Masuk“ก็สถานะคนรักไงครับคนดี...” สุดเขตกระซิบตอบเสียงพร่าพร่าชิดใบหู
แต่การกระทำของเขากลับสวนทางกับคำหวาน มือหนาเอื้อมลงต่ำรั้งรูดชุดเดรสตัวสวยให้พ้นไปจากเรือนร่างบางอย่างรวดเร็วและป่าเถื่อน เพียงชั่วพริบตาชุดเดรสเนื้อนุ่มก็หลุดลอยไป ทิ้งไว้เพียงร่างอรชรผิวขาวผ่องนวลตาที่นอนเปลือยเปล่าท้าทายแสงจันทร์สลัว
“พี่กำลังเมา... ภัทรไม่เชื่อหรอกว่าพี่พูดจริง!”
“พี่พูดจริง... เชื่อพี่นะ” ชายหนุ่มพึมพำย้ำ ทว่าความน่าเชื่อถือกลับหมดสิ้นไปนานแล้ว
“ไม่!!!... ภัทรเจ็บแล้วจำ!”
“จะดิ้นไปทำไมหืม... ทำเป็นไม่เคยนอนกับพี่ไปได้!”
คำพูดพล่อยๆ ที่หลุดมาจากปากสุดเขตเพราะความมืดบอดของฤทธิ์สุราทำเอาสิริภัทรช็อกนิ่งราวกับถูกฟ้าผ่า หัวใจของเธอหล่นวูบหายไปในความมืดมิดทันที ‘นี่หรือ... ผู้ชายที่เธอรักและเทิดทูนบูชามาตลอด!’ เขาตราหน้าเธอ ราวกับเธอเป็นผู้หญิงไร้ค่าที่เขาจะย่ำยีเมื่อไหร่ก็ได้
“ออกไปจากบ้านของภัทรเดี๋ยวนี้นะ!” หญิงสาวเค้นแรงทั้งหมดที่มีผลักอกแกร่ง แต่ร่างกายหนั่นแน่นกลับนิ่งสนิทราวกับหินผา
สุดเขตกดทับเนื้อตัวกำยำหนาแน่นลงมาทั้งตัว ไม่เปิดช่องว่างให้เธอได้ดิ้นรนหนี สีหน้าของหญิงสาวฉายแววหวาดหวั่นและหวาดกลัวคนแรงเยอะกว่าอย่างสุดหัวใจ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความสมเพชตัวเอง
“ไปอ่อยพี่ถึงที่เพราะต้องการอยู่แล้ว จะปฏิเสธทำไมกันเล่า” คำพูดตราหน้าอันร้ายกาจยิ่งทำให้สิริภัทรเจ็บช้ำน้ำใจจนเคืองหนัก เธอไม่ใช่คนใจง่ายเช่นเขา ที่จะทำใจยอมมีอะไรด้วยได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องรัก “ถ้าร่านนัก... พี่จะช่วยให้ภัทรหายร่านเอง”
“ไม่!!.. ภัทรไม่ยินยอม! พี่กำลังข่มเหงภัทรนะ!”
“อย่าโกหกตัวเองเลยภัทร... ภัทรต้องการ พี่รู้ว่าภัทรชอบให้พี่ทำแบบนี้”
“ปล่อยภัทรนะคะ... ภัทรขอร้อง...” เสียงหวานสั่นเครือระริกด้วยความหวาดหวั่น สายตาคมเข้มดุดันที่จับจ้องลงมาทำเอาแข้งขาของเธออ่อนแรงไปหมด
“ไม่ต้องกลัวหรอกภัทร คืนนี้ภัทรได้ร้องสมใจแน่” เขาพูดหน้าตาย ทำราวกับเธอกลายเป็นเพียงตุ๊กตาเนื้อนุ่มที่ต้องมารองรับอารมณ์บำเรอความใคร่
“ปล่อยภัทรนะ คนใจร้าย คนป่าเถื่อน คนไร้หัวใจ!” สิริภัทรพยายามบิดข้อมือหนีจนผิวเนื้อเสียดสีเกิดรอยแดงแสบระบม
“อยู่นิ่งๆ สิภัทร พี่อุตส่าห์มามอบความสุขให้ภัทรถึงที่แล้วนะ”
