พระชายาแสนเท่ ข้ากลัวแล้ว

พระชายาแสนเท่ ข้ากลัวแล้ว

By:  อี๋ปี้ถังถังOngoing
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
257views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

[หนึ่งต่อหนึ่ง บริสุทธิ์ทั้งคู่ นิยายคลั่งรัก] ทะลุมิติมาวันแรกเผยอิ้งหนิงก็ก่อเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่ซะแล้ว เธอเห็นฉู่หยางอ๋องแห่งราชวงศ์ปัจจุบันเป็นยาถอนพิษและกระโจนเข้าใส่เขา เดิมทีพอสวมกางเกงเสร็จก็ไม่คิดจะรับผิดชอบ ใครจะไปนึกว่าฉู่หยางอ๋องคนนี้ก็คือว่าที่สามีที่ตัวเองกำลังจะต้องแต่งงานด้วยพอดี แถมว่าที่สามีคนนี้ไม่เพียงแต่จะเจ้าเล่ห์แสนกลและใจแคบ แต่ยังเป็นพวกผูกใจเจ็บแค้นต้องชำระอีกด้วย “แม่นาง ผู้ใดที่ล่วงเกินข้า ข้าจะทวงคืนเป็นพันเป็นหมื่นเท่า!” หญิงสาวบางคนถึงกับปาดเหงื่อ “...” กระโจนใส่เขาครั้งเดียว เขาก็จะกระโจนใส่เธอเป็นพันเป็นหมื่นครั้งเหรอ ชีวิตคนเราจะมีสักกี่วันกันเชียว นี่กะจะกระโจนใส่กันจนตายเลยหรือไง ด้านหนึ่งคือ ‘การแก้แค้น’ ของว่าที่สามี อีกด้านหนึ่งคือการหลอกใช้ของตระกูล เผยอิ้งหนิงบอกเลยว่าทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่ปัญหา ถ้าอารมณ์ดีก็หลอกเอาเงินพวกเขาสักหน่อย ถ้าอารมณ์ไม่ดีก็โยนลูกระเบิดใส่สักสองสามลูก สาบานว่าจะป่วนจนพวกเขาอยู่ไม่สุข บ้านช่องไม่สงบ ดูสิว่าใครจะอยู่ยากกว่ากัน! เพียงแต่เล่นไปเล่นมา...... จู่ ๆ หญิงสาวบางคนก็ทิ้งหนังสือหย่าไว้หนึ่งฉบับ ทิ้งความวุ่นวายไว้ แล้วพาก้อนกลม ๆ ในท้องหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้คุณสามีบางคนกระอักเลือดไปไกลถึงสามจั้ง!

View More

Chapter 1

บทที่ 1

แคว้นตงอู

บริเวณตีนเขาด้านหลังของวัดเฟิงอันบริเวณชานเมือง

ในป่าทึบ เผยอิ้งหนิงที่เพิ่งผ่านการวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาหมาดๆ หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมา จึงทิ้งตัวลงพิงต้นไม้ใหญ่และหอบหายใจอย่างหนัก

ทว่าแม้จะรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ได้ แต่ฤทธิ์ยาในร่างกายของเธอกลับเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

“บ้าจริง ถ้าฉันไม่ตายละก็ ฉันจะตามไปฆ่าพวกแกให้หมดเลย!” การทะลุมิติที่ทั้งน้ำเน่าและน่าโมโหทำเอาเผยอิ้งหนิงอดสบถคำหยาบออกมาไม่ได้

เพราะความผิดพลาดในการปฏิบัติงานของเพื่อนร่วมงาน ทำให้ห้องทดลองระเบิด เธอจึงกลายเป็นเหยื่อเคราะห์ร้าย ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่าไม่เพียงแต่มิติเวลาจะเปลี่ยนไปเท่านั้น แต่แม้กระทั่งร่างกายก็เปลี่ยนไปด้วย ที่สำคัญที่สุดคือมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังคร่อมทับอยู่บนร่าง เตรียมจะล่วงละเมิดเธอ!

ด้วยความโมโหเธอจึงทำร้ายจุดยุทธศาสตร์ของอีกฝ่าย แล้ววิ่งหนีมาตามทางเดินเล็ก ๆ หลังวัดจนมาถึงที่นี่...

