรือไม่ก็คงเป็นรุ่นลุง
“แลกกับเงินเท่าไหร่คะ” เธอรู้ดีว่าป้าของเธอหน้าเลือด แค่อยากจะรู้ว่าคนอย่างเธอมีค่ามากแค่ไหนสำหรับป้าของเธอ
“สามล้าน”
“สามล้าน!”
กรรวีร้องขึ้นมาเสียงสูงทำตาโตแล้วเอามือป้องปาก ไม่คิดว่าป้าเธอจะได้เงินไปเยอะถึงเพียงนี้ ลำพังไม่ถึงล้านเธอยังไม่มีปัญญาจะหามาใช้หนี้ให้เสี่ยซ้ง นี่ตั้งสามล้านแล้วเธอจะไปหาเงินจากไหนมาไถ่ตัวเอง หากไม่ยอมรับข้อเสนอของเสี่ยซ้ง หรืออีกทางก็คือยอมเป็นบ้านเล็กของเสี่ยซ้งไปตลอด
‘ไม่นะ ทุกอย่างมันจะมาจบแบบนี้ไม่ได้’
“แล้วหนูจะได้อะไรจากเสี่ยบ้างคะ” เธอกลั้นใจพูดดีถามหนุ่มรุ่นพ่อตรงหน้าออกไป ทั้งที่ในหัวตอนนี้กำลังคิดว่าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร และจะหนีไปไหนถึงจะมีชีวิตรอดได้
“หนูอยากจะเรียนต่อมั้ยล่ะ อยากจะใช้เงินวันละเท่าไหร่ ฉันสามารถให้หนูได้” เสี่ยซ้งเอ่ยออกมานัยน์ตาลุกวาวคิดว่าเด็กคนนี้คุยง่ายกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ ถ้าเธอทำตัวน่ารักแบบนี้ไปตลอดเขาก็พร้อมที่จะทุ่มให้ไม่อั้น
อยากเรียนน่ะใช่ แต่วิธีนี้มันไม่ใช่สำหรับเธอ ไม่ใช่ว่าเธอจะไปตำหนิคนที่ยอมรับข้อเสนอนี้ เพียงแต่วิธีนี้เธอไม่สะดวก ถึงชาตินี้ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีความรักหรือไม่แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยากจะได้ผัวแบบนี้
“หนูต้องเริ่มงานวันไหนคะ”
“วันนี้เลย” เขาย่างสามขุมเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาวมือข้างขวาเชยคางเธอขึ้นมาเบาๆ แค่เห็นดวงตากลมโตดูใสซื่อริมฝีปากระเรื่อ ผิวขาวใสไร้เครื่องสำอาง รูปร่างอวบอัดภายใต้เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขายาวรัดรูปแค่นี้ก็ทำให้เสี่ยซ้งใจสั่นจนแทบหัวใจจะวายตายอยู่แล้ว
“วันนี้หนูคงไม่สะดวกหรอกค่ะ เพราะหนูมีประจำเดือน เสี่ยน่าจะต้องรออีกประมาณสามสี่วันน่ะค่ะ” กรรวีพูดออกมาอย่างใจเย็นไม่มีทีท่าว่าไม่เต็มใจแม้แต่เสี้ยวเดียว แต่ภายในใจนั้นร้อนรุ่มจนแทบไหม้ ยิ่งเขายืนอยู่ใกล้เธอยิ่งกลัวว่าจะเก็บความสั่นไหวในร่างกายเอาไว้ไม่อยู่
“จริง?” แววตาคมเข้มมืดดำลงละมือออกจากปลายคางของเธอ
“จริงค่ะ หรือเสี่ยจะดูมั้ยคะ หนูจะถอดให้ดูตอนนี้เลยค่ะ” ทำใจกล้าหน้าด้านเหมือนเคยถอดให้ใครดู ถ้าไม่มีประจำเดือนวันนี้ก็คงไม่กล้าท้า จากที่บ่นกับตัวเองเมื่อเช้าตอนนี้เธออยากจะขอบคุณประจำเดือนของเธอเหลือเกินที่มันมาได้ถูกเวลาจริงๆ
“ไม่ต้อง ฉันรอได้ฉันไม่ใช่คนที่ใจไม้ไส้ระกำหรืออดอยากขนาดนั้น” ไม่ได้อดอยากแต่ตอนนี้ปากแห้งมากจนอดเลียริมฝีปากตัวเองไม่ได้ แสร้งทำท่าทางใจเย็นทั้งที่ตอนนี้ภายในกายกำลังโดนไฟราคะสุมอยู่ในทรวงจนร้อนระอุ ถึงจะมีผู้หญิงมาคอยรองรับอารมณ์ทางเพศอยู่ไม่เคยขาดแต่ก็ยังอยากลองชิมของสดใหม่อยู่ดี
กรรวีได้ยินดังนั้นก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยประจำเดือนก็ช่วยต่อชีวิตเธอได้อีกหลายวัน ช่วงที่รอก็ต้องคิดหาทางออกจากบ้านหลังนี้ให้ได้เร็วที่สุด ทั้งอยากร้องไห้ทั้งอยากหัวเราะเยาะให้กับโชคชะตาตัวเอง ต่อไปนี้คนข้างกายเธอคงไม่มีใครที่พึ่งพาได้อีกแล้ว แม้แต่ป้าแท้ๆก็ยังทำกับเธอได้ลงคอ
แต่ก่อนไม่เคยคิดน้อยใจในโชคชะตาตัวเอง มาวันนี้มันกลับทนไม่ไหวอีกแล้วกับสิ่งที่เธอต้องพบเจอ ป้าของเธอเขาไม่มีหัวใจเลยหรือไงทั้งที่เธอยอมลำบากเทียวรับจ้างหาเงินมาให้ตลอด ทำงานยิ่งกว่าทาสเพื่อส่งเงินให้ลูกสาวของเธอได้เรียนสูงๆ แต่ป้าของเธอกลับไม่เคยแม้แต่จะเมตตาเธอ ต่อจากนี้คงถึงเวลาที่เธอจะสู้เพื่อตัวเองบ้าง ต่อไปนี้คงไม่ต้องเป็นห่วงชีวิตใครอีกแล้ว เพราะครั้งนี้เธอก็ถือว่าได้ทดแทนบุญคุณป้าของเธอหมดแล้ว
น้ำตาของเขามันกลั้นไว้ไม่อยู่อีกแล้ว ทั้งสงสารภรรยาแต่เขาไม่อยากรับปากภรรยาตอนนี้ หัวใจเขามันยังทำใจยอมรับไม่ได้ มธุสรเริ่มหายใจแผ่วมากขึ้น ร่างกายเริ่มเกร็งกระตุก‘รับปากกับสรสิคะ สรจะได้นอนตายตาหลับ’ เธอพูดเสียงแผ่วมากจนแทบจะไม่ได้ยิน นอนหายใจพะงาบๆจนเขาทนมองดูต่อไปไม่ไหว ‘ค่ะ พี่รับปาก’ ถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็ต้องรับปากเพื่อให้เธอสบายใจ สิ้นเสียงสามีอันเป็นที่รักมธุสรก็จากไปอย่างสงบ เขาได้แต่นั่งร้องไห้มองเธอจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาแทบไม่อยากจะอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ ม่านหมอกเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงมาด้านล่าง ทุกสายตามองไปยังร่างใหญ่ที่กำลังเดินลงมาอย่างเชื่องช้า “พ่อครับ แม่ครับ คืนนี้ผมจะไปนอนที่บ้านผมนะครับ” “หมอกอยู่ได้แน่นะลูก” กมลพรรณถามลูกด้วยความเป็นห่วง “ให้พ่อไปนอนเป็นเพื่อนมั้ย” กัมปนาทถามลูกชายคนโต ผู้ที่อ่อนโยนและสุขุมที่สุดของบ้าน ยิ่งเขาเจ็บเท่าไหร่เขาก็ยิ่งนิ่งมากขึ้นเท่านั้น จนทุกคนในบ้านต่างเป็นห่วง เพราะเดาไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ “ไม่เป็นไรครับพ่อผมอยู่ได้ครับ”
“เฮ้ย อะไรของมึงวะ ผับกูก็มีห้องออกหรู มึงจะทำนานแค่ไหนกูก็ไม่ว่า” วรนนบอกเพื่อนด้วยความหวังดีและออกติดขำกับการกระทำของเพื่อน“ไม่เอา กูไม่ถนัดขอกลับไปทำแบบจุกๆที่คอนโดดีกว่า”“เออๆ มึงนี่นับวันยิ่งหื่นขึ้นทุกวัน”“ขอบใจมากนะครับเพื่อน”“คุณน่านคะ ปล่อยหม่อนลงเดี๋ยวนี้นะคะ”“ไม่ปล่อย วันนี้ต้องโดนทำโทษในฐานะที่มายั่วให้มันตื่นแล้วจะมาจากไปโดยไม่รับผิดชอบไม่ได้” เขากัดฟันพูดเพราะความมันเขี้ยวสาวน้อยที่กำลังดิ้นอยู่ในอ้อมกอดอุ้มเธอมาที่รถแล้วก็พากลับคอนโดโดยไม่สนใจใครอีก“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ ทำไมดูสนิทกับคุณน่านจัง” กรรวีเอ่ยถามเมื่อเข้ามานั่งอยู่ในรถ“คนเคยรู้จักน่ะ”“เมียเก่า?”“ไม่ใช่ซะหน่อย”“ใช่”“ไม่ใช่”“ใช่”“ใช่ก็ใช่ พอใจยัง”“ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่อยากคุยด้วยแล้ว” นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมคุยกับคนตัวโตอีก“เอ๊า อะไรเนี่ย ก็บังคับให้ใช่แล้วก็จะมางอนเอง ใบหม่อนไม่น่ารักเลยนะคะ”“ไม่ต้องมาคะขา ไม่น่ารักก็ไม่ต้องมารัก ก็ไม่เคยรักอยู่แล้วนี่ถ้าวันนี้ไม่มีหม่อนมาด้วยจะเป็นยังไง มาทุกครั้งก็คงมาทำแบบนี้ตลอดล่ะสิ” ความน้อยใจเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจดวงน้อย“ม่ายเคยทำเลยจ้ะที่รัก แล้วใคร
เพื่อนร้องตามแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้เป้าหมายของเธอสำคัญกว่า วันนี้ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆที่มาเที่ยวกับเพื่อนในผับแห่งนี้ ฝนทิพย์เดินส่ายสะโพกเข้าไปใกล้น่านฟ้า “เฮ้ย เด็กเก่ามึงเดินมาโน่นแล้วเว้ย ทำไมพามาพร้อมกันทั้งใหม่ทั้งเก่าเลยวะ” วรนนแซวเพื่อน น่านฟ้าจึงหันไปมองตามที่เพื่อนบอกแล้ววางใบหน้าเรียบเฉย เขาไม่แปลกใจสักนิดที่เจอฝนทิพย์ในผับแห่งนี้ เพราะปกติเธอก็เป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว “ไอ้เลว” เขาสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “หึ หึ” วรนนกลั้วขำในลำคอ รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบแต่ก็ยังอยากจะแหย่ ตอนโดนแฟนเก่าหักหลังน่านฟ้าก็ได้ผับของเขาเป็นที่พักพิงร่างสูงเพรียวเซ็กซี่นั่งลงที่พักแขนบนเก้าอี้โซฟาของน่านฟ้าอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มปรายตามองแต่ไม่ได้พูดอะไร ไม่เข้าใจกับสิ่งที่คนรักเก่ากำลังทำอยู่เหมือนกัน มือที่ว่างจากการคีบบุหรี่ข้างหนึ่งพลางหยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่ม โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆกับสิ่งที่หญิงสาวกำลังทำ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอมานานมากแล้ว และไม่ได้อยากสัมผัสเธอเลยแม้แต่นิดเดียว“ฝนขอนั่งด้วยคนนะคะคุณนน”“อ้อ ตามสบายเลยครับ” วรนนผายมือให้ เอ่ยออกไปใบหน้าเปื
“ก็แค่นั้นแหละที่แม่แกต้องการ” กัมปนาทเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันภรรยา ความจริงแล้วแค่น่านฟ้าพูดทุกคนก็พร้อมจะรับฟังเสมอ “แล้วใบหม่อนล่ะ หนูคิดว่ายังไงถ้าพี่เขาจะขอหมั้นหนูไว้ก่อน” กมลพรรณหันไปถามว่าที่ลูกสะใภ้น้ำเสียงอ่อนโยน กมลพรรณรู้ว่าเด็กคนนี้ลำบากมาแค่ไหน และไม่ใช่คนที่จะมาหวังประโยชน์กับลูกชายฝ่ายเดียว จึงไม่ได้ห้ามหากลูกชายจะคบกับเธอ “หม่อนก็แล้วแต่คุณน่านค่ะ” ทุกวันนี้เพื่อนๆก็รู้กันหมดแล้วว่าเขาเป็นอะไรกันกับน่านฟ้า แล้วเธอจะต้องกลัวอะไรอีก “อย่างงั้นก็ตกลงตามนี้” กัมปนาทสรุปให้ทุกคนน่านฟ้าสบตากับกรรวีแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ “หน้าบานอะบางคน” มนชิตาเหน็บพี่ชายที่เอาแต่ยิ้มไม่ยอมหุบ “ยุ่ง” “แว่...” น้องสาวจอมป่วนแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย จนทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้ กวนกันได้ตลอดเวลาจริงๆ “พรุ่งนี้พาใบหม่อนไปเยี่ยมหนูสรด้วย” ตอนนี้อาการของลูกสะใภ้คนโตน่าเป็นห่วง จนม่านหมอกต้องไปดูแลอย่างใกล้ชิด มธุสรคงมีความสุขมากขึ้นถ้ารู้ว่าน้องสามีมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาบ้าง “คร้าบบ คุณแม่” น่านฟ้าลากเสียงยา
เธอถอดสร้อยที่ตัวเองสวมมาด้วยแล้วส่งให้เขา วสุรับมาดูก็เห็นว่าเป็นสร้อยที่เขาเคยให้ดวงเดือนก่อนที่เขาจะจากเธอมาเมื่อยี่สิบปีก่อน “หนูเป็นอะไรกับเจ้าของสร้อยเส้นนี้” “เป็นลูกสาวค่ะ” “แล้วพ่อของหนูล่ะ” วสุใจเต้นระส่ำรอคำตอบจากเธอ เพราะเขาจำได้ว่าคืนวันที่นอนกับดวงเดือนในวันนั้นเขาไม่ได้ป้องกันแต่ก็ไม่เคยคิดเอะใจว่าเธอจะท้อง “พ่อของหนูก็คือคนที่เอาสร้อยเส้นนี้ให้แม่หนูค่ะ” น้ำตาเริ่มคลอหน่วยขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “ใบหม่อน ใบหม่อนลูกพ่อ” วสุโผเข้ากอดหญิงสาวแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะมีลูกสาวที่โตขนาดนี้ คิดโทษตัวเองที่ปล่อยให้ลูกกับเมียตัวเองต้องลำบากมาโดยตลอด เขาจำแววตาของเด็กสาวที่หน้าตาคล้ายกับดวงเดือนได้ในวันที่เขากับลูกชายกลับไปหาเธออีกครั้ง กรรวีคงเป็นเด็กที่ยืนอยู่ด้านหลังชวนชมในวันนั้น แต่ก็ไม่มีใครบอกอะไรกับเขาแม้แต่คนเดียว น่านฟ้าเห็นวสุกอดคนรักของตัวเองจึงรีบวิ่งมาหาหน้าตาตื่น “ใบหม่อน!” เขาเรียกชื่อเธอและดันไหล่วสุให้ออกห่างจากเธอ ทั้งสองต่างคนต่างร้องไห้ เธอดีใจที่
“แล้วเด็กคนนั้นจะมาวันไหน” วสุถามลูกชายอีกครั้ง “ยังไม่รู้เลยครับพ่อ เธอบอกว่าจะไปขออนุญาตผู้ปกครองก่อนครับ” “ทำไมคุณพ่อทำหน้าเครียดจังครับ” “โอเค บอกเธอว่าพอรออยู่” วสุบอกลูกด้วยหัวใจที่เต้นแรง อยากรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ เขาถึงได้รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ภายในงานเลี้ยงขอบคุณคู่สัญญาของบริษัทน้ำตาลประกายฤกษ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง “อ้าว เสี่ยซ้งสวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” วสุกล่าวทักทายแขกผู้มาเยือน “สวัสดีครับคุณวสุ” “เชิญข้างในดีกว่าครับ” ทั้งสองเดินเข้ามาภายในงาน เสี่ยงซ้งเห็นน่านฟ้าอยู่กับพี่ชายและพ่อของเขา จึงนึกอยากเข้าไปทักทายเป็นพิเศษ “สวัสดีครับเสี่ยซ้ง” กัมปนาทเอ่ยทักคู่สัญญาคนสำคัญ “สวัสดีครับ คุณก้อง คุณหมอก คุณ...น่าน” เสี่ยงซ้งทำน้ำเสียงยียวนกวนบาทาอีกฝ่าย “เอ๊ะ นั่นคุณแม่กับมนพาใครมาด้วยน่ะครับคุณวสุ” ม่านหมอกเอ่ยถามวสุ เพราะคิดว่าเขาน่าจะรู้ดีที่สุด วสุเห็นหญิงสาวก็ตกใจหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะได้เจอคนที่เขารอคอย







