เข้าสู่ระบบหากคนเจ็บยังพูดไม่ออกตอบไม่ได้ เจ้าบ้านจึงจัดการดึงข้อมือเล็กพาก้าวฝ่าความมืดออกมาจากครัวอย่างชำนาญทาง ปากก็บ่นให้คนตัวเล็กไปด้วย
“รู้ว่ามันมืดก็ยังดึงดันที่จะเดินออกมาอีก เคยคิดจะห่วงตัวเองบ้างไหมหนูดา”
พอมาถึงโซฟาที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับบันไดกลางคฤหาสน์เขาก็กดบ่าเล็กให้นั่งลง ก่อนคลำมือไปเปิดโคมไฟบนโต๊ะข้างโซฟา เสร็จถึงทรุดนั่งขนาบข้างๆ คนเจ็บ ขณะที่อวัสดาได้แต่ทำหน้าเหยเกด้วยยังเจ็บแผล มือเล็กยังกุมหน้าผากเอาไว้แน่น และดวงตาคู่สวยน้ำตากำลังเอ่อคลอเบ้าให้เห็น
คีแกร์นดึงมือเล็กออกจากหน้าผากเพื่อดูแผล ถึงแม้จะไม่ถึงกับแตก แต่ก็เป็นรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด พรุ่งนี้คงช้ำแน่ๆ คิดพลางชายหนุ่มก็ก้มลงไปเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะหน้าโซฟา แล้วคว้ากล่องยาออกมา ปลายนิ้วขาวสะอาดป้ายยาในตลับเตรียมจะทาให้ หากคนเจ็บก็รีบเบือนหน้าหลบพร้อมกับโพล่งออกมา
“ไม่ต้อง! ฉันทำเองได้”
คนหวังดีจึงใช้มืออีกข้างล็อกปลายคางมนเอาไว้แน่น บังคับให้อยู่นิ่งๆ พร้อมเอ่ยเสียงเข้มๆ
“อย่าดื้อได้ไหม ถ้าไม่ทายา พรุ่งนี้มันคงช้ำบวมปูดน่าเกลียดแน่ๆ ยิ่งขี้เหร่ๆ อยู่ด้วย”
อวัสดาตวัดค้อนให้เสียตาขุ่นคลั่ก คนเจ็บจะตายอยู่แล้วยังมีอารมณ์แขวะได้อีก แม้จะเคืองชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็ยอมนั่งนิ่งปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวยาวทายาให้แต่โดยดี แทบไม่น่าเชื่อว่าคนตัวโตอย่างกับยักษ์จะมือเบาหวิวได้ขนาดนี้ อวัสดาจึงอดที่จะลอบมองใบหน้าคมคายที่ลอยอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ ดูเขาตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เธอเสียเหลือเกิน รู้สึกหัวใจดวงเล็กๆ มันเต้นผิดจังหวะแปลกๆ แต่จู่ๆ ดวงตาสีสวยก็เลื่อนมาจ้องสบกับตากลมโตดำขลับเสียดื้อๆ เธอจึงทำทีเมินหน้าไปมองรอบๆ ห้องโถงกว้างแทน ก่อนจะพึมพำถามในสิ่งที่กำลังสงสัยออกมาเบาๆ
“คุณแกล้งฉันหรือเปล่าคีแกร์น”
คนถูกถามเลิกคิ้วพร้อมคลี่ยิ้มน้อยๆ
“อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น ช่วงนี้ผมกลับบ้านดึก มาเรียจะเปิดไฟรอแบบนี้ทุกคืน และผมก็เป็นคนปิดมันลงทุกครั้งก่อนเข้านอน วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆ วัน แล้วทำไมถึงคิดว่าผมแกล้งคุณล่ะ”
อวัสดาจ้องหน้าคนพูดนิ่งอยู่ชั่วขณะ ใบหน้าคมสันเรียบนิ่งเป็นปกติซึ่งเธอเดาอารมณ์เขาไม่ออก น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาก็ไร้วี่แววล้อเล่นและยั่วเย้าเหมือนเช่นที่ผ่านมา ทำให้เธอเชื่อว่าเขาพูดจริง
“ช่างเถอะ! ฉันคงคิดไปเองมั้ง ฉันจะไปนอนแล้ว”