‘ตุ้บ’

จู่ ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นจากของบางอย่างที่ตกลงไปในพงหญ้าที่ไม่ไกลออกไปนักอย่างแรง

“ใครน่ะ?!” เธอสะดุ้งโหยง ตื่นกลัวจนสุดขีด

จากนั้นรีบหลบไปอยู่หลังต้นไม้ แต่ผ่านไปพักใหญ่ก็ไม่มีคนหรือสิ่งที่เป็นอันตรายปรากฏตัวขึ้น

เธอแอบชะโงกหน้ามองไปยังทิศทางที่เกิดเสียงดังสนั่นนั่น

พงหญ้าป่าตรงนั้นสูงระดับครึ่งตัวคน มีความเคลื่อนไหวสวบสาบ และยังได้ยินเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด

“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ?” เธอรวบรวมความกล้าถามออกไป

แต่ไม่มีใครตอบกลับมา

ทว่าเสียงครางด้วยความเจ็บปวดนั้นหยุดลงแล้ว

เธอเดินย่องเข้าไปใกล้ ค่อย ๆ แหวกพงหญ้าออกอย่างระมัดระวัง

เมื่อมองเห็นก็ต้องตะลึงงัน

เห็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้นหญ้า กำลังกำมีดสั้นเล่มหนึ่งกรีดลงบนน่องของตัวเอง บนลำน่องนั้นมีรอยฟันลึกอย่างเห็นได้ชัด ว่าถูกอะไรบางอย่างกัดมา

และเป็นเพราะการเข้าใกล้ของเธอ ชายหนุ่มจึงหยุดการกระทำลง มองเธอเขม็งโดยไม่ขยับเขยื้อน

คนคนนี้เป็นผู้ชายที่หล่อเหลามากคนหนึ่ง โครงหน้าได้รูปคมคาย คิ้วดกได้รูปพาดเฉียงเข้าหาจอนผมที่ตกลงมาปรกหน้า นัยน์ตาดำขลับดั่งสระน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง ช่างงดงามราวกับภาพวาดยิ่งนัก!

เพียงแต่ใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียวของเขากลับมีไอหมอกสีดำปกคลุมอยู่ ริมฝีปากบางเฉียบที่แสนเซ็กซี่เม้มแน่นราวกับใบมีด ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายเย็นชาไร้เยื่อใย ไม่ต้องพูดถึงสภาพที่ดูป่วยไข้ของเขา แค่แสงเย็นเยียบที่สาดส่องออกมาจากก้นบึ้งดวงตาอันลึกล้ำคู่นั้น ก็ราวกับจะกลายร่างเป็นกระบี่ไร้รูปที่จะปลิดชีพเธอได้ทุกเมื่อ!

เผยอิ้งหนิงอดลอบกลืนน้ำลายไม่ได้ สายตาเลื่อนจากใบหน้าของเขาไปยังบริเวณน่อง “เจ้า...ถูกงูพิษกัดเหรอ?”

ผู้ชายนั่งนิ่งไม่ไหวติง ในแววตาที่เย็นเยียบนั้นนอกจากจะมีความระแวดระวังแล้ว ยังมีการพิจารณาอย่างเฉียบขาดอีกด้วย

เธอพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะระงับความร้อนรุ่มในร่างกาย เผยรอยยิ้มที่เป็นมิตรออกมา “เอ่อ ให้ข้าช่วยดูดพิษออกให้นะ!”

เธอนั่งยอง ๆ ลงข้างเท้าของเขาโดยไม่รอให้เขาปฏิเสธ แล้วลงมือจัดการเลือดพิษให้เขาทันที

ทั้งบีบ ทั้งดูด ช่างเป็นภาพการกระทำอันยิ่งใหญ่และกล้าหาญราวกับผู้มีเมตตาธรรมที่ยอมสละชีพเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์!

ดวงตาของผู้ชายเบิกกว้าง คล้ายกับคาดไม่ถึงว่าสตรีที่เพิ่งพบกันโดยบังเอิญผู้นี้ จะยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยชีวิตตน...