สุดเขตไม่สนใจเสียงตัดพ้อ ชายหนุ่มซุกไซ้ใบหน้าคมสันลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมกรุ่นจากผิวกายสาวอย่างหิวกระหาย สิริภัทรกรีดร้องสุดเสียงด้วยความตระหนก ทว่าสุดท้ายเสียงนั้นก็ถูกกลืนหายกลายเป็นเสียงอู้อี้ในลำคอ เมื่อเรียวปากหนาฉกจูบปิดปากเธออีกหน
หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อมือหนาขยับเอื้อมมากระชากเสื้อเชิ้ตตัวในจนกระดุมขาดกระเด็นหลุดออกจากกัน เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มชูชันขาวสลวยเด่นหราล่อตาในความสลัวรางของแสงจันทร์ที่สาดส่อง
“ไม่เอาแบบนี้... ไอ้คนหื่นกาม!” เธอด่าทออัดอั้นตันใจจนแทบอยากจะกรีดร้องให้บ้านแตก
ทว่าเสียงด่าทอกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางประท้วงที่สั่นพร่า เมื่อสุดเขตแทรกตัวเข้าตรงกลาง ดึงแยกเรียวขาสลวยเนียนละเอียดออกจนกว้าง แล้วซุกซบใบหน้าลงไปยังเนินเนื้อสาวหอมกรุ่นละมุน ชายหนุ่มตวัดปลายลิ้นร้อนลามเลียหยอกเอินกับสัดส่วนลี้ลับแสนหวานนั้นอย่างแนบชิดสะท้านทรวง
“ไม่เอาพี่เขต... ภัทรยังไม่ได้อาบน้ำเลย...” หญิงสาวบิดกายเร่า พยายามหาข้ออ้างด้วยความอาย
“พี่ไม่ถือ... พี่ชอบกลิ่นของภัทร” ชายหนุ่มพึมพำเสียงพร่าชิดผิวเนื้อนุ่ม
“อ๊ายย! พี่... อื้มมม พอแล้วๆ”
“ขอพี่เถอะนะภัทรจ๋า...”
สิริภัทรใบหน้าแดงจัด ดิ้นเร่าด้วยความเสียวซ่านเกินต้านทาน ทว่าขาแกร่งของเขากดทับขาเธอไว้แน่น สัมผัสจากลิ้นสากช่ำชองที่ลากไล้จุดอ่อนไหวทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวเองไปโดยสิ้นเชิง ใจหนึ่งอยากจะต่อต้าน ร่างกายอยากจะปฏิเสธ แต่ความเสียวซ่านลึกระทึกจากชิวหาร้อนรุ่มของชายหนุ่มกลับขับกล่อมให้เธอเผลอครางกระเส่าอย่างลืมตัว สิริภัทรจมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์สวาทที่เต็มไปด้วยรอยน้ำตาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทว่าก่อนที่พายุสวาทจะพัดกระหน่ำถึงขั้นสุดท้าย สำนึกบางอย่างก็ทำให้เธอต้องเอ่ยท้วงด้วยความกังวล
“พี่เขต... ตั้งแต่เลิกกัน ภัทรก็ไม่ได้กินยาคุมแล้วนะ”
“แค่ครั้งสองครั้งไม่ท้องหรอกน่า” เขาตอบปัดอย่างคนเอาแต่ใจ อารมณ์ดิบมืดบอดเกินกว่าจะรับฟัง
“แต่มันไม่ใช่ระยะปลอดภัยนะพี่!”
“อื้อ... ตรงนั้น ไม่นะคะ!”