บอกเสร็จเธอก็ลุกจากโซฟา แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปทางไหนข้อมือเล็กก็ถูกยึดเอาไว้แน่น ก่อนคนจับกุมจะเอื้อมมือไปปิดโคมไฟแล้วหยัดร่างสูงใหญ่ลุกพร้อมกับเอ่ยบอก
“เห็นไหมว่ามันมืด เดี๋ยวก็ได้ตกบันไดแข้งขาหักกันบ้างละ ผมขี้เกียจถูกกล่าวหาว่าแกล้งคนแถวนี้อีก”
พูดจบเขาก็ดึงร่างเล็กให้ก้าวตามขึ้นบันไดไปช้าๆ พามาส่งจนถึงหน้าห้องของน้องสาว อวัสดาดึงประตูให้เปิดออกหากมือหนาก็เอื้อมมาจากด้านหลังดันมันเอาไว้เสียก่อน
“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าหนูดา”
ประโยคนุ่มหูดังขึ้นเบาๆ ซึ่งมาพร้อมกับลมหายใจแผ่วๆ เป่ารดใบหูเล็ก
“ลืม? ลืมอะไรเหรอ”
อวัสดาขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย แต่ก็นึกไม่ออก
“คุณยังไม่ได้ขอบคุณที่ผมทายาให้เลยนะ แถมยังบริการพามาส่งจนถึงหน้าห้องอีกต่างหาก”
คนมาส่งทวงออกมาตรงๆ เมื่อเห็นว่าคนจะเข้าห้องคงนึกไม่ออกจริงๆ
“ฉันไม่ได้ใช้คุณสักหน่อย คุณก็ทำของคุณเองทั้งนั้น เรื่องอะไรฉันต้องขอบคุณด้วย”
อวัสดาเถียงอย่างไม่ยอม แต่ก็ถนอมเสียงให้เบาๆ เข้าไว้ เพราะเกรงว่าเพื่อนรักจะตื่นมาได้ยิน
“อืม...จะว่าผมแส่เองว่างั้น ไม่เป็นไร ผมหาเองก็ได้ไอ้คำขอบคุณน่ะ”
ก่อนเธอจะทันได้คิดว่าเขาหมายความว่าอย่างไร มือใหญ่แข็งแรงก็กระชากร่างเล็กให้หมุนกลับไปหาแล้วดันแผ่นหลังบางแนบกับประตูห้อง พ้อมๆ กับเรียวปากร้อนๆ ก้มลงมาบดกลีบปากอิ่มอย่างทันท่วงที มือหนาทั้งสองข้างประคองแก้มนุ่มไม่ให้เธอขยับหันหน้าหนีไปทางไหนได้
อวัสดาเบิกตาโพลง ได้แต่อึกอักประท้วงอยู่ในลำคอ แรงบดคลึงของริมฝีปากที่แสนจะร้ายกาจรู้สึกมันจะรุนแรงไปสักนิดเหมือนตั้งใจจะลงโทษที่เธอปากดีกับเขาเมื่อกี้ ทำให้เธอต้องเปิดปากรับเรียวลิ้นร้อนๆ ให้แทรกเข้าไปหยอกล้อตวัดรัดเล่นกับปลายลิ้นอ่อนนุ่มในอุ้งปากเล็กในที่สุด จูบครั้งนี้มันช่างเรียกร้องและเร่าร้อนจนแทบขาดใจ กว่าปากได้รูปจะยอมปล่อยกลีบปากอิ่ม หญิงสาวก็แทบไม่มีแรงทรงตัวจนต้องยึดแขนกำยำเอาไว้แน่น
“ผมถือว่านี่คือคำขอบคุณ ไม่ต้องพูดมันออกมาก็ได้ จะว่าไปแล้วผมก็ชอบแบบนี้มากกว่า มันได้อารมณ์กว่าเยอะ หลับฝันดีนะครับ”
เสียงทุ้มกระซิบบอกแผ่วๆ มาชิดกลีบปากนุ่มๆ แล้วจูบหนักหน่วงทิ้งท้ายมาอีกหนึ่งที ก่อนเขาจะดึงประตูห้องเปิดออกแล้วดันร่างเล็กเข้าไป และจัดการปิดประตูให้ด้วยเสร็จสรรพ
อวัสดาได้แต่ยืนนิ่งพิงหลังกับประตูห้องค้างอยู่เช่นนั้น พลางยกมือเล็กลูบไล้กลีบปากที่ยังกรุ่นไออุ่นจากปากร้อนๆ ไปมาแผ่วเบาด้วยอารมณ์เผลอไผล ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นกุมตรงตำแหน่งหัวใจซึ่งตอนนี้มันเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก แล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ใจเย็นๆ ยัยหนูดา โอ๊ย…หัวใจจ๋าเต้นให้มันเบาๆ หน่อย แล้วคืนนี้จะนอนหลับไหมเนี่ย”
