LOGIN“จำละครเรื่องนั้นได้หรือเปล่า ไอ้เล่ห์ร้งเล่ห์ร้ายอะไรที่แกชวนฉันดู ตอนที่ยายตัวร้ายกับแฟนวางแผนวางยาในแก้วน้ำให้นางเอกกินแล้วก็จับแก้ผ้าถ่ายรูปเอาไว้แบลกเมย์เรียกเอาเงินนะ”
เมษาถามกานพลู จำได้ว่าตอนที่ดูละครเรื่องนั้น เธอทั้งโกรธและเกลียดตัวร้ายกับแฟนมาก ที่ทำร้ายผู้หญิงแสนดีแสนดีและน่ารักอย่างนางเอกที่เธอจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นคนแสดง
“ฉันว่ามันน่าจะใช้ได้นะกาน เราหาใครสักคนที่ไว้ใจได้ มาทำทีว่ามีความสัมพันธ์กับมีนา ถ่ายรูปตอนที่มีนาและผู้ชายคนนั้นกอดจูบกันอยู่ในห้องเอาไว้” เพียงแค่คิดว่าตอนนี้เธอมีแผนการเอาคืนมีนาได้ เมษาก็ยิ้มกริ่มดวงตาเป็นประกาย “ถ้าให้ดีนะกาน เราก็วางแผนให้พี่บีมาเห็นด้วย แกเห็นว่าไงบ้างเพื่อน แผนที่ฉันคิดดีหรือเปล่า”
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เบนนิโต้ก็จะได้เห็นตัวจริงของมีนาเสียที แล้วเขาก็จะเข้าใจในตัวเธอและให้โอกาสเธอพิสูจน์ว่าสิ่งที่รู้เกี่ยวกับเธอนั้นมันไม่มีสิ่งใดเป็นความจริงแม้แต่นิดเดียว
เมษาถามเพื่อนโดยไม่ทันเอะใจว่ากานพลูไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอบอกเลยสักนิด
“กาน...กาน...แกมองอะไรนะ ทำไมไม่ฟังฉันเลย” เมษามองตามมือกานพลูชี้ไปที่รถคันหนึ่ง
“เฮ้ย! นั่นมันรถพี่บีนี่น่า แกขับตามไปเลยกาน” เมษาชี้มือชี้ไม้ไปที่รถและกระตุ้นให้กานพลูขับรถตามอย่างรวดเร็ว ซึ่งเพื่อนรักก็ขับรถตามได้อย่างรวดเร็วทันใจเช่นกัน
“นายครับ ผมว่ามีรถตามเรามาครับ”
คาร์เมนบอกเบนนิโต้ที่ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากก้มหน้าก้มตาดื่มกินน้ำหวานจากปากอวบอิ่มของศรีอัปสร ม่ายสาววัยสามสิบปีที่แม้จะอายุมากแล้วแต่ยังคงความสาวความสวยไว้อย่างดี จนเป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หลายต่อหลายคน แต่เธอก็มาตกลงมีความสัมพันธ์แบบชั่วครั้งชั่วคราวกับนายของเขา
“แน่ใจนะคาร์เมน รถคันนั้นตามเรามา” เบนนิโต้ถามย้ำเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง แต่ยังไม่ยอมละปากจากซอกคอหอมนุ่มของคู่นอนชั่วคราวที่เขาติดใจลีลายั่วยวนอารมณ์จนต้องโทรเรียกมาบริการปลดปล่อยอารมณ์ให้
“ครับนาย ผมมองหลายครั้งแล้ว เห็นขับตามเรามาได้สักครู่ใหญ่แล้วครับ”
เบนนิโต้ละสายตาจากคอเนียนนุ่มขึ้นไปมองตามคำพูดของคาร์เมน “รถเต่าสีชมพูนั่นใช่ไหมคาร์เมน” ชายหนุ่มถามก่อนจะก้มลงหาความหวานจากปากศรีอัปสรต่ออย่างไม่สนใจเพราะรู้ว่ายังไงซะคาร์เมนก็จัดการได้
“ครับนาย” คาร์เมนตอบรับอย่างเย็นชาไร้ความรู้สึก
“อัปสรจ๋า วันนี้เราเปลี่ยนโปรแกรมไปร้านอาหารเรือนรัก ดินเนอร์ท่ามกลางแสงเทียนในโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ผมเพิ่มจะเทคโอเวอร์ได้กันดีกว่านะ”
เบนนิโต้เอ่ยเสียงหวานกับศรีอัปสร โดยไม่ยอมละจากอกอวบเต่งตึงที่ชูชันเพราะฝีมือเขา แม้จะผ่านการมีสามีมาแล้วแต่ศรีอัปสรยังคงรักษารูปร่างให้เต่งตึงด้วยการฝึกโยคะและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
“แล้วแต่คุณซิคะฮันนี่” ศรีอัปสรตอบกลับน้ำเสียงแหบพร่า เนื้อตัวอ่อนระทวยเหมือนขี้ผึ้งโดนไฟลนเพราะฤทธิ์ปากและมือเบนนิโต้ที่โจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง แม้กระทั่งในรถก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หายใจหายคอ หญิงสาวจิกทึ้งเส้นผมหนานุ่มระบายความเสียวซ่านและรัญจวน
“ขับรถไปโรงแรมฟ้าดารานะคาร์เมน เราจะล่อมันไปที่นั่น ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นใคร ถึงกล้ามาหาญต่อกรเล่นกับเบนนิโต้ ริชชี่” ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงดุกร้าว ดวงตาวาววาบขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติ
“ครับนาย” คาร์เมนรับคำ ก่อนจะเลี้ยวรถมุ่งไปโรงแรมฟ้าดารา สายตาเหลือบมองรถเต่าสีชมพูที่ยังขับตามเขาและเบนนิโต้ไม่ลดละเช่นกัน สายตาคาร์เมนเปล่งประกายแข็งกร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว ถ้าหากสองสาวได้มาเห็น คงจะต้องกลัวจนตัวสั่น ชายหนุ่มหักหัวรถเลี้ยวเข้าจอดบริเวณโรงรถสำหรับผู้บริหารโรงแรมฟ้าดารา ที่เบนนิโต้พึ่งจะเทคโอเวอร์มายังไม่ทันจะถึงสามเดือนดี
เบนนิโต้คล้องแขนศรีอัปสรเดินเข้าไปในโรงแรม ปล่อยให้คาร์เมนเฝ้ารอดูคนที่ริอ่านขับรถตามโต้มาอย่างไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง จะต้องเจอกับสิ่งใด หรือไม่คงอยากจะหาที่ตายเร็วๆ ถึงกล้ามายุ่งกับพวกเขา
รถเต่าสีชมพูเลี้ยวตามรถเก๋งของเบนนิโต้มาหยุดจอดหน้าโรงแรมและปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งก้าวลงจากรถก่อนที่คนขับจะวนหาที่จอด
คาร์เมนจ้องมองร่างสูงโปร่งคุ้นตาก้าวเดินอย่างมั่นใจ ไม่เหลียวซ้ายแลขวามุ่งเข้าสู่ประตูด้านหนึ่งของห้องอาหารที่เบนนิโต้พาศรีอัปสรเข้าไปเมื่อสักครู่ ชายหนุ่มรีบเดินไปดักหน้าเมษาที่ปรายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่ชอบใจ ใบหน้านวลผุดผาดบึ้งตึง ดวงตากลมโตแดงก่ำอย่างที่บอกให้รู้ว่าทั้งโกรธและไม่พอใจอย่างรุนแรง
“สวัสดีคาร์เมน พี่บีอยู่ข้างในใช่ไหม” หญิงสาวถามเสียงหวานใส เธออย่างสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่เพราะสายตาดูถูกของชายตรงหน้า หญิงสาวยกสองมือขึ้นกอดอก ยืนแยกเท้ามองคาร์เมนตาเขียวเข้ม พร้อมแยกเขี้ยวใส่ชายหนุ่มที่ยืนมองอย่างไม่สะทกสะท้านและเกรงกลัว
คาร์เมนมองหญิงสาวตรงหน้า คิ้วเข้มเลิกขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ ปกติแล้วเขาเห็นเมษาแต่งตัวแบบง่ายๆ สบายๆ แค่เสื้อยืดและกางเกงยีนขาดๆ รองเท้าผ้าใบกระด่างกระดำ หน้าตาก็ไม่เคยจะแต่งแต่ หากคราวนี้...ชายหนุ่มบอกตรงๆ ว่าเขาแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เมษาอยู่ในชุดแซกสีฟ้า ยาวถึงเข่า วงหน้ารูปไข่ตกแต่งอย่างประณีตและสวยงาม ริมเคลือบลิปติกสีชมพูมันวาว พวงแก้มเป็นสีชมพูรับกับริมฝีปาก ผมที่เคยปล่อยยาวกลับถักเป็นเส้นเล็กๆ และรวบขึ้นไปม้วนไว้บนศีรษะ ดูแล้วน่ารักไม่น้อย
เมษาในวันนี้กลายเป็นสาวสวยและสดใสต่างจากที่เขาเคยเห็นลิบลับ แต่ถึงข้างนอกจะตกแต่งอย่างสวยงามเพียงใด ข้างในก็ยังคงเป็นหญิงปากร้ายนิสัยเสีย ไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้งเมษาจะต้องพูดจากด่าว่าเขาเสียๆ หายๆ และชอบทำร้ายร่างกายเขาทีเผลออยู่เสมอ
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
“เร็วๆ หน่อยซิคะพี่ต้น เดี๋ยวยายปีศาจนี่ก็ตื่นขึ้นมาหรอก” เมษาเอ่ยด้วยความรำคาญใจ เมื่อต้นรักษ์ทำอะไรชักช้าและงุ่มง่าม เธอวางกล้องถ่ายรูปในมือไว้ปลายเตียงนอนแล้วเดินไปดึงแขนชายหนุ่มให้ถอยห่างแล้วก็หันไปทำการปลดกระดุมเสื้อและดึงมันออกจากร่างมีนาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวกำลังตัดสินใจว่าจะดึงเสื้อชั้นในตัว
กานพลูถามอย่างเป็นกังวลและคิดหนักกับแผนการที่ได้ฟังมา ถ้าแผนสำเร็จก็ไม่เป็นไร ยิ่งได้เห็นได้พบเจอตัวจริงๆ ของคาร์เมน เธอก็ว่าน่ากลัวจะตาย ถ้าเป็นเบนนิโต้ล่ะ โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแผนไม่สำเร็จ เธอกับเมษาจะโดนอะไรบ้างแล้ว นี่เพื่อนรักถึงกับวางแผนทำร้ายยายปีศาจแฟนสาวสุดที่รักของเบนนิโต้อีก มีหวังเ
แม้ปากบอกว่าไม่เชื่อคำโป้ปดมดเท็จของเมษา แต่เพราะเธอรู้ถึงกิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของเบนนิโต้ดี จึงได้ตัดสินใจมายังสถานที่ซึ่งเมษาบอกมีนาเดินครุ่นคิดไปตลอดทาง เมษาจะมีแผนการอะไรหรือเปล่า มันมีอะไรบางอย่างทำให้เธอฉุกใจ ไม่ควรไว้ใจเมษา เธอยังมาคนเดียวด้วย ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นละ ใครจะช่วยเหลือให้รอดปลอ
“ใช่ค่ะ ไหนเลยน้องเมย์จะดีเลิศประเสริฐศรีเท่ามีนาล่ะ ที่ยังรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ให้กับคนโง่แต่อวดตัวว่าฉลาดอย่างพี่บีที่มองไม่เห็น ไหนเพชรไหนก้อนกรวด” เมษาประชดให้และอยากจะให้ชายหนุ่มเห็นเหมือนที่เธอเห็น มีนาหายไปกลางคืนบ่อยๆ แล้วก็กลับเข้าบ้านมาอีกทีในตอนเช้าด้วยสภาพที่บ่งบอกให้ดูว่าไปทำอะไ





![คลั่งรักยัยลูกหนี้ [Black List]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

