LOGIN“ขอโทษครับคุณเมษา นายต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการให้ใครเข้าไปรบกวน กรุณากลับไปเถอะครับ” คาร์เมนใช้ร่างกายสูงใหญ่และมือกางกั้นไม่ให้เมษาเปิดประตูห้องวีไอพีของห้องอาหารดาวดาราได้ดังใจ
“หลีกไปคาร์เมน ฉันต้องการพบพี่บี” เมษากำมือแน่น สะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่ให้ปล่อยหมัดใส่ใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาที่ชอบมองเธออย่างดูถูกดูแคลนเสมอ ตอนแรกเมษาก็คิดว่าตัวเองคิดมากไปเอง แต่มันไม่ใช่คาร์เมนจะใช้สายตาแบบนี้มองเฉพาะเธอคนเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเป็นคนอื่นๆ เขาจะมองด้วยสายตาและสีหน้าที่เรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
ใจเย็นไว้เมษา...ใจเย็นไว้ อย่างรีบร้อน เดี๋ยวจะเสียการ
กานพลูวิ่งกระหืดกระหอบจากลานจอดรถเข้าในโรงแรมฟ้าดารา ห้องโถงกว้างลึกไปด้านหลังที่ระหว่างทางไปก่อนจะมีเค้าเตอร์และมีพนักงานสาวสวยค่อยให้บริการอยู่สองคนและเสาหินต้นใหญ่ล้อมด้วยม้านั่งทำด้วยหินอ่อนสูงจากพื้นประมาณฟุต หญิงสาวเดินไปหาพนักงานที่กำลังให้บริการลูกค้าอยู่เพื่อจะถามหาเบนนิโต้หรือคาร์เมน เพราะคิดว่าพนักงานสองคนนั้นอาจจะตอบเธอได้ แต่สายตาก็เหลียวมองหาร่างของเมษาไปด้วย
เพียงแค่เดินเลยเสาต้นใหญ่ไปเล็กน้อย กานพลูก็เห็นเพื่อนรักกำลังถกเถียงกับใครบางคนที่คุ้นหน้าและคุ้นใจเธอเป็นอย่างมาก แม้จะยังไม่เคยเจอหน้าจริงๆ สักครั้ง เพราะมีเหตุให้ต้องคลาดจากอีกฝ่าย จึงได้เห็นจากรูปถ่ายที่เมษานำมาให้ดูเท่านั้น แต่เธอก็จำชายหนุ่มได้ดีเสมอ
กานพลูก้าวเดินไปหาเมษาเรื่อยๆ ระหว่างทางมีอ่างอินใบเล็กหลายใบจัดวางเป็นระยะ ขนาดความสูงขนาดหนึ่งเมตรและมีไฟดวงเล็กอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยน้ำและดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปทั่ว
อีกนิดเดียวก็จะถึงตัวเมษาแล้ว กานพลูต้องหยุดเดิน พลางยกมือขึ้นจับหัวใจที่เต้นระรัวเหมือนมีใครตีกลองอยู่ภายในจนต้องสูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มแล้วตัดสินใจเดินไปยืนเคียงข้างเมษา
“เป็นไงบ้างหนูเมย์ เจอพี่บีหรือยัง” กานพลูดึงร่างเมษาแอบกระซิบถามข้างๆ หูเพื่อนที่เริ่มมีอาการหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนลูกตำลึงสุกยามเมื่อถูกขัดใจหรือแม้แต่เขินอาย แต่ในกรณีคงจะเป็นเพราะโกรธที่ถูกขัดใจเสียมากกว่า
“ยัง ก็ไอ้คาร์เมนบ้านะซิ ไม่ยอมให้ฉันเข้าไปนะซิ ทำไงดีล่ะ แกช่วยฉันคิดหน่อยซิกาน ป่านนี้พี่บีคงจะอิงแอบแนบชิดกับนังแม่ม่ายป้ายแดงนั่นอยู่แน่ๆ เลย”
