Mag-log inดรีมยิ้มเย้ยหยันให้กับคำพูดของดราฟ ‘บางทีก็เกินไป’ ไม่มีอะไรเกินไปหรอก คนเราจบกันไปแล้วไม่จำเป็นต้องแสร้งว่ายังหวังดีต่อกัน ต่อให้ดราฟหวังดีกับดรีมจริง ๆ ดรีมก็ไม่ต้องการมัน เก็บความหวังดีของเขาไว้ให้คนอื่นดีกว่า
“พอ ๆ อย่าทะเลาะกันเลย” ทีเห็นท่าไม่ดีจึงโพล่งขึ้นมาส่งสายตาให้ดราฟเงียบปากลง หากไม่มีอะไรดี ๆ จะพูด มึงก็หุบปากซะเพื่อนเอ้ย “มึงก็ดูมันดิ จะอะไรนักหนาก็ไม่รู้” ดราฟว่าอย่างไม่สบอารมณ์ “ไอ้ดราฟ” ไอ้นี่มันรู้อะไรบ้าง คนอื่นพยายามให้มันกับดรีมมาเจอกัน เผื่อหวังให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน แต่มันกลับทำพังไม่เป็นท่า หนำซ้ำยังพาผู้หญิงคนอื่นมาตอกหน้า โอกาสที่ดราฟกับดรีมจะกลับมาคบกันอาจเหลือศูนย์ ดราฟยอมเงียบปากลงเพราะไม่อยากทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดจนอาหารมื้อนี้มันกร่อยกินไม่ลง ดรีมไม่พูดไม่จาและจะไม่ทน เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมาวางบนตักล้วงหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมา “ค่าอาหารค่ะ” วางค่าอาหารลงบนโต๊ะพลันลุกขึ้นยืน ดรีมโค้งศีรษะให้ทุกคนเล็กน้อย “ขอโทษทุกคนที่ทำให้อึดอัดนะคะ” เอ่ยขอโทษจบดรีมก็รีบก้าวขาฉับ ๆ เดินออกมาจากตรงนั้นไม่สนใจเสียงเอ่ยรั้งของใครทั้งนั้น นั่งต่อไปก็มีแต่ทำให้อึดอัดใจ ไม่ใช่แค่เธอแต่รวมถึงคนอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน ดรีมไม่อยากเป็นตัวปัญหาทำให้ใครรู้สึกแย่ทั้งนั้น เธอเลยเลือกพาตัวเองออกมาดีกว่า แต่เดินออกมาได้ไม่ไกล มือเรียวของดรีมก็โดนคว้าไว้ด้วยฝีมือของใครบางคนที่ดรีมคุ้นเคยเป็นอย่างดี “เดี๋ยว” ดรีมไม่ได้หันกลับไปมอง ดราฟจึงเป็นฝ่ายพาตัวเองมายืนตรงหน้าเธอแทน เขาจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา “มีอะไร” ดราฟเอาแต่จ้องหน้าไม่พูด ดรีมจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง “เธอไม่ควรเป็นแบบนี้นะเว้ย” “เป็นอะไร เป็นแบบไหน” ดรีมถามอย่างไม่เข้าใจ ที่เขาพูดมันหมายความว่ายังไง “แบบที่เธอเป็นอยู่อะ เธอกำลังทำให้คนอื่นเขารู้สึกอึดอัดนะดรีม” อึก ดรีมชะงักไปชั่วขณะ วินาทีนั้นราวกับมีลมแรง ๆ ตีแสกหน้าจนชา แล้วโดนตบซ้ำด้วยคำพูดแรง ๆ ของดราฟ “เธอไม่ควรเป็นแบบนั้น ทุกคนมาสังสรรค์เฮฮา พวกเขาไม่ควรมาหมดสนุกเพราะความเอาแต่ใจของเธอ” ดรีมขบเม้มริมฝีปากอย่างอดกลั้น ช้อนสายตาแห่งความผิดหวังขึ้นมองดราฟ “อย่าให้เรื่องที่เราเลิกกันกลายเป็นปัญหาของคนอื่นเลยดรีม ถือว่าขอ” ดรีมเหมือนโดนตบหน้าซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนดราฟใช้มีดแทงซ้ำตรงจุดเดิมอยู่อย่างนั้น บาดลึกลงไปถึงขั้วความรู้สึก เจ็บจุกพูดไม่ออก ทำไมนะทำไม ทั้งที่เขาเคยเป็นคนที่ทะนุถนอมความรู้สึกของเธอ เป็นคนที่แคร์เธอมาก ๆ เป็นคนที่กลัวเธอร้องไห้หรือเสียใจมากที่สุด คนที่ไม่เคยพูดจาแรง ๆ ใส่เธอสักครั้ง ทำไมคนคนนั้นถึงเป็นคนเดียวกันที่สาดคำพูดเจ็บแสบใส่เธอวันนี้ เขาบอกว่าเธอเป็นตัวปัญหา กล่าวหาว่าเธอทำให้ทุกคนรู้สึกแย่ เขาแคร์ความรู้สึกของทุกคน ยกเว้นเธอ เขาทำลายความรู้สึกของเธอจนพังยับเยิน ทำเหมือนเก้าปีระหว่างเราไม่มีความหมายอะไรเลย “ฉัน” ดราฟทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นว่าดรีมร้องไห้ นับเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำตั้งแต่รู้จักกันมา ขนาดตอนเลิกรา ดราฟยังไม่เห็นน้ำตาของดรีมสักหยด ไม่สิ เธอบอกเลิกเขาผ่านแชตแล้วเธอก็หายไปจากชีวิตเขาเลยหกเดือน หกเดือนแห่งการเลิกรา หกเดือนที่เรากลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน “ฉะ ฉัน” ดราฟอ้ำอึ้ง ใจแกร่งอ่อนยวบไปหมดเมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ ดราฟหมายยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้ก็โดนเธอปัดออก “อย่ามาแตะ” ดรีมเช็ดน้ำตาออกลวก ๆ “รังเกียจ” ดรีมเห็นสีหน้าไม่พอใจของดราฟแต่เธอไม่อยากสนใจ หญิงสาวเดินมายังรถที่จอดอยู่ไม่ไกล เข้ามาในรถได้ ดรีมก็ปล่อยโฮออกอย่างหมดสภาพ ความรู้สึกของดรีมพังยับเยินครั้งแล้วครั้งเล่า ใจดวงน้อยมันแตกสลายนับครั้งไม่ถ้วนมันเหมือนเศษแก้วที่แตกละเอียดจนประกอบขึ้นมาใหม่ไม่ได้ ดรีมไม่รู้เลยว่าเธอต้องใช้เวลาอีกสักเท่าไร ถึงจะกลับมาเป็นดรีมที่สดใสอย่างตอนอายุสิบหกปีอีกครั้ง ช่วงเวลาที่เรามีกัน มันพรากทั้งชีวิตของเธอไปหมดแล้วจริง ๆดรีมกับดราฟมาเที่ยวพักผ่อนหนึ่งอาทิตย์ ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เราตะลอนเที่ยวกันหลายที่มาก ๆ ที่ไหนเป็นสถานที่ขึ้นชื่อเราไปมาหมดเป็นการมาเที่ยวพักผ่อนที่ดรีมกับดราฟได้ชาร์จพลังไปเต็ม ๆ เลยก็ว่าได้ มัวแต่เที่ยวกันอย่างมีความสุขจนลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับกันแล้ว พอนึกได้ใบหน้าสวยก็หม่นเศร้าลงเล็กน้อยอย่างนึกเสียดาย ดรีมอยากอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกสักหน่อย มีที่เที่ยวอีกหลายที่เลยที่ดรีมยังไม่ได้ไป แต่จะให้ดรีมอยู่นานกว่านี้ก็ไม่ได้อีกเมื่อทั้งดรีมและก็ดราฟต่างก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบกัน งานดรีมไม่เท่าไรแต่งานของดราฟสำคัญสุด ตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าของดราฟตีตลาดได้แล้วกำลังฮิตมาก ๆ ในหมู่วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ลูกค้าต่างหลั่งไหลเข้ามาซื้อไม่ขาดเนื่องจากคุณภาพของสินค้ามันดีและเสื้อผ้าก็ดูทันสมัยเข้ากับยุคสมัยนี้ กิจการของดราฟกำลังไปได้สวยมาก ดรีมจึงไม่อยากให้ดราฟต้องเสียงานเสียการเพราะเธอ ไว้เราหาเวลาว่างแล้วมาเที่ยวกันใหม่ก็ได้ “ครั้งหน้าเราไปต่างประเทศกันดีไหมคะ”ระหว่างนั่งทานหมูกระทะกันอยู่ เราคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อยจู่ ๆ ดรีมก็วกมาเรื่องเ
หลังจากที่กลับมารับงานยาว ๆ แบบไม่หยุดพักมาหลายเดือนในที่สุดดรีมก็เคลียร์คิวงานที่รับไว้หมดสักที ร่างกายที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานเริ่มโหยหาสิ่งฮีลใจ ดรีมจึงหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ว่ามีที่ไหนบรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจบ้าง คราแรกดรีมคิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่าแต่คิดไปคิดมาดรีมไม่อยากเดินทางไกลจึงเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศแทน ดรีมลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองสนใจ ดรีมอยากได้ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วุ่นวายกับใคร อยู่กับเสียงนกเสียงกา ต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญต้องมีความเป็นส่วนตัว ดรีมนั่งจดจ่ออยู่กับการหาสถานที่ท่องเที่ยวจนไม่ได้สนใจเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดในบ้านเลยสักนิด ขนาดดราฟเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าก็ไม่อาจดึงความสนใจจากดรีมให้หันมองได้ ดราฟเห็นดรีมเมินเฉยใส่ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เลิกงานดราฟรีบบึ่งตรงกลับบ้านมาทันทีไม่แวะไปเถลไถลที่ไหนแท้ ๆ แต่ดรีมกลับไม่สนใจกันสักนิด ไม่ถามกันสักคำว่าเขาเหนื่อยหรือหิวไหม ขนาดดราฟยืนหัวโด่อยู่ทนโท่เธอยังไม่สนใจ ดราฟอยากรู้จริง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีอะไร ที่สำคัญมากกว่าดราฟขนาดนั้นเลยเหรอ ดราฟยืนรอให้ดรีมทักอยู่นาน
หลังจากที่กลับมารับงานยาว ๆ แบบไม่หยุดพักมาหลายเดือนในที่สุดดรีมก็เคลียร์คิวงานที่รับไว้หมดสักที ร่างกายที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานเริ่มโหยหาสิ่งฮีลใจ ดรีมจึงหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ว่ามีที่ไหนบรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจบ้าง คราแรกดรีมคิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่าแต่คิดไปคิดมาดรีมไม่อยากเดินทางไกลจึงเปลี่ยนมาเที่ยวในประเทศแทน ดรีมลิสต์รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองสนใจ ดรีมอยากได้ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่วุ่นวายกับใคร อยู่กับเสียงนกเสียงกา ต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญต้องมีความเป็นส่วนตัว ดรีมนั่งจดจ่ออยู่กับการหาสถานที่ท่องเที่ยวจนไม่ได้สนใจเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดในบ้านเลยสักนิด ขนาดดราฟเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าก็ไม่อาจดึงความสนใจจากดรีมให้หันมองได้ ดราฟเห็นดรีมเมินเฉยใส่ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ เลิกงานดราฟรีบบึ่งตรงกลับบ้านมาทันทีไม่แวะไปเถลไถลที่ไหนแท้ ๆ แต่ดรีมกลับไม่สนใจกันสักนิด ไม่ถามกันสักคำว่าเขาเหนื่อยหรือหิวไหม ขนาดดราฟยืนหัวโด่อยู่ทนโท่เธอยังไม่สนใจ ดราฟอยากรู้จริง ๆ ในโทรศัพท์นั้นมีอะไร ที่สำคัญมากกว่าดราฟขนาดนั้นเลยเหรอ ดราฟยืนรอให้ดรีมทักอยู่นาน
หลังจากที่ดรีมตัดสินใจให้โอกาสดราฟอีกครั้งนับเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้วที่ดราฟย้ายมาอยู่บ้านของดรีม ดรีมไล่ดราฟแล้วไล่ดราฟอีกแต่ดราฟก็ไม่ยอมกลับ เขาหาข้ออ้างสารพัดมาต่อรองให้ดรีมใจอ่อนยอมให้เขาอยู่บ้านด้วย ดราฟบอกว่าเป็นห่วงไม่อยากให้ดรีมอยู่คนเดียว ดรีมฟังคำพูดของดราฟก็ได้แต่นึกหมั่นไส้อยู่ในใจบางครั้งดรีมก็อยากแพ้เสียงในหัวตอกกลับดราฟเหมือนกัน ทว่าการหยิบยกเรื่องเก่า ๆ มาพูดใช่ว่าจะดีสักเท่าไร สิ่งไหนที่มันจบไปแล้วก็ควรให้มันไป ดรีมคิดว่าดรีมควรโฟกัสกับปัจจุบันตรงหน้าดีกว่ายึดติดกับสิ่งที่เคยทำให้เจ็บปวด หลายคนอาจมองว่าดรีมโง่ที่ให้โอกาสดราฟอีกครั้ง