Masuk“คาร์เมน” เบนนิโต้เงยหน้าจากโน๊ตบุ๊คตัวเล็ก ร้องเรียกที่เป็นทั้งเพื่อนและบอร์ดี้การ์ดคู่ใจ ชายหนุ่มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเมื่อยล้า เขานั่งเคลียร์งานตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ก็บ่าย ตอนนี้เลยเหนื่อยและเพลีย อยากจะได้ใครสักคนมาช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่เกิดและคนที่เขานึกถึงในตอนนี้ก็คือศรีอัปสร ม่ายสาววัยสามสิบปี สาวสวยใจถึงที่พร้อมจะบริการให้เขาได้มีความสุขเหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์
“ครับนาย” คนถูกเรียกขานรับ ใบหน้าเฉยชาละจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตัวเก่งที่เขาใช้ทุกครั้งเวลาที่มาทำงานที่นี่ ชายหนุ่มมองหน้าผู้เป็นนายอย่างรู้ดีว่าคงจะเหนื่อย อยากได้ใครสักคนมาคอยนวดผ่อนคลายอารมณ์ให้
“หลังจากเคลียร์งานบ้าๆ นี่ให้เสร็จ เราสองคนมีโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า” ชายหนุ่มลุกขึ้น สอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขณะพาร่างสูงใหญ่ไปยืนที่ตรงกระจกบานแก้วและมองออกไปด้านนอก
บ้านหลังนี้พ่อและแม่สร้างขึ้นโดยให้เขาและพี่ชายออกแบบตกแต่งห้องทำงานและห้องส่วนตัวตามความชอบของแต่ละคน ด้านนอกก็ให้เขาและพี่ชายรวมไปถึงคาร์เมนและคริสเตียโนช่วยกันหาต้นไม้ใบหน้าที่แต่ละคนชอบมาปลูกไว้อย่างเป็นสัดส่วน บางต้นไม่น่าจะเข้ากันเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับดูกลมกลืนและเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
“ไม่มีครับ” คาร์เมนตอบ ก่อนจะก้มลงดูตัวเลขของบัญชีในคอมพิวเตอร์ตัวเดิม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย มันเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างมาฉุดรั้งสายตาเอาไว้ ที่เขายังบอกไม่ถูกว่ามันเป็นอะไร คงจะต้องรอให้เบนนิโต้ตรวจสอบอีกครั้งนั่นแหละ เขาถึงจะได้คำตอบที่กระจ่างชัด
“มีอะไรหรือคาร์เมน” เบนนิโต้ถามเมื่อหันมาทันได้เห็นสีหน้าคาร์เมนที่เปลี่ยนไปแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งและไร้ชีวิตชีวาเป็นเหมือนหุ่นยนต์มากกว่าคนเสียอีก จนเขาอยากจะรู้เหมือนกัน จะมีใครทำให้สีหน้าเพื่อนคนนี้เปลี่ยนแปลงไปได้บ้าง น้อยนิดก็ยังดี
ชายหนุ่มเดินไปหาเพื่อนรัก มองตัวเลขสีแดงสองสามจุดที่คาร์เมนชี้ให้ดูด้วยความสงสัย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันดวงตาเป็นประกายสีแดงวาบขึ้นมานิดหนึ่งก่อนที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นายคิดว่าไงคาร์เมน”
คาร์เมนไม่ตอบ แต่เดินไปหยุดตรงที่เบนนิโต้เดินไปดูเมื่อครู่ เขาพอจะรู้ว่าตอนนี้คนเป็นนายคิดจะทำอะไร อีกไม่นานก็จะได้รับคำตอบ ตัวเลขสีแดงที่เห็นหมายถึงอะไร
ชายหนุ่มมองต้นไม้ต้นเล็กที่เขาปลูกไว้ ที่ตอนนี้มันเติบใหญ่และปริดอกออกผลให้เขาและทุกๆ คนในบ้านได้เก็บกิน เพียงพอสำหรับเอาไปฝากคนรู้จักได้อีกด้วย แต่ก็เคยมีครั้งหนึ่งที่มีเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ มาขโมยไปขาย
จำได้ว่าครั้งนั้นเบนนิโต้เป็นคนจับได้ บทลงโทษที่เด็กๆ พวกนั้นได้รับคือการให้กินมะม่วงที่ยังไม่สุกและเปรี้ยวจนเข็ดฟันจนเด็กเหล่านั้นต้องอ้อนวอนขอร้องและบอกว่าจะไม่ขโมยอีกแล้ว เบนนิโต้ถึงได้ยอมปล่อยตัวไป แต่ชายหนุ่มก็ยังคงติดตามดูพฤติกรรมของเด็กเหล่านั้นอยู่เสมอ ให้ทุนการศึกษาและจัดหาเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียนให้ตลอดทุกปี จนเดี๋ยวนี้เด็กเหล่านั้นเติบใหญ่และหันมาทำงานให้กับเบนนิโต้เป็นการตอบแทนบุญคุณ
“นายติดต่อคนของเราที่นั่น ให้เริ่มจับตาดูทุกคนและสืบหาข้อมูลด้วย”
“ครับนาย” คาร์เมนรับคำและจัดการติดต่อคนวงในให้จัดการเรื่องที่เบนนิโต้สั่งอย่างรวดเร็ว
“เสร็จเรื่องแล้ว ฉันว่าเราไปหาอะไรผ่อนคลายอารมณ์กันดีกว่า” เบนนิโต้คว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานโยนให้คาร์เมนที่ลุกขึ้นและรับมันไว้ทันทีเช่นกัน
สองหนุ่มเดินเคียงข้างกันไป โดยที่เบนนิโต้ได้แต่ภาวนา ขออย่าให้วันนี้เป็นวันโชคร้าย เจอกับยายสาวจอมยุ่งเมษาเลย ไม่รู้เป็นยังไงราวกับหญิงสาวเป็นแม่มด จึงสามารถติดตามเขาไปได้ทุกหนทุกแห่ง ก่อกวนอารมณ์เขาให้เป็นไฟได้ทุกครั้งด้วยซิน่า
เบนนิโต้สะบัดศีรษะ เขาคิดถึงยายตัวร้ายเมษาทำไมกันนี่ เจอยายนั่นทีไร เขาต้องอารมณ์เสียทุกครั้ง ใบหน้าหวานสวย แต่ปากยิ่งกว่ากรรไกรโรงพยาบาล เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องกับมีนาได้ยังไงซิ แฟนเขาทั้งอ่อนหวานและน่ารัก การบ้านการเรือนก็เก่ง ไม่เคยมีข่าวไม่ดีผ่านมาเข้าหู ต่างจากเมษาที่มีแต่ข่าวคาวๆ ทั้งสิ้น แต่ถึงแม้จะบอกว่าอย่าไปคิดถึงยายตัวยุ่งเมษา แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมในสมองเขาถึงได้คุ้นเคยกับเมษาอย่างประหลาด ในใจเหมือนกับมีอะไรบางอย่างบอกให้เขาคิดดูให้ดีๆ
“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย” คาร์เมนถามเบนนิโต้ที่ตอนนี้เขาเข้ามานั่งในรถและสตาร์สเรียบร้อยแล้วแต่นายหนุ่มยังยืนขมวดคิ้วเท้าสะเอวอยู่ข้างๆ
“หือ เปล่า ไม่มีอะไรหรอกคาร์เมน” เบนนิโต้ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ “ออกรถเถอะ”
คาร์เมนทำตามคำสั่ง พารถคันใหญ่ออกไปจากบ้านทันทีเช่นกัน
ภายในรถเต่าสีชมพูหวาน เมษาที่ไม่ยอมให้สมองว่าง เมื่อภาพความดีใจและสะใจของมีนายังคอยเฝ้าติดตามหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลา เธอจะต้องหาวิธีการเพื่อขัดขวางความต้องการของยายปีศาจมีนาให้ได้!
“ฉันพอจะมีความคิดดีๆ ออกมาบ้างแล้วนะกาน แต่ไม่รู้ว่ามันจะแรงไปหรือเปล่านะซิ ถึงยังไงมีนาก็เป็นพี่สาวฉัน” เมษาอดกังวลเพราะความคิดของตัวเองไม่ได้
“แกเล่ามาก่อนละกัน มีความคิดอะไรดีๆ เกิดขึ้น”
กานพลูใช้มือเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิดเช่นกัน เธอมองรถเก๋งที่เธอรู้สึกคุ้นกับเลขป้ายทะเบียนเหลือเกิน ก่อนจะร้องอ๋อในลำคอ เมื่อนึกถึงตัวเลขที่เมษาชอบย้ำอยู่บ่อยๆ ได้
“พี่บีชอบสปอร์ตสีดำนะกาน แต่ปกติแล้วมักจะไม่ค่อยได้ใช้ เพราะจะต้องมีคนขับให้ เพื่อพี่บีจะได้อี๋อ๋อกับผู้หญิงได้ถนัดๆ หมายเลขรถก็ พ 8...นะแก”
เบนนิโต้จะไปไหน...เอาน่า ยังไงก็ขับตามไปก่อนแล้วกัน กานพลูบอกกับตัวเอง จนไม่ทันได้สนใจฟังเรื่องที่เมษาบอกเลยแม้แต่นิด
เมษาดิ้นพล่าน พยายามทุบตีเบนนิโต้เผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดของร่างกายและจิตใจ เพราะวาจาอันแสนจะร้ายกาจที่สะท้อนดังก้องอยู่ในหัว แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ยังหยอกล้อกับร่างกายของเธอราวกับว่ามันเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง ก่อนจะแทรกกายแกร่งและใหญ่โตเข้ามาในร่างกายเธออีกครั้ง“ไม่นะ! ไม่...เอาออกไปนะไอ้คนใจร้าย ฮือๆ น้องเมย์ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่พี่บีเห็นเป็นดอกไม้ริมทาง ที่จะเด็ดมาชมแล้วโยนทิ้งให้เหี่ยวเฉาอยู่ในถังขยะนะ” เมษาดิ้นหนีกายแกร่ง แต่กลับถูกเบนนิโต้กอดรัดจนแนบชิด เขาดันกายอรชรขึ้นนั่งบนเอวสอบและดันแผ่นหลังเนียนนุ่มเข้ามาจนปลายยอดอกสีชมพูระเรื่อตรงกับปาก“ไม่ใช่หรือเมษา แต่ฉันว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้หญิงข้างถนนของแท้เลยล่ะ และจะไม่เป็นที่ต้องการของใครคนไหนอีก ถ้ารู้ว่าเธอมันเลวชาติและเปรอะเปื้อนคาวโลกีย์แล้ว จะไม่มีผู้ชายดีๆ คนไหนต้องการเธออีกแล้ว นอกจากไอ้ผู้ชายที่มันสีเดียวกับเธอ ผู้ชายสีดำไงเมษา!”เบนนิโต้อ้าปากกัดยอดทรวงสีชมพูเบาๆ สะโพกก็ขยับถาโถมเคลื่อนไหวเข้าหาหญิงสาวไม่หยุดยั้ง ขณะที่ปากก็ขบกัดดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูหดเกร็งอย่างย่ามใจเมษาปวดร้าวใจแทบจะขาดเพราะคำพูดและ
“แค่นี้น้องเมย์ยังเจ็บไม่พอ...ยังไม่สาแกใจพี่บีใช่ไหมคะ เอาซิ จะให้ตายตรงนี้ก็ได้ ยังไงพี่บีก็ฆ่าน้องเมย์ให้ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว” เมษาโต้กลับทั้งที่เธอเริ่มจะวาบหวามปั่นป่วนเพราะมือที่ลูบไล้ไปทั่วกายา ไหนจะใบหน้าคมคร้ามที่ไม่ละห่างจากสองทรวงอกกลมกลึง กายแกร่งก็ขยับไหวโยกไปมาอย่างช้าๆ เหมือนต้องการให้เธอชินกับการมีเขาเป็นส่วนหนึ่ง“ไม่ล่ะ ฆ่าเธอทิ้ง ฉันเสียดายแย่ เอาไว้เป็นนางบำเรอสักพักดีกว่า” เบนนิโต้ขยับเคลื่อนกายจากที่นุ่มนวลอ่อนโยนก็เริ่มรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเมื่อเมษาตอบสนอง“น้องเมย์ไม่ยอมให้พี่บีทำอย่างนั้นง่ายๆ แน่” ใจแข็งไว้ซิเมษา แค่นี้เธอก็ถูกเขาประณามหยาบเหยียดจนไม่มีหน้าจะไม่มองใครแล้ว แต่...สัมผัสที่ชายหนุ่มทุ่มลงมา แม้ใจจะบอกว่าอย่าแต่กายกลับโอนผ่อนและสนองตอบไป“แล้วเธอจะขัดขืนฉันได้ยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอ...” เบนนิโต้หัวเราะ เมื่อเขาถอยห่าง เมษาก็ผวากอดและตอบสนองเขาอย่างไม่ประสาที่ทำให้เขายิ่งปวดร้าวเพราะความต้องการมากล้น กายแกร่งขยับไหวเคลื่อนไปราวกับอาชาที่วิ่งอยู่ในท้องทุ่งกว้าง“หยุดฉันไม่ได้ แล้วยังต้องการให้ฉันช่วยผ่อนคลายดับกระหายอยากที่เป็นอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง”เ
“ร้ายกาจใช่ไหม” เมษามองเบนนิโต้ด้วยสายตาตัดพ้อ “บอกมาซิ น้องเมย์เลวจนพี่บีไม่อยากจะมองหน้าใช่ไหม เลวจนพี่บีอยากจะบีบคอให้ตายอยู่ตรงนี้ใช่ไหม”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“หนูเมย์ตอบหน่อย แกเป็นไงบ้าง” กานพลูตะโกนถามอย่างเป็นห่วงเมษาอ้าปากจะตอบกลับไปแต่ไม่ทันเบนนิโต้ที่จับตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“คาร์เมนฉันรู้ว่านายอยู่แถวนั้น พายายนั่นไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่” เบนนิโต้ตะโกนกลับไปสองมือกำรอบลำคอเมษาและเขย่าอย่างแรงจนหัวสั่นคลอน“นายครับผู้ชายคนนั้นเพียงแค่คุยกับคุณมีนา สอบถามเรื่องกานพลูกับเมษาเท่านั้นเองครับ” คาร์เมนตะโกนบอกผู้เป็นนาย“ฮือ...” เบนนิโต้ส่งเสียงรับรู้ เขาจับแขนเมษาบีบไว้ พลางถามคนตรงหน้าเสียงเคร่งเครียด “พูดอีกครั้งซิเมษา พูดอีกครั้ง”คาร์เมนลากตัวกานพลูลงไปยังชายหาด เพราะเขากลัวว่าถ้าอยู่นานอีกนิด หญิงสาวอาจโดนเบนนิโต้ออกมาทำร้ายได้ เพราะแค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้แล้วว่านายโกรธจัดขนาดไหน“ปล่อยกานนะคาร์เมน จะพากานไปไหน ปล่อยซิ” กานพลูพยายามสะบัดมือ แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ จำใจต้องไปตามแรงลาก แต่ก็ไม่วายส่งเสียงแปดหลอดใส่ชายหนุ่ม“ปล่อยนะไอ้บ้าคาร์เมน กานไม่ไปไหนด้วย
“ฮื่อ” คาร์เมนพยักหน้า แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆ ยามเมื่อเข้าใกล้กานพลู เริ่มจะอดใจไม่ค่อยไหว อยากแต่จะสัมผัสลิ้มลองลิ้มรสเนื้อหอมหวานปานน้ำผึ้งของหญิงสาวกานพลูจัดการกับตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย จึงวิ่งออกจากห้องนอนคาร์เมนไปอย่างเร็ว โดยไม่สนใจคนที่เดินตามออกมา เพราะเป็นห่วง กลัวว่าเบนนิโต้อาจจะพลั้งมือทำร้ายเมษาจนเพื่อนเธออาจจะเข้าโรงพยาบาลอีกก็ได้ในห้องนอนเบนนิโต้มืดมิด...หากก็ยังพอมีแสงสว่างที่ส่องเข้ามา ทำให้เมษาเห็นหน้าคนที่พาเธอเข้ามา เขาเป็นเหมือนกับมัจจุราชที่กำลังพาเธอไปสู่นรกขุมสุดท้ายเบนนิโต้จับแขนเรียวยาวบีบอย่างแรงจนเมษานิ่วหน้า เพราะความเจ็บ หากเธอก็ไม่ปริปากร้องขอความเห็นใจจากคนที่ยิ่งเห็นเธอร้องไห้ก็ยิ่งสะใจที่ได้ทำร้ายกันไม่! อย่าร้องสิเมษา แต่...เธอก็ข่มกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ไม่ขาดสาย“ตกลงเธอจะบอกเบอร์โทรศัพท์ของไอ้บ้านั่นให้ฉันได้หรือยังเมษา” ชายหนุ่มถามพลางเหวี่ยงเมษาอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปกระทบกับขอบเตียง จนเธอถึงกับจุกก่อนจะล้มกองกับพื้นหญิงสาวเงยหน้ามองเบนนิโต้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ยกมือจับหัวไหล่ที่โดนกระแทกกับขอบเตียง กัด
คาร์เมนมองสบตากานพลูขณะมือก็แกะกระดุมเสื้อหญิงสาวออกทีละเม็ดจนหมด เผยผิวขาวนวนเนียนราวกับไข่ปอก ชายหนุ่มลากไล้ปลายนิ้วผ่านทรวงอกกลมกลึงช้าๆ“หยุด...หยุดนะคาร์เมน!” กานพลูยกแขนข้างหนึ่งปิดทรวงอก อีกมือก็ดันกายคาร์เมนเอาไว้ จนชายหนุ่มต้องจับสองแขนเรียวไปตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะก้มหน้าลงไปช้าๆหญิงสาวขนลุกชัน ใบหน้านวลสวยเอ่อร้อนและแดงระเรื่อ “หยุดมองนะคาร์เมน...ฉันไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่นายจะลวนลามได้ง่ายๆ นะตาบ้า”กานพลูห้ามเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอชอบคาร์เมนก็จริง แต่การจะให้เขาล่วงเกินโดยไร้คำบอกรัก ไร้การยอมรับจากคนสำคัญ ที่สำคัญคือยังมีการเข้าใจผิดกันอยู่อย่างนี้“หือ...เธอร้องไห้เป็นด้วยเหรอกาน ไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องมาเล่นลูกไม้ใช้น้ำตากับฉันเลย ฉันไม่หลงกลผู้หญิงร้อยเล่ห์เจ้ามารยาอย่างเธอหรอกนะกาน ถ้าจะให้ฉันหยุดก็ได้นะ แต่เธอจะต้องบอกเบอร์โทรศัพท์พี่ชายมาก่อน”บ้าจริง! เขาลืมไปได้ยังไงว่าทำอะไรอยู่ ถ้าหากชักช้ามาไปกว่านี้กลัวมีนาจะเป็นอันตรายจากพี่ชายกานพลูได้ และนายเองก็อาจจะระงับโทสะเอาไว้ไม่ได้ อาจจะเผลอทำร้ายเมษาไปก็ได้“ว่าไงล่ะกาน จะบอกหรือเปล่า”“ไม่บอก!” กานพลูยังคงยืนย
“คนสติดีที่ไหนเขาทำกันเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะถูกบังคับนะ”คาร์เมนเลิกคิ้ว แม้จะเริ่มคิดหนัก เพราะเท่าที่เขาเห็น เมษาเข้มแข็งมิใช่น้อย หญิงสาวมีนิสัยเอื้อเฟื้อและค่อนข้างจะเข้าใจคนอื่น เวลาหยิบจับอะไรคล่องแคล่วทีเดียว“รู้ไหมว่ายายปีศาจมีนานั่นหลอกกานกับหนูเมย์ไปให้เพื่อนปล้ำ นายจะให้เราอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ยายนั่นเล่นงานเอาฝ่ายเดียว ไม่ตอบโต้ใช่ไหม” กานพลูพลิกจากฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเป็นฝ่ายตั้งรับ เธอยิ้มหยันเมื่อสิ่งที่ถามไปครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงและคาดไม่ถึงให้กับคาร์เมนได้ไม่น้อย“เมื่อไหร่” คาร์เมนถามเสียงเยียบเย็นด้วยความไม่พอใจ เขาไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ไม่พอใจมีนาหรือว่าผู้ชายพวกนั้น หรือคนที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้กานพลูค้อนคาร์เมน ก่อนที่จะเล่าต่อด้วยเพลิงโทสะเมื่อย้อนนึกไปถึงตอนนั้นเธอกับเมษาเรียนอยู่มัธยมหก โดนอาอาจารย์วิชาภาษาไทยลงโทษเพราะแอบคุยและแอบทานขนมกันในห้องเรียนเมษาเห็นว่าเย็นมากแล้ว จึงโทรให้คนที่บ้านมารับ แต่ไม่มีใครว่าง มีนาเป็นคนมารับและพาเธอกับเมษาไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ทางเข้าก็ค่อนข้างจะเปลี่ยวและน่ากลัว“เธอพาเราสองคนมาที่นี่ทำไมมีนา” เมษาถามขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่น







