تسجيل الدخولหึ! เขาไม่มีวันยอมเป็นมดแดงตลอดชีวิตเด็ดขาด เขานี่ต้องเป็นนายพรานล่าสมันน้อยจับกินเนื้ออย่างแสนอร่อยสิ
หึ! แล้วนั่นดูสิ เป็นพ่อแม่ประสาอะไรปล่อยให้ลูกสาวแสนสวยเข้าใกล้ผู้ชาย กีรติกับนิดาบ้าไปแล้ว สงสัยเขาคงต้องเตือนสติเสียหน่อย
วิชญ์ไม่รู้ตัวว่ากำลังแสดงอาการออกมามากมายแค่ไหน เพราะเมื่อก่อนกีรติและนิดาไม่เคยสนับสนุนให้จิรดามีแฟน เขาเดินอาดๆ เข้าไปหากีรติและนิดา เพื่อเอ่ยเตือนสติ ว่าอย่าปล่อยให้จิรดาอยู่กับผู้ชายอย่างใกล้ชิดเช่นนี้มันไม่งาม โดยลืมนึกไปว่า พ่อแม่เค้ายังไม่ว่า แล้วนายเป็นใครกัน ยุ่งอะไรด้วย!!!
“ไอ้กีนายดูสิ หลานๆ ของไอ้ภัทรกับไอ้กรกำลังจีบจิ๊อยู่นะ”
“จีบจริงก็ดีสิ” กีรติตอบยิ้มๆ
วิชญ์ได้ฟังคำตอบถึงกับสะดุ้ง
“เฮ้ย! แกไม่หวงลูกเลยเหรอไง”
“ห่วงแต่ไม่หวง ถ้ามีผู้ชายดีๆ มาทอดสะพานให้ยัยจิ๊ เราก็พร้อมสนับสนุนให้ลูกศึกษาดูใจ” นิดาเป็นคนตอบเมื่อเดินมาสมทบและได้ยินสองหนุ่มพูดคุยกันพอดี
“ได้ยังไง จิ๊ยังเรียนไม่จบ แล้วนิก็รู้ว่าไอ้ภัทรกับไอ้กรมันเจ้าชู้ หลานของมันก็คงเจ้าชู้เหมือนพวกมันนั่นแหละ” วิชญ์แทบยืนไม่ติด อยากจะเข้าไปเตะไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนักที่บังอาจมายุ่งกับสมันน้อยน่ารักของเขา
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
“ภัทรกับกรเจ้าชู้ ใช่ว่าหลานๆ จะเจ้าชู้นี่วิชญ์ อีกอย่างถึงจะเจ้าชู้แต่ถ้ารักจริงก็ไม่เห็นแปลก ดูภัทรกับกรสิเมื่อก่อนเจ้าชู้แต่พอเจอแม่ของลูก คิดว่าผู้หญิงคนนี้รักจริงก็เลิกเจ้าชู้ได้ แสดงว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง ผู้ชายแบบนี้น่าจะรับเอาไว้พิจารณา” สองสามีภรรยาเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
“เลิกเจ้าชู้ตอนนี้ แต่ต่อไปไม่แน่ ทำไมนิไม่ให้จิ๊เลือกผู้ชายที่ไม่เจ้าชู้ล่ะ” วิชญ์เอ่ยถามเพื่อนแต่สายตาแผ่รังสีอำมหิตไปยังจิรดาและหนุ่มทั้งสองที่คอยก้อล้อกอติกอยู่ใกล้ๆ สาวน้อย เพื่อย่างบาร์บีคิว ซึ่งเป็นอาหารยอดฮิตที่ทำกินกันบ่อย
“คนเราต้องดูกันไปก่อน เจ้าชู้ก็ไม่เห็นแปลก ผู้ชายก็เจ้าชู้เยอะแยะไป อนาคตไม่แน่นอน อย่าไปกำหนดกะเกณฑ์อะไรเลย มันยังมาไม่ถึง วิชญ์น่ะคิดมาก” นิดาตอบอย่างสบายๆ ไม่ได้วิตกกังวลตามคำพูดของเพื่อนรัก
“ได้ไงล่ะนิ ต้องรักจริงไปตลอดชีวิตสิ” วิชญ์ค้านคำพูดของเพื่อน
“แล้ววิชญ์จะให้นิกับกีไปหาที่ไหน ช่วยแนะนำหน่อยสิ หรือวิชญ์มีหลานๆ โพรไฟล์ดีกว่าหลานนายภัทรกับนายกร” นิดาหยอด
วิชญ์อึ้งไป ตอบในใจดังๆ ว่า
