LOGIN“คาร์เมน” เบนนิโต้เงยหน้าจากโน๊ตบุ๊คตัวเล็ก ร้องเรียกที่เป็นทั้งเพื่อนและบอร์ดี้การ์ดคู่ใจ ชายหนุ่มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเมื่อยล้า เขานั่งเคลียร์งานตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็บ่าย ตอนนี้เลยเหนื่อยและเพลีย อยากจะได้ใครสักคนมาช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่เกิดและคนที่เขานึกถึงในตอนนี้ก็คือศรีอัปสร ม่ายสาววัยสามสิบปี สาวสวยใจถึงที่พร้อมจะบริการให้เขาได้มีความสุขเหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์
“ครับนาย” คนถูกเรียกขานรับ ใบหน้าเฉยชาละจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตัวเก่งที่เขาใช้ทุกครั้งเวลาที่มาทำงานที่นี่ ชายหนุ่มมองหน้าผู้เป็นนายอย่างรู้ดีว่าคงจะเหนื่อย อยากได้ใครสักคนมาคอยนวดผ่อนคลายอารมณ์ให้
“หลังจากเคลียร์งานบ้าๆ นี่ให้เสร็จ เราสองคนมีโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า” ชายหนุ่มลุกขึ้น สอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขณะพาร่างสูงใหญ่ไปยืนที่ตรงกระจกบานแก้วและมองออกไปด้านนอก
บ้านหลังนี้พ่อและแม่สร้างขึ้นโดยให้เขาและพี่ชายออกแบบตกแต่งห้องทำงานและห้องส่วนตัวตามความชอบของแต่ละคน ด้านนอกก็ให้เขาและพี่ชายรวมไปถึงคาร์เมนและคริสเตียโนช่วยกันหาต้นไม้ใบหน้าที่แต่ละคนชอบมาปลูกไว้อย่างเป็นสัดส่วน บางต้นไม่น่าจะเข้ากันเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับดูกลมกลืนและเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
“ไม่มีครับ” คาร์เมนตอบ ก่อนจะก้มลงดูตัวเลขของบัญชีในคอมพิวเตอร์ตัวเดิม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย มันเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างมาฉุดรั้งสายตาเอาไว้ ที่เขายังบอกไม่ถูกว่ามันเป็นอะไร คงจะต้องรอให้เบนนิโต้ตรวจสอบอีกครั้งนั่นแหละ เขาถึงจะได้คำตอบที่กระจ่างชัด
“มีอะไรหรือคาร์เมน” เบนนิโต้ถามเมื่อหันมาทันได้เห็นสีหน้าคาร์เมนที่เปลี่ยนไปแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งและไร้ชีวิตชีวาเป็นเหมือนหุ่นยนต์มากกว่าคนเสียอีก จนเขาอยากจะรู้เหมือนกัน จะมีใครทำให้สีหน้าเพื่อนคนนี้เปลี่ยนแปลงไปได้บ้าง น้อยนิดก็ยังดี
ชายหนุ่มเดินไปหาเพื่อนรัก มองตัวเลขสีแดงสองสามจุดที่คาร์เมนชี้ให้ดูด้วยความสงสัย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันดวงตาเป็นประกายสีแดงวาบขึ้นมานิดหนึ่งก่อนที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นายคิดว่าไงคาร์เมน”
คาร์เมนไม่ตอบ แต่เดินไปหยุดตรงที่เบนนิโต้เดินไปดูเมื่อครู่ เขาพอจะรู้ว่าตอนนี้คนเป็นนายคิดจะทำอะไร อีกไม่นานก็จะได้รับคำตอบ ตัวเลขสีแดงที่เห็นหมายถึงอะไร
ชายหนุ่มมองต้นไม้ต้นเล็กที่เขาปลูกไว้ ที่ตอนนี้มันเติบใหญ่และปริดอกออกผลให้เขาและทุกๆ คนในบ้านได้เก็บกิน เพียงพอสำหรับเอาไปฝากคนรู้จักได้อีกด้วย แต่ก็เคยมีครั้งหนึ่งที่มีเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ มาขโมยไปขาย
จำได้ว่าครั้งนั้นเบนนิโต้เป็นคนจับได้ บทลงโทษที่เด็กๆ พวกนั้นได้รับคือการให้กินมะม่วงที่ยังไม่สุกและเปรี้ยวจนเข็ดฟันจนเด็กเหล่านั้นต้องอ้อนวอนขอร้องและบอกว่าจะไม่ขโมยอีกแล้ว เบนนิโต้ถึงได้ยอมปล่อยตัวไป แต่ชายหนุ่มก็ยังคงติดตามดูพฤติกรรมของเด็กเหล่านั้นอยู่เสมอ ให้ทุนการศึกษาและจัดหาเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนให้ตลอดทุกปี จนเดี๋ยวนี้เด็กเหล่านั้นเติบใหญ่และหันมาทำงานให้กับเบนนิโต้เป็นการตอบแทนบุญคุณ
“นายติดต่อคนของเราที่นั่น ให้เริ่มจับตาดูทุกคนและสืบหาข้อมูลด้วย”
“ครับนาย” คาร์เมนรับคำและจัดการติดต่อคนวงในให้จัดการเรื่องที่เบนนิโต้สั่งอย่างรวดเร็ว
“เสร็จเรื่องแล้ว ฉันว่าเราไปหาอะไรผ่อนคลายอารมณ์กันดีกว่า” เบนนิโต้คว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานโยนให้คาร์เมนที่ลุกขึ้นและรับมันไว้ทันทีเช่นกัน
สองหนุ่มเดินเคียงข้างกันไป โดยที่เบนนิโต้ได้แต่ภาวนา ขออย่าให้วันนี้เป็นวันโชคร้าย เจอกับยายสาวจอมยุ่งเมษาเลย ไม่รู้เป็นยังไงราวกับหญิงสาวเป็นแม่มด จึงสามารถติดตามเขาไปได้ทุกหนทุกแห่ง ก่อกวนอารมณ์เขาให้เป็นไฟได้ทุกครั้งด้วยซิน่า
เบนนิโต้สะบัดศีรษะ เขาคิดถึงยายตัวร้ายเมษาทำไมกันนี่ เจอยายนั่นทีไร เขาต้องอารมณ์เสียทุกครั้ง ใบหน้าหวานสวย แต่ปากยิ่งกว่ากรรไกรโรงพยาบาล เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องกับมีนาได้ยังไงซิ แฟนเขาทั้งอ่อนหวานและน่ารัก การบ้านการเรือนก็เก่ง ไม่เคยมีข่าวไม่ดีผ่านมาเข้าหู ต่างจากเมษาที่มีแต่ข่าวคาวๆ ทั้งสิ้น แต่ถึงแม้จะบอกว่าอย่าไปคิดถึงยายตัวยุ่งเมษา แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมในสมองเขาถึงได้คุ้นเคยกับเมษาอย่างประหลาด ในใจเหมือนกับมีอะไรบางอย่างบอกให้เขาคิดดูให้ดีๆ
“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย” คาร์เมนถามเบนนิโต้ที่ตอนนี้เขาเข้ามานั่งในรถและสตาร์สเรียบร้อยแล้วแต่นายหนุ่มยังยืนขมวดคิ้วเท้าสะเอวอยู่ข้างๆ
“หือ เปล่า ไม่มีอะไรหรอกคาร์เมน” เบนนิโต้ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ “ออกรถเถอะ”
คาร์เมนทำตามคำสั่ง พารถคันใหญ่ออกไปจากบ้านทันทีเช่นกัน
ภายในรถเต่าสีชมพูหวาน เมษาที่ไม่ยอมให้สมองว่าง เมื่อภาพความดีใจและสะใจของมีนายังคอยเฝ้าติดตามหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลา เธอจะต้องหาวิธีการเพื่อขัดขวางความต้องการของยายปีศาจมีนาให้ได้!
“ฉันพอจะมีความคิดดีๆ ออกมาบ้างแล้วนะกาน แต่ไม่รู้ว่ามันจะแรงไปหรือเปล่านะซิ ถึงยังไงมีนาก็เป็นพี่สาวฉัน” เมษาอดกังวลเพราะความคิดของตัวเองไม่ได้
“แกเล่ามาก่อนละกัน มีความคิดอะไรดีๆ เกิดขึ้น”
กานพลูใช้มือเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิดเช่นกัน เธอมองรถเก๋งที่เธอรู้สึกคุ้นกับเลขป้ายทะเบียนเหลือเกิน ก่อนจะร้องอ๋อในลำคอ เมื่อนึกถึงตัวเลขที่เมษาชอบย้ำอยู่บ่อยๆ ได้
“พี่บีชอบสปอร์ตสีดำนะกาน แต่ปกติแล้วมักจะไม่ค่อยได้ใช้ เพราะจะต้องมีคนขับให้ เพื่อพี่บีจะได้อี๋อ๋อกับผู้หญิงได้ถนัดๆ หมายเลขรถก็ พ 8...นะแก”
เบนนิโต้จะไปไหน...เอาน่า ยังไงก็ขับตามไปก่อนแล้วกัน กานพลูบอกกับตัวเอง จนไม่ทันได้สนใจฟังเรื่องที่เมษาบอกเลยแม้แต่นิด
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
คาร์เมนนั่งหน้านิ้วคิ้วขมวด เมื่อครู่เขาเห็นกานพลูและเมษานั่งคุยกันท่าทางเคร่งเครียด สลับกับจ้องมองที่ประตูอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าพวกเธอสองคนนั่งรอใครอยู่ เพียงแค่ไม่นานก็มีชายร่างสันทัดแต่งตัวดีคนหนึ่งเดินเข้าไปหาทั้งคู่ เพียงแค่เห็นชายคนนั้นกานพลูก็โผเข้ากอดอย่างดีใจ ก่อนที่ทั้งสามคนก็เดินลับหายเข้
ชายหนุ่มร่างสันทัดร่างกายด้านบนเปลือยเปล่า ด้านล่างมีกางเกงแสลกสีดำตัวยาวหลุดออกมากองอยู่ที่สะโพกกำลังคร่อมอยู่เหนือร่างมีนา มือใหญ่วางอยู่ระหว่างเอวเล็กคอด อีกมือวางบนทรวงอก ศีรษะก็ทาบทับอยู่บนทรวงอกอีกข้าง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้บ้านั่นมันกำลังทำอะไรกับคนรักของเขาเบนนิโต้เลือดขึ้นหน้าโกรธจนลมออกหู
“เร็วๆ หน่อยซิคะพี่ต้น เดี๋ยวยายปีศาจนี่ก็ตื่นขึ้นมาหรอก” เมษาเอ่ยด้วยความรำคาญใจ เมื่อต้นรักษ์ทำอะไรชักช้าและงุ่มง่าม เธอวางกล้องถ่ายรูปในมือไว้ปลายเตียงนอนแล้วเดินไปดึงแขนชายหนุ่มให้ถอยห่างแล้วก็หันไปทำการปลดกระดุมเสื้อและดึงมันออกจากร่างมีนาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวกำลังตัดสินใจว่าจะดึงเสื้อชั้นในตัว
กานพลูถามอย่างเป็นกังวลและคิดหนักกับแผนการที่ได้ฟังมา ถ้าแผนสำเร็จก็ไม่เป็นไร ยิ่งได้เห็นได้พบเจอตัวจริงๆ ของคาร์เมน เธอก็ว่าน่ากลัวจะตาย ถ้าเป็นเบนนิโต้ล่ะ โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแผนไม่สำเร็จ เธอกับเมษาจะโดนอะไรบ้างแล้ว นี่เพื่อนรักถึงกับวางแผนทำร้ายยายปีศาจแฟนสาวสุดที่รักของเบนนิโต้อีก มีหวังเ







