LOGIN“ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ” ดาวเหนือตอบตามตรง
“ไม่หิวก็กินเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ นึกว่าสงสารคนแก่” แท้ที่จริงแล้วกำนันยศเป็นคนแก่ที่เหงามาก เพราะมีเงินมากมายก็จริง แต่ลูกหลานกลับไม่ใส่ใจดูแลเท่าที่ควร
“ค่ะ” ดาวเหนือรับคำ มองอาหารบนโต๊ะที่ตั้งละลานอยู่เต็มด้วยความตื่นเต้น คราแรกก็ไม่ค่อยหิว แต่ตอนนี้กลิ่นหอมๆ ของอาหารก็ทำให้เธอรู้สึกหิวขึ้นมาในทันที เพราะก่อนหน้านี้เธอกินขนมเค้กไปแค่นิดเดียวก็โดนสองแม่ลูกเข้ามาทำร้ายเสียก่อน
“กับข้าวที่นี่น่ากินจังเลยค่ะ ทั้งหอมทั้งอร่อยด้วยค่ะ”
เธอตักมากินแล้วเอ่ยชม หมูเห็ดเป็ดไก่ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของดีราคาแพงที่เธอไม่เคยได้กินมาก่อน
“เดี๋ยวนี้คุณพ่อมีคนมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนแล้ว คงจะลืมพวกเราแม่ลูกไปแล้วสินะคะ” พิมพ์จันทร์เดินมาทรุดตัวนั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมด้วยบุตรสาว เธอจิกสายตามองดาวเหนืออย่างไม่สบอารมณ์
ดาวเหนือแทบจะวางช้อนลง รู้สึกอิ่มแทบจะทันทีที่เห็นสองแม่ลูกเดินมาที่โต๊ะอาหาร
“แล้ววันนี้ไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกเหรอ” กำนันยศเอ่ยถามลูกสะใภ้ เพราะเมื่อลูกชายออกไปจากบ้านเมื่อไหร่ ลูกสะใภ้ก็จะสั่งคนขับรถพาตนเองและบุตรสาวเพียงคนเดียวเข้าเมืองด้วยเช่นกัน ทิ้งให้ท่านต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง
“ถ้าออกไปข้างนอกจะเห็นอะไรดีๆ เหรอคะ”
“อะไรดีๆ คืออะไร” กำนันยศเอ่ยถามลูกสะใภ้ น้ำเสียงของท่านบ่งบอกว่ากำลังไม่ค่อยพอใจอย่างยิ่งยวด
“ก็แหม... เด็กอยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน หน้าตาก็สะสวย อีกไม่กี่ปีก็ใช้งานได้แล้ว”
“เธอหมายความว่ายังไง”
“ก็...” เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค กำนันยศก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน เพราะไม่อยากให้เด็กได้รับรู้อะไรที่มันไม่ดีจากคำพูดของผู้ใหญ่
“ถ้าเธอคิดจะพูดอะไรไม่ดี ฉันก็ขอให้เธอหยุดเถอะพิมพ์จันทร์ ก่อนที่จะว่าคนอื่นต้องหัดมองตัวเองเสียบ้างนะว่าทำหน้าที่ภรรยาและแม่ได้ดีหรือยัง คนเราน่ะ บางทีไม่เห็นข้อเสียของตัวเอง เห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น”
“คุณพ่อจะเลี้ยงต้อยนังเด็กนี่อย่าคิดว่าพิมพ์จันทร์ไม่รู้นะคะ แล้วลูกชายตัวดีของคุณพ่อ วันๆ เอาแต่เข้าบ่อน ทิ้งลูกเมียไว้ที่บ้าน ไม่ก็ไปกกอีหนู ก็ไม่ได้ดีไปกว่าหนูหรอก ก่อนที่คุณพ่อจะสอนหนู สอนลูกชายของตัวเองก่อนเถอะค่ะ ทำกันถึงขนาดนี้ จะให้พิมพ์ทนอย่างนั้นเหรอคะ”
“หยุดนะพิมพ์จันทร์ ลูกก็อยู่ทั้งคน เธอจะทำตัวเป็นเยี่ยงย่างที่ไม่ดีให้ลูกหรือไง พูดไม่คิด แล้วดาวเหนือก็เป็นหลานสาวของฉันด้วย ฉันไม่ได้คิดเป็นอื่น หยุดพูดว่าร้ายคนอื่นเสียที”
“ทำไมคะ พอพูดเรื่องเลวๆ ของลูกชายสุดที่รัก คุณพ่อทนไม่ได้เหรอคะ”
“ถ้าเธออยากจะพูดก็ให้มันเป็นส่วนตัว ฉันไม่ว่า แต่นี่เด็กอยู่ตั้งสองคน สงบสติอารมณ์บ้างเถอะพิมพ์จันทร์”
“ไม่ค่ะ”
“ทำตัวแบบนี้จะไปสอนลูกยังไง”
“ลูกของพิมพ์เป็นเด็กน่ารัก ไม่เหมือนนังเด็กยาจกที่คุณพ่อเก็บมาเลี้ยงหรอกค่ะ พิมพ์เป็นผู้ดี มีเงิน มีการศึกษา ต้องสอนลูกได้ดีอยู่แล้ว ลูกของพิมพ์ก็เป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย ฉลาด สอนอะไรก็ทำตามไม่เคยดื้อ”
“เด็กน่ารักอย่างนั้นเหรอ แล้ววันก่อนดาวเหนือมาขอความช่วยเหลือ ทำไมธนิดาถึงไม่ยอมบอกเธอกับยอดชายให้รีบไปช่วยฉัน แต่กลับโกหกว่าดาวเหนือเป็นหัวขโมยจนโดนสุรีทุบตีแล้วโดนเธอตบเข้าให้ล่ะ”
“นี่ใครบอกคุณพ่อคะ นังนี่เด็กสารเลวนี่น่ะเหรอคะ นังนี่มันเลว มันใส่ร้ายลูกของพิมพ์ใส่ร้ายพิมพ์” พิมพ์จันทร์ตาลุกวาบมองดาวเหนืออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดาวเหนือสะดุ้งทำยช้อนในมือหล่น ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปเข้าห้องปิดประตูขังตัวเองอยู่ในนั้น ป้องกันอันตรายจากคนใจยักษ์ใจมาร
“ดาวเหนือ” กำนันยศเรียกเด็กน้อยเอาไว้ ก่อนจะหันมามองลูกสะใภ้
“ทำไมเธอถึงให้ท้ายลูก ไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง เด็กกลัวหนีไปโน่นแล้ว”
“ช่างหัวมันสิคะ” พิมพ์จันทร์ไม่แคร์
“ฉันคิดผิดจริงๆ ที่เอาเธอมาเป็นสะใภ้ แทนที่จะดูแลบ้านช่อง ไม่ต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือนมากก็ได้ แต่รู้จักพูดให้ผัวเป็นคนดีบ้าง ฉันขอแค่นี้เอง”
“โอ๊ย! อกอีแป้นจะแตก ยอดชายโตขนาดนี้แล้ว จะให้เมียอย่างหนูพูดให้เป็นคนดีคงไม่มีผลแล้วละค่ะ ในเมื่อพ่อแม่ไม่รู้จักสั่งสอนลูกเอง”
เพี้ยะ!!! เสียงฝ่ามือของกำนันยศตบลูกสะใภ้เต็มแรงด้วยความโกรธ
“คุณปู่ตบคุณแม่ คุณปู่ใจร้าย คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ” ธนิดาเอ่ยถามมารดาอย่างตกใจ รีบตรงเข้าปกป้องมารดาเพราะรักมารดามาก
“คุณพ่อตบหนูเหรอคะ”
“เอ่อ... ฉันขอโทษ” กำนันยศได้สติ จริงๆ แล้วสะใภ้ของท่านพูดถูก การจะอบรมสั่งสอนลูกควรทำตั้งแต่ยังเล็กๆ ก็เหมือนกับที่พิมพ์จันทร์ต้องทำเสียตั้งแต่ตอนนี้ไม่ใช่ให้ท้ายธนิดาแบบนี้
“ได้ค่ะ คุณพ่อตบหนู หนูจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับคุณพ่ออีก ในเมื่อคุณพ่อเห็นขี้ดีกว่าไส้ เห็นลูกคนอื่นดีกว่าลูกหลาน ปล่อยให้คุณพ่อเลี้ยงนังเด็กงูพิษนี่ไปก็แล้วกัน ไปกันเถอะลูก” พิมพ์จันทร์สะบัดหน้าใส่พ่อสามี ก่อนจะพาลูกน้อยออกไปข้างนอก
“ว่างๆ ก็ไปเที่ยวทางใต้บ้างสิจ๊ะ พวกเรายินดีต้อนรับดาวกับครอบครัวเสมอจ้ะ” นาตยาเอ่ยชวน“ขอบคุณอาหมอกับอานาตมากนะคะ ถ้าได้มีโอกาสลงใต้จะไปเยี่ยมอานาตกับอาหมอแน่นอนค่ะ”“ผมเองก็ต้องขอบคุณมากๆ นะครับ” ติณห์เอ่ยขอบคุณสองสามีภรรยาด้วยเช่นกันที่ได้ช่วยเหลือภรรยาของเขาเอาไว้ จนคลอดลูกอย่างปลอดภัยดาวเหนือออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับลูกน้อยที่เกิดมาสุขภาพแข็งแรง ทั้งคลอดง่ายเลี้ยงง่าย“พี่สัญญาว่าจะดูแลเธอกับลูกให้ดี” เขาคิดถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองที่มีแค่บิดาเพียงคนเดียว ก็ไม่อยากที่จะให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ปล่อยให้ลูกขาดพ่อหรือขาดแม่ แต่อยากให้ลูกมีพ่อแม่ครบสมบูรณ์ อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา มีครอบครัวที่อบอุ่น“ขอบคุณนะคะ ดาวมีพ่อก็เหมือนไม่มีพ่อ ดาวอยากจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่ากับแม่คนหนึ่งจะทำได้ ไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกขาดอะไรในชีวิตไป”ดาวเหนือคิดถึงมารดา หากท่านยังมีชีวิตอยู่ คงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน แต่ใครมีโอกาสก็ควรเลือกทำแต่สิ่งที่ดีๆ ให้กับตัวเองและคนรอบข้างก่อนจะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วดาวเหนือมองลูกน้อยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเบาะสีหวานที่คนเป็นพ่อซื้
ข่าวดีของครอบครัวทำให้ติณห์และบิดาดีใจเป็นอันมากเมื่อดาวเหนือตั้งท้องลูกคนแรก ดาวเหนือตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยเปิด ในขณะที่เธอได้รับทุนทรัพย์จากสามีเปิดร้านเสริมสวยเป็นของตัวเอง และมีร้านอาหารและร้านขนมอยู่ใกล้ๆ กิจการไปได้สวยเพราะความใส่ใจของผู้บริหาร แม้ดาวเหนือจะอายุยังน้อยแต่ก็มีความรับผิดชอบสูงเธอรับช่างเสริมสวยเข้ามาช่วยงานในร้าน ทั้งช่างทำผม ช่างทำเล็บ ขัดผิวอบผิว แยกเป็นสัดส่วน มีสปาหน้าและสปาตัวด้วยส่วนร้านขนมก็มีพนักงานช่วยขายเพราะมีสูตรขนมตายตัว สามารถผลิตออกมาขายได้ทุกวันร้านอาหารนั้นดาวเหนือลงครัวทำบ้าง ให้พ่อครัวทำบ้าง