สิริภัทรเกร็งร่างขดเมื่อโดนลิ้นร้อนของเขาสอดแทรกเข้าหารุกเร้าหนักขึ้น และในนาทีถัดมา นิ้วแกร่งของเขาก็สอดเสียบเข้ามาในช่องทางรักอย่างคุกคาม หญิงสาวส่ายหน้าไปมาด้วยความรัญจวนซาบซ่าน
ใบหน้าของสุดเขตแปรเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นแดงจัด สันกรามหนากัดเข้าหากันแน่นในขณะที่เขาส่งนิ้วร้อนขยับเข้าออกในซอกทางรักอันแสนคับแคบและตึงแน่น หญิงสาวดิ้นพล่าน สิ่งที่เสียดสีกันอยู่ก่อเกิดความเสียวซ่านจับจิตจับใจ ผนังเนื้ออ่อนนุ่มด้านในตอดรัดนิ้วแกร่งที่ฝังเข้าหาเป็นจังหวะระรัว ความเสียวซ่านปนเปกับความเจ็บแปลบทำให้เธอร้องคราง พยายามพาสะโพกหนีแต่ก็หนีไปไหนไม่รอด
ลิ้นหนาของเขาจ้วงเข้าดูดกลืนกินหยาดน้ำหวานจากกลีบผกาสาวแสนสวย สิริภัทรส่ายหน้าไปมาจนเส้นผมกระจายเต็มหมอน มือบางที่เคยโดนเขารวบมัดตรุมไว้บัดนี้หลุดออกมากำจิกเข้าหากันบนผ้าปูที่นอนด้วยความเสียวซ่านสุดขีด นิ้วเท้าเล็กๆ เกร็งจิกอยู่บนที่นอนกว้าง หญิงสาวหอบหายใจระรัวเมื่อเขาเร่งความเร็วนิ้วจนร่างบางกระตุกกระเส่า ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานใสไหลซึมออกมาจนหมดเนื้อหมดตัว
ชายหนุ่มจ้วงกินหยาดน้ำหวานใสอย่างหิวกระหาย ดูดซับจนเธอแทบเหือดแห้ง ก่อนจะสอดแทรกลิ้นเข้าไปในเนินเนื้อหอมหวานอีกครั้งเพื่อกระตุ้นอารมณ์รักให้พุ่งสูง
งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสสุดหรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความยินดีของเหล่าแขกเหรื่อ กระทั่งเวลาสำคัญล่วงเลยมาถึง ส่งตัวเข้าหอ ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างมอบพรให้อย่างอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความเมตตา“รักกันมากๆ นะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน น้องภัทรแต่งงานแล้วอย่าแสนงอนนักนะลูก... ตาเขต น้าฝากน้องด้วย คิดซะว่าเป็นทั้งเมียทั้งน้องนะลูก” คุณลดาวัลย์เอ่ยเตือนด้วยความรักและห่วงใย บ่าวสาวรับคำอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะก้มลงกราบตักผู้ใหญ่อย่างอ่อนน้อม“แม่ดีใจมากที่ได้น้องภัทรมาเป็นลูกสะใภ้ สุดเขตต้องรักน้องให้มากๆ นะ แล้วก็... รีบมีหลานให้แม่เยอะๆ นะ แม่จะเลี้ยงเองไม่บ่นเลยจ้ะ” คุณหญิงญาดาเอ่ยอย่างอารมณ์ดี พร้อมส่งยิ้มเอ็นดู ทำเอาสิริภัทรหน้าแดงแปร๋นซับสีเลือดด้วยความขินอายเมื่อผู้ใหญ่ทุกท่านก้าวออกจากห้องหอ ล็อกประตูปล่อยให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคู่บ่าวสาว สิริภัทรก็รีบลุกขึ้นจากเตียงทันทีด้วยความลุกลี้ลุกลน“จะไปไหนจ๊ะ... ที่รัก” สุดเขตฉุดข้อมือเรียวของภรรยาไว้ นัยน์ตาทอดมองด้วยความยั่วเย้า“ไปอาบน้ำค่ะ” สิริภัทรตอบหน้าแดง ก้มหน้างุดไม่ยอมสบตาคม“ให้พี่ช่วยรูดซิปให้ดีกว่านะ...”สุดเขตไม่