ชั่วอึดใจหญิงสาวถึงพาร่างไปทิ้งลงบนที่นอนนุ่ม หากเธอยังนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืดโดยไม่รู้ว่าคืนนี้จะหลับลงเมื่อไร
ทว่าก่อนอวัสดาจะทันได้ตั้งตัวเอวบางก็ถูกลากขึ้นไปนั่งบนตักกว้างฉับไว“วันนี้เรายังไม่ได้ทักทายกันเลยนะ”“ไม่เอานะคีแกร์น เดี๋ยวลูกมาเห็น”อวัสดารีบยกมือยันบ่ากว้างเอาไว้ทั้งสองข้าง และเบี่ยงหน้าหลบปลายจมูกโด่งๆ กับปากร้อนๆ ที่ก้มลงมาหาเป็นพัลวัน“แค่ทักทายเมีย ไม่ได้จัดฟลูออฟชั่น ผมว่าเจ้าสองแสบนั่นเห็นจนชินแล้วละ”หากเขาฟังเธอที่ไหนกัน พาปากร้อนจัดกับปลายจมูกโด่งๆ ฟัดแก้มของเธอทั้งสองข้างจนหนำใจ ตบท้ายด้วยจูบปากอิ่มมาเสียเต็มรัก ที่อวัสดาได้แต่ค้อนปะหลับปะเหลือกให้อย่างทำอะไรไม่ได้ ยามอยู่ด้วยกันสองคนพ่อคุณขยันนัวเนียมาก เหมือนเมื่อครั้งสมัยตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวอย่างไรอย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยนไม่สิ ตอนนี้เธอกับเขาก็ยังไม่แก่สักหน่อย เธอกำลังย่างยี่สิบหกเรียกว่าสาวเต็มวัยน่าจะถูกกว่า ส่วนสามีก็เพิ่งสามสิบสองกำลังหนุ่มฉกรรจ์เลยต่างหาก แค่มีลูกกันไวไปนิดหนึ่งเอง แต่แบบนี้ก็ดีแล้วมีลูกโตทันใช้ และคงจะมีแค่สองคนเท่านี้แหละ เพราะสามีไม่ยอมท่าเดียว แถมยังแอบไปทำหมันเองเสร็จสรรพไม่บอกไม่กล่าวเธอสักคำ ทำเสร็จแล้วถึงค่อยมาบอกทีหลัง ซึ่งอวัสดาก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เธอออกจะขำซะด้วยซ้ำ เนื่องจากความจร
แอสตันมาร์ตินคันหรูวิ่งเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซในตอนบ่ายสามโมงกว่าๆ ทำให้อวัสดาต้องวางแคตตาล็อกตกแต่งบ้านที่กำลังเลือกเฟอร์นิเจอร์เพื่อนำไปเสนอให้ลูกค้าในมือลงบนโต๊ะ แล้วลุกจากโซฟาเดินไปยังหน้าบ้านด้วยความสงสัย เนื่องจากตอนนี้ไม่ใช่เวลาเลิกงาน แต่ทำไมสามีกลับบ้านเร็วกว่าปกติทว่าพอเดินพ้นออกไปจากประตูบ้านปุ๊บเธอก็ต้องเบิกตาโตอย่างตกใจ เมื่อเห็นสภาพของลูกชายฝาแฝดที่วิ่งตามกันลงมาจากรถของผู้เป็นบิดา ชุดนักเรียนเตรียมอนุบาลเปื้อนโคลนมอมแมมไปทั้งตัว และที่น่าตกใจยิ่งกว่าสิ่งใดก็คือ ใบหน้าเล็กๆ นั้นบวมช้ำมีทั้งรอยเขียวรอยแดงอยู่หลายแห่ง แขนขาก็มีรอยคล้ายถูกแมวข่วนก็ไม่ปานอยู่หลายที่“หม่ามี้!”สองเสียงร้องเรียกดังสอดประสานพร้อมกับพุ่งตัวมากอดขาของมารดาเอาไว้คนละข้าง“ตายแล้ว! นี่มันเกิดอะไรขึ้น คิงส์ตัน คินเตอร์ ทำไมแผลเต็มตัวเลยลูก”อวัสดารีบนั่งคุกเข่าลงกับพื้น แล้วลูบเนื้อลูบตัวพลางจับใบหน้าลูกชายทั้งสองหันซ้ายหันขวาสำรวจบาดแผลอย่างจริงๆ จังๆ ดีที่ไม่มีแผลเลือดตกยางออกให้เห็น แต่เธอก็สงสัยอยู่เป็นกำลังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกๆ ถึงได้มีสภาพเหมือนไปฟัดกับแมวมาเช่นนี้ครั้นจะถา
“มัมครับ ผมไม่ไหว เลือดเยอะมาก หนูดาจะไม่เป็นไรใช่ไหมครับมัม”ชายหนุ่มเอ่ยกับคนเป็นมารดาเสียงสั่น สองแขนก็โอบกอดร่างมารดาเอาไว้แน่นเหมือนคนขวัญเสีย“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร...หนูดาแข็งแรงมาก ใจเย็นๆ ไปนั่งพักก่อนไปลูกไป”มาดามซาร่าดึงลูกชายพาไปนั่งตรงโซฟาชุดใหญ่ที่อยู่บริเวณหน้าห้องคลอด ซึ่งขณะนี้มีทั้งครอบครัววิลเลียมเบอร์ลิซ ทั้งครอบครัวกิตติพงษ์ไพศาล และทางฝั่งกาญจน์นันท์นั่งกันอยู่หน้าสลอนครบหมดทุกคน เพื่อมาช่วยลุ้นหลานชายฝาแฝดที่กำลังจะออกมาลืมตาดูโลก ทว่าท่าทางของผู้ชายตัวโตๆ ที่กำลังนั่งหน้าเผือดซีดกอดร่างมารดาแจ ทำเอาทุกคนที่ได้เห็นถึงกับคลี่ยิ้มขำ“นี่ละหนาผู้ชาย ต่อให้เก่งกาจมาเจ็ดย่านน้ำ ไม่พ้นมาสยบตอนเมียคลอดลูกทุกรายนั่นแหละ”คุณหญิงอารีดาที่นั่งข้างๆ คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซเปรยขึ้นมายิ้มๆ อย่างทั้งขำทั้งเอ็นดูลูกเขยอยู่เป็นกำลัง คิดว่าคงจะสุดๆ แล้วละถึงได้แสดงท่าทางอ่อนแอเช่นนี้ออกมา ปกติจะมั่นใจในตัวเองเหลือล้น แข็งแกร่ง ดุดัน ที่ปราบลูกสาวสุดแสบของนางเสียราบคาบมาแล้ว หากที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะรักเมียทูนหัวทูนเกล้านั่นแหละ นางจึงอดปลื้มปริ่มยินดีอยู่ลึกๆ ที่พ่อลูกเขยรักลูก
ถึงแม้สามีจะปรายตาขุ่นมาให้เธอก็ไม่แคร์ อวัสดาจิ้มผลไม้รสชาติจี๊ดจ๊าดเหล่านั้นใส่ปากไปเรื่อยๆ สลับกับเอาไปป้อนให้คนกำลังขับรถบ้าง เพราะรู้ว่าเขาชอบ ตั้งแต่เธอท้องคีแกร์นจะชอบกินอาหารแปลกๆ อย่างเช่นผลไม้รสเปรี้ยวพวกนี้ซึ่งปกติเขาไม่ค่อยนิยมสักเท่าไร แต่ช่วงนี้กลับกินได้กินดียิ่งกว่าคนท้องอย่างเธอเสียอีกวันดีคืนดีก็ชวนเธอออกไปหาอาหารรสชาติแซ่บๆ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ คอหมูย่าง ก๊วยเตี๋ยวต้มยำ เกาเหลาเลือดหมู อาหารรสชาติจัดจ้านที่ขึ้นชื่อว่าเมนูเด็ดเขาจะพาเธอไปตะเวนลิ้มรสเสียแทบจะทั่วกรุงเทพเลยก็ว่าได้ เป็นอวัสดาเองเสียอีกที่ไม่ค่อยจะแพ้ท้องอะไรเลย เธอกินอาหารได้ปกติ ไม่ได้นึกอยากกินเมนูอะไรเป็นพิเศษ อย่างมากก็ผลไม้รสเปรี้ยวๆ พวกนี้แค่นั้น เรียกได้ว่าสามีฟาดเรียบแทนให้หมด“สี่เดือนแล้วนะ ทำไมพุงไม่เห็นจะใหญ่ขึ้นเลย ลูกผมอยู่ในนั้นตั้งสองคนนะ กินข้าวบ้างหรือเปล่าคุณนะ”ชั่วครู่สามีถึงถามขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือมาลูบหน้าท้องที่นูนออกมานิดๆ ของเธอแผ่วเบา“ก็กินปกตินั้นแหละ คุณหมอก็บอกอยู่ว่าท้องสาวจะไม่ค่อยใหญ่มากนัก สักหกเจ็ดเดือนโน่นแหละถึงจะนูนขึ้นมาเห็นชัด คุณไม่ต้องกังวลหรอกน่า ผลตรวจล่าสุดก
หากอวัสดาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น พยายามคุยเฉพาะเรื่องงานมาโดยตลอด และเวลานี้ถ้าเป็นไปได้ เธอก็ไม่อยากมาพบเขานักหรอก พอดีว่าวันนี้ที่บริษัทไม่มีใครว่างสักคน ประกอบกับร้านแห่งนี้มันเป็นทางผ่าน เธอก็เลยกะจะแวะเอาแปลนแบบมาให้แล้วก็จะไปธุระต่อ“พอดีวันนี้หนูดารีบ คงอยู่คุยกับคุณต้นได้ไม่นาน ต้องขอโทษด้วยนะคะ”“ว้า...น่าเสียดายจังเลยนะครับ ผมก็อุตส่าห์หิ้วท้องรอ กะว่าเย็นนี้จะได้ทานข้าวกับคุณหนูดาสักมื้อ”ชายหนุ่มหน้าตาคมขำทำหน้าผิดหวังอย่างแรง อวัสดาก็ทำเป็นไม่สนใจพาวกเข้าเรื่องงานต่อไป“วันนี้ไม่สะดวกจริงๆ ค่ะ มีอะไรคุณต้นติดต่อไปที่บริษัทได้ทุกเมื่อเลยนะคะ ถ้าหนูดาไม่ว่าง ฝากเรื่องเอาไว้กับพนักงานที่บริษัทได้เลย”“ไม่เป็นไร เอาไว้วันหลังก็ได้ครับ ผมรอคุณหนูดาได้เสมอ”ทว่าพ่อหม้ายหนุ่มไม่ได้สนใจเรื่องงานที่เธอพูดสักนิด ยังคงปักใจอยู่กับเรื่องที่จะกินข้าวกับเธอลูกเดียว หากอวัสดายังไม่ทันจะได้ว่าอย่างไร ก็มีคนโผล่มาช่วยแถลงไขให้แทน และเสียงดังฟังชัด ค่อนไปทางเย็นเยียบเข้าไส้ซะด้วยซ้ำ“ผมว่าคุณอย่ารอเลยจะดีกว่า ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ เธอก็คงไม่ว่างมากินข้าวกับคุณหรอก เพราะเธอต้องกินข้าวกับสาม
คุณหญิงอารีดากำลังจะได้เป็นทั้งคุณยายและคุณย่า เนื่องจากอวัชรวินหลังจากที่แต่งงานหลังน้องสาวได้หนึ่งเดือน ลูกสะใภ้ก็กำลังจะมีหลานให้เช่นกัน เพราะคู่นั้นอยู่กินกันก่อนแต่งงานมาตั้งนานแล้ว และคุณหญิงอารีดาก็รู้อยู่แก่ใจ แค่ไม่ได้พูดออกมาก็เท่านั้นเอง หลังจากนั้นคุณหญิงก็รับหน้าที่ไปส่งคุณหมอ ปล่อยให้ลูกสาวกับลูกเขยได้อยู่กันตามลำพังพอคล้อยหลังคุณแม่ยายกับคุณหมอ คีแกร์นก็กระโดดเข้าไปกอดร่างของภรรยาสาวที่ยังนั่งอึ้งอยู่บนเตียง“หนูดา! เรากำลังจะมีเจ้าแสบน้อยแล้วนะทูนหัว ผมดีใจ ดีใจที่สุดเลย เรากำลังจะมีลูกแล้วนะคนดี”คนจะได้เป็นคุณพ่อพร่ำใส่ใบหูเล็ก และไล่จูบแก้มนุ่ม ขมับบาง ศีรษะเล็ก แล้ววนเวียนอยู่แบบนั้นอย่างคนตื่นเต้นดีใจไม่เก็บอาการ ขณะที่สองแขนก็รัดร่างภรรยาเอาไว้เสียแนบแน่น จนอวัสดาต้องประท้วงอู้อี้ออกมาจากแผงอกกว้าง“เบาๆ คีแกร์น! หนูดาหายใจไม่ออก”ชายหนุ่มถึงคลายอ้อมแขน เปลี่ยนมาประคองแก้มนุ่มสุกปลั่งเอาไว้ทั้งสองข้างแทน ปากก็ยิ้มกว้างหุบแทบไม่ลง แล้วถึงเอ่ยถามออกมาน้ำเสียงลนๆ“ดีใจไหมคนดี เราจะมีเจ้าแสบน้อยกันแล้วนะ”คนถามไม่คิดที่จะรอคำตอบ ก้มลงจูบกลีบปากอิ่มมาเต็มรัก จนอวัสดา





![เด็กเลี้ยงคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 2/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