เธอแวะเวียนไปดูแลกิจการต่างๆ สลับกันไปมา เพราะร้านอยู่ติดกัน ที่นี่ทำเลดีเป็นที่ดินที่ติณห์ซื้อเก็บเอาไว้เพราะเห็นว่าที่สวยเหมาะแก่การเปิดกิจการ เนื่องจากมีผู้คนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก และยังอยู่ใกล้หน่วยงานราชการและย่านชุมชน“ทำงานหนักไปหรือเปล่า” ติณห์เอ่ยถามภรรยาสาว ก่อนที่ตัดสินใจจะรับเธอเข้ามาเป็นภรรยาอย่างเปิดเผย เขาก็เคยกังวล แต่ตอนนี้เขาไร้ซึ่งความกังวลแล้ว อาจเพราะดาวเหนือไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่เขาได้เคยเจอมาก่อนในชีวิต เธอดีงามและน่ารักเสมอ แถม
สองแม่ลูกมองหน้ากัน ก่อนจะหน้าแตกยับเยิน และไม่มีใครสนใจพวกหล่อนอีก ทำให้พิมพ์จันทร์ต้องดึงมือบุตรสาวออกมาจากงานเลี้ยง“เจ็บใจจังเลยค่ะคุณแม่” ธนิดาบ่นไปตลอดทาง เสียดายติณห์จับใจ ถ้ารู้ว่าเขารวยขนาดนี้ เธอจับเขาทำผัวไปแล้ว“ทำไมไฟในบ้านมืดขนาดนี้คะคุณแม่ ไฟดับหรือไง” ธนิดาเอ่ยกับมารดา“แม่ก็ไม่รู้ค่ะ” พอเข้าไปในบ้านสองแม่ลูกก็ต้องตกใจเมื่อเจอเข้ากับจดหมายเรียกค่าไถ่ ซึ่งตอนนี้มารดาโดนจับตัวไปแล้วความวุ่นวายเกิดขึ้นจนเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมเมื่อคนที่จับตัวคุณหญิงพิมพ์พรรณมารดาของพิมพ์จันทร์ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ ส่วนธนิดาหลานสาวเพียงคนเดียวของท่าน กลับถูกเจ้าหนี้ของบ่อนจับไปกระทำย่ำยีธนิดาถูกช่วยออกมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียเลือดมาก ยอดชายที่จะบริจาคเลือดช่วยบุตรสาวก็ถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าธนิดาไม่ใช่ลูก เขาคาดคั้นเอากับภรรยาจนรู้ว่าธนิดาเป็นลูกติดท้องของผู้ชายคนอื่น ที่ไม่ยอมรับเป็นลูก เพราะตอนที่พิมพ์จันทร์คบกับยอดชายอยู่ ก็แอบได้เสียกับผู้ชายคนอื่นด้วย เธอจึงมาจับเขาทำผัว เพื่อจะให้รับเป็นพ่อของลูกยอดชายถึงกับเข่าทรุดที่รู้ว่าหลงเลี้ยงลูกคนอื่นมานานหลายปี“คุณยอดชายใช่ไหมครับ ผมขอ
“ก็ภรรยาของท่านประธานมาถึงแล้วน่ะค่ะ กำลังตามหาท่านประธานอยู่” ได้ยินดังนั้นติณห์ก็เดินไปดูในทันที เขาเห็นว่าดาวเหนือกำลังถูกหนุ่มๆ ซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทยืนล้อมหน้าล้อมหลังกันอยู่ ต่างยิ้มแย้มหัวร่อต่อกระซิก เหมือนกับว่าเธอสนิทสนมกับพนักงานของเขาเป็นอย่างดี“ดาวเหนือ!” ประโยคเรียกขานของติณห์ทำให้ดาวเหนือสะดุ้งหันไปมอง เธอยิ้มให้คนเรียก แต่ต้องยิ้มค้างเมื่อเห็นใบหน้าไม่พอใจของเขา“มาทำอะไรที่นี่”“คะ?” ดาวเหนือทำหน้างงเมื่อได้ยินประโยคคำถามนั้น พร้อมด้วยมือหนาที่กระชากมือของเธอออกมาจากหนุ่มๆ ที่เธอกำลังหว่านเสน่ห์อยู่“ใครใช้ให้เธอมาที่นี่” ติณห์เอ่ยถาม“ก็พี่ติณห์เป็นคนบอกให้ดาวมาที่นี่เอง”“ดาวมาที่นี่เพราะพี่บอกอย่างนั้นเหรอ พี่ไปบอกเธอตอนไหน” ติณห์งงเป็นไก่ตาแตก“ก็พี่ติณห์ส่งชุดไปให้ดาว บอกให้มางานเลี้ยงของบริษัทที่โรงแรมนี้ บอกว่าจะเปิดตัวดาวในฐานะภรรยา”“พี่ไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ทำไมเธอต้องโกหกแบบนี้ด้วย แล้วเธอรู้เหรอว่าฉันเป็นใคร” ติณห์เอ่ยถามคนตรงหน้า กวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า“ดาวเองก็เพิ่งรู้ค่ะ”“เธอรู้แต่ไม่เคยปริปากเอ่ยถาม ต้องการอะไร”“ดาวไม่ได้ต้องการอะไรเลยนะคะ
การได้รู้ความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วสามีมีฐานะเช่นไรทำให้เธอเริ่มคิดมาก คนรวยก็ยังเป็นคนรวยอยู่วันยังค่ำ เขาคงกลัวว่าเธอจะไปเกาะความรวยของเขา กลัวว่าเธอจะไปเสวยสุขบนกองเงินกองทองของเขา จึงไม่อยากให้เธอรับรู้ติณห์นอนหลับไปแล้ว ในขณะที่ดาวเหนือค่อยๆ ขยับขึ้นไปบนเตียง มือน้อยโอบกอดเขาเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่มีอ้อมแขนที่กอดรัดกลับมาเหมือนเคย ทำให้เธอต้องค่อยๆ ดึงมือหนี จู่ ๆ ก็รู้สึกไม่คู่ควรกับเขาเสียเหลือเกินที่เขาไม่พูดความจริงคงเพราะไม่ได้ต้องการเธอจริงๆ จู่ ๆ ความเสียใจก็ถาโถมเข้ามา ครั้งนี้สองแม่ลูกพูดจริงไม่ได้หลอกลวงเธอเหมือนก่อน“วันนี้พี่มีงานกะดึกที่บริษัท ดาวไม่ต้องรอกินข้าวนะ” เขาบอกเธอเมื่อกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน“ค่ะ” ดาวเหนือนอนคิดเรื่องของติณห์ทั้งคืน แล้วก็ได้คำตอบว่าเธอควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เขาจะทิ้งเธอไป ไม่อยากบอกความจริง เพราะเหตุผลอะไรก็ช่าง แต่เธอก็ควรยืนหยัดอยู่ให้ได้ หากวันใดจะไม่มีเขาดาวเหนือปรับอารมณ์ตัวเองได้แล้ว เธอก็เร่งทำงานของเธอให้ดี เวลาว่างเธอก็อ่านหนังสือทบทวนความรู้ของตัวเอง ปีหน้าจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยกับคนอื่นเขาสักที ถ้าในสักวันเธอจะ
“เปล่าค่ะ ดาวก็แค่อยากรู้น่ะค่ะ”“เรื่องไหนที่พี่อยากให้รู้ พี่จะบอกเอง” ประโยคนั้นทำให้เธอนิ่งอึ้งไป นั่นสิเธอจะอยากรู้ไปทำไม แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าเธอเป็นภรรยาก็สมควรจะรู้ไม่ใช่เหรอ“อย่าถามเซ้าซี้อีก พี่ไม่ชอบ” ความสัมพันธ์อันแสนเปราะบางของเธอกับเขาทำให้เธอต้องปิดปากเงียบ และเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้การเจอสองแม่ลูกทำให้ดาวเหนือเริ่มที่จะรำคาญ ประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ นั้นทำให้เธออดไม่ไหว วันหนึ่งจึงสะกดรอยตามติณห์ไป เธอเห็นเขาเดินเข้าไปในบริษัทใหญ่โต ก็คิดว่าเขาคงเป็นพนักงานเดินเอกสารของที่นี่“นี่เราจะเชื่อสองคนแม่ลูกนั่นทำไมกันนะ” ถึงจะเป็นบริษัทใหญ่โต ติณห์ก็เป็นแค่พนักงานเดินเอกสาร เขาจะกลายเป็นผู้บริหารได้ยังไงกันดาวเหนือกำลังจะนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลับ คิดว่าเสียเวลาที่ตามติณห์มาถึงที่นี่ หากตอนนี้อยู่บ้านเธอคงทำงานได้เยอะแล้ว“สวัสดีครับท่านประธาน” คำเอ่ยทักทายของพนักงานรักษาความปลอดภัยทำให้ดาวเหนือหันขวับไปมอง เธอตกตะลึงเมื่อเห็นว่าติณห์กำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ในขณะที่อีกฝ่ายมีท่าทีนอบน้อมต่อติณห์ยิ่งนักเธอจึงรีบหลบ เขาอยู่ในชุดสูทดูดี เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อ
“คุณติณห์ง่วงแล้วเหรอคะ”“ฉันเหนื่อยมาก ขับรถมาทั้งวัน”“คุณติณห์ ว้าย!” เธอร้องเสียงหลงเมื่อถูกเขากดลงบนเตียง“ถ้าเธอยังไม่หยุดพูดหยุดถาม ฉันจะปล้ำเธอจริงๆ ด้วย”“นอนแล้วค่ะ” เธอหลับตาปี๋ นอนตัวแข็ง แทบไม่กล้าหายใจเพราะกลัวเขาปล้ำเอาจริงๆ“กลัวฉันขนาดนั้นเชียวหรือ”เธอลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงลมห
“ดาวอยากถามเรื่องอนาคตน่ะค่ะ คุณติณห์จะพาดาวเข้าเมืองไปทำอะไรบ้าง แล้วดาวต้องทำงานอะไรบ้าง หรือคุณติณห์จะหางานให้ ดาวอยากเรียนต่อด้วยค่ะ แต่ไม่มีเงิน ถ้าทำงานไปเรียนไปพอจะไปรอดไหมคะ ดาวไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมาก่อน เลยไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดี”ประโยคคำถามมากมายของเธอทำให้ติณห์ประมวลผลได้ว่าเด็กสาว
เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบเธอ ไม่สิ... เขาน่าจะไม่ชอบผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ แม้แต่ธนิดาเขาก็ไว้ตัว ห่างเหินไม่เคยให้ความสนิทสนม แม้ธนิดาจะทอดสะพานให้เขาเพียงใดก็ตาม“ถึงไหนแล้วคะคุณติณห์”“เราต้องพักกันระหว่างทาง” เขาเอ่ยตอบอีกอย่าง ก่อนจะเปิดประตูรถลงไป ดาวเหนือจึงตามเขาลงไปด้วย เด็
ดาวเหนือที่ถูกจับขังเอาไว้ในห้อง ถูกสุรีพามายังสวนดอกไม้หลังบ้าน เธอได้เจอกับติณห์ก็รู้สึกดีใจเป็นอันมาก“คุณติณห์” เธอแทบจะวิ่งเข้าไปหาเขา แต่พอได้สติก็ระงับความดีใจและเก็บอาการนั้นเอาไว้ เมื่อเห็นว่าสุรียืนเฝ้าอยู่อีกด้าน สะบัดหน้าใส่เธออย่างดูถูก“ว่ายังไง” น้ำเสียงเย็นชานั้นทำให้ดาวเหนือรู้สึกส