“ค่ะ...ภัทรตามใจพี่เขตทุกอย่าง แต่พี่ต้องรักษาตัวให้หายนะคะ นานแค่ไหนภัทรก็รอได้...” หญิงสาวรับคำโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกหลุมดักที่สามีขุดไว้อย่างจัง!“ตามใจพี่ทุกอย่างจริงนะ...” สุดเขตถามย้ำเพื่อความแน่ใจ พอเห็นสิริภัทรพยักหน้า เขาก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ บดจูบลึกล้ำลงบนริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง ละเลียดชิมความหวานผสานความปรารถนาที่ตื่นตัวขึ้นมาทันที!สิริภัทรจูบตอบรับสัมผัสของเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี สุดเขตผ่อนร่างบางให้นอนลงบนเตียงนุ่ม ตัวเขาผงกศีรษะขึ้นมอง สายตาคมเข้มทอดมองสบสายตาคู่งามอย่างมีความหมาย ก่อนจะกระซิบเสียงหวานพร่า“คราวนี้...พี่ขอลูกสาวนะคนดี”“เดี๋ยวค่ะพี่เขต!” สิริภัทรรีบเอามือยันอกกว้างไว้ หน้าแดงก่ำซับสีเลือดเมื่อรู้ความหมายในคำพูดและสายตาพราวเสน่ห์ของเขา“อะไรจ๊ะ...ที่รัก” สุดเขตถามอย่างนุ่มนวล ปัดปอยผมสลวยออกจากหน้าผากมนอย่างเบามือ“พี่เขตกำลังไม่สบายอยู่นะคะ”“ใครบอก...พี่สบายดีครับ” สุดเขตยืนยันหนักแน่น สายตาคมกริบทอดมองเรือนร่างใต้อาภรณ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น แต่สิริภัทรก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ เพราะปักใจเชื่อคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทว่าเขาป่วยหนัก“พี่เ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิริภัทรย่องเบาๆ ไปยังห้องรับแขกที่สุดเขตยึดเป็นห้องนอนในช่วงหลายวันมานี้ เธอค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปเบาๆ เพราะคิดว่าเขาคงหลับไปแล้ว แต่กลับต้องใจหายวาบเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า ข้าวของเครื่องใช้ของเขาหายไปทั้งหมดสิริภัทรเดินเข้าไป เอามือลูบผ้าคลุมเตียงที่เย็นชืดด้วยความใจลอย แต่ขณะกำลังจะหมุนตัวกลับ สายตาของเธอดันไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ข้างเตียง หญิงสาวก้มลงหยิบมันขึ้นมาดู...มันคือรูปถ่ายของตัวเธอเอง ใบหน้างามหันมายิ้มให้กล้องอย่างเป็นธรรมชาติ ผมยาวสลวยปล่อยสยายเคลียไหล่ มันคือรูปของเธอเมื่อสามปีก่อน!สุดเขตไปเอามาจากไหนกัน แล้วเธอก็นึกออก...รูปนี้เคยวางอยู่ที่หัวเตียงในห้องนอนของเธอ ก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อฝรั่งเศส ชายหนุ่มคงแอบหยิบมันมาเก็บไว้ สิริภัทรบรรจงวางรูปนั้นไว้ที่หัวเตียง ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับขึ้นห้องนอน ไปหอบหมอนและผ้าห่มของตัวเอง ลงมานอนที่ห้องพักแขกห้องนี้ ห้องที่มีกลิ่นกายของเขาตกค้างอยู่ทางด้านฐากูลและแคเธอริน ทั้งสองตัดสินใจแวะไปที่บ้านของสุดเขต เพราะอยากช่วยปลอบใจเพื่อน และก็เป็นอย่างที่คิด สุดเขตนั่งนิ่งอยู่ในห้องรับแขกที่มืดมึน
“มามี้!” น้องคุณส่งเสียงเรียกคุณแม่คนสวย ท่าเดินเตาะแตะน่าเอ็นดูทำให้สิริภัทรรีบวิ่งเข้าไปอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ...มาให้คุณแม่ทาแป้งก่อนนะคะ” สิริภัทรวางลูกลงบนเก้าอี้เด็ก หันไปหยิบกระป๋องแป้งมาทาแก้มยุ้ยจนขาววอก น้องคุณหัวเราะร่า ชอบใจใหญ่ ก่อนจะเอานิ้วจิ้มแป้งในมือคุณแม่ไปละเลงลงบนใบหน้าบึ้งตึงของคุณพ่อ จนสุดเขตหลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้“อ้าว...พ่อ แม่ ลูก อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียว” คุณหญิงญาดาเดินเข้ามาพร้อมกับคนใช้ที่หอบกล่องของเล่นชิ้นใหญ่มาให้หลานชาย“สวัสดีค่ะคุณป้า” สิริภัทรยกมือไหว้คุณหญิงญาดา แล้วหันไปสอนลูกชายให้ยกมือไหว้คุณย่า แต่น้องคุณที่เห็นกล่องของเล่นก็รีบตบมือร่าด้วยความดีใจ“ต้องเรียกแม่สิจ๊ะ” คุณหญิงญาดาท้วงด้วยรอยยิ้ม แล้วอุ้มหลานชายมากอดด้วยความรักใคร่ สักพักคุณลัดดาวัลย์ มารดาของสิริภัทรก็เดินตามเข้ามาสมทบ“อะไรครับแม่” สุดเขตถามเมื่อเห็นมารดายื่นการ์ดเชิญหรูหรามาให้“บัตรละครการกุศลของตาฐาและหนูแคทไงจ๊ะ แม่เหมามาตั้งหลายใบ แถวหน้าทั้งนั้นเลย ตาเขตพาน้องภัทรไปด้วยนะลูก แม่บอกท่านผู้หญิงไว้แล้ว” คุณญาดาจัดการสรุปเสร็จสร
“ภัทรครับ...ผมว่าคุณกลับไปพร้อมสามีคุณเถอะครับ” วิศรุตเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลเยือกเย็น ผิดกับสุดเขตที่กำลังยืนตระหง่านเหมือนยักษ์วัดแจ้งที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างตรงหน้า ราวสวรรค์กับนรกเลยทีเดียวสุดเขตตาโตด้วยความโทสะ เมื่อได้ยินสรรพนามและน้ำเสียงสนิทสนมที่ชายหน้าไหนก็ไม่รู้ใช้เรียกภรรยาของเขา เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดเกร็ง เตรียมจะเงื้อหมัดประเคนใส่หน้าอีกฝ่าย หากฐากูลและแคเธอรินไม่ได้ปราดเข้ามาล็อคตัวและห้ามไว้เสียก่อน“ภัทรกลับเถอะ...อย่าให้มีเรื่องมีราวกันเลยนะ” แคเธอรินรีบเข้าไปกระซิบข้างหูเพื่อนสาว เพราะเห็นแววตาของสุดเขตแล้วบอกตรงๆ ว่ากลัวใจชายหนุ่มเหลือเกิน ขืนมีเรื่องตรงนี้ เช้าวันพรุ่งนี้คงได้ขึ้นหน้าหนึ่งทุกสำนักแน่“กลับก็ได้...” สิริภัทรเอ่ยเสียงกระแทกกระทั้นประชดประชันใส่สุดเขต ก่อนจะหันไปยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับวิศรุต“ภัทรเห็นแก่คุณวิศรุตนะคะ...เอาไว้วันหลังเราค่อยนัดเจอกันใหม่นะคะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ท่าทางทำทีจะโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มวิศรุต แต่ชายหนุ่มรีบเบี่ยงตัวออกเล็กน้อยพลางเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน“ฉันจะไม่ช่วยแกแล้วนะยะ ดูสิผัวแกดุอะ ฉันไม่อยากโดนต่อเว้ย”สิริภั
“เฮ้ย!... ดื่มเป็นน้ำเลยว่ะ!” ฐากูลแย่งแก้วเหล้าออกจากมือเพื่อนสนิท พอรับโทรศัพท์เขาก็รีบบึ่งรถมาหาแทบไม่ทัน แต่ก็ทันได้เห็นสุดเขตอยู่ในสภาพเมาได้ที่พอดี“อย่ามายุ่ง... แค่นี้ไม่เมาหรอกโว้ย!”“คนเมาที่ไหนยอมรับว่าตัวเองเมากันล่ะ” ฐากูลบอกพลางกวักมือเรียกบริกร“กาแฟดำสอง... ขอเข้ม ๆ เลยนะน้อง”“อกหักมาหรือไงวะ” ฐากูลแกล้งแหย่ โดยไม่รู้ว่าแทงใจดำเพื่อนอย่างจัง“อย่ามาพูดมากน่า... ฉันไม่เอาเรื่องแกที่ปิดบังเรื่องภัทรก็ดีเท่าไหร่แล้ว” สุดเขตชี้หน้าเพื่อนอย่างคาดโทษ“ทำไงได้ล่ะ ถ้าไม่ช่วยยัยแคทจะเล่นงานฉันด้วยนะซิ” ฐากูลพูดแล้วก็ถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ แต่ในใจกลับมีความสุขลึก ๆ ที่นับวันเขาเหมือนถูกคู่หมั้นข่มขู่เข้าไปทุกที“เออ... ไอ้คนเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน!” สุดเขตประชด ประจวบกับยกแก้วกาแฟดำที่บริกรเพิ่งนำมาเสิร์ฟขึ้นดื่มด้วยความเมา คิดว่าเป็นแก้วเหล้า ความร้อนและรสชาติขมปี๋ทำให้เขาถึงกับสำลักกระจุยกระจาย“โอ๊ย!” ฐากูลรีบยื่นกระดาษทิชชูให้เพื่อน พลางส่ายหน้ากับพฤติกรรมสุดทน“แกหนีมาเที่ยวแบบนี้ น้องภัทรไม่ว่าเอาเหรอวะ”“เค้าไม่อยู่น่ะสิ...”“อ้าว แล้วเขาไปไหน” ฐากูลถามอย่างงุนงง ไหนสายข่าวอย่า