เมษากระซิบถามเพื่อนอย่างร้อนอกร้อนใจที่ไม่อาจเข้าไปหาเบนนิโต้ได้ดังใจ ยิ่งคิดว่าตอนนี้ชายหนุ่มคงจะกำลังอิงแอบแนบชิดกับศรีอัปสรยายแม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์ที่เคยมีข่าวกับเบนนิโต้บ่อยๆ ภายในระยะเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เมษาถึงกับร้อนใจเหมือนโดนไฟลน อยากที่จะเข้าไปขัดขวางให้เร็วที่สุด แต่ก็ติดอยู่ที่คาร์เมนที่ทำอย่างไรก็ไม่ยอมให้เธอเข้าไปสักที
กานพลูเดินวนไปเวียนมารอบตัวเมษาสักครู่ใหญ่ แววตาส่องประกายระยิบระยับ แอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อยพอให้เห็นเขี้ยวในปาก หญิงสาวก้มลงกระซิบข้างหูเมษาที่ตั้งใจฟังแผนเพื่อนสาวอย่างพออกพอใจก่อนพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน ตาเป็นประกายแวววาวสุกใส
“ตกลงไหมหนูเมย์”
เมษาพยักหน้ารับอีกครั้งด้วยความดีใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มงานกันได้เลยเพื่อนรัก”
เมษาเดินไปทางห้องน้ำ ปล่อยให้กานพลูรับหน้าที่จัดการกับคาร์เมนบอดี้การ์ดจอมยุ่งของเบนนิโต้ตามแผนการที่คิดกันได้
กานพลูเดินเข้าไปหาคาร์เมน ส่งยิ้มให้ผู้ชายหน้าตาไร้ความรู้สึกอย่างมีมิตรไมตรี “กานต้องขอโทษคุณคาร์เมนแทนเพื่อนด้วยนะคะ หวังว่าคุณคงจะไม่ถือสาเพื่อนกานนะคะ”
“ครับ ตอนนี้คุณก็คงพาเพื่อนคุณไปได้แล้วนะครับ” คาร์เมนหันมองทางเมษาที่เริ่มขยับตัวเข้าใกล้ประตูห้องอาหารเล็กน้อย
“ไม่ว่าคุณสองคนมีแผนจะทำอะไรกันก็ตาม อย่าหวังว่าจะสำเร็จ” คาร์เมนมองกานพลูอย่างไม่ไว้ใจ
กานพลูทำเสียงขลุกขลักในลำคอ อีตาบ้า! พูดด้วยหวานๆ ไม่ชอบใช่ไหม งั้นนายก็เจอมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนของฉันหน่อยแล้วกัน แล้วอย่ามากันนะ ถ้านายจะกันเพื่อนฉันไม่ให้ไปพบกับเบนนิโต้ไม่ได้
กานพลูเซถลาเข้าหาร่างสูงใหญ่
“อุ้ย! ช่วยด้วยค่ะคุณคาร์เมน กานเวียนหัว จะเป็นลมแล้ว” กานพลูโผเข้าหาทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดที่มีใส่คาร์เมน พลางมือจิกอย่างแรงบนแขนแข็งแรงพร้อมดึงร่างหนาให้ออกห่างจากประตูเท่าที่แรงจะมี เพื่อให้เมษาที่รอท่าอยู่แล้วรีบเปิดประตูเข้าไปในห้องอาหารอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ย! ปล่อยนะคุณถ้าไม่อยากเจ็บตัว” คาร์เมนพูดเสียงแข็งกร้าวปลดมือเหนียวๆ ราวกับตุ๊กแกของกานพลูออกจากตัว
“อยากทำอะไรกานก็เชิญเลยค่ะคุณคาร์เมน” กานพลูกระซิบบอกข้างๆ หูคาร์เมน แต่พูดดัง ๆ เพื่อให้คนอื่นได้ยิน
” คุณคาร์เมนช่วยกานหน่อยซิคะ กานขับรถมานาน สงสัยอาการความดันต่ำจะกำเริบ” กานพลูทำตัวอ่อนระทวยอิงแอบแนบอกคาร์เมนอย่างเต็มที่
‘หวังว่าคุณคงจะไม่ยอมให้ฉันล้มลงนอนกับพื้นหรอกนะคุณคาร์เมน’ กานพลูแอบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของคาร์เมน
คาร์เมนช้อนร่างโปร่งบางของสาวเจ้าปัญหาไปวางยังโซฟารับแขกที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเรียกหาพนักงานให้ช่วยปฐมพยาบาลหญิงสาว ส่วนตัวเขาตัวเองจะรีบตามเมษาเข้าไปในห้องอาหารก่อนที่จะเกิดเรื่องใหญ่ เพราะพฤติกรรมของหญิงสาวและความปากร้ายของเบนนิโต้
กานพลูก็ไม่ยอมเช่นเดียวกัน เธอรีบยกมือโอบกอดคาร์เมนราวกับตุ๊กแกเกาะติดฝาผนัง
“ปล่อยผมนะคุณ” คาร์เมนพยายามทำเสียงดุๆ และแข็งกร้าว
“คุณช่วยฉันด้วย ฉันฮื่อ...” กานพลูแอบหรี่ตาขึ้นมองคาร์เมน เธอยังคงจับมือเขาเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดไปก่อกวนอารมณ์เมษาได้
“ผมว่าคุณอย่ามาเล่นละครเป็นลิงหลอกเจ้าดีกว่านะ ถ้าคุณเป็นลมจริงๆ หน้าคงไม่แดงเป็นลูกตำลึงสุกแบบนี้หรอก” ไม่ได้ตั้งใจจะมอง แต่ตามันเห็นเอง
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
ชายหนุ่มร่างสันทัดร่างกายด้านบนเปลือยเปล่า ด้านล่างมีกางเกงแสลกสีดำตัวยาวหลุดออกมากองอยู่ที่สะโพกกำลังคร่อมอยู่เหนือร่างมีนา มือใหญ่วางอยู่ระหว่างเอวเล็กคอด อีกมือวางบนทรวงอก ศีรษะก็ทาบทับอยู่บนทรวงอกอีกข้าง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้บ้านั่นมันกำลังทำอะไรกับคนรักของเขาเบนนิโต้เลือดขึ้นหน้าโกรธจนลมออกหู
เมษากัดปากจนห้อเลือด มองคาร์เมนที่ยืนเลิกคิ้วมองเธออยู่ดวงตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก มือที่ถูกกานพลูจับไว้กำเข้าหากันแน่น อยากจะเอ่ยพูดอะไรออกไปให้ชายตรงหน้าเจ็บปวดบ้าง แต่ตอนนี้เธอพูดไม่ออก“ขอบคุณนะคะคุณคาร์เมนแต่คงต้องขอโทษด้วย พอดีว่ากานกับหนูเมย์มีโปรแกรมที่ดีกว่านี้อีก กานกลัวว่าถ้าเราสองคนร่
คาร์เมนนั่งหน้านิ้วคิ้วขมวด เมื่อครู่เขาเห็นกานพลูและเมษานั่งคุยกันท่าทางเคร่งเครียด สลับกับจ้องมองที่ประตูอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าพวกเธอสองคนนั่งรอใครอยู่ เพียงแค่ไม่นานก็มีชายร่างสันทัดแต่งตัวดีคนหนึ่งเดินเข้าไปหาทั้งคู่ เพียงแค่เห็นชายคนนั้นกานพลูก็โผเข้ากอดอย่างดีใจ ก่อนที่ทั้งสามคนก็เดินลับหายเข้
เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าว แม้จะเปรยๆ เรื่องแต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดี หญิงสาวกะพริบตาไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้“เป็นไงบ้างหนูเมย์ อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า” กานพลูวิ่งกระหืดกระห







