LOGIN“ยัยจิ๊เป็นลูกสาวคนโตของตระกูล ตอนนี้ยังเรียนรู้โลกไม่พอ ไม่มีภูมิต้านทาน ต้องให้รู้จักชีวิตมากกว่านี้ รู้จักความรัก ความผิดหวัง พ่ายแพ้ รู้จักคนหลายประเภท คนขี้โกง คนดี คนไม่ดี คนจริงใจ ไม่จริงใจ ยัยจิ๊ถึงจะประสบความสำเร็จ รักษาทรัพย์สมบัติที่ฉันกับนิจะให้เอาไว้ได้” กีรติพูดบ้าง
“ถ้าให้ทรัพย์สมบัติยัยจิ๊ ให้ความสำเร็จที่เราเป็นคนสร้าง ไม่ใช่ยัยจิ๊สร้าง ต่อไปยัยจิ๊ก็ต้องเจ๊งอยู่ดี ไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดี คนที่ประสบความสำเร็จ เขาต้องเรียนรู้ชีวิต มีผิดหวังล้มเหลว ไม่มีใครประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกหรอก มันต้องลองผิดลองถูก ถ้าเราหาคู่ให้ยัยจิ๊แต่งงาน เลือกคนดี แล้วถ้าเข้ากับยัยจิ๊ไม่ได้ล่ะ คนเราจะอยู่ด้วยกันได้ต้องมีบุญเสมอกัน ให้เค้าเรียนรู้ชีวิตเอง ดีที่สุด” นิดาเสริมความคิดของสามี
ความคิดของสองสามีภรรยาทำให้ทุกคนตรงนั้นนิ่งอึ้ง เพราะเห็นด้วย มีแค่วิชญ์ที่ยังเถียงข้างๆ คูๆ อยู่ในใจ
ลูกๆ ของทุกคน มีพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่อีกด้าน โดยมีภรรยาสาวน้อยทั้งสามคอยดูอยู่ไม่ห่าง ส่วนวิชุตาเป็นพี่เลี้ยงคอยเลี้ยงน้องอย่างสนุกสนานเพราะใฝ่ฝันว่าอยากมีน้องๆ มานานแล้วพอเจอน้องๆ ลูกๆ ของเพื่อนบิดาจึงลืมผู้ใหญ่ไปชั่วขณะ เอาความสนใจทั้งหมดไปอยู่กับน้องๆ เหมือนตัวเองเป็นคนบริหารจัดการทั้งหมด
“เรื่องงานก็สอนได้ แต่ผู้ชายไม่สมควรให้ลูกไปลองไม่ใช่เหรอ” วิชญ์เข้าใจว่าเพื่อนรักทั้งสองหมายความว่าอย่างไร เรื่องธุรกิจ ถ้าพ่อแม่มีฐานะก็จะให้เงินไปลงทุน ไปเจริญก้าวหน้า ไปเรียนรู้ชีวิต ไปเจ๊ง ไปโดนโกง ฝึกให้ทำงานตั้งแต่เด็ก เจอคนทุกประเภท ไม่อย่างนั้นจะบริหารงานได้อย่างไร แต่เรื่องผู้ชายเสียไปแล้วเอาความรู้สึกดีๆ กลับคืนมาไม่ได้
“เกิดเป็นคนต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ได้เรียนรู้ความรักและการอกหัก ถ้าผู้ชายคนนั้นที่ยัยจิ๊รักและคิดจะอยู่ร่วมหัวลงโลงกันไม่ใช่เนื้อคู่ ทำยังไงก็ไปกันไม่รอด ดีเสียอีกยัยจิ๊จะได้เรียนรู้ว่าจะรับมือกับผู้ชายยังไง ต่อไปใครมารูปแบบไหน จริงใจหรือไม่จริงใจ ไม่ต้องเสียเวลาคบนานก็เห็นตับไตไส้พุง หรือวิชญ์รังเกียจผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาแล้ว” นิดาเป็นคนตรงๆ เธอจึงถามเพื่อนตรงๆ ไม่คิดอ้อมค้อม เวลาสนุกสนานเฮฮาเธอก็เต็มที่ เวลามีเหตุมีผลเธอก็ไม่เว้นกรณีไหนให้ข้องใจเด็ดขาด
