Masukปากบอกไม่ชอบขี้หน้า แต่พอโมโหก็ลากขึ้นเตียง หึงก็ลากขึ้นเตียง อารมณ์ไม่ดีก็ลากขึ้นเตียง ไม่ชอบขี้หน้าแบบใด?
Lihat lebih banyakตอนที่ 1
เพื่อนลวง แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านสีซีดเข้ามาในหอมหาลัย กล่องกระดาษวางเรียงอยู่ตามมุม มีเสื้อผ้ากับหนังสือเรียนกองพะเนินจนแทบไม่มีที่เดิน เสียงพลาสติกเสียดสีกันดังเบา ๆ ทุกครั้งที่เพียงฝันก้มลงจัดของด้วยสีหน้าจริงจัง เพียงฝันเป็นเด็กสาวรูปร่างบอบบาง ผิวสีนวลอมชมพูเพราะ ผมยาวถูกรวบลวก ๆ ไว้บนศีรษะ ใบหน้ามีเพียงแป้งฝุ่นจาง ๆ และลิปมันเคลือบปาก นี่คือวันที่สองของเธอในกรุงเทพฯ เธอเป็นเด็กต่างจังหวัดที่สอบเข้ามหาลัยที่นี่ได้ เพียงฝันนั่งลงบนพื้นพรมบาง ๆ ถอนหายใจเมื่อมองดูห้องที่ยังรกอย่างน่าเวทนา “เยอะขนาดนี้จะจัดเสร็จกี่โมงคะคุณน้า…” เธอบ่นกับตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรูปถ่ายครอบครัวที่ตั้งพิงอยู่บนโต๊ะพลาสติก มือเรียวลูบกรอบรูปเบา ๆ รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้า แม้ใจหนึ่งจะตื่นเต้น แต่ลึก ๆ ก็อดคิดถึงบ้านไม่ได้ ไม่นานเสียงพูดของเพื่อนสนิทก็ดังขึ้น “แกจัดห้องเสร็จยังเนี่ย คืนนี้ไปด้วยกันปะ ไปผับเปิดใหม่ย่านใกล้มหาลัย ไปเปิดหูเปิดตากันหน่อย” เพียงฝันหัวเราะเบา ๆ พลางเหลือบมองสภาพห้องที่ยังเก็บไม่เสร็จ “ฉันยังเก็บห้องไม่เสร็จเลย” “ช่างก่อนเถอะ แกเพิ่งเข้ามาเรียนในเมืองทั้งทีนะ จะหมกตัวอยู่แต่ในห้องเหรอ พลาดมากบอกเลย” มัดหมี่พยายามหว่านล้อมเต็มที่ เพียงฝันขยับตัวไปนั่งพิงเตียง ลังเลครู่หนึ่ง ใจหนึ่งก็อยากพักเพราะเหนื่อยจากการจัดของ “ฉันไม่มีชุดเลยน่ะสิ” เธอแย้งเสียงแผ่ว “ไม่ต้องห่วงกังวลหรอกน่า แต่งยังไงก็ได้” เสียงหัวเราะของเพื่อนทำให้เพียงฝันหลุดยิ้มกว้าง เธอเหลือบมองกระจกเงาบานเล็กที่ตั้งพิงผนัง เงาสะท้อนของเด็กสาวจากบ้านนอกในสายตาตัวเอง เพียงฝันสูดหายใจลึก ตัดสินใจอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป “โอเค ไปก็ได้” “โอเค งั้นรีบเก็บของเถอะ” เพียงฝันยืนจ้องเงาสะท้อนตัวเองในกระจกเงาบานเล็กที่ตั้งพิงผนังอย่างชั่งใจ หัวใจเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมานอกอก หญิงสาวถอนหายใจยาว ยกมือเปิดกระเป๋าเดินทางแล้วคุ้ยหาชุดที่พอจะเหมาะกับค่ำคืนนี้ เสื้อยืดลายการ์ตูน กางเกงยีนส์ขาดเข่า หรือเดรสลายดอกที่แม่ให้มา “แบบนี้ ไม่ไหว มันจะไปเดินตลาดนัดมากกว่าผับซะอีก” ตกเย็น หญิงสาวสวมชุดเดรสรัดรูป ผมยาวสลวย ปล่อยเคลียไหล่ ใช้ลิปสติกสีแดงทาบาง ๆ แก้มขึ้นสีระเรื่อเพราะความเขินมากกว่าบลัชออน รองเท้าส้นสูงคู่แรกในชีวิตถูกสวมลงเท้า เพียงฝันยืนดูตัวเองในกระจกอีกครั้ง ริมฝีปากคลี่ยิ้มจาง ๆ ดวงตาเป็นประกาย เพียงฝันสูดลมหายใจลึก ก่อนยกกระเป๋าสะพายขึ้นไหล่ ความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นไหวประดังเข้ามาในอกเหมือนพายุ เสียงเพลงกระหึ่มสะเทือนพื้น ไฟสลัวสลับจังหวะกับแสงเลเซอร์สีแดงและฟ้า ทำให้ทั้งผับเต็มไปด้วยความร้อนแรงของคืนวันหยุดโต๊ะ VIP ตรงมุมด้านในที่มองเห็นฟลอร์ได้ชัด ถูกจับจองโดยกลุ่มชายหนุ่มที่ใครเห็นก็เหลียว ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตดำแขนพับถึงศอก เผยกล้ามเนื้อแข็งแรงแนบเนื้อ ใบหน้าคมจัด ดวงตาคมกริบที่มองใครทีเหมือนจะกรีดลงกลางใจคือ คอปเตอร์ ชื่อที่วงในวิศวะและกลุ่มไฮโซรู้จักดีว่า โหด ดิบ แบดแต่รวยโคตร ปลายนิ้วหนาของเขาหมุนแก้ววิสกี้ไปมา ก่อนจะยกขึ้นกระดกรับรสขมกรุ่นของแอลกอฮอล์ ด้านข้างมี ไทเกอร์ เพื่อนสนิทปากไว และ พอช ผู้ชายเจ้าสำอางที่สาว ๆ เรียกไอดอลประจำคณะ ทั้งสามนั่งเอนหลังบนโซฟาหนังแท้ รายล้อมด้วยสายตาหญิงสาวที่แอบเหลือบมองไม่ขาด “คืนนี้แม่งคึกดีว่ะ คนแน่นโคตร” ไทเกอร์เอ่ยพลางยกแก้วเบียร์ขึ้นชนกับพอช “ไม่แน่นสิแปลก ผับเปิดใหม่แถมจะมอก็จะเปิดเทอมแล้วด้วย” พอชหัวเราะเสียงกวน คอปเตอร์ไม่ตอบอะไร เพียงกวาดตามองรอบ ๆ ด้วยแววตาเย็นเฉียบ ไม่ได้สนใจสายตาหญิงสาวที่ส่งยิ้มยั่วยวนมาให้แม้แต่น้อย เขาเอนตัวเล็กน้อย ดึงบุหรี่ขึ้นมาคาบ จังหวะที่ไฟแช็กถูกจุด เงาแสงวาบกระทบกรอบหน้าแสนดุของเขา ทำให้ลุคแบดบอยยิ่งคมชัด “ทำไมหน้ามึงแม่งดูไม่อินกับความมันส์เลยวะไอ้คอป เป็นไร เอาสาวเปล่า” ไทเกอร์หันมาแซว “มีใครบ้างล่ะที่ไม่ซ้ำมึง” เสียงทุ้มต่ำตอบเรียบ ๆ แฝงแววหงุดหงิดน้อย ๆ “เออ…คงจะเป็นเจ๊ที่จัดคนมาให้“ พอชแสยะยิ้ม กวนประสาทเป็นนิสัย เสียงเพลงกระหึ่มหนักขึ้น พร้อมกลุ่มคนที่พากันหลั่งไหลเข้ามาในผับ ทว่าดวงตาคมกริบของคอปเตอร์เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่เพิ่งก้าวเข้ามา เด็กสาวในเดรสสีดำ สายเดี่ยวแนบผิว เนื้อผ้าซาตินสะท้อนแสงไฟระยิบ สะโพกขยับเล็กน้อยตามจังหวะขณะเดินตามเพื่อนสาว ผมยาวสลวยปล่อยเคลียไหล่ ริมฝีปากแดงระเรื่อ “สนใจเหรอ….” ไทเกอร์เอ่ยถามลอย ๆ “อะไร” “ก็สองสาวที่เดินเข้ามาเมื่อกี้ไง…เห็นมองตาไม่กระพริบ” “เหอะ ไม่น่าสนใจสักคน ให้กูสนใจสองคนนั่น กูยอมชักว่าวดีกว่า” “ก็ว่าไปน้องเดรสดำเมื่อกี้แม่งอย่างเอา…” “กูก็เห็นมึงพูดงี้ทุกคน…” เสียงเพลงยังคงกระหึ่มทั่วผับ ไฟนีออนกระทบแก้วค็อกเทลที่เรียงรายบนเคาน์เตอร์ราวกับหลอกล่อให้ทุกคนลืมสติ ในมุมหนึ่งที่ผู้คนไม่ทันสังเกต มัดหมี่ กำลังยืนซบไหล่ชายหนุ่มรูปร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีกรมเข้ม วายุแฟนหนุ่มที่เพียงฝันไม่เคยเห็นมาก่อน ชายหนุ่มหน้าตาคม คิ้วเข้ม ดวงตาแฝงความกร้านโลก ปากกระตุกยิ้มเย็นเมื่อหยิบซองเล็ก ๆ สีขาวออกมาจากกระเป๋า กดลงบนฝ่ามือของมัดหมี่ราวกับกำลังส่งของต้องห้าม “เอาใส่เหล้าให้เพื่อนเธอกินซะ” “จะไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่มั้ย” เสียงมัดหมี่แผ่วสั่น แต่ดวงตากลับทอแววลังเลปนโลภ “ไม่เป็นอะไรหรอกพอยาเริ่มออกฤทธิ์เพื่อนฉันจะพามันไปเอง” วายุตอบเสียงเย็น มุมปากยกยิ้มร้าย “หยอดนิดเดียวในแก้ว ไม่มีใครจับได้หรอก” มัดหมี่กำยาซองนั้นแน่น ความคิดหลายอย่างแล่นวนในหัวเงินที่เธอต้องการ ความสัมพันธ์ที่ผูกพันกับผู้ชายตรงหน้า และความรู้สึกหมั่นไส้เพื่อนสนิทที่ดูจะเป็นจุดสนใจทุกครั้งเวลาเดินไปไหนด้วยกัน “หรือว่าเธอไม่กล้า” วายุเอียงคอถาม ดวงตาจ้องลึกเหมือนอ่านใจ มัดหมี่สูดหายใจลึก แสร้งส่งยิ้มมั่นใจ “ทำไมจะไม่กล้า อุส่าลวงออกมาได้แล้ว แต่แค่กลัวว่าถ้าเธอจับได้ขึ้นมาจะทำไง” “อย่าห่วงเลย ไม่มีทางจับได้หรอก ถ้าจับได้แล้วมันจะทำอะไรได้ล่ะ เสียตัวให้เพื่อนฉันไปแล้วหนิ เถอะน่า งานนี้เรามีแต่คุ้มกับคุ้ม เธอได้แก้แค้นแถมพวกเรายังได้เงิน” เขาหัวเราะในลำคอ แฝงความเจ้าเล่ห์ “รู้แล้วหรอกน่า” มือบางกำซองแน่นราวกับตัดสินใจแล้ว เธอสอดมันลงในกระเป๋าคลัตช์ ก่อนยกมือเกลี่ยผมยาวพลางส่งรอยยิ้มเย้ายวนให้วายุ “คืนนี้…เพื่อนรักฉันคงได้เปิดซิงซะที” เสียงกระซิบแผ่วติดริมฝีปากคล้ายคำพิพากษา “งั้นคืนนี้ก็อย่าลืมไปหาฉันที่ห้องล่ะ”ตอนที่ 28บะหมี่ร้อนแสงจากทีวีส่องวูบวาบทั่วห้องเงียบสงบ คอปเตอร์ นั่งเอนหลังพิงพนักโซฟา สายตาจับจ้องจอหนังอย่างไม่แสดงอารมณ์ ส่วน เพียงฝันนั่งอีกด้านข้างกายมีถ้วยบะหมี่ร้อน ๆ วางอยู่เธอตักเส้นขึ้นเป่าเบา ๆ ก่อนจะชำเลืองมองเขา แล้วดันถ้วยอีกใบที่เพิ่งทำมาใหม่ไปทางเขา“นี่....ทำมาเผื่อ”คอปเตอร์เหลือบตาลงมอง ถ้วยบะหมี่ที่ไอน้ำยังลอยคลุ้ง มุมปากกระตุกน้อย ๆ ก่อนหัวเราะซื้ออกมา“กูไม่ได้ขอสักหน่อย”เสียงทุ้มเอ่ยเหมือนปัด ๆ แต่มือใหญ่กลับเลื่อนถ้วยเข้ามาหาตัวเองหน้าตาเฉยเพียงฝันเบ้ปาก หันกลับไปสนใจหนัง ไม่พูดอะไรต่อ แต่ดวงตากลมกลับเป็นประกายเล็กน้อย อย่างน้อยเขาก็กินที่เราทำคอปเตอร์ตักเส้นขึ้นเข้าปาก เคี้ยวช้า ๆ ดวงตายังคงมองจอทีวี แต่หางตากลับเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งกินอย่างตั้งใจอยู่ข้าง ๆเพียงฝันกอดหมอนนั่งข้าง ๆ พลางหัวเราะคิกคักกับฉากตลกที่โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว“ฮ่า ๆ ๆ โอ๊ย...ตลกเกินไปแล้ว!”เธอหัวเราะจนเผลอก้มตัว ใช้ตะเกียบคนเส้นบะหมี่ในถ้วย แต่สายตายังจับจ้องที่หน้าจอในจังหวะที่เธอเผลอคอปเตอร์หันมามองด้วยหางตา แววตาคมมีรอยขำวูบหนึ่ง มือใหญ่ยกตะเกียบคีบหมูในถ้วยตัวเอง แล้ว
ตอนที่ 27อย่างน้อยก็มีความหวังเสียงเพลงประกอบจากตอนจบของหนังดังคลอเบา ๆ บนหน้าจอทีวี เพียงฝันนั่งกอดหมอนแน่น น้ำตาไหลพรากเพราะอินกับฉากสุดท้ายที่ พระเอกในเรื่องยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความรักหญิงสาวเอามือเช็ดน้ำตาไปพลางพึมพำเบา ๆ“โง่ชะมัดเลย...ทำไมต้องจบแบบนี้ด้วย”พอหันไปข้าง ๆ เธอก็ชะงักคอปเตอร์เอนตัวหลับไปแล้วบนโซฟา ใบหน้าคมนิ่งสงบ ดวงตาหลับสนิท เส้นผมปรกหน้าผากเล็กน้อย เสียงลมหายใจสม่ำเสมอทำให้ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเพียงฝันมองอยู่นาน หัวใจอุ่นวาบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ตอนหลับ...ทำไมดูไม่ดุเลยนะ เหมือนคนละคนกับเวลาตื่นเธอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อซับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด ก่อนยิ้มจาง ๆ ทั้งที่ยังตาแดง“โชคดีจัง...ที่อย่างน้อยก็ไม่ได้ร้องไห้อยู่คนเดียว”เธอค่อย ๆ ดึงผ้าห่มบาง ๆ ที่พาดพนักโซฟามาคลุมไหล่กว้างของเขาไว้ เงียบ ๆ แล้วทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ มองหน้าชายหน้านิ่งนานกว่าที่ควรเพียงฝันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนหัวลงพิงไหล่กว้างของเขา ช้า ๆ อย่างเกรงใจ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาเสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในบรรยากาศเงียบสงบราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ทิ้งไ
ตอนที่ 26เพียงฝันทำได้แค่ฝันไฟในห้องนั่งเล่นสว่างนวล ๆ เพียงฝันเดินเข้ามาวางกระเป๋าลงบนโซฟาเบา ๆ ก่อนจะหยิบน้ำเย็นขวดหนึ่งจากตู้เย็น เดินไปยื่นให้คอปเตอร์ที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา“นี่ค่ะ...น้ำ"เธอเอ่ยเบา ๆคอปเตอร์เหลือบตามอง ดวงตาคมกริบวาวเล็กน้อย ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มกวน ๆ“ใส่ยามารึเปล่าเนี่ย แปลก...ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเสนอน้ำให้กูกิน”เพียงฝันชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกนิด ๆ ก่อนกัดริมฝีปากแน่น วางขวดน้ำลงบนโต๊ะเสียงดัง“จะกินก็กิน ไม่กินก็แล้วแต่ค่ะ ไม่ได้แคร์"เธอตอบห้วน ๆ น้ำเสียงปนแง่งอน“ประสาทรึไง”คอปเตอร์หัวเราะหึในลำคอ หยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดดื่มหน้าตาเฉย ทั้งที่ยังแอบเหลือบตามองใบหน้าแดงก่ำของเธออย่างขำ“แค่อยากจะขอบคุณที่ไม่เตะออกจากรถเมื่อกี้”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอารถไปล้าง”“มะ...หมายความว่ายังไง”“ก็อย่างที่พูด”คอปเตอร์นั่งเอนหลังบนโซฟา มือกดรีโมทเลื่อนหารายการไปมาใน Netflixดวงตาคมเหลือบไปทางร่างเล็กที่เพิ่งเก็บข้าวของเสร็จ“มาดูหนังกันดิ”เขาพูดเสียงเรียบเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่หางตายังจับจ้องเธออยู่“หนังอะไร...”“หนังโป๊มั้ง”“นี่....บ้ารึไง”“เร็ว ๆ”เพียงฝันที่กำลัง
ตอนที่ 25มึงไม่ได้เก่งเลย"ฮึก...."เสียงสะอื้นเบา ๆ หลุดจากปากเพียงฝันก่อนเธอจะหันหน้าหนีทันที น้ำตาไหลพรากไม่หยุดร่างเล็กสะบัดแขนออกจากมือเขาแล้วก้าวถอยไปสองก้าวเหมือนอยากหนีออกห่างจากบรรยากาศที่กดทับคอปเตอร์ยืนนิ่ง มองตามแผ่นหลังเล็กที่สั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นความหงุดหงิดในอกยิ่งก่อตัวแน่นขึ้น ริมฝีปากหยักขยับพูดเสียงเย็นจัด ประโยคที่เหมือนมีดกรีดใจ“แล้วเรื่องที่มีคนเขียนว่าแรดแปะไว้บนหลังมึงเมื่ออาทิตย์ก่อน....มันก็ ไม่ใช่ว่ามึงทำตัวแรดจนคนเขาเอามาด่าจริง ๆ หรอกเหรอ"เพียงฝันชะงักกลางก้าว ร่างเล็กแข็งที่อทันทีราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนน้ำตาที่รินอยู่แล้วกลับไหลแรงกว่าเดิม เธอหันขวับกลับมามองเขา ดวงตากลมโตแดงก่ำ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดสั่นสะเทือนถึงขั้วหัวใจ“พี่...คิดว่าหนูเป็นแบบนั้นจริง ๆ ใช่มั้ย”เสียงเธอสั่นพร่าแทบแตกหายคอปเตอร์เม้มปากแน่น กรามขบจนขึ้นสัน สายตาคมหลบวูบไปเสี้ยววินาที แต่ยังคงตีหน้าเรียบเย็นชา“ถ้าไม่ใช่เพราะมั่วจนโดนวางยาเหรอ....”ดวงตากลมแดงก่ำของเพียงฝันมองสบกับชายหนุ่มตรง ๆ น้ำตาไหลไม่หยุด แต่เสียงที่เอ่ยออกมากลับชัดเจนกว่าทุกครั้ง“ถ้างั้นก็ไม่ต้องมายุ่งกับ





