Share

เล่ห์ลวงห้วงรัก
เล่ห์ลวงห้วงรัก
Author: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update Last Updated: 2026-01-04 20:04:35

เรือขนาดใหญ่ซึ่งถูกตบแต่งอย่างหรูหรากำลังล่องอยู่กลางแม่น้ำฉืออัน แม่น้ำสายหลังของเมืองฉางอัน แคว้นเทียนเฉา ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ ดอกเหมยบานสะพรั่งและอากาศหนาวเย็นซึ่งเริ่มคลายตัว เป็นสัญญาณบอกว่ากำลังจะล่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

เหล่าคุณชายจากห้าตระกูลอันทรงอิทธิพลทางการค้า กำลังนั่งจิบสุราชมบุปผาด้วยความสำราญใจ ทั้งนี้ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับงานฉลองอันยิ่งใหญ่ของเมืองฉางอันที่กำลังใกล้เข้ามา

เป็นเวลานับร้อยปีที่แคว้นเทียนเฉามีประเพณีหนึ่งสืบทอดต่อกันมา ประเพณีซึ่งตระกูลโหลว ตระกูลเหอ ตระกูลเสียน ตระกูลเหลียน และตระกูลอวี่ ห้าตระกูลใหญ่อันทรงอิทธิพลร่วมมือกันจัดขึ้น

งานโปรยบุปผา...

งานโปรยบุปผาเป็นงานที่ชาวเมืองฉางอันต่างก็รอคอย เนื่องจากหนึ่งปีจะถูกจัดขึ้นครั้งหนึ่ง และในทุกปีจะมีการนำกระดาษมาตัดเป็นรูปร่างของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ โดยสอดเงินหรือหยกชิ้นเล็กๆ ปะปนลงไปในดอกไม้กระดาษเหล่านั้น ก่อนจะโปรยลงมาจากหอสุราตระกูลอวี่ให้ผู้คนเข้ามาแย่งชิงอย่างสนุกสนาน ซึ่งแต่ละตระกูลจะมีรางวัลใหญ่ที่มีมูลค่าสูงอยู่หนึ่งชิ้น อาจจะเป็นตั๋วเงินหรือหยกประดับเนื้อดีราคาสูง

ปีนี้พิเศษและคึกคักกว่าทุกปีเนื่องจากฮ่องเต้แคว้นเทียนเฉาทรงพระราชทานหยกล้ำค่า เพื่อให้เป็นหนึ่งในสมบัติชิ้นที่มีค่าที่สุดในงานโปรยบุปผา ดังนั้นแน่นอนว่าทั้งห้าตระกูลย่อมต้องกระทำการอย่างรอบคอบ เพื่อให้งานในครั้งนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม

“ข้าขอเสนอให้เปลี่ยนกติกาเล็กน้อย เราไม่ต้องกำหนดว่าดอกไม้ชนิดใดมาจากตระกูลใดในห้าตระกูลเป็นอย่างไร” เสียนซีหลิวเสนอขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ในทุก ๆ ปี แต่ละตระกูลจะกำหนดดอกไม้มาหนึ่งชนิด เพื่อตัดเป็นรูปร่างและแบ่งแยกประเภทบุปผาประจำแต่ละตระกูลอย่างชัดเจน แต่ในปีนี้ชายหนุ่มอยากให้ต่างออกไปเล็กน้อย

“ท่านหมายความว่าอย่างไร” เหอหลี่คุนเอ่ยถามด้วยท่าทีที่ไม่ใคร่จะเข้าใจนัก

“ก็หมายความว่าแทนที่จะกำหนดดอกไม้ชนิดหนึ่งชนิดใดให้แต่ละตระกูล พวกเราก็เปลี่ยนมาลองใช้บุปผาทั้งห้าคละแบบคละสี โดยซ่อนหยกเอาไว้ในนั้นแทน” เสียนซีหลิวจิบสุราด้วยท่าทีสง่างามก่อนเอ่ยออกมากลั้วหัวเราะ

“นั่นสินะ หากเจาะจงสีและชนิดของบุปผา ชาวบ้านที่เข้ามาร่วมงานก็จะเล็งเฉพาะที่ตนหมายตา หากเราใช้บุปผาหลากหลายขึ้น ทั้งยังไม่อาจแยกแยะว่ามาจากตระกูลใดดูแล้วคงสนุกขึ้นมาก อีกอย่างปีนี้มีหยกพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ หากจะให้งานครึกครื้นย่อมมีเพียงวิธีนี้ ข้าเห็นด้วย” โหลวตงอวี้พยักหน้าก่อนยิ้มที่มุมปาก

เขาเห็นด้วยกับวิธีอันชาญฉลาดนี้ของเสียนซีหลิว มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะป้องกันการ ‘เล่นไม่ซื่อ’ ของผู้ใดก็ตามที่พยายามหมายปองหยกพระราชทาน โดยเฉพาะขุนนางที่สามารถติดสินบนคนในวังหลวง เพื่อให้รู้ชนิดและสีของบุปผาซึ่งห่อหุ้มหยกพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้

“พวกเจ้าสงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดปีนี้องค์ฮ่องเต้จึงทรงพระราชทานหยก ทั้งที่ตลอดมางานนี้คนในวังหลวงไม่เคยให้ความสำคัญ” อวี่ซินหยางรินสุราก่อนยกจอกขึ้นมาคลึงไม่ดื่มเข้าไป ดวงตาคมจ้องมองจอกสุราในมือ ก่อนเหลือบสายตาออกไปมองทิวทัศน์นอกเรือ

“เจ้าจะพูดอะไรกันแน่” เหลียนชิงเหวินขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่ไม่ใคร่จะสบายใจนัก

“ห้าตระกูลแห่งฉางอันจัดงานโปรยบุปผามานาน ฮ่องเต้ทุกพระองค์ไม่เคยให้ความสนพระทัย แล้วเหตุใดครั้งนี้ฮ่องเต้จึงทรงมีพระประสงค์จะเข้าร่วมเล่า” อวี่ซินหยางดึงสายตากลับมาก่อนสบตากับสหายซึ่งร่วมทำการค้าอีกสี่ตระกูล

“ซินหยาง” เหอหลี่คุนขมวดคิ้ว “จะพูดอะไรก็ระมัดระวังหน่อยเถิด” เขากังวลเพราะคนทั้งหมดบนเรืออาจไม่ใช่คนของห้าตระกูล เช่นกันกับตอนนี้ที่มีสาวงามจากหอจื่อจิงกำลังเตรียมการร่ายรำ หากปล่อยให้เรื่องนี้ถูกพูดต่อไปจนล่วงเกินเบื้องสูง พวกเขาไหนเลยจะรับไหว

“คงมิใช่ว่าเจ้าเองก็สงสัยเช่นกันกับข้า?” อวี่ซินหยางเลิกคิ้วมองเหอหลี่คุน ก่อนจะหันไปมองเสียนซีหลิวซึ่งตอนนี้ถอนหายใจออกมาเมื่อมองเห็นท่าทีราวคุณชายเจ้าสำราญของผู้เป็นสหาย

“มีขอบเขตบ้างเถิด เรื่องเช่นนี้เจ้าจะไม่รู้เลยหรือว่าสมควรหรือไม่สมควรเอามาล้อเล่น” เสียนซีหลิวยังคงใบหน้าเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นกลับยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าคนบนเรือล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เขาควบคุมเอาไว้ในมือทั้งสิ้น เนื่องจากเขาเป็นผู้จัดการจ้างเรือเพื่อหารือ “จะว่าไป” เอ่ยด้วยท่าทีลังเลก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับโหลวตงอวี้ “ข้าได้ยินมาว่าเรื่องนี้เป็นพระประสงค์ขององค์หญิงหมิงเยี่ยน”

คุณชายทั้งสี่ตระกูลต่างก็มองไปยังเสียนซีหลิว สีหน้าของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป ทั้งกลัดกลุ้ม เคร่งขรึม ตกตะลึง

และสุดท้ายคนที่คาดเดาไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ย่อมหนีไม่พ้นโหลวตงอวี้ เพราะชายหนุ่มเพียงเลิกคิ้วก่อนยกจอกสุราขึ้นจิบ

“ตงอวี้ น้องสาวของเจ้ายังไม่มีคู่หมายกระมัง” อยู่ๆ อวี่ซินหยางก็ถามถึงโหลวฟางอี๋ราวกำลังนึกสนุก และคำถามนั้นก็ทำให้เขารู้สึกรื่นรมย์ขึ้นไม่น้อย เขาคล้ายเห็นหางคิ้วของอีกฝ่ายกระตุกสองสามครั้งก่อนกล่าว

“คุณชายอวี่เมาแล้วกระมัง” โหลวตงอวี้ยังคงมีท่าทีเฉยเมย แต่ดวงตาวาววับนั้นไหนเลยสามารถซุกซ่อนความโกรธเกรี้ยวเอาไว้ได้

อวี่ซินหยางหัวเราะออกมาเสียงดัง พร้อมกับจ้องตากับโหลวตงอวี้อย่างท้าทาย “ข้าเป็นถึงว่าที่ผู้นำตระกูลอวี่ซึ่งเป็นถึงเจ้าของหอสุราที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอัน สุราแค่นี้หาทำอันใดข้าได้ไม่ ข้าถามเพราะอยากรู้จริงๆ”

คุณชายจากสามตระกูลมองท่าทีของทั้งสองแล้วได้แต่ถอนหายใจ อวี่ซินหยางผู้นี้ก็ช่างเหลือเกินจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าโหลวตงอวี้รักและเอ็นดูน้องสาวอย่างโหลวฟางอี๋เป็นที่สุดก็ยังกล้ากระเซ้าเย้าแหย่ เช่นนี้ไม่เป็นการรนหาที่ตายและจะเรียกเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร

มีอย่างหรือ...กล้าเอ่ยถามถึงคู่หมายของน้องสาวอีกฝ่าย ในยามที่บุรุษจากห้าตระกูลกำลังตกเป็นเป้าหมายขององค์หญิงหมิงเยี่ยน หากนี่ไม่ใช่การบอกเป็นนัยว่าต้องการหมั้นหมายโหลวฟางอี๋แล้ว จะยังหมายถึงเรื่องใดได้อีกเล่า!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 9

    เขาหมุนกายเดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับ ทันทีที่เดินไปถึงประตูก็มีคนเปิดให้อย่างรู้งาน “ไปแจ้งที่หอน้ำชาว่าข้าทีเรื่องด่วนไปไม่ได้แล้ว อ้อ อีกสักครู่คงมีคนตระกูลเสียนออกตามหาคุณหนูเสียน พวกเจ้าบอกไปว่านางเดินออกไปจากร้าน เอาเป็น...นับตั้งแต่สาวใช้ของนางเดินออกไปก็แล้วกัน”“ขอรับท่านประมุข”ท่าน...ท่านประมุข!!เสียนฉิงเยว่ลอบตื่นตระหนก เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาตามไรผมและกลางฝ่ามือ เมื่อครู่เขาให้คนไปแจ้งที่หอน้ำชาซึ่งเป็นที่นัดหมายของคุณชายห้าตระกูล อีกทั้งเมื่อครู่คนของเขาเรียกเขาว่าท่านประมุขเช่นนั้นคนผู้นี้ยังจะเป็นใครไปได้เล่านอกจากโหลวตงอวี้ ประมุขตระกูลโหลว!!!อายุเพียงยี่สิบห้าปีแต่กลับใช้ความสามารถที่มี ต่อสู้ฟาดฟันกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ตระกูลโหลวและพี่ชายต่างมารดาจนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ปกป้องมารดาและน้องสาวไม่ให้ผู้คนในตระกูลรังแกพวกนาง ทั้งยังสามารถเปิดร้านแลกเงินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอันได้สำเร็จเพียงลำพังคนผู้นี้ใช่บุรุษปวกเปียกป้อแป้คนเดียวกันซึ่งนอนอยู่บนเตียงให้นางรังแกเล่น เอ้ย! ไม่ใช่! นางหมายถึงเขานอนนิ่งให้นางวางยาเพื่อยึดครองห้อง เขา...ก็คือคนคนเดียวกั

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 8

    นางแนะนำตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป หลังจากที่ได้ยินนางแนะนำตัว ด้านหลังก็มีคนเดินเข้ามาแนะนำชื่อของตัวเองจนหญิงสาวตาลาย ความจริงนับจากชื่อที่สองสามไปนางล้วนลืมไปจนสิ้นว่าสตรีเหล่านั้นมีนามว่าอย่างไร และมาจากตระกูลใดบ้าง“เอ๋ นั่นมิใช่คุณชายอวี่หรอกหรือ”เสียงเอ่ยขึ้นหน้าร้านเครื่องประดับ เรียกความสนใจของสตรีทุกนางที่เข้ามายืนล้อมรอบเสียนฉิงเยว่ จินเอ๋อร์ขยับเข้ามาชิดเสียนฉิงเยว่ก่อนกระซิบเสียงเบา “คุณหนูข้าน้อยว่าเราตามคุณชายรองไปไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ...”ยังไม่ทันได้จบประโยคก็จำต้องขยับหลบ เมื่อกวนหนิงเหอหันมาสนใจผู้เป็นนายอีกครั้ง“คุณหนูเสียนจะไม่เข้าไปยังหอน้ำชาหน่อยหรือ”ดวงตาคาดหวังของสตรีเหล่านั้นทำเอาหญิงสาวสะอึกอึ้งอยู่กับที่ แท้จริงแล้วพวกนางก็อยากให้ตนสร้างโอกาสที่จะได้พบและแนะนำตัวกับเหล่าคุณชายทายาทตระกูลใหญ่ในหอน้ำชาฝั่งตรงข้ามนั่นเอง หญิงสาวแทบจะถอนฉุนออกมาด้วยความรำคาญ กระนั้นนางกลับเพียงแย้มยิ้ม ก่อนก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงเบา“ต้องขออภัยเมื่อครู่พี่เหวินกำชับไว้แล้วว่าให้รอที่นี่ ดังนั้น...”เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จงใจให้นางได้ยินอย่างแน่นอ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 7

    “เจ้าคิดว่าชุดสองชุดนั้นจะมาถึงมือข้าเลยทันทีหรือ แน่นอนว่าพวกนางทั้งสามคนย่อมได้เลือกก่อนอยู่แล้ว” นางยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ“แต่...เหตุใดเป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”เสียนฉิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นพลันมองเข้าไปยังห้องโถง แม้ว่าจะมองไม่เห็นเสียนฮูหยินแต่นางกลับนึกไปถึงสายตาพิจารณาของอีกฝ่ายในยามที่มองมา เห็นชัดว่านี่เป็นการหยั่งเชิง ถึงความสำคัญในฐานะของนางต่อผู้เป็นพี่สาวทั้งสามคนเมื่อเช้าสาวใช้ทั้งสี่คนมาที่ห้องของนางพร้อมกันหมด เห็นชัดว่าทั้งสี่ถือของมาด้วยกัน ดังนั้นก่อนมาถึงห้องของนางเสื้อผ้าข้าวของล้วนผ่านการเลือกของผู้อื่นมาก่อนแล้ว เสื้อผ้าสองชุดดูก็รู้ว่าเป็นของเหลือจากที่พี่สาวทั้งสามคนได้เลือกแล้ว ดูท่าเสียนฮูหยินคงสงสัยอะไรขึ้นมาแล้วกระมัง“เราคงต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น” หาไม่คงถูกเสียนฮูหยินจับได้เป็นแน่... นางต่อประโยคนั้นในใจอย่างไม่ใคร่จะสบายใจนักทันทีที่คนของคฤหาสน์มาแจ้งว่ารถม้าพร้อมแล้ว เสียนเหวินที่ข้างกายมีเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียง ผายมือไปยังรถม้าที่จอดหน้าคฤหาสน์ เขาช่วยพยุงพวกนางทั้งสามขึ้นบนรถม้า จากนั้นจึงก้าวตามขึ้นไปทีหลัง คิ้วเข้มขมวดมุ่นที่หญิงสาวทั้งสองเกาะติดซ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 6

    “จินเอ๋อร์เจ้าวางใจได้ ข้าอยู่ที่ไหน ก็ต้องมีเจ้าอยู่ที่นั่นด้วย”“แต่...เงินไถ่ตัวข้าสูงมาก”“ข้ามั่นใจว่าร้านขายใบชาของข้าสามารถทำให้ข้าซื้อตัวเจ้าออกมาจากตระกูลเสียน”“แต่...เงินนั่น”“นอกจากว่าเจ้าไม่อยากไปกับข้าด้วย”“ไปเจ้าค่ะ! ข้าขอไปทุกที่!...ไปกับท่าน” จินเอ๋อร์ละล่ำละลักบอกออกมาด้วยน้ำตารื้น “ข้าเพียงเกรงว่านายท่านกับฮูหยินจะโก่งราคา ...หากทั้งสองรู้ว่าท่านมีร้านขายใบชาในเมืองเสียนหยาง”“แล้วจะให้รู้ไปทำไมเล่า หากอยากเห็นคนกระอักเลือดเพราะคับแค้นใจ มิสู้ให้พวกเขาเห็นและรับรู้หลังจากที่ปล่อยเราออกมาและไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไปไม่ดีกว่าหรือ”“หากทำเช่นนั้น แล้วสินเดิมของนายหญิงเล่าเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยถามเสียงเบา เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เสียนฉิงเยว่คับแค้นใจที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องที่สินเดิมของมารดาถูกเสียนฮั่วและฮูหยินฮุบเอาไว้ทั้งหมด“นั่นสินะ”แม้แต่รายละเอียดว่าของทั้งหมดมีอะไรบ้างนางยังไม่รู้ แล้วนางจะทวงถามคืนมาได้อย่างไร อีกทั้งนางจะให้ผู้ใดเล่าทวงถามให้นางก็เป็นแค่คุณหนูเสียนผู้ไร้ตัวตน ทั้งยังไม่มีใครให้ความสำคัญ ทุกวันนี้แม้จะใช้แซ่เสียนแต่ดูนางสิ ยังนับว่าเหมือ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 5

    นับตั้งแต่บิดาและมารดาของนางจากไป นางเหลือตัวคนเดียวในคฤหาสน์ตระกูลเสียนที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี บรรดาฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองของเสียนฮั่ว ต่างก็ผลักนางไปทางโน้นทีทางนี้ที ราวกับนางเป็นตัวอัปมงคลที่หามีผู้ใดต้องการไม่โชคยังดีที่ฮูหยินสามของเสียนฮั่วไม่มีบุตรจึงรับนางเอาไว้นางจึงไม่ถูกรังแกจนเกินไป ถึงอย่างนั้นฐานะของนางในตระกูลเสียนกลับไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิงตลอดมานางเอาแต่อยู่ในที่ของตน ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่แสดงตน พยายามทำตัวราวกับไร้ตัวตนมาโดยตลอด ไม่ว่าคนในตระกูลจะเหยียดหยามหรือดูหมิ่น นางก็ได้แต่ทำเป็นโง่งมไม่สนใจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกขับไสไล่ส่งไม่เพียงเท่านั้นนางยังต้องดูแลฮูหยินสามที่เป็นดังเกราะคุ้มภัยในยามที่อีกฝ่ายล้มป่วยกระเสาะกระแสะ ถึงอย่างนั้นทันทีที่ฮูหยินสามจากไป นางจึงเริ่มรู้ซึ้งว่าคนในตระกูลเสียนยังโหดร้ายได้มากกว่าที่เคยตระหนักยิ่งนางแสร้งทำเป็นอ่อนแอและขลาดเขลา พวกเขาก็ยิ่งได้ใจหาเรื่องรังแกนางอยู่ร่ำไปปีก่อนถึงขนาดมีความคิดจะยกนางให้ไปเป็นอนุของบุตรชายของคหบดีตระกูลหวัง ทั้งที่มีข่าวลือไม่ใคร่จะสู้ดีว่าเขาลุ่มหลงสุรานารี ทั้งยังชอบตบตีทำร้ายฮูหยินและอนุของตน

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 4

    “เรียนท่านลุง ท่านป้า เรื่องที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น หาได้มีผู้ใดตั้งใจผลักข้าไม่ เสี่ยวหลิ่วเพียงตาฝาดไปเท่านั้น ในตอนนั้นผู้คนมากมายข้าจึงไม่ทันระวังตัวพลัดตกลงไปจากสะพาน ขอท่านลุงอย่าได้กล่าวโทษน้อง ๆ ทั้งสามคนเลย หากจะโทษเช่นนั้นคงเป็นความผิดของข้าผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ที่ชักชวนพวกนางออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตา” เสียนหรูซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวคนที่กำลังจะหมดแรง“ท่านพี่” เสียนฮูหยินเอ่ยขึ้นเสียงเบา“เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรหรือ” เสียนจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นฮูหยินของตนหันมาหา“ความจริงแล้วหากเรื่องนี้แพร่ออกไปแน่นอนว่าย่อมกระเทือนถึงชื่อเสียงตระกูลเสียน ข่าวลือเช่นนี้ย่อมปล่อยให้ลือกันไปไม่ได้ หากมีคนพูดไปว่าพวกนางสี่คนคนใดคนหนึ่งผลักพี่สาวของตนลงไปในแม่น้ำ ย่อมเป็นที่หัวร่อของชาวบ้าน ซวงเอ๋อร์เองก็บอกแล้วว่านางพลัดตกลงไป เช่นนี้ก็ให้จบลงตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ”เสียนฮูหยินปรายตามองสตรีทั้งสี่ที่ยืนก้มหน้านิ่ง นางมองทั้งสี่ด้วยดวงตาพิจารณา ก่อนจะละสายตาไปมองบุตรชายคนโตที่ยังคงช่วยพยุงเสียนหรูซวง“เช่นนั้นก็ทำเช่นที่เจ้าว่า” เสียนจวินเองก็ไม่อยากปวดหัวกับเรื่องไร้สาระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status