“ฉันไม่เคยรังเกียจ ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะผ่านผู้ชายมากี่คนก็ตาม ความบริสุทธิ์ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของการใช้ชีวิตคู่หรอกนะ แต่ถ้าเธอมาเป็นผู้หญิงของฉัน เธอจะต้องซื่อสัตย์กับฉันและรักฉันคนเดียว ส่วนที่ผ่านมาฉันไม่สนว่าเธอจะผ่านอะไรมา”
“โอ้โห แกตอบเหมือนพระเอกนิยายเลยว่ะ” กรวิกตบมือยกนิ้วโป้งให้เพื่อน
“แต่ผ่านผู้ชายมาแล้วก็ดีนะโว้ย รู้งานดี แต่ไม่ใช่ผ่านมาอย่างโชกโชนใช้ชีวิตชุ่มฉ่ำเกินไป คือปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่รักนวลสงวนตัวน่ะ” ภัทรศักดิ์แสดงความคิดเห็นบ้าง
“แล้วเมียแกเวอร์จิ้นเปล่าล่ะวะ” กรวิกเอ่ยถามภัทรศักดิ์ เพราะสองสาวฝาแฝดมัวแต่ไปเลี้ยงลูกอยู่กับพิมพ์ดาว โต๊ะที่หนุ่มๆ สั่งกันจึงมีแต่นิดาเป็นผู้หญิงคนเดียว เลยกล้าพูดคุยกันตามประสา ถ้ามีภรรยาเด็กๆ อยู่ด้วยคงจะสงบปากสงบคำกว่านี้
“จิ้นสิวะ” ภัทรศักดิ์พูดอย่างภาคภูมิใจ
“อ้าว... ไหงบอกชอบไม่จิ้น” กรวิกเอ่ยถามภัทรศักดิ์
“ไม่ใช่โว้ย ไอ้นี่” ภัทรศักดิ์เกาหัวแกรกๆ บรรดาภรรยาฝาแฝดของพวกเขาบริสุทธิ์ทั้งนั้น เพราะบิดามารดาสอนให้รักนวลสงวนตัว เป็นเด็กดีเรียบร้อยอยู่ในกรอบมาตลอด พอมาเจอพวกเขาสองคนก็เลยหลุดกรอบเพราะโดนความหวานและมารยาชายตามประสาคนเจ้าชู้กล่อมเสียอยู่หมัด เลยตกหลุมของสองหนุ่มขึ้นมาไม่ได้
ผู้ชายเจ้าชู้ปากหวานจึงมักจะได้ใจผู้หญิงไปก่อนผู้ชายขี้อายเอาแต่เก็บงำเอาไว้ แต่โชคดีที่สองหนุ่มเพื่อนรัก ถึงแม้จะเจ้าชู้ แต่ก็เป็นเพียงแค่เคย อดีตใช่ แต่ปัจจุบันรักเมียรักลูกไม่ไปผูกใจกับใครที่ไหนอีก
“แล้วยังไงล่ะไอ้นี่”
“ก็ผู้หญิงบริสุทธิ์ มันก็ตื่นเต้นน่ะสิ ให้เราสอนทุกอย่าง ตามใจเรา แล้วก็ภูมิใจด้วยที่ได้เป็นคนแรกของเธอ”
“ผู้ชายนี่ยังไง” นิดาหัวเราะคิกเมื่อได้ยินภัทรศักดิ์พูดเช่นนั้น
“นิอย่าเพิ่งขำสิ ถ้าหาเวอร์จิ้นไม่ได้ แต่เธอเป็นคนดี เหมาะจะเป็นแม่ของลูกได้ก็ดีไปอีกแบบ รู้งานไม่ต้องสอนมาก ผู้ชายไม่เอาอะไรมากหรอกนะ แค่เรื่องบนเตียงเข้ากันได้”
“ทำอาหารไม่เก่งก็ไม่เป็นไรจริงๆ ดูอย่างไอ้เพลิงมันสอนหนูดาวทำอาหารทุกวันจนท้องโย้หัวปีท้ายปี” ทุกคนปล่อยหัวเราะก๊ากออกมาเมื่อได้ยินประโยคเด็ดของภัทรศักดิ์
“นั่งอยู่ดีๆ เข้าไปอยู่ในหัวข้อสนทนาได้ยังไงวะนี่” เพลิงตะวันสะดุ้งเมื่อภัทรศักดิ์พาดพึงถึง
“สรุปว่าเซ็กซ์มาก่อนเวอร์จิ้นไม่เวอร์จิ้น” นิดาสรุปแล้วหัวเราะคิก เมื่อหนุ่มๆ ดูเหมือนจะนิ่งไปเหมือนเป็นการยอมรับ
“อย่างอื่นมันก็ตามมาด้วยแหละ ความเข้ากันได้ คุยกันรู้เรื่อง ความเป็นคนดี” เพลิงตะวันเสริม
“ฉันว่าแกเข้ากับหนูดาวได้ดีแหละ เข้าทุกที่ทุกเวลา” ภัทรศักดิ์จอมทะลึ่งพูดแล้วหัวเราะก๊าก เมื่อเห็นเพลิงตะวันหน้าแดง ตวัดสายตามามอง
“ไอ้ภัทร แกก็เข้านั่นแหละ ไม่งั้นจะมีลูกแฝดเหรอ” เพลิงตะวันสวนกลับทันควัน ก่อนจะเลิกคุยเรื่องทะลึ่งใต้สะดือเพราะจิรดายกจานบาร์บีคิวและอาหารมาเสิร์ฟพร้อมหนุ่มๆ โดยสาวใช้จะคอยช่วยเหลือเรื่องอื่นๆ ตามแต่เจ้านายจะสั่ง แต่จะไม่มายุ่มย่ามความเป็นส่วนตัวที่โต๊ะอาหารและเรื่องดื่มกินของเจ้านาย
“จิ๊นั่งกินอะไรได้แล้วลูก อาหารเต็มโต๊ะเลย ตรงนั้นก็ได้ใกล้อาวิชญ์” เพราะที่นั่งเต็มหมด ไม่มีที่ว่างนอกจากเก้าอี้ข้างๆ วิชญ์ สาวน้อยจึงต้องนั่งตรงนั้น รู้สึกเกร็งอยู่มากเพราะคนที่นั่งใกล้ๆ แสดงสีหน้าเรียบเฉย แถมหน้าบึ้งยังกะไม่อยากให้เธอนั่งใกล้ๆ อย่างนั้นแหละ
“น้องจิ๊กินเยอะๆ นะครับ พี่ยังไม่เห็นน้องจิ๊กินอะไรเลย” ไตรคุณตักอาหารให้สาวน้อยอย่างเอาใจเพราะนั่งอยู่ข้างๆ อีกด้าน
“ขอบคุณค่ะ” จิรดากล่าวขอบคุณแอบจะเหลือบมองคนที่นั่งดื่มอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ กลิ่นกายของเขาทำไมหอมยั่วยวนจมูกเธอนักก็ไม่รู้ หลายครั้งที่แขนของเธอสัมผัสกับเขาโดยบังเอิญ มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นมาประทะจนเธอเกิดความรู้สึกแปลบๆ ใจสั่นแปลกๆ
“น้องจิ๊ชิมอันนี้สิครับ อร่อยมากๆ เลย” ธนาที่นั่งอยู่ตรงข้ามรีบตักอาหารเอาใจเช่นกัน สองหนุ่มมองสาวน้อยหน้าหวานตาเยิ้ม จนจิรดาอึดอัดมากกว่าจะขัดเขิน เธอไม่เคยเขินผู้ชาย แต่อึดอัดมากกว่า หากโดนรุกมากๆ ก็จะหนีไปไกลๆ เสียไม่รู้เป็นอะไร ทำไมถึงอึดอัดเมื่อโดนผู้ชายเกี้ยว
“ขอบคุณค่ะ” จิรดากล่าวขอบคุณทำท่าจะตักอาหารเข้าปาก แต่เธอต้องอ้าปากค้าง!!!
“อืม... อร่อยจริงๆ ด้วย” วิชญ์ตักผักทอดที่ธนาตักให้จิรดามาชิมหน้าตาเฉย
จิรดาได้แต่มองตาม ก่อนจะหุบปากฉับเหลือบมองผู้ใหญ่ ก็เห็นทุกคนสนใจกับการกินและคุยกัน
เฮ้ย! ทำไมโลกนี้เหมือนมีเรากับอาวิชญ์สองคนล่ะนี่ พี่ธนากับพี่ไตรก็หันไปสนใจพูดคุยเรื่องธุรกิจและเรียนต่อกับผู้ใหญ่คนอื่นๆ แล้วอาวิชญ์มาแย่งผักทอดในจานเราทำไม นิสัยไม่ดี ชิ! ตาแก่ตะกละ
“ทำไมต้องทำหน้าบึ้งด้วยคะอาวิชญ์” ในเมื่อไม่มีใครสนใจ จิรดาเลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามคนนั่งใกล้ๆ เธอรวบรวมจิตใจแทบจะกลั้นใจถามเลยก็ว่าได้ แต่เสียงที่ถามเบานักเพราะเกรงคนข้างๆ จะได้ยิน
“หน้าตาอาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” วิชญ์ตอบหน้าตาย
“อาวิชญ์ไม่ยิ้มก็ไม่เห็นจะต้องหน้าบึ้งนี่คะ” จิรดาหันมาคุยกับเขาจริงจัง ยิ่งคนรอบข้างไม่สนทำให้เธอลืมไปชั่วขณะว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย
ปรับความเข้าใจกันได้ วิชญ์ก็พาภรรยากลับบ้าน พร้อมกับการต้อนรับที่ดีของครอบครัว จิรดายิ้มเขินอยู่ได้ไม่นาน ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็ท้องลูกคนที่สองสมใจวิชญ์ที่ตั้งใจมากๆ ในช่วงฮันนีมูนสิบวันสิบคืน......ตอนพิเศษ 1...เสียงหัวเราะจากริมหาดทรายสีขาวของบ้านพักหลังใหญ่อบอวลไปด้วยความสุข เพื่อนซี้ทั้งห้าคน พร้อมด้วยภรรยาเดินทางมาสังสรรค์กันที่บ้านพักของวิชญ์ที่ภูเก็ต กลิ่นอาหารทะเลหอมอบอวลพร้อมกับเสียงพูดคุยที่ดังอย่างต่อเนื่อง“นี่ถ้าแกไม่พูดออกมาเอง ฉันไม่รู้นะโว้ยว่าแกอยากกินตับยัยจิ๊ตั้งแต่เด็ก” ภัทรศักดิ์พูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนๆ ตอนนี้ทุกคนมีภรรยาและลูกกันแล้ว ไม่มีใครโสดสักคน“ที่สำคัญแกแน่มากเลยว่ะไอ้วิชญ์ ขนาดไอ้กีกับนิส่งผู้หญิงไปยั่ว แกไม่ยอมตบะแตก” กรวิกเอ่ยชมเพื่อนจากใจจริง“ถ้าเป็นแก แกตบะแตกเหรอไงวะ ที่นิเลือกมาเนื้อนมไข่ทั้งนั้นเลย” ภัทรศักดิ์แซวกรวิกวิชญ์เองก็เพิ่งรู้เรื่องที่กีรติและนิดาส่งผู้หญิงมาทดสอบใจเขาหลังจากแต่งงานไม่ได้เท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ทำให้จิรดายิ่งมั่นใจในตัวเขามากขึ้น แต่ตอนนั้นแผนของเพื่อนมันแนบเนียนมาก เขาไม่รู้เลยว่าลูกค้าผู้หญิงของโ
“ค่ะอาวิชญ์ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จิ๊อยากอยู่กับอาวิชญ์ ไม่ไปไหน”“อาก็เหมือนกัน แต่งงานกันซะทีนะจิ๊ อาแทบอดใจรอไม่ไหว” เขาลุกขึ้นนั่ง หอมแก้มสาวบางเบา มองสบตาเธออย่างเสน่หา ก่อนจะกักกอดร่างบางเอาไว้แนบอก“อาดีใจที่สุดที่จิ๊ท้อง เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” เขาวางมือที่หน้าท้องของเธอลูบไล้เบาๆ“จิ๊ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ตอนที่คุณหมอบอกจิ๊กำลังจะเป็นแม่คน” เธอวางมือบนหลังมือของเขาให้เขาลูบไล้เบาๆ ที่หน้าท้องนูน หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างอบอุ่นวิชญ์จุมพิตที่เปลือกตาสองข้างของภรรยา กอดเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเปี่ยมสุข...บทส่งท้ายงานแต่งงานของวิชญ์กับจิรดาจัดขึ้นแบบธรรมเนียมจีน เนื่องจากครอบครัวของจิรดามีเชื้อสายจีนทั้งทางพ่อและทางแม่ แต่นิดาไม่ได้ให้ลูกๆ เรียกว่าป๊าม๊าเหมือนครอบครัวอื่น เพราะมารดาของนิดาและกีรติไม่ได้มีเชื้อสายจีน แต่เป็นลูกผสมไปทางยุโรปที่มีสายเลือดไทยอยู่ด้วยบรรยากาศของงานอบอวลไปด้วยความสุข ญาติๆ ของทั้งสองครอบครัวได้มารวมตัวกันคับคั่ง อีกทั้งเพื่อนๆ ที่สนิทๆ มาช่วยงานอย่างแข็งขัน จนงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเหล่าพนักงานต่างกล่าวขอโทษจิรดากันใหญ่หลังจากมาช่วยงานแต่งแ
“พวกคุณเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉาน ผมคิดว่าน่าจะมีวิจารณญาณมากกว่านี้ ไม่ใช่พูดจาพร่ำเพรื่อไร้สาระ ไม่ใช่เรื่องจริงก็เอามาพูดกันเป็นตุเป็นตะ ทำให้คนอื่นเสียหาย ทุกข์ใจ อยู่ในสังคมไม่ได้ พวกคุณไม่มีจิตสำนึกของการคิดก่อนที่จะพูดบ้างหรือยังไงกัน แล้วถ้ากลับกันล่ะ คุณไม่ได้ทำความผิด แล้วมีคนมากล่าวหาคุณ พูดจาเป็นตุเป็นตะน่าเชื่อถือ ให้ข่าวลือแพร่สะบัดไปต่างๆ นานา ทั้งๆ ที่คุณไม่ได้ทำ แต่ทุกคนเชื่อว่าคุณทำความผิดนั้นไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครสนใจจะถามคุณสักคำว่าคุณทำจริงหรือเปล่า หรือพอคุณพูดไปก็หาว่าแก้ตัว คุณจะรู้สึกยังไงบ้าง” ทุกคนเงียบกริบ ได้แต่เม้มปากสำนึกผิดจริงๆ“เกิดมาเป็นมนุษย์เขาบอกว่าประเสริฐกว่าสัตว์ ผมอยากจะให้พวกคุณใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนรับฟังอะไร เรื่องบางเรื่องอาจจะน่าเชื่อถือ อาจจะน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงก็อย่าเพิ่งเชื่อ เรื่องบางเรื่องโกหกเขาเอามาสร้างให้เป็นเรื่องจริงคนก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ แต่นี่เรื่องไร้สาระที่ได้ยินมาผิดๆ เอามาเล่า พูดสาดเสียเทเสีย ใส่สีตีไข่เอามันเอาสนุก ถ้าผมมีพนักงานแบบนี้อยู่ในโรงแรม ผมคงต้องพิจารณาเป็นพิเศษว่า... จะยังจ้างพวกคุณอยู่อ
“ขอบใจมากจ้ะชัย จิ๊ไม่ได้เป็นอะไร แค่วูบๆ หน้ามืดน่ะจ้ะ” จิรดารีบกล่าวขอบใจ เบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างสุภาพ เขาเป็นนักศึกษาฝึกงานต่างมหาวิทยาลัยคล้ายๆ กับเธอ“แน่ใจนะจิ๊ เราเห็นเธอหน้าซีดมาก หมู่นี้ก็ไม่สบายบ่อยด้วย”“ชัยรู้ได้ยังไงว่าจิ๊ไม่สบายบ่อย” จิรดาถามอย่างแปลกใจ สูดยาดมติดๆ กันเพราะรู้สึกตาลายหนักขึ้นไปอีก“ก็ชัยแอบชอบจิ๊ไง ชัยก็เลยสนใจเรื่องของจิ๊ทุกเรื่อง” ธวัชชัยคิดว่าจวนจะฝึกงานเสร็จแล้ว เขาอยากสานความสัมพันธ์กับหญิงสาวต่อหลังจากนี้ เธอมีผู้ชายมากหน้าหลายตาหมายปอง อันนี้เขารู้เพราะได้ยินหลายคนพูดถึงเธอ แต่หญิงสาวไม่เปิดใจรับใคร หรือให้ความสนิทสนมกับใคร ผู้ชายทุกคนจึงยังมีความหวัง รวมถึงเขาด้วย“คือว่าจิ๊...” จิรดาอึกอักพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม เธอรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนอีกรอบ“จิ๊รับชัยไว้พิจารณาหน่อยนะครับ เฮ้ย!” ธวัชชัยร้องอย่างตกใจเมื่อหญิงสาวอาเจียนใส่เขาเต็มๆ“อุ๊บ แหวะ!” จิรดาอาเจียนออกมาเต็มๆ เลอะเสื้อของชายหนุ่มจนหมด เธอรีบขอโทษขอโพย พอลุกขึ้นก็หน้ามืด เป็นลมไปอีกรอบคราวนี้เรื่องใหญ่เพราะธวัชชัยทั้งตกใจ และมีพนักงานโรงแรมคนอื่นมาเห็
“อืม...” วิชญ์ก้มลงไปบดปากกับริมฝีปากสวยหวาน เขาดูดลิ้นเชยชิมรสชาติคุ้นเคยที่น่าอภิรมย์ด้วยความชำนาญในเพลงรักจิรดาเสียวซ่านทั้งโดนดูดปาก ทั้งแก่นกายใหญ่ที่เสียดสีผลักดันเข้ามาในกายจนถูไถกับเม็ดมณีแดงฉ่ำสั่นระริก เนินสาวเปียกลู่ด้วยหยาดน้ำหวานจนเส้นไหมสีอ่อนหวานแนบชิดกับนวลเนื้อยุ่งเหยิง ปลายถันถูกมือหนาขยำสลับกับริมฝีปากที่ดูดดึงก่อเกิดความเสียวซ่าน จนเธอต้องเผยอปากร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์อย่างต่อเนื่องวิชญ์วนเวียนริมฝีปากจากอกขึ้นไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นและกวาดตวัดเข้าไปในโพรงปากอุ่มนุ่ม ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาสาวน้อยโต้ตอบ ตวัดลิ้นนุ่มไปรับกับลิ้นสากร้อนของเขาอย่างไม่รู้ตัว เธอหายใจหอบหนักถี่ขึ้น เนื้อตัวอ่อนแรงแทบทรุดแต่เขาพยุงเอาไว้เพื่อสอดกระแทกกายในร่างเธออย่างต่อเนื่องเสียงเนื้อกายกระทบกันลั่นห้องน้ำพร้อมกับเสียงหยาดน้ำหวานที่ไหลซึมออกมาชโลมแก่นกายชายก้องหูจนกายชายหญิงร้อนผ่าว“อา...” จิรดาร้องไม่เป็นภาษา เต้าอวบอิ่มสั่นไหวไปตามแรงกดบีบเคล้นของอุ้งมือใหญ่ เขาและเธอยังคงบดปากแลกลิ้นไม่หยุดหย่อน เพื่อเร่งเร้าอารมณ์กระสันซ่านให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้งที่เธอต้องเอียง
จิรดาตะครุบมือเอาไว้ หัวเราะคิกๆ ด้วยความจั๊กจี้ แต่ยังแข็งใจปรามเขาเอาไว้เพราะสายมากแล้ว“พอแล้วค่ะอาวิชญ์ สายแล้วนะคะ”“สายก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ วันนี้วันหยุด”“แต่หนูวิ”“หนูวิเหรอครับ มีคนดูแลแล้ว” เขาไม่ได้บอกว่าอดีตพ่อตามารับไปเล่นที่บ้านเพราะตายายคิดถึงหลานสาว“หือ... เจ้าเล่ห์” เธอเบี่ยงหลบแต่ไม่พ้น เนื่องจากโดนกักเอาไว้ใต้ร่าง“อาหิว” เขากระซิบอ้อนที่ริมหู“จิ๊ก็หิวเหมือนกันค่ะอาวิชญ์ งั้นต้องลุกได้แล้วค่ะ จะได้ไปทำอาหารกินกัน” เธอรีบหาทางเอาตัวรอด แต่สายตาวิบวับนั้นทำให้จิรดาเข่าอ่อน แทบหนีลงจากเตียงไม่ไหว“อากินจิ๊ จิ๊กินอา เราจะได้อิ่มเสมอกัน”“หือ... ไม่เอาแล้วค่ะ เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว” เธอส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่ง แต่ในสายตาของเขาช่างแสนเซ็กซี่นัก“งั้นไปอาบน้ำกันครับที่รัก จะได้หายเหนื่อย กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกรอบ”“ก็ดีค่ะ งั้นจิ๊ขออาบก่อนนะคะ”“อาบพร้อมกันดีกว่าครับจิ๊ จะได้ประหยัดเวลา”“อือ... อาวิชญ์เจ้าเล่ห์อีกแล้ว ถ้าอาบน้ำพร้อมกันไม่ใช่จะประหยัดเวลาน่ะสิคะ จะยิ่งเสียเวลา”“คิดอะไรอยู่นี่เด็กหื่น อายังไม่ทันได้ทำอะไร ก็คิดไปไกลซะแล้ว เอ... เราจะทำอะไรกันดี”“หือ... ไม่



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