ไม่มีหลานโว้ย ก็ฉันนี่ไง แต่สิ่งที่พูดออกไป
“หลานฉันที่ไหน ไม่มีหรอก แค่อยากให้เลือกๆ หน่อย ไม่ใช่ผู้ชายหน้าไหน ประเคนลูกสาวไปให้ทุกราย”
“ประเคนที่ไหน แค่ศึกษาดูใจเท่านั้น” นิดาแก้ความคิดของเพื่อน
“เออน่าวิชญ์ ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงลูกฉัน ก็อย่างว่าละนะ ยัยจิ๊ก็เหมือนลูกหลานนาย ขอบใจนะที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ ยัยจิ๊ไปอยู่กับแกที่โน่นก็ฝากด้วยแล้วกัน”
ฉันไม่อยากได้จิรดาเป็นลูกเป็นหลานโว้ย อยากได้เป็นเมีย เอาให้ถึงที่ภูเก็ตก่อน แกได้ลูกเขยสมใจอยากแน่ หึหึ!แล้วฉันจะจัดการพ่วงหลานมาให้เลี้ยงอีกหลายๆ คน คอยดู
วิชญ์หัวเราะในใจอย่างชั่วร้าย ใบหน้าที่รื่นเริงบึ้งตึงอีกรอบ เมื่อเห็นจิรดาทำท่าจะล้ม แล้วสองหนุ่มช่วยกันประคองถึงเนื้อถึงตัว วิชญ์ยืนไม่ติดเดินอาดๆ เข้าไปแทรกกลางระหว่างชายหญิงทั้งสาม
ใบหน้าบึ้งตึงของวิชญ์ทำให้ธนาและไตรคุณถอยออกมาด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าเพื่อนของอาหนุ่มไปกินรังแตนมาจากไหน หน้าตายังกะโกรธใครมาร้อยชาติ
“ภัทรกับกรเรียกนายสองคนแน่ะ ไปสิ” พูดสั้นๆ ใบหน้าบึ้งตึงใส่สองหนุ่ม
ทำให้ธนาและไตรคุณล่าถอยจากไป จิรดารู้สึกประหม่าเมื่ออยู่กับวิชญ์สองคน ยิ่งเห็นใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้เหมือนคนไม่สบอารมณ์อะไรสักอย่างยิ่งใจเสีย
คนอะไรยิ้มก็ไม่ยิ้ม หน้าตูมอยู่ได้ หึ! ถ่ายไม่ออกมาสามวันหรือยังไงกัน
“เป็นผู้หญิงต้องรู้จักรักนวลสงวนตัวเข้าใจไหม” เขาพูดลอยๆ อบรมสั่งสอนเด็กสาวเสียงขรึมเข้ม ใบหน้ายังบึ้งตึง จนจิรดาก้มหน้างุด ไม่อยากคุยด้วย
“เรียนยังไม่ทันจบ จะรีบมีแฟนไปทำไม” เขาพูดขึ้นอีก ช่วยเธอย่างบาร์บี้คิวอย่างสบายใจเมื่อหมดคู่แข่ง
“ถ้าเขาดี จิ๊ก็ควรพิจารณาไม่ใช่เหรอคะ” ไม่รู้ทำไมจิรดาถึงพูดแบบนั้นออกไป แล้วคนที่ใบหน้าบึ้งตึงอยู่แล้ว ก็ยิ่งบึ้งตึงเข้าไปอีก วิชญ์กัดฟันกรอดๆ ไม่ชอบประโยคที่เธอตอบเขาเลย ถ้าไม่มีใครจะจับจูบสั่งสอนเสียให้เข็ด
“เป็นเด็กเป็นเล็ก ที่คิดแบบนี้ได้เพราะพ่อแม่ให้ท้ายใช่ไหม เห็นวันก่อนยังปฏิเสธเสียงแข็งอยู่เลย” โมโหโว้ย! วันก่อนปฏิเสธให้เราดีใจทำไมว่าไม่สนใจผู้ชายหน้าไหน ฮึ่ย! เครียดจัด
“จิ๊ก็ปฏิเสธไปแบบนั้นละค่ะ ถ้าโพรไฟล์ดีอย่างพี่ธนากับพี่ไตรคุณ จิ๊ก็ควรจะรับพิจารณาไม่ใช่เหรอคะ” เธอตอบประชดเขาบ้าง
อยากมาทำหน้าบึ้งใส่เธอทำไม หนีกลับปักษ์ใต้ไป ปล่อยให้เธอคิดถึงตั้งหลายวัน พอเจอหน้าก็หาเรื่อง ทำหน้าบึ้งเหมือนยักษ์ ชิ!
“ตามสบาย” วิชญ์กระแทกบาร์บีคิวลงบนจานก่อนเดินหน้าตูมจากไป จิรดาอ้าปากค้าง
อีตาแก่บ้า! ทำตัวเหมือนเป็นแฟนเค้าเลย ชิ! ทำมาพูดเหมือนหึงหวง เอาเข้าจริงไม่เห็นแสดงออกมาเลยว่าไม่อยากให้เค้ายุ่งกับผู้ชายคนอื่น แล้วมาทำให้หวั่นไหวทำไม หึหึ!
“ไอ้วิชญ์ นายเป็นอะไรวะ หน้าตูมเหมือนไม่ได้ถ่ายมาเป็นอาทิตย์” เพลิงตะวันเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเพื่อนไม่ยิ้มเลยสักนิด ปกติวิชญ์เป็นคนนิ่งๆ อยู่แล้ว และพูดน้อยเหมือนๆ กับเขา ไม่เหมือนภัทรศักดิ์และกรวิก แต่วันนี้มาแปลก เพราะปกติต้องยิ้มบ้าง ไม่ใช่หน้าตูมเหมือนโมโหใครมาสักร้อยชาติแบบนี้
“ไม่มีอะไร”
“สงสัยไอ้วิชญ์อิจฉาที่คนอื่นมีคู่กันหมด แล้วตัวเองไม่มี ขนาดหนูจิ๊ ยังมีหนุ่มๆ มาทอดสะพานให้ถึงบ้าน”
“แกสองคนพามาไม่ใช่เหรอ มาเองได้ด้วยเหรอ ถ้าไม่มีเฒ่าหัวงูพามา” วิชญ์สวนกลับ
ภัทรศักดิ์และกรวิกชะงักค้างกลางอากาศ ทุกคนอ้าปากค้างไปตามๆ กัน เสียงหัวเราะหยุดกึก เพราะไม่คิดว่าเพื่อนที่นิ่งๆ เงียบๆ อย่างวิชญ์จะปากร้ายได้ถึงขนาดนี้
“ก็หนูจิ๊น่ารักนี่หว่า ฉันก็อยากได้เป็นหลานสะใภ้” ภัทรศักดิ์ได้สติก่อนใครรีบยักไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
นิดากลั้นหัวเราะจนเจ็บกราม กีรติเอามือกุมท้องเอาไว้ กลัวเผลอปล่อยก๊ากออกมาเต็มๆ ส่วนกรวิกและเพลิงตะวันมองตากันยิ้ม จนปวดกรามไปตามๆ กัน
“พ่อแม่เขายังไม่ว่า แกเดือดร้อนอะไรวะ จิ๊โตแล้วอายุยี่สิบกว่าแล้ว บรรลุนิติภาวะแถมเรียนจะจบแล้วด้วย” กรวิกถามแล้วชะโงกหน้าไปมองสบตาเพื่อน
วิชญ์หน้าแดง ผลักหน้าเพื่อนออกห่าง ทำเป็นเคร่งขรึมเช่นเดิม เพิ่งรู้ตัวว่าหลุดมาดก็ตอนนี้เอง
“ฉันก็เปล่าว่าอะไรสักหน่อย ลูกไอ้กีกับนินี่หว่า ฉันเป็นแค่เพื่อน” ตอบกลับไปเสียงตึงตัง
ถ้าวิชญ์ใช้คำว่า ‘ไอ้’ เรียกเพื่อนแสดงว่ากำลังไม่พอใจ หนุ่มๆ ที่มีแผนการทั้งหลายมองหน้ากันอย่างรู้ใจ โดยที่วิชญ์เอาแต่หันไปมองสาวน้อยจิรดาที่มีหนุ่มๆ ไปช่วยย่างบาร์บีคิวอีกรอบ
“ต้องให้ลูกเรียนรู้ชีวิตสิวิชญ์ ต่อไปจะเผชิญกับความโหดร้ายในชีวิตได้ยังไง” นิดาพูดเนิบนาบแต่ดูจริงจังมากกว่าก่อนหน้า
“บางเรื่องเราก็สอนเค้าได้ ไม่ต้องให้เค้าไปศึกษาความโหดร้ายเองหรอก” ถึงแม้วิชญ์จะสอนให้ลูกรู้จักการใช้ชีวิต เขาคอยประคับประคองวิชุตาอยู่เสมอๆ ไม่เคยปล่อยให้ไปเผชิญชะตากรรมด้วยตัวเอง
ปรับความเข้าใจกันได้ วิชญ์ก็พาภรรยากลับบ้าน พร้อมกับการต้อนรับที่ดีของครอบครัว จิรดายิ้มเขินอยู่ได้ไม่นาน ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็ท้องลูกคนที่สองสมใจวิชญ์ที่ตั้งใจมากๆ ในช่วงฮันนีมูนสิบวันสิบคืน......ตอนพิเศษ 1...เสียงหัวเราะจากริมหาดทรายสีขาวของบ้านพักหลังใหญ่อบอวลไปด้วยความสุข เพื่อนซี้ทั้งห้าคน พร้อมด้วยภรรยาเดินทางมาสังสรรค์กันที่บ้านพักของวิชญ์ที่ภูเก็ต กลิ่นอาหารทะเลหอมอบอวลพร้อมกับเสียงพูดคุยที่ดังอย่างต่อเนื่อง“นี่ถ้าแกไม่พูดออกมาเอง ฉันไม่รู้นะโว้ยว่าแกอยากกินตับยัยจิ๊ตั้งแต่เด็ก” ภัทรศักดิ์พูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนๆ ตอนนี้ทุกคนมีภรรยาและลูกกันแล้ว ไม่มีใครโสดสักคน“ที่สำคัญแกแน่มากเลยว่ะไอ้วิชญ์ ขนาดไอ้กีกับนิส่งผู้หญิงไปยั่ว แกไม่ยอมตบะแตก” กรวิกเอ่ยชมเพื่อนจากใจจริง“ถ้าเป็นแก แกตบะแตกเหรอไงวะ ที่นิเลือกมาเนื้อนมไข่ทั้งนั้นเลย” ภัทรศักดิ์แซวกรวิกวิชญ์เองก็เพิ่งรู้เรื่องที่กีรติและนิดาส่งผู้หญิงมาทดสอบใจเขาหลังจากแต่งงานไม่ได้เท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ทำให้จิรดายิ่งมั่นใจในตัวเขามากขึ้น แต่ตอนนั้นแผนของเพื่อนมันแนบเนียนมาก เขาไม่รู้เลยว่าลูกค้าผู้หญิงของโ
“ค่ะอาวิชญ์ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จิ๊อยากอยู่กับอาวิชญ์ ไม่ไปไหน”“อาก็เหมือนกัน แต่งงานกันซะทีนะจิ๊ อาแทบอดใจรอไม่ไหว” เขาลุกขึ้นนั่ง หอมแก้มสาวบางเบา มองสบตาเธออย่างเสน่หา ก่อนจะกักกอดร่างบางเอาไว้แนบอก“อาดีใจที่สุดที่จิ๊ท้อง เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” เขาวางมือที่หน้าท้องของเธอลูบไล้เบาๆ“จิ๊ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ตอนที่คุณหมอบอกจิ๊กำลังจะเป็นแม่คน” เธอวางมือบนหลังมือของเขาให้เขาลูบไล้เบาๆ ที่หน้าท้องนูน หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างอบอุ่นวิชญ์จุมพิตที่เปลือกตาสองข้างของภรรยา กอดเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเปี่ยมสุข...บทส่งท้ายงานแต่งงานของวิชญ์กับจิรดาจัดขึ้นแบบธรรมเนียมจีน เนื่องจากครอบครัวของจิรดามีเชื้อสายจีนทั้งทางพ่อและทางแม่ แต่นิดาไม่ได้ให้ลูกๆ เรียกว่าป๊าม๊าเหมือนครอบครัวอื่น เพราะมารดาของนิดาและกีรติไม่ได้มีเชื้อสายจีน แต่เป็นลูกผสมไปทางยุโรปที่มีสายเลือดไทยอยู่ด้วยบรรยากาศของงานอบอวลไปด้วยความสุข ญาติๆ ของทั้งสองครอบครัวได้มารวมตัวกันคับคั่ง อีกทั้งเพื่อนๆ ที่สนิทๆ มาช่วยงานอย่างแข็งขัน จนงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเหล่าพนักงานต่างกล่าวขอโทษจิรดากันใหญ่หลังจากมาช่วยงานแต่งแ
“พวกคุณเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉาน ผมคิดว่าน่าจะมีวิจารณญาณมากกว่านี้ ไม่ใช่พูดจาพร่ำเพรื่อไร้สาระ ไม่ใช่เรื่องจริงก็เอามาพูดกันเป็นตุเป็นตะ ทำให้คนอื่นเสียหาย ทุกข์ใจ อยู่ในสังคมไม่ได้ พวกคุณไม่มีจิตสำนึกของการคิดก่อนที่จะพูดบ้างหรือยังไงกัน แล้วถ้ากลับกันล่ะ คุณไม่ได้ทำความผิด แล้วมีคนมากล่าวหาคุณ พูดจาเป็นตุเป็นตะน่าเชื่อถือ ให้ข่าวลือแพร่สะบัดไปต่างๆ นานา ทั้งๆ ที่คุณไม่ได้ทำ แต่ทุกคนเชื่อว่าคุณทำความผิดนั้นไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครสนใจจะถามคุณสักคำว่าคุณทำจริงหรือเปล่า หรือพอคุณพูดไปก็หาว่าแก้ตัว คุณจะรู้สึกยังไงบ้าง” ทุกคนเงียบกริบ ได้แต่เม้มปากสำนึกผิดจริงๆ“เกิดมาเป็นมนุษย์เขาบอกว่าประเสริฐกว่าสัตว์ ผมอยากจะให้พวกคุณใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนรับฟังอะไร เรื่องบางเรื่องอาจจะน่าเชื่อถือ อาจจะน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงก็อย่าเพิ่งเชื่อ เรื่องบางเรื่องโกหกเขาเอามาสร้างให้เป็นเรื่องจริงคนก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ แต่นี่เรื่องไร้สาระที่ได้ยินมาผิดๆ เอามาเล่า พูดสาดเสียเทเสีย ใส่สีตีไข่เอามันเอาสนุก ถ้าผมมีพนักงานแบบนี้อยู่ในโรงแรม ผมคงต้องพิจารณาเป็นพิเศษว่า... จะยังจ้างพวกคุณอยู่อ
“ขอบใจมากจ้ะชัย จิ๊ไม่ได้เป็นอะไร แค่วูบๆ หน้ามืดน่ะจ้ะ” จิรดารีบกล่าวขอบใจ เบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างสุภาพ เขาเป็นนักศึกษาฝึกงานต่างมหาวิทยาลัยคล้ายๆ กับเธอ“แน่ใจนะจิ๊ เราเห็นเธอหน้าซีดมาก หมู่นี้ก็ไม่สบายบ่อยด้วย”“ชัยรู้ได้ยังไงว่าจิ๊ไม่สบายบ่อย” จิรดาถามอย่างแปลกใจ สูดยาดมติดๆ กันเพราะรู้สึกตาลายหนักขึ้นไปอีก“ก็ชัยแอบชอบจิ๊ไง ชัยก็เลยสนใจเรื่องของจิ๊ทุกเรื่อง” ธวัชชัยคิดว่าจวนจะฝึกงานเสร็จแล้ว เขาอยากสานความสัมพันธ์กับหญิงสาวต่อหลังจากนี้ เธอมีผู้ชายมากหน้าหลายตาหมายปอง อันนี้เขารู้เพราะได้ยินหลายคนพูดถึงเธอ แต่หญิงสาวไม่เปิดใจรับใคร หรือให้ความสนิทสนมกับใคร ผู้ชายทุกคนจึงยังมีความหวัง รวมถึงเขาด้วย“คือว่าจิ๊...” จิรดาอึกอักพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม เธอรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนอีกรอบ“จิ๊รับชัยไว้พิจารณาหน่อยนะครับ เฮ้ย!” ธวัชชัยร้องอย่างตกใจเมื่อหญิงสาวอาเจียนใส่เขาเต็มๆ“อุ๊บ แหวะ!” จิรดาอาเจียนออกมาเต็มๆ เลอะเสื้อของชายหนุ่มจนหมด เธอรีบขอโทษขอโพย พอลุกขึ้นก็หน้ามืด เป็นลมไปอีกรอบคราวนี้เรื่องใหญ่เพราะธวัชชัยทั้งตกใจ และมีพนักงานโรงแรมคนอื่นมาเห็
“อืม...” วิชญ์ก้มลงไปบดปากกับริมฝีปากสวยหวาน เขาดูดลิ้นเชยชิมรสชาติคุ้นเคยที่น่าอภิรมย์ด้วยความชำนาญในเพลงรักจิรดาเสียวซ่านทั้งโดนดูดปาก ทั้งแก่นกายใหญ่ที่เสียดสีผลักดันเข้ามาในกายจนถูไถกับเม็ดมณีแดงฉ่ำสั่นระริก เนินสาวเปียกลู่ด้วยหยาดน้ำหวานจนเส้นไหมสีอ่อนหวานแนบชิดกับนวลเนื้อยุ่งเหยิง ปลายถันถูกมือหนาขยำสลับกับริมฝีปากที่ดูดดึงก่อเกิดความเสียวซ่าน จนเธอต้องเผยอปากร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์อย่างต่อเนื่องวิชญ์วนเวียนริมฝีปากจากอกขึ้นไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นและกวาดตวัดเข้าไปในโพรงปากอุ่มนุ่ม ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาสาวน้อยโต้ตอบ ตวัดลิ้นนุ่มไปรับกับลิ้นสากร้อนของเขาอย่างไม่รู้ตัว เธอหายใจหอบหนักถี่ขึ้น เนื้อตัวอ่อนแรงแทบทรุดแต่เขาพยุงเอาไว้เพื่อสอดกระแทกกายในร่างเธออย่างต่อเนื่องเสียงเนื้อกายกระทบกันลั่นห้องน้ำพร้อมกับเสียงหยาดน้ำหวานที่ไหลซึมออกมาชโลมแก่นกายชายก้องหูจนกายชายหญิงร้อนผ่าว“อา...” จิรดาร้องไม่เป็นภาษา เต้าอวบอิ่มสั่นไหวไปตามแรงกดบีบเคล้นของอุ้งมือใหญ่ เขาและเธอยังคงบดปากแลกลิ้นไม่หยุดหย่อน เพื่อเร่งเร้าอารมณ์กระสันซ่านให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้งที่เธอต้องเอียง
จิรดาตะครุบมือเอาไว้ หัวเราะคิกๆ ด้วยความจั๊กจี้ แต่ยังแข็งใจปรามเขาเอาไว้เพราะสายมากแล้ว“พอแล้วค่ะอาวิชญ์ สายแล้วนะคะ”“สายก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ วันนี้วันหยุด”“แต่หนูวิ”“หนูวิเหรอครับ มีคนดูแลแล้ว” เขาไม่ได้บอกว่าอดีตพ่อตามารับไปเล่นที่บ้านเพราะตายายคิดถึงหลานสาว“หือ... เจ้าเล่ห์” เธอเบี่ยงหลบแต่ไม่พ้น เนื่องจากโดนกักเอาไว้ใต้ร่าง“อาหิว” เขากระซิบอ้อนที่ริมหู“จิ๊ก็หิวเหมือนกันค่ะอาวิชญ์ งั้นต้องลุกได้แล้วค่ะ จะได้ไปทำอาหารกินกัน” เธอรีบหาทางเอาตัวรอด แต่สายตาวิบวับนั้นทำให้จิรดาเข่าอ่อน แทบหนีลงจากเตียงไม่ไหว“อากินจิ๊ จิ๊กินอา เราจะได้อิ่มเสมอกัน”“หือ... ไม่เอาแล้วค่ะ เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว” เธอส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่ง แต่ในสายตาของเขาช่างแสนเซ็กซี่นัก“งั้นไปอาบน้ำกันครับที่รัก จะได้หายเหนื่อย กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกรอบ”“ก็ดีค่ะ งั้นจิ๊ขออาบก่อนนะคะ”“อาบพร้อมกันดีกว่าครับจิ๊ จะได้ประหยัดเวลา”“อือ... อาวิชญ์เจ้าเล่ห์อีกแล้ว ถ้าอาบน้ำพร้อมกันไม่ใช่จะประหยัดเวลาน่ะสิคะ จะยิ่งเสียเวลา”“คิดอะไรอยู่นี่เด็กหื่น อายังไม่ทันได้ทำอะไร ก็คิดไปไกลซะแล้ว เอ... เราจะทำอะไรกันดี”“หือ... ไม่