ซึ่งความจริงดรีมอาจจะเป็นคนโง่อย่างที่หลายคนคิดกัน มีที่ไหนเขาทำให้เจ็บช้ำขนาดนั้นยังกลับไปหา หากเป็นคนอื่นคงมีผู้ชายคนใหม่ไปแล้ว ที่ผ่านมาดรีมก็ลองคุยกับคนใหม่ ๆ เหมือนกันแต่คุยได้แค่หนึ่งถึงสองวันดรีมก็ตีตัวออกห่างเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดรีมต้องการหรือไม่ก็อาจเป็นเพราะดรีมยังมีดราฟอยู่เต็มหัวใจจนทำให้ดรีมไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้ หลังจากที่ดรีมได้เคลียร์กับดราฟได้เห็นถึงความพยายามและความจริงใจที่ดราฟแสดงออกต่อดรีม ดร
ดราฟเดินผิวปากเข้ามาในห้องทำงานของมาร์คอย่างอารมณ์ดี สีหน้าชื่นมื่นจนเพื่อน ๆ ที่มองมาต่างพากันทำหน้าสงสัยว่าดราฟไปโดนตัวไหนมาถึงได้ดีดเหมือนม้าดีดกระโหลกแบบนี้ “อารมณ์ดีมาเชียวนะมึง” ทีกระแนะกระแหนดราฟด้วยความหมั่นไส้ มีความสุขเหลือเกินทั้งที่สองวันก่อนยังร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดอยู่แท้ ๆ “ก็คนมีความสุขจะให้ร้องไห้หรือไงวะ” ดราฟยอกย้อนกลับอย่างไม่ยี่หระเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เจฟที่นั่งเล่นมือถืออยู่ไม่พูดไม่จา “ดรีมยอมคืนดีกับมึงแล้วว่างั้น” มาร์คถามเสียงหยัน ดราฟไม่ตอบแต่ยักคิ้วหลิ่วตาให้มาร์คแทน ท่าทีน่าหมั่นไส้จนอยากเอาตีนยันหน้าให้หงายหลัง “ใครจะไปคืนดีกับมัน” เจฟเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมาพูดจาแดกดันใส่ดราฟ “ใครจะอยากได้คนหมา ๆ แบบมันกัน” “ดรีมไง” ดราฟยิ้มกว้างตอบด้วยความภาคภูมิใจสุด ๆ “เอาดี คืนดีกันแล้วเหรอ” ทีลนลานถามระคนอยากรู้อยากเห็น “ระดับกู” ดราฟเชิดหน้าตอบอย่างภาคภูมิใจสุด ๆ หนึ่งเดือนที่ดราฟเพียรพยายามง้อดรีมอย่างไม่ลดละในที่สุดความพยายามของดราฟก็สัมฤทธิ์ผลสักที ดรีมยอมใจอ่อนให้ดราฟแล้วแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก เรากลับมาคืนดีกันแต่เรายังไม่
ดรีมปล่อยให้ดราฟร้องไห้จนกว่าดราฟจะพอใจท่ามกลางความงันของดรีม ดรีมไม่มีคำพูดปลอบใจดราฟดรีมมีเพียงสัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือของเธอเท่านั้นที่ทำหน้าที่ปลอบประโลมดราฟอย่างอ่อนโยน เนิ่นนานหลายนาทีกว่าดราฟจะหยุดร้องไห้ ดวงตาแดงก่ำช้อนขึ้นมองสบตาดรีมอย่างเว้าวอนน่าสงสาร “ดรีมเกลียดดราฟไหม” ดราฟถามเสียงแผ่วเบาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ กลัวว่าคำตอบที่ได้รับจะเป็นคำตอบที่ดราฟไม่อยากได้ยิน ทว่าดรีมกลับเงียบไม่ตอบคำถามดราฟเสียอย่างนั้น แววตาที่ดรีมมองกัน ดราฟเดาไม่ได้เลยว่าดรีมคิดอะไรอยู่ เห็นท่าทีนิ่งเฉยของดรีม ดราฟจึงทึกทักไปเองแล้วว่าดรีมเกลียดเขามาก ถึงกระนั้นต่อให้ดรีมเกลียดดราฟจริง ๆ ดราฟจะทำอะไรได้นอกจากความยอมรับความจริงในเมื่อสิ่งที่ดราฟทำมันควรค่าที่จะโดนดรีมเกลียด “มันก็สมควรแล้ว” ดรีมหน้านิ่วคิ้วขมวดมองคนบ่นพึมพำไม่หยุดอย่างนึกขัน ดรีมเพิ่งรู้วันนี้ว่าดราฟเป็นพวกเวิ่นเว้อพอสมควร คิดเองเออเองเก่ง เขาชอบคิดแทนคนอื่นมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน การที่ดรีมไม่ตอบไม่ได้หมายความว่าดรีมเกลียดดราฟสักหน่อย ดรีมเงียบเพราะสมองของดรีมกำลังประมวลผลความคิดอยู่ต่างหาก ดรีมกำลังปะติดปะต่อเรื







