Masuk<strong>โซเฟีย</strong>เดินออกมาจากห้องเรียนหลังจากฟังโปรเฟสเซอร์ที่ปรึกษางานวิจัยของกลุ่มหล่อนตอบปัญหาของนักศึกษาเสร็จ การเรียนปริญญาเอกนี้ดีอยู่อย่างคือการที่ไม่ต้องเข้าห้องเรียนบ่อย เวลานี้หญิงสาวเหลือเพียงการทำวิทยานิพนธ์หนึ่งชิ้นก็เป็นอันจบเสร็จสิ้นกับการเรียนเสียที
“โซวครับ รอผมก่อน”
เสียงร้องดังจากด้านหลัง หญิงสาวชะงักเท้าก่อนจะหันไปมองที่มา ร่างสูงของเน็ทเดินเร็วเข้ามา โซเฟียยิ้มกว้างให้เขา
“สวัสดีค่ะเน็ท ทำไมคุณมาสายคะ”
หญิงสาวส่งเสียงทักทายเพื่อนร่วมกลุ่มวิจัยชาวอังกฤษที่เพิ่งมาถึงในขณะที่พวกโซเฟียได้ทำการเบรนสตอร์มและถกปัญหาพร้อมวิธีการแก้ไขกันไปเรียบร้อยแล้ว
“ผมติดธุระสำคัญครับ แต่ดีใจที่มาทันคุณ”
ชายหนุ่มเอ่ย เน็ทเป็นนักธุรกิจส่งออกและนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายในอังกฤษ ทำการค้าออนไลน์จนร่ำรวยตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบต้นๆ
ปัจจุบันเขาอายุสามสิบสองปี ชายหนุ่มทำงานหาเงินจนมีเหลือเฟือแล้วจึงหันกลับมาให้ความสำคัญกับการเรียนต่อเพิ่มเติมจนเรียนปริญญาเอกในกลุ่มเดียวกับโซเฟียในเวลานี้
โซเฟียได้ยินมาว่าเน็ทนั้นในวัยเด็กครอบครัวของเขายากจนมาก มีพี่น้องหลายคนทำให้เขาไม่มีโอกาสได้เรียนสูง แต่เวลานี้เขามีครบพร้อมทุกอย่าง การศึกษาจึงเป็นเป้าหมายหลักที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงหากเขาเรียนจบปริญญาเอก
โซเฟียรู้สึกชื่นชมในความตั้งใจจริงของเน็ทในเรื่องที่เขาไม่ละทิ้งการศึกษาแม้ว่าจะร่ำรวยและไม่จำเป็นต้องใช้ใบปริญญาบัตรในการทำงานแล้วก็ตาม โซเฟียยิ้มสดใสให้ชายหนุ่มเมื่อเขาเดินมาถึง
“ผมทำโทรศัพท์เสีย เลยทำเบอร์โทรคุณหายไปด้วย ว่าจะชวนคุณไปงานเลี้ยงวันเกิดผมในวันอาทิตย์หน้าน่ะครับ” เน็ทกล่าวชวน โซเฟียยิ้ม
“อืม...อาทิตย์หน้าเหรอคะ คือโซวอยากไปจังค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจ ขอโซวตรวจสอบให้แน่ใจแล้วโทรบอกคุณได้ไหมคะ”
หญิงสาวเอ่ยบอก ในใจกำลังนึกถึงแซม ถ้าจำไม่ผิดอาทิตย์หน้าเขามีวันหยุด ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เขากับหล่อนมักไปเที่ยวด้วยกัน ช่วงนี้อากาศกำลังดีไม่มีฝนตกบ่อย บางทีอาจจะไปแคมปิ้งเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
“ได้สิครับ ผมขอเบอร์โทรคุณด้วยนะ”
เน็ทกล่าว โซเฟียจึงบอกเขาไป จากนั้นจึงชวนกันไปทานข้าวที่ร้านอาหารข้างมหาวิทยาลัย เน็ทชวนทานข้าวค่ำนี้ด้วยแต่โซเฟียปฏิเสธอย่างสุภาพเพราะเมื่อกลับถึงบ้านแล้วก็ขี้เกียจออกมาอีก ทั้งสองทานเสร็จจึงแยกย้ายกันกลับ