ทว่ากลับไม่มีใครรู้เลยว่าในเวลานี้ เผยอิ้งหนิงแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

ไม่ใช่เพราะซาบซึ้งใจในการช่วยเหลือผู้อื่นของตัวเอง แต่เป็นเพราะฤทธิ์ยาในร่างกายกำลังจะออกฤทธิ์แล้วต่างหาก!

เธอไม่รู้ว่าการดูดเลือดพิษให้เขาจะทำให้ตัวเองติดพิษไปด้วยหรือไม่ รู้แค่ว่าถ้าไม่รีบหาคนมาเป็นยาถอนพิษ เธอจะต้องตายอย่างอนาถเพราะฤทธิ์ยาในร่างกายแน่ ๆ!

แต่ผู้ชายคนนี้ถูกพิษ ถ้าไม่ช่วยเขากำจัดพิษงูออกไปก่อน ขืนเขาตายขึ้นมา เธอก็ไม่มียาถอนพิษแล้วสิ!

ดังนั้นเธอต้องให้ผู้ชายคนนี้มีชีวิตอยู่ให้ได้!

เมื่อเห็นว่าบาดแผลที่ถูกกรีดเริ่มมีเลือดสีปกติไหลออกมา เธอก็บ้วนเลือดพิษในปากทิ้ง ฉีกเศษผ้าจากชายกระโปรงมาพันแผลให้เขา

เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาตกตะลึงระคนประหลาดใจของผู้ชาย เธอจึงใช้หลังมือเช็ดมุมปาก จู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา “คุณชาย ข้าช่วยเจ้าไว้ ตอนนี้ถึงตาเจ้าตอบแทนข้าบ้างแล้ว”

ชายหนุ่มที่เอาแต่มองเธอมาตลอด จากตอนแรกที่เย็นชาดั่งกระบี่ มาจนถึงตอนที่ตกตะลึงจนพูดไม่ออกเมื่อเธอดูดพิษให้ สายตาของเขาแทบไม่ละไปจากใบหน้าของเธอเลย และในเวลานี้เมื่อพบว่าแก้มของอีกฝ่ายแดงระเรื่ออย่างน่าประหลาด นัยน์ตาของเขาก็หดเกร็งลง น้ำเสียงที่เย็นชาและแข็งกระด้างกลับเจือความสั่นเครือเล็กน้อย “ผงพันเสน่ห์ร้อยมารยาหรือ?”

เผยอิ้งหนิงร่างกายร้อนรุ่มจนสมองตื้อไปหมด ฟังไม่ชัดว่าเขาพูดอะไร จึงขยับเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเหลาของเขา ฉีกยิ้มกว้างแล้วพูดต่อ “นี่ ได้ยินที่ข้าพูดไหม ข้าช่วยเจ้าไว้ ถึงตาเจ้าตอบแทนข้าแล้วนะ!”

ตามหลักการแล้วเธอช่วยเขากำจัดพิษงู สีหน้าของเขาน่าจะดีขึ้นถึงจะถูก แต่เมื่อเธอขยับเข้าไปใกล้ พอเห็นรอยแดงที่ผิดปกติบนใบหน้าของเธอ รวมไปถึงดวงตาที่เริ่มเลื่อนลอย เขาก็กัดฟันเค้นเสียงออกมา “เจ้า...ต้องการสิ่งใดตอบแทน?”

สายตาของเผยอิ้งหนิงเริ่มพร่ามัว ในหัวคล้ายกับมีเสียงหนึ่งกำลังเร่งเร้าให้เธอรีบกระโจนเข้าใส่เขา—

และในวินาทีต่อมาเธอก็กระโจนกดเขาลงกับพื้นจริง ๆ!

“ข้าต้องการให้เจ้าตอบแทนด้วยร่างกาย!”

……

“ท่านอ๋อง!”

เมื่อได้ยินเสียงของลูกน้องที่ตามหา อิ่นเซียวมู่ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า

ทว่ายังไม่ทันที่เขาซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแรงจะลุกขึ้น ก็ได้ยินเสียงอุทานของลูกน้องทั้งสองดังขึ้นเสียก่อน—

“ท่านอ๋อง เกิดอันใดขึ้นขอรับ?”

“ท่านอ๋อง เหตุใดท่านจึงแต่งกายไม่เรียบร้อยเช่นนี้?”

“หุบปาก!”

อิ่นเซียวมู่กัดฟันตวาดอย่างแรง

ใบหน้าหล่อเหลาราวกับภาพวาดนั้นทั้งดำคล้ำและเย็นชา ดวงตาสีดำลึกล้ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ราวกับราชาปีศาจกระหายเลือด ทำให้ลูกน้องทั้งสองหวาดกลัวจนปิดปากเงียบกริบ หัวใจสั่นสะท้าน

ท่านอ๋องของพวกเขาสวมเพียงกางเกงซับในตัวเดียว แผงอกเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยร่องรอยสีแดงเข้ม ต่อให้พวกเขาเป็นบุรุษที่ไม่มีประสบการณ์ก็ยังดูออกว่านั่นคือรอยที่เกิดจากฟันและเล็บ...

อีกทั้งบนกางเกงซับในของท่านอ๋องก็ยังมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ และยังมีสิ่งที่มีเพียงสตรีเท่านั้นถึงจะมีได้อีกด้วย!

“ไปสืบมาให้ข้า! ต้องสืบหาสตรีผู้นั้นให้พบให้จงได้!” อิ่นเซียวมู่พยุงตัวขึ้นพลางคำรามต่ำ

เสียงคำรามของเขาราวกับเสียงตบโต๊ะตัดสินคดีของศาล ทำให้หลิงอู่กับเสวียนชีตกตะลึงจนแทบล้มพับไปกองกับพื้น

ท่านอ๋องของพวกเขา...

ถูกคนย่ำยีเสียแล้ว!

“ท่านอ๋อง ท่านบาดเจ็บภายในหนัก จะโมโหไม่ได้นะขอรับ!” เสวียนชีได้สติกลับมาเป็นคนแรก หลังจากตรวจชีพจรให้ท่านอ๋องของตนอย่างลวก ๆ แล้วก็รีบเอ่ยเตือน

“ท่านอ๋อง ให้ข้าน้อยแบกท่านกลับไปนะขอรับ” หลิงอู่ก็รีบนั่งยอง ๆ ลงเช่นกัน

……

ณ ห้องพัก ภายในวัดเฟิงอัน

เด็กสาวในชุดหรูหรากำลังสั่งการให้สาวใช้ตบหน้าคน

“ตบมัน! ตบให้แรง ๆ!”

สาวใช้ตบหน้าชายวัยกลางคนสวมที่เสื้อแขนกุดมีกระดุมแบบผ้าหยาบฉาดแล้วฉาดเล่าตามคำสั่ง

ชายวัยกลางคนคุกเข่าอยู่บนพื้น ร้องโอดครวญขอความเมตตา “คุณหนูรอง ข้าน้อยถูกปรักปรำนะขอรับ...ท่านก็เห็นว่าข้าน้อยตีคุณหนูใหญ่จนสลบไปแล้ว แต่ข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ ว่าเหตุใดจู่ ๆ คุณหนูใหญ่ถึงฟื้นขึ้นมาได้...ขอคุณหนูรองโปรดเมตตาด้วย...”

เด็กสาวมีใบหน้างดงาม ทว่าในเวลานี้กลับเผยสีหน้าดุร้าย นิ้วเรียวงามชี้หน้าด่าทอเขา “ยาวางไปแล้ว คนก็ตีจนสลบไปแล้ว แต่กลับปล่อยให้นางหนีไปได้ ความพยายามของข้าต้องมาพังทลายลงเพราะคนไร้ค่าอย่างเจ้า เจ้าบอกมาสิว่าเก็บเจ้าไว้จะมีประโยชน์อันใดอีก?”

ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คุณหนูรอง ผงพันเสน่ห์ร้อยมารยานั่น หากไม่ใช่บุรุษก็ไม่อาจแก้พิษได้ คุณหนูใหญ่กินยานั่นเข้าไป หากไม่หาบุรุษมาช่วยถอนพิษให้ภายในหนึ่งชั่วยาม ต้องธาตุไฟเข้าแทรกจนตายเป็นแน่ นี่เป็นคำพูดที่แม่เล้าชุนแห่งหอไพ่แดงพูดเองกับปากเลยนะขอรับ ท่านไม่ต้องกังวลว่าคุณหนูใหญ่จะหนีไปได้ ถึงนางหนีไปได้ ไม่เสียความบริสุทธิ์ก็ต้องตายกะทันหันอยู่ดี ไม่ว่าจะทางใดก็ย่อมไม่ทำให้ท่านผิดหวังเป็นแน่ขอรับ”

เมื่อเด็กสาวฟังจบ ความโกรธบนใบหน้าถึงได้ค่อย ๆ คลายลง

ทว่าความอาฆาตมาดร้ายในดวงตากลมโตคู่สวยกลับไม่ได้ลดลงเลย

นังแพศยาเผยอิ้งหนิง หากรู้แต่แรกว่านางจะได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ให้แต่งกับฉู่หยางอ๋อง ก็น่าจะส่งคนไปฆ่านางทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนางถูกส่งกลับไปบ้านเกิดของมารดานางแล้ว!

ตั้งแต่เล็กจนโต นางต่างหากที่เป็นคุณหนูผู้ล้ำค่าของจวนราชครู เผยอิ้งหนิงตัวซวยกลับชาติมาเกิดผู้นี้กลับมาเมืองหลวงแย่งความโดดเด่นของนางไปไม่พอ ยังมาแย่งบุรุษที่นางชอบไปอีก จะให้นางกลืนความโกรธแค้นนี้ลงไปได้อย่างไร?

ต่อให้ท่านแม่จะให้นางแต่งงานกับองค์รัชทายาท หากนางไม่ได้ครอบครองฉู่หยางอ๋อง นางก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้นังแพศยาเผยอิ้งหนิงได้ชุบมือเปิบไปเป็นแน่! ก่อนเผยอิ้งหนิงกับฉู่หยางอ๋องจะเข้าพิธีอภิเษกสมรส นางจะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายนังเผยอิ้งหนิงให้จงได้!

……

จวนฉู่หยางอ๋อง

หลังจากรักษาอาการบาดเจ็บภายในแล้ว สีหน้าของอิ่นเซียวมู่ก็ดีขึ้นมาก เพียงแต่เพลิงโทสะในร่างกลับพร้อมปะทุออกมาราวกับน้ำป่าไหลหลาก ทำให้บรรดาลูกน้องที่อยู่ใกล้ชิดต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

โหยวหลิน พ่อบ้านของจวนไม่เข้าใจเอาเสียเลย เขาเอาแต่ส่งสายตาให้หลิงอู่ไม่หยุด อยากรู้ว่าท่านอ๋องของตนเป็นอันใดไปกันแน่

แม้ปกติแล้วท่านอ๋องของพวกเขาจะเป็นคนเงียบขรึมพูดน้อย ทว่าการโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเช่นนี้กลับพบเห็นได้ยากยิ่งนัก ด้วยนิสัยของท่านอ๋อง ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยได้ เหตุใดแค่ถูกงูกัดจึงได้โกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้

ไม่ใช่ว่าหลิงอู่จะไม่ได้รับสายตาของเขา ทว่าตอนนี้หัวใจของเขากำลังสั่นสะท้านอยู่ จะให้พูดอันใดได้เล่า

จะให้พูดต่อหน้าท่านอ๋องว่าท่านอ๋องถูกคนย่ำยีมาเช่นนั้นหรือ?!

เขายังไม่ได้แต่งภรรยาเลยนะ ไม่อยากหัวขาดหรอก!

“ท่านอ๋อง!” เสวียนชีวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องนอน คุกเข่าลงแล้วรายงาน “ข้าน้อยสืบมาได้แล้วขอรับ!”

“ว่ามา!” คำพูดที่แสนจะเยือกเย็นหลุดลอดจากไรฟันของอิ่นเซียวมู่

“ท่านอ๋อง วันนี้คุณหนูทั้งสองของจวนราชครูไปจุดธูปขอพรที่วัดเฟิงอัน แต่ไม่ทราบว่าเกิดอันใดขึ้น คุณหนูใหญ่เผยกลับหายตัวไป ตอนนี้คนของคุณหนูรองเผยยังคงออกตามหาคุณหนูใหญ่อยู่ ข้าน้อยคาดว่าคนที่ท่านทรงพบนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นคุณหนูใหญ่เผย จึงให้คนไปหาภาพวาดของคุณหนูใหญ่เผยมา ท่านลองดูสิขอรับ...”

ระหว่างที่พูด เสวียนชีก็หยิบม้วนภาพวาดออกมาจากแขนเสื้อมาคลี่ออก

เมื่ออิ่นเซียวมู่เพ่งมอง เขาก็หรี่ตาลงด้วยความเย็นชา คว้าภาพวาดมาฉีกออกเป็นสองท่อน!

“ไปจับตัวนางมาให้ข้า!”

“เอ่อ...” เสวียนชีอ้าปากค้าง อยากพูดบางสิ่งแต่ก็ไม่กล้า

“คุณหนูใหญ่เผยหรือขอรับ?” จู่ ๆ หลิงอู่ก็อุทานขึ้นมา “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่เผยผู้นั้น ไม่ใช่พระชายาที่ฝ่าบาทเพิ่งจะมีราชโองการพระราชทานสมรสให้ท่านหรือขอรับ?”

อิ่นเซียวมู่สูดลมหายใจเข้าลึก กัดฟันกรอด มองพวกเขาด้วยสายตาเยือกเย็น “แล้วข้าจะฆ่านางไม่ได้หรือ?!”

การแต่งงานครั้งนี้มาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขายังไม่ทันคิดหาหนทางรับมือ ไม่นึกเลยว่าจะถูกสตรีผู้นั้นฝืนใจย่ำยีเอาได้!

แถมยังเป็นกลางวันแสก ๆ อีกด้วย!

เสวียนชีกับหลิงอู่มองหน้ากัน ต่างก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

พวกเขาก็ยังไม่คิดไม่ฝันเลยว่าคนที่ย่ำยีท่านอ๋องจะเป็นพระชายาคนใหม่ที่ยังไม่ได้แต่งเข้ามา!

หากไม่รู้ตัวตนของอีกฝ่ายก็แล้วไปเถิด แต่ตอนนี้รู้ตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว พวกเขาจะไปจับได้อย่างไร?

สำหรับเพลิงโทสะของท่านอ๋อง โหยวหลินรู้สึกงุนงงมาโดยตลอด ตอนนี้เห็นเสวียนชีและหลิงอู่ส่งสายตาให้กันก็ยิ่งทวีความอยากรู้มากขึ้น จึงรวบรวมความกล้าถามออกไป “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่เผยล่วงเกินท่านอย่างไรหรือขอรับ?”

การเอ่ยปากของเขาในครั้งนี้ไม่ต่างกับการเอามีดกรีดลงบนหัวใจของอิ่นเซียวมู่ อิ่นเซียวมู่จึงกำหมัดแน่นจนมีเสียง ‘กรอบแกรบ’ ดังขึ้นมา

“โหยวหลิน เหวินซินจัดยาให้แล้วไม่ใช่หรือ? เจ้ารีบไปดูที่ห้องครัวสิว่าต้มยาเสร็จหรือยัง” หลิงอู่ที่หัวใกล้จะระเบิดเต็มทีรีบดึงเขาไว้ “ช่างเถิด ข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าแล้วกัน!”

พูดจบก็ออกแรงลากเขาออกไปทันที

ภายในห้อง เสวียนชียังคงคุกเข่าไม่กล้าลุกขึ้น

เมื่อต้องเผชิญกับเพลิงโทสะที่ไม่เคยมีมาก่อนของท่านอ๋อง เขาจึงจำใจต้องเกลี้ยกล่อม “ท่านอ๋อง ได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่เผยเพิ่งจะถูกท่านราชครูรับตัวกลับมาจากต่างเมือง ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอันใดในจวนราชครู ด้วยความสามารถของนางไม่น่าจะกล้าทำเรื่องเช่นนั้นกับท่านได้ เรื่องนี้ต้องมีสาเหตุที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้อยู่อย่างแน่นอน อีกทั้งเวลานี้คุณหนูใหญ่เผยก็ยังไม่ได้กลับไปที่จวนราชครู สู้ให้ข้าน้อยไปสืบดูอีกสักรอบ รอหาตัวนางพบแล้วค่อยตัดสินใจดีหรือไม่ขอรับ?”

บุรุษบนเตียงมีสีหน้าดำทะมึน ไม่ได้พูดอะไร

เมื่อเสวียนชีเห็นดังนั้น ก็รีบเปลี่ยนเรื่อง “ท่านอ๋อง การไปสืบข่าวที่ยอดเขาลู่อวิ๋น ให้ข้าน้อยกับหลิงอู่ไปก็พอแล้วขอรับ เดิมท่านได้รับบาดเจ็บก็ไม่ควรไปอยู่แล้ว เป็นเหตุให้ท่านถูกงูพิษลอบกัด ข้าน้อยกับหลิงอู่แทบจะตกใจตายอยู่แล้ว โชคดีที่คุณหนูใหญ่เผยช่วยขจัดพิษงูให้ท่านได้ทันเวลา มิเช่นนั้นต่อให้ท่านจะมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศเพียงใด หากไม่อาจใช้กำลังภายในได้ ก็ยากที่จะขจัดพิษงูให้หมดจดได้ขอรับ”

“ข้าเหนื่อยแล้ว ออกไป!”

“ขอรับ ท่านอ๋องโปรดพักให้สบายเถิด” เสวียนชีเพิ่งเตรียมจะถอยออกไป จู่ ๆ ก็นึกบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงค้อมตัวลงเอ่ยอีกครั้ง “ท่านอ๋อง หากไม่มีอันใดผิดพลาด วันพรุ่งรุ่ยเหออ๋องต้องมาหยั่งเชิงที่จวนเป็นแน่ เพื่อไม่ให้เขาสงสัย ข้าน้อยเห็นว่าสามารถใช้โอกาสนี้หลอกใช้คุณหนูใหญ่เผยได้ คุณหนูใหญ่เผยเป็นหมากที่ตระกูลเผยต้องการส่งมาอยู่ข้างกายท่าน ในเมื่อนางเป็นหมาก ตระกูลเผยใช้ได้ เราย่อมใช้ได้เช่นกัน”

อิ่นเซียวมู่เก็บสายตาเย็นชา ก่อนพยักหน้ารับ

“ข้ารู้แล้ว”

“ท่านอ๋อง ข้าน้อยขอตัวขอรับ”

หลังจากเสวียนชีออกไป ความรู้สึกอัปยศอดสูในใจของอิ่นเซียวมู่ที่นอนอยู่บนเตียงก็ยังยากจะลบเลือนหายไปได้

สตรีบ้านั่น หากไม่แก้แค้นความอัปยศในครั้งนี้ เขาคงเสียชาติเกิดเป็นบุรุษ!

……

เผยอิ้งหนิงหายตัวไปหนึ่งวันเต็ม ๆ กระทั่งตอนเที่ยงของวันต่อมาถึงได้กลับจวนราชครู

นางไม่ได้ไปที่ใดไกล แค่หาโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ พักอยู่วันหนึ่งเท่านั้น

ไม่ใช่เพื่ออะไรหรอก แต่เป็นเพราะต้องการปกปิดสภาพที่ดูไม่ได้ของตัวเองต่างหาก

คนอื่นทะลุมิติมาต่อให้ย่ำแย่แค่ไหนก็ยังเป็นคนที่วางตัวอยู่ในกรอบระเบียบ แต่เธอพอทะลุมิติมาก็กลายเป็นผู้หญิงที่หื่นกระหายบ้ากามไปเสียแล้ว แม้เธอจะถูกสถานการณ์บีบบังคับจนไร้หนทาง แต่เธอก็ได้ทำเรื่องพรรค์นั้นกับผู้ชายคนหนึ่งไปแล้วจริง ๆ ...

สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกอับอายที่สุดก็คือยามที่เกิดเรื่องนั้น เธอไร้ประสบการณ์ ผู้ชายคนนั้นก็ดูเหมือนจะไร้ประสบการณ์เช่นกัน ทุลักทุเลเสียยิ่งