เข้าสู่ระบบ“งั้นหนูขอลงไปช่วยป้าแดงทำงานก่อนนะคะ”
“อือ ตามสบาย คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้านของหนู อ้อ ห้องของหนูอยู่ข้างๆห้องฉันฝั่งซ้ายมือนะ เอาของขึ้นมาเก็บก่อนก็ได้” เสี่ยซ้งบอกเธอเสียงเรียบ
“ขอบคุณค่ะ” กรรวีพนมมือไหว้แล้วก็รีบเดินออกไป
เธอจะให้ใครช่วยเรื่องนี้เธอได้ ถ้าจะต้องหนีก็ต้องหนีออกจากจังหวัดนี้ไปให้ไกล เพราะถ้าไปไม่รอดแล้วเสี่ยซ้งจับได้เธออาจมีสิทธิ์เป็นศพได้ แต่ถ้าจะต้องตายจริงๆก็ขอสู้จนหัวชนฝาก่อนละกัน กรรวีทำหน้าเคร่งเครียดเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน แล้วตรงเข้าไปทำงานช่วยป้าแดงในครัว
“เป็นยังไงบ้าง เสี่ยซ้งเรียกหนูไปทำไม คงไม่ใช่เรื่อง…” ป้าแดงเอ่ยถามเพราะพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงป้าแดงจะอยู่คนละหมู่บ้านกับกรรวีแต่ก็รู้ว่าชวนชมเป็นคนอย่างไร เพราะเคยไปเป็นลูกจ้างตัดอ้อยให้เสี่ยซ้งและเจอกันอยู่บ่อยครั้ง คนในหมู่บ้านก็เคยเล่าให้ฟังว่าชวนชมใช้แรงงานหลานสาวเกินตัว และรู้ว่าเธอรักลูกสาวมากกว่าหลานสาวต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ใช่ค่ะป้าแดง เป็นเหมือนที่ป้าคิดนั่นแหละค่ะ” กรรวีบอกป้าแดงแววตาเศร้าสร้อย เพราะถ้าเสี่ยซ้งเรียกเข้าไปพบบนห้องนอนแล้วก็หนีไม่พ้นเรื่องอย่างว่า
“แล้วหนูรอดมาได้ยังไง” ป้าแดงเอ่ยถามเพราะปกติเวลาที่เสี่ยซ้งพาเด็กมาเชือดจะใช้เวลานานสองนาน แต่นี่กรรวีขึ้นไปไม่ถึงสิบนาทีก็ลงมา
“หนูมีประจำเดือนพอดีค่ะ”
“อือ ดีจริง แสดงว่าหนูยังโชคดีอยู่ แล้วหนูไม่เสียใจเหรอที่ชวนชมทำกับหนูแบบนี้” ป้าแดงพอจะเดาเหตุการณ์ได้เพราะหญิงวัยห้าสิบอย่างเธอผ่านชีวิตมาก็ครึ่งค่อนคนไม่น่าจะมองคนอย่างกรรวีผิด คนอย่างกรรวีไม่น่าจะเต็มใจที่จะต้องมาทำอะไรแบบนี้
“เสียใจค่ะแต่จะให้หนูทำยังไงล่ะคะ หนูไม่มีทางเลือกแล้วนี่คะ” กรรวีพูดเสียงเศร้าไม่กล้าบอกหญิงตรงหน้าว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะตอนนี้เธอไม่รู้ว่าในชีวิตเธอยังมีใครที่ไว้ใจได้อยู่อีกหรือไม่
“อยากไปจากที่นี่มั้ย” ป้าแดงกระซิบถามให้ได้ยินกันแค่สองคนไม่ลืมที่จะแลซ้ายขวาเพื่อดูว่ามีใครผ่านมาทางนี้หรือไม่
“เอ่อ คือหนู…” หญิงสาวมองหน้าป้าแดงแววตาหวั่นๆ
“หนูกล้าพอมั้ย คิวรถตู้ที่จะไปกรุงเทพฯอยู่ตรงข้ามโลตัสในตลาด ถ้าหนูอยากหนีฉันจะช่วย”
ป้าแดงทำเสียงกระซิบกระซาบ เธอรู้สึกสงสารไม่อยากเห็นเด็กที่เธอเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยและเคยทำงานด้วยกันกับแม่ของเธอจะต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ มันมีเงินใช้ก็จริงแต่จะขาดอิสรภาพไปตลอดชีวิต ตราบใดที่ตกเป็นบ้านเล็กของเสี่ยซ้ง ต้องรอจนกว่าเขาจะเบื่อถึงจะมีสิทธิ์ออกไปจากชีวิตผู้ชายคนนี้ เพราะเธอดูแล้วว่าเด็กคนนี้ไม่เหมาะที่จะมาใช้ชีวิตอยู่กับเสี่ยซ้ง ถ้าเด็กคนนี้พร้อมที่จะไปตายเอาดาบหน้าเธอก็พร้อมที่จะช่วย
“หนูจะต้องทำยังไงบ้างคะ แล้วป้าแดงจะไม่เป็นอันตรายหรือคะถ้าเสี่ยซ้งรู้เข้า” กรรวีถามออกมาในใจยังไม่ไว้ใจป้าแดงทีเดียวนัก
“ตอนเย็นไปจ่ายตลาดกลับมาเดี๋ยวป้าจะบอกหนูอีกที”
ป้าแดงพูดแค่นั้นทั้งสองก็แยกย้ายไปทำงาน กรรวีทำตัวเหมือนเต็มใจที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้ จนเสี่ยซ้งและลูกน้องไม่ได้มีความกังขาอะไรในตัวกรรวี เพราะเด็กทุกคนที่เสี่ยซ้งเลี้ยงดูก็พอใจกับค่าตอบแทนที่เขามอบให้ทั้งนั้น
ช่วงบ่ายกรรวีเอาเสื้อผ้าขึ้นไปเก็บบนห้องเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตแล้วชงกาแฟไปให้เสี่ยซ้ง และบีบนวดให้เสี่ยซ้งอย่างเอาใจตามคำที่ป้าแดงบอก เพื่อไม่ให้เขาสงสัย เสี่ยซ้งมองกรรวีด้วยความหื่นกระหายเขาอยากจะกินเธอให้รู้แล้วรู้รอดวันนี้ไปเลยด้วยซ้ำ
วันนี้กรรวีช่วยป้าแดงทำงานทุกอย่างทั้งที่รู้สึกเพลียไปทั้งร่างเพราะผลข้างเคียงจากการมีประจำเดือน เธอจะรอดมั้ยถ้าต้องเดินทางในสภาพที่ร่างกายไม่พร้อมขนาดนี้
บ่ายคล้อยฝนเริ่มตั้งเค้ามา เมฆสีเทาดำลอยต่ำก่อตัวหนามืดจนบดบังดวงอาทิตย์ไปทั่ว เธอมองท้องฟ้าแล้วได้แต่ภาวนา ทั้งสองไปจ่ายตลาดด้วยกันเพื่อดูทางหนีทีไล่ จากนั้นก็กลับมาทำอาหารช่วยกัน ป้าแดงหยิบธนบัตรสีเทาที่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในแล้วส่งให้กรรวีสามใบ
“อะไรหรือคะป้า หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” กรรวีพูดเพราะรู้สึกเกรงใจพร้อมผลักมือป้าแดงออก
น้ำตาของเขามันกลั้นไว้ไม่อยู่อีกแล้ว ทั้งสงสารภรรยาแต่เขาไม่อยากรับปากภรรยาตอนนี้ หัวใจเขามันยังทำใจยอมรับไม่ได้ มธุสรเริ่มหายใจแผ่วมากขึ้น ร่างกายเริ่มเกร็งกระตุก‘รับปากกับสรสิคะ สรจะได้นอนตายตาหลับ’ เธอพูดเสียงแผ่วมากจนแทบจะไม่ได้ยิน นอนหายใจพะงาบๆจนเขาทนมองดูต่อไปไม่ไหว ‘ค่ะ พี่รับปาก’ ถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็ต้องรับปากเพื่อให้เธอสบายใจ สิ้นเสียงสามีอันเป็นที่รักมธุสรก็จากไปอย่างสงบ เขาได้แต่นั่งร้องไห้มองเธอจากไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก เขาแทบไม่อยากจะอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ ม่านหมอกเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงมาด้านล่าง ทุกสายตามองไปยังร่างใหญ่ที่กำลังเดินลงมาอย่างเชื่องช้า “พ่อครับ แม่ครับ คืนนี้ผมจะไปนอนที่บ้านผมนะครับ” “หมอกอยู่ได้แน่นะลูก” กมลพรรณถามลูกด้วยความเป็นห่วง “ให้พ่อไปนอนเป็นเพื่อนมั้ย” กัมปนาทถามลูกชายคนโต ผู้ที่อ่อนโยนและสุขุมที่สุดของบ้าน ยิ่งเขาเจ็บเท่าไหร่เขาก็ยิ่งนิ่งมากขึ้นเท่านั้น จนทุกคนในบ้านต่างเป็นห่วง เพราะเดาไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ “ไม่เป็นไรครับพ่อผมอยู่ได้ครับ”
“เฮ้ย อะไรของมึงวะ ผับกูก็มีห้องออกหรู มึงจะทำนานแค่ไหนกูก็ไม่ว่า” วรนนบอกเพื่อนด้วยความหวังดีและออกติดขำกับการกระทำของเพื่อน“ไม่เอา กูไม่ถนัดขอกลับไปทำแบบจุกๆที่คอนโดดีกว่า”“เออๆ มึงนี่นับวันยิ่งหื่นขึ้นทุกวัน”“ขอบใจมากนะครับเพื่อน”“คุณน่านคะ ปล่อยหม่อนลงเดี๋ยวนี้นะคะ”“ไม่ปล่อย วันนี้ต้องโดนทำโทษในฐานะที่มายั่วให้มันตื่นแล้วจะมาจากไปโดยไม่รับผิดชอบไม่ได้” เขากัดฟันพูดเพราะความมันเขี้ยวสาวน้อยที่กำลังดิ้นอยู่ในอ้อมกอดอุ้มเธอมาที่รถแล้วก็พากลับคอนโดโดยไม่สนใจใครอีก“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ ทำไมดูสนิทกับคุณน่านจัง” กรรวีเอ่ยถามเมื่อเข้ามานั่งอยู่ในรถ“คนเคยรู้จักน่ะ”“เมียเก่า?”“ไม่ใช่ซะหน่อย”“ใช่”“ไม่ใช่”“ใช่”“ใช่ก็ใช่ พอใจยัง”“ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่อยากคุยด้วยแล้ว” นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมคุยกับคนตัวโตอีก“เอ๊า อะไรเนี่ย ก็บังคับให้ใช่แล้วก็จะมางอนเอง ใบหม่อนไม่น่ารักเลยนะคะ”“ไม่ต้องมาคะขา ไม่น่ารักก็ไม่ต้องมารัก ก็ไม่เคยรักอยู่แล้วนี่ถ้าวันนี้ไม่มีหม่อนมาด้วยจะเป็นยังไง มาทุกครั้งก็คงมาทำแบบนี้ตลอดล่ะสิ” ความน้อยใจเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจดวงน้อย“ม่ายเคยทำเลยจ้ะที่รัก แล้วใคร
เพื่อนร้องตามแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้เป้าหมายของเธอสำคัญกว่า วันนี้ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆที่มาเที่ยวกับเพื่อนในผับแห่งนี้ ฝนทิพย์เดินส่ายสะโพกเข้าไปใกล้น่านฟ้า “เฮ้ย เด็กเก่ามึงเดินมาโน่นแล้วเว้ย ทำไมพามาพร้อมกันทั้งใหม่ทั้งเก่าเลยวะ” วรนนแซวเพื่อน น่านฟ้าจึงหันไปมองตามที่เพื่อนบอกแล้ววางใบหน้าเรียบเฉย เขาไม่แปลกใจสักนิดที่เจอฝนทิพย์ในผับแห่งนี้ เพราะปกติเธอก็เป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว “ไอ้เลว” เขาสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “หึ หึ” วรนนกลั้วขำในลำคอ รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบแต่ก็ยังอยากจะแหย่ ตอนโดนแฟนเก่าหักหลังน่านฟ้าก็ได้ผับของเขาเป็นที่พักพิงร่างสูงเพรียวเซ็กซี่นั่งลงที่พักแขนบนเก้าอี้โซฟาของน่านฟ้าอย่างสนิทสนม ชายหนุ่มปรายตามองแต่ไม่ได้พูดอะไร ไม่เข้าใจกับสิ่งที่คนรักเก่ากำลังทำอยู่เหมือนกัน มือที่ว่างจากการคีบบุหรี่ข้างหนึ่งพลางหยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่ม โดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆกับสิ่งที่หญิงสาวกำลังทำ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอมานานมากแล้ว และไม่ได้อยากสัมผัสเธอเลยแม้แต่นิดเดียว“ฝนขอนั่งด้วยคนนะคะคุณนน”“อ้อ ตามสบายเลยครับ” วรนนผายมือให้ เอ่ยออกไปใบหน้าเปื
“ก็แค่นั้นแหละที่แม่แกต้องการ” กัมปนาทเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันภรรยา ความจริงแล้วแค่น่านฟ้าพูดทุกคนก็พร้อมจะรับฟังเสมอ “แล้วใบหม่อนล่ะ หนูคิดว่ายังไงถ้าพี่เขาจะขอหมั้นหนูไว้ก่อน” กมลพรรณหันไปถามว่าที่ลูกสะใภ้น้ำเสียงอ่อนโยน กมลพรรณรู้ว่าเด็กคนนี้ลำบากมาแค่ไหน และไม่ใช่คนที่จะมาหวังประโยชน์กับลูกชายฝ่ายเดียว จึงไม่ได้ห้ามหากลูกชายจะคบกับเธอ “หม่อนก็แล้วแต่คุณน่านค่ะ” ทุกวันนี้เพื่อนๆก็รู้กันหมดแล้วว่าเขาเป็นอะไรกันกับน่านฟ้า แล้วเธอจะต้องกลัวอะไรอีก “อย่างงั้นก็ตกลงตามนี้” กัมปนาทสรุปให้ทุกคนน่านฟ้าสบตากับกรรวีแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ “หน้าบานอะบางคน” มนชิตาเหน็บพี่ชายที่เอาแต่ยิ้มไม่ยอมหุบ “ยุ่ง” “แว่...” น้องสาวจอมป่วนแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชาย จนทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้ กวนกันได้ตลอดเวลาจริงๆ “พรุ่งนี้พาใบหม่อนไปเยี่ยมหนูสรด้วย” ตอนนี้อาการของลูกสะใภ้คนโตน่าเป็นห่วง จนม่านหมอกต้องไปดูแลอย่างใกล้ชิด มธุสรคงมีความสุขมากขึ้นถ้ารู้ว่าน้องสามีมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาบ้าง “คร้าบบ คุณแม่” น่านฟ้าลากเสียงยา
เธอถอดสร้อยที่ตัวเองสวมมาด้วยแล้วส่งให้เขา วสุรับมาดูก็เห็นว่าเป็นสร้อยที่เขาเคยให้ดวงเดือนก่อนที่เขาจะจากเธอมาเมื่อยี่สิบปีก่อน “หนูเป็นอะไรกับเจ้าของสร้อยเส้นนี้” “เป็นลูกสาวค่ะ” “แล้วพ่อของหนูล่ะ” วสุใจเต้นระส่ำรอคำตอบจากเธอ เพราะเขาจำได้ว่าคืนวันที่นอนกับดวงเดือนในวันนั้นเขาไม่ได้ป้องกันแต่ก็ไม่เคยคิดเอะใจว่าเธอจะท้อง “พ่อของหนูก็คือคนที่เอาสร้อยเส้นนี้ให้แม่หนูค่ะ” น้ำตาเริ่มคลอหน่วยขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “ใบหม่อน ใบหม่อนลูกพ่อ” วสุโผเข้ากอดหญิงสาวแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะมีลูกสาวที่โตขนาดนี้ คิดโทษตัวเองที่ปล่อยให้ลูกกับเมียตัวเองต้องลำบากมาโดยตลอด เขาจำแววตาของเด็กสาวที่หน้าตาคล้ายกับดวงเดือนได้ในวันที่เขากับลูกชายกลับไปหาเธออีกครั้ง กรรวีคงเป็นเด็กที่ยืนอยู่ด้านหลังชวนชมในวันนั้น แต่ก็ไม่มีใครบอกอะไรกับเขาแม้แต่คนเดียว น่านฟ้าเห็นวสุกอดคนรักของตัวเองจึงรีบวิ่งมาหาหน้าตาตื่น “ใบหม่อน!” เขาเรียกชื่อเธอและดันไหล่วสุให้ออกห่างจากเธอ ทั้งสองต่างคนต่างร้องไห้ เธอดีใจที่
“แล้วเด็กคนนั้นจะมาวันไหน” วสุถามลูกชายอีกครั้ง “ยังไม่รู้เลยครับพ่อ เธอบอกว่าจะไปขออนุญาตผู้ปกครองก่อนครับ” “ทำไมคุณพ่อทำหน้าเครียดจังครับ” “โอเค บอกเธอว่าพอรออยู่” วสุบอกลูกด้วยหัวใจที่เต้นแรง อยากรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ เขาถึงได้รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ภายในงานเลี้ยงขอบคุณคู่สัญญาของบริษัทน้ำตาลประกายฤกษ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง “อ้าว เสี่ยซ้งสวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” วสุกล่าวทักทายแขกผู้มาเยือน “สวัสดีครับคุณวสุ” “เชิญข้างในดีกว่าครับ” ทั้งสองเดินเข้ามาภายในงาน เสี่ยงซ้งเห็นน่านฟ้าอยู่กับพี่ชายและพ่อของเขา จึงนึกอยากเข้าไปทักทายเป็นพิเศษ “สวัสดีครับเสี่ยซ้ง” กัมปนาทเอ่ยทักคู่สัญญาคนสำคัญ “สวัสดีครับ คุณก้อง คุณหมอก คุณ...น่าน” เสี่ยงซ้งทำน้ำเสียงยียวนกวนบาทาอีกฝ่าย “เอ๊ะ นั่นคุณแม่กับมนพาใครมาด้วยน่ะครับคุณวสุ” ม่านหมอกเอ่ยถามวสุ เพราะคิดว่าเขาน่าจะรู้ดีที่สุด วสุเห็นหญิงสาวก็ตกใจหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะได้เจอคนที่เขารอคอย