โซเฟียมองดูนาฬิกา เวลาขณะนี้บ่ายสองโมง หญิงสาวนึกถึงแซม เขาขึ้นเวรเช้าและลงเวรตอนเย็น หล่อนมีเวลาเหลือทั้งวันหญิงสาวจึงคิดว่าจะไปหาแซมที่โรงพยาบาลดีกว่า เพราะเป็นทางผ่านกลับแฟลต โซเฟียโทรไปหาเขาก่อน แต่เขาปิดโทรศัพท์ แสดงว่าคงจะยุ่งและมีเคสสำคัญ โซเฟียแวะซื้อขนมพวกคุ้กกี้ติดมือไปฝากเขาด้วย
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หญิงสาวก็ลองโทรหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเปิดเครื่องแต่ไม่ยอมรับสาย โซเฟียเดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่เป็นห้องพักของเขา
“ฉันล่ะอิจฉาหมอแอน ควงคุณหมอแซมไปทานข้าวอีกแล้ววันนี้” เสียงพยาบาลสาวคุยกันตรงเคาน์เตอร์
“ออกนอกหน้าไปหน่อยนะฉันว่า จนหมอพริมงอนไปเลยตอนนี้ หมอแซมเหมือนจะชอบหมอพริมมากกว่านะเธอ” อีกคนท่าทางจะเชียร์หมอพริมจีบปากจีบคอเล่า
“เธอรู้ได้ยังไงยะ”
“อ้าว ก็วันก่อนฉันแอบเห็นหมอพริมรอหมอแซมจนออกเวรแล้วเดินคุยกันกระหนุงกระหนิง เท่านั้นยังไม่พอ ยังไปนั่งจู๋จี๋กันต่อที่ร้านกาแฟก่อนกลับอีก เหมาะสมกันดีออก หล่อสวยสมกัน หมอแอนเชิดเกินไปฉันไม่ชอบ ฉันเชียร์หมอพริมดีกว่า”
นางพยาบาลทำท่ากระซิบกระซาบกันต่อไป โซเฟียหูผึ่ง ใจเต้นตึกตักกับเรื่องใหม่ที่เพิ่งได้ยิน
หือ... นายแซมเนื้อหอมไม่เบาเลยนี่ ไม่เห็นเคยเล่าให้ฟังว่ามีหมอสาวๆ แย่งกันจีบแบบนี้ด้วย
“นี่ออกไปทานข้าวกันยังไม่กลับเข้ามา สงสัยจีบกันเพลิน”
เสียงก็อตซิปดังต่อไป โซเฟียจึงรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล หญิงสาวจึงกลับ
เวลาเย็นโซเฟียกำลังโทรสั่งอาหารเดลิเวอรี่อยู่เมื่อร่างสูงของแซมเปิดประตูเข้ามา หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาเห็นเป็นเวลาหกโมงครึ่ง ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มบางราวกับอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน
“มาพอดี โซวโทรสั่งอาหารเผื่อแล้วนะ เอาเหมือนเดิม”
“อ้าว แซมลืมบอก คืนนี้มีนัด” เสียงห้าวเอ่ยบอก โซเฟียชะงักและทำคิ้วขมวดชนกัน
“เดตเหรอ โซวไม่ได้นัดใครไว้ให้นี่นา” หญิงสาวทำเสียงงุนงง
“แซมนัดเอง นี่ชีวิตแซมนะ”
ชายหนุ่มทำเสียงท้วงนิดหนึ่ง ร่างสูงเดินปลดกระดุมเสื้อเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง โซเฟียเดินตาม ใบหน้างามชักสีหน้าไม่พอใจทันที
“หมายความว่ายังไง นี่กำลังจะบอกว่าโซวจุ้นจ้านกับชีวิตของแซมอย่างนั้นเหรอ”
น้ำเสียงถามสูงอย่างพร้อมจะหาเรื่อง ร่างระหงเดินมายืนตรงหน้า แซมเลิกคิ้วขึ้นสูงกับท่าทางจ้องเขม็งพร้อมตะคอกของหล่อน
“อะไรกันโซว อย่าหาเรื่องดีกว่าน่า แซมไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย” แซมพูดพร้อมกับทำท่าระอา
“แต่ก็หมายความอย่างนั้นใช่ไหมล่ะ”
โซเฟียเอ่ยสวน ยกมือจิ้มหน้าอกของเขา แซมส่ายหน้าพ่นลมหายใจแรงออกมาก่อนก้มตัวลงช้อนร่างหล่อนโยนไปบนเตียง เสียงร้องโวยวายดังลั่นทันควัน
“อืม...แต่ซ่าร์รู้ไหมว่าเวลามีสัตว์เลี้ยงเราจะต้องดูแลมันเป็นนะ ต้องดูแลเหมือนพี่เจฟี่ พี่ดีนดูแลซัมเมอร์”แซมอุ้มลูกแล้วโอบไหล่โซเฟียซึ่งจูงซีลอีกข้างเดินเข้าไปในบ้าน“พี่ลีย์สัญญาว่าจะช่วยซ่าร์ดูแล จริงมั้ยซีล” ซารีน่ารีบกล่าวพร้อมกับเอ่ยถามพี่ชายคนรอง“จริงฮะ พี่ลีย์จะช่วยชีลด้วยเหมือนกัน ซีลจะเอาอัลเซเซียนเหมือนเจ้าไทเกอร์ของลุงฟาน”พูดราวกับรู้จักเจ้าไทเกอร์อย่างนั้นแหละ ความจริงที่รู้จักเพราะเจ้าไทเกอร์เป็นสุนัขในตำนานของครอบครัวแม็คเคนซี่ที่พวกผู้ใหญ่มักพูดถึงตลอดเวลาคุยกันเรื่องสุนัข เจ้าซัมเมอร์ของเจฟิโอยังคงมีชีวิตอยู่ มันอายุแก่กว่าเจฟิโอสองปีจึงมีศักดิ์เป็นพี่“เอาเป็นว่าวันหยุดนี้พ่อจะดูว่าใครเป็นเด็กดี ช่วยคุณย่าที่เรือนกุหลาบช่วยคุณปู่ที่คอกม้าบ้าง ถ้าเป็นแบบนั้นก็อาจจะได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้”แซมเอ่ย เด็กๆ รีบส่งเสียงว่าพวกเขาจะไปช่วยคุณปู่คุณย่าเอง แซมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ยื่นหน้าไปหอมเด็กน้อยในอ้อมแขน และหันไปหอมแก้มนวลของคนที่เดินเคียงข้าง“รักโซวที่สุด ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคนดี”เขากระซิบข้างหู โซเฟียยิ้มให้สามีอย่างอ่อนหวานและยื่นหน้าไปหอมแก้มสากบ้าง“ข
เสียงห้าวเอ่ยกับแซม ชายหนุ่มหันมายิ้มให้พี่ชายอย่างขอบคุณ“แซมขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะครับพี่ฟาน”ตั้งแต่เกิดและจำความได้ก็มีพี่ชายใหญ่คอยรักและปกป้องมาโดยตลอด ให้เขาได้เลือกวิถีทางของตัวเองโดยพี่ชายยอมรับบทชีวิตที่หนักกว่า สเตฟานตบบ่าแซมอีกครั้ง“ขอบคุณอะไรมากมาย ฉันเป็นพี่นายนะ เอ้านี่ ของขวัญพิเศษเอาไปฉลองซะ”สเตฟานเอ่ยตัดบทไม่อยากทำซึ้งกับน้องชายจนต้องเสียน้ำตา ยื่นขวดไวน์รสเลิศสูตรพิเศษให้ แซมรับไปถือไว้ใบหน้าหล่อเหลาละม้ายคล้ายกันยิ้มพราย“พิเศษแน่นะพี่ชาย” มีการถามเพื่อความแน่ใจ สูตรของเชฟนิคที่ทุกคนรอคอย“พิเศษหรือไม่ แกก็เอาไปลองเองละกัน โน่นพวกผู้หญิงมากันแล้วมากันแล้ว”สเตฟานกล่าวพยักพเยิดให้ดูทางระเบียงที่เหล่าสุภาพสตรีกำลังเดินมาทางนี้ แซมส่งมือไปให้โซเฟีย หญิงสาวยื่นมือมาจับส่งยิ้มแห่งปีติสุขให้แก่กัน“ขอให้แซมกับโซวมีความสุขมากๆ ไวน์ดีใจจริงๆ ที่ได้เห็นวันนี้ของเพื่อนรักทั้งสอง”วีรตาพูดเสร็จก็เข้าไปกอดทั้งแซมและโซเฟีย ทั้งสามกอดกันครู่หนึ่งด้วยความรักซาบซึ้งใจที่มีต่อกัน แซมมีความสุขมากที่เพื่อนรักคนหนึ่งของเขาได้กลายมาเป็นพี่สะใภ้ ส่วนอีกคนกลายมาเป็นผู้หญิงที่เขา
“หมดเวลา ทุกคนโปรดหยุดและอยู่ในความสงบ”เสียงประกาศดังขึ้นจากหัวหน้าแก๊งราวกับตำรวจประกาศจับคนร้าย ทุกคนหยุดแล้วหันไปมองรอบตัว หน้าตาของสุภาพบุรุษแต่ละคนเต็มไปด้วยลิปสติกสีสันได้อารมณ์มากจนต้องพากันหัวเราะเสียงดังออกมาด้วยความขบขันกันถ้วนหน้า“ไอ้ฟี่ มึงมาช่วยนับหน่อย จีน่าด้วยครับ” สเตฟานร้องเรียกหาผู้ช่วยจำเป็น จากนั้นก็ช่วยกันนับรอยจูบอย่างเอาจริงเอาจัง กรรมการจำเป็นทำท่าจดขยุกขยิกลงแผ่นกระดาษ จากนั้นก็เอามาส่งให้สเตฟาน หน้าตาแซมนั้นก็เหมือนคนอื่นๆ คือเต็มไปด้วยลิปสติกสีชมพู“เอาละ ได้ผู้ชนะแล้ว เกมแรก คู่ที่ชนะมีรอยคิสส์ที่นับได้มากที่สุดคือ คู่ของ....แซมกับโซเฟีย” เสียงห้าวประกาศทำให้ทุกคนต่างทำเสียงอื้ออึงทันที“กูว่าของกูเยอะก็นะ” เสียงเบอร์นาโดแกล้งตะโกนขึ้น“ของมึงเยอะแบบเละเทะมากไอ้เบอร์ดี้ มันนับรอยไม่ได้ชัดเท่าของแซม” กรรมการทำเสียงชี้ขาด แซมยิ้มแฉ่งอุ้มโซเฟียหมุนไปโดยรอบทำเสียงร้องไชโยด้วยความดีใจ“เห็นมั้ย แซมว่าเรากวาดรางวัลแน่คืนนี้” ทำเสียงกระซิบตอบ“แต่เพื่อไม่ใช่เป็นการเสียน้ำใจ เพราะมีอีกหนึ่งคู่ที่ค่อนข้างสูสี นั่นก็คือ คู่ของ...”สเตฟานทำเสียงประกาศอีกครั้งและเว้
“สีอะไรก็ไม่ต่างกัน ไม่มีความหมายอะไรกับผมอยู่แล้ว”เสียงเข้มเอ่ยออกมาทำให้แทมมิร่าสะอึกอึ้งไป ไม่เคยมีใครแสดงกิริยาเช่นนี้กับแทมมิร่า ฮิลล์ นอกจากไทสัน มาร์กอส ไอ้ผู้ชายที่แทมมิร่าเห็นหน้าแล้วอยากจะเอาเล็บข่วนให้หน้านิ่งๆ นั้นเกิดรอยเลือดซิกๆ ให้หายแค้นและให้สาสะใจ แทมมิร่าได้แต่กำมือแน่นบีบแท่งลิปสติกจนมือเจ็บ“เหมือนกัน!”หล่อนคิดออกเพียงเท่านั้นเพราะไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาด่าเขาดี ตลอดสองสามปีมานี้ก็คิดว่าขุดคำมาด่าเขาจนหมดกรุแล้วทั้งคำที่มีในพจนานุกรมและคำที่สร้างสรรค์ขึ้นเองตามอารมณ์และความรู้สึกหญิงสาวเชิดหน้าส่งสายตาเหยียดปนรำคาญให้แทน เพราะรู้ว่าทำเช่นนี้มันทำให้เขารู้สึกจี๊ดได้ดีทีเดียว ทำเก็กหน้าไม่แยแส แต่แทมมิร่ารู้ว่าเขาเกลียดเวลาหล่อนทำสายตาเหยียดและยกมุมปากเยาะหยันใส่ ไทสันปรายตามองท่าทางเย่อหยิ่งที่หล่อนทำแล้วขยับมายืนชิดก้มหน้ามาใกล้อย่างจงใจแกล้ง“เห็นท่าแบบนี้ของคุณแล้วผมชักอยากได้แชมป์คืนนี้แล้วล่ะสิ จูบให้ดีล่ะ ถ้าผมคิดว่าไม่จุใจ ผมจะเป็นคนจูบคุณเอง”เสียงเรียบหากดวงตาเข้มบนใบหน้านิ่งของเขาวาววามส่งประกายบางอย่างที่ทำให้แทมมิร่าหน้าแดงและขนลุกซู่ไปทั่วร่าง หญิง
ด้านโจซิเฟียกับแทมมิร่าก็วางสีหน้าไม่ถูก จะโวยวายก็เกรงใจเจ้าพ่อผู้เป็นหัวหน้าแก๊ง โจซิเฟียคิดว่าทำเพื่อแซมกับโซเฟียก็แล้วกัน และวันนี้ทุกคนก็ตั้งใจที่จะสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ หล่อนจึงไม่ควรทำตัวให้คนอื่นหมดสนุก หญิงสาวคิดได้ดังนั้นก็ยักไหล่แล้วพยักหน้าหงึกๆ ยอมรับ แทมมิร่าก็คิดคล้ายๆ กัน“ดีมาก เอาล่ะ ต่อไปจะเป็นเกมแรก ชื่อเกมว่า Kiss me พลีสสสสสส” ทำเสียงลากเสียยาวเสียงฮือฮาดังขึ้นทันที เบอร์นาโดกระดิกนิ้วส่งสัญญาณให้เมอร์ฟีหยิบกล่องอุปกรณ์ประกอบการเล่นมาวางตรงโต๊ะข้างสนาม“เรามีกันกี่คู่นะ ไหนทุกคนกรุณายืนขึ้นและกอดคู่ของตัวเอง ไวน์จ๋ามาช่วยพี่ดีกว่า”เจ้าของเวทีส่งเสียงเรียกเมียรัก วีรตายิ้มแล้วมายืนใกล้ๆ กล่องที่วางบนโต๊ะ“ไอ้เบอร์ดี้มึงไปเล่นด้วย”มีการหันไปสั่งเพื่อนคู่หู เบอร์นาโดส่งสายตาเข้มไปให้ เพราะมันเอาแต่สั่งเขาเสียจริงวันนี้ แต่เห็นไอ้เพื่อนรักมันทำทุกอย่างเพื่อน้องชายสุดที่รัก เบอร์นาโดจึงยอมหยวนๆ ให้วันนี้เป็นวันที่สเตฟานจะชี้นิ้วสั่งเขาไปหนึ่งวันก็แล้วกัน ชายหนุ่มหันไปมองเมียเห็นทำหน้าอยากร่วมเล่นกับเพื่อนๆ ด้วย จึงเดินไปหาแล้วโอบแขนไปรอบเอว อมิยายื่นหน้ามาหอมแก้ม
วีรตาจะทำเอง แต่เขาก็ดื้อดึงจะทำให้ วีรตาเถียงและค้านเขามาบ่อยแล้วแต่เขาไม่ยอมหัวชนฝา บอกว่าหล่อนเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน เขาจะขอช่วยแบ่งเบาภาระตรงส่วนนี้เอง ส่วนเสื้อผ้าทั่วไปจึงจะยอมให้คนรับใช้ทำให้ แซมมองพี่ชายด้วยความรู้สึกรักและศรัทธาเต็มเปี่ยมในหัวใจ ลูกผู้ชายแท้ที่เขาถือเป็นไอดอลแบบอย่างมาตลอดชีวิต“โซวจ๋า หิวหรือยัง แซมเอาน้ำผลไม้เพิ่มให้นะ”หันไปถามโซเฟียที่กำลังนั่งฟังสเตฟานด้วยใบหน้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มสนุกเต็มที่“โซวยังไม่หิว เดี๋ยวรอเล่นเกมกันก่อน เผื่อมีเกมอะไรที่ต้องอาศัยตัวเบาๆ แซมเองก็เถอะอย่าเพิ่งกิน เราต้องเป็นแชมป์อะไรสักอย่างหนึ่งให้ได้นะงานนี้ เพราะมันเป็นงานของเรา”โซเฟียทำกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน แซมจึงยิ้มกริ่มเอ็นดูคนในอ้อมกอด“ได้สิ แซมจะพาโซวเป็นแชมป์ให้ได้มากที่สุดคืนนี้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือแชมป์หลังจากเลิกปาร์ตี้นะ”เขากระซิบตอบพร้อมทำตาพราววาววับ โซเฟียหน้าเป็นสีสุกทันตาเห็นพร้อมกับค้อนให้ก่อนจะหันไปฟังสเตฟานต่อ“ในกล่องนี้มีใบแดงกับใบดำ จะเป็นการจับคู่กันระหว่างคุณสี่คน เพราะจะให้จับกันเองพวกคุณคงจะบ่ายเบี่ยงแน่ จริงไหม” มีการถามแต่ไม่ได้ต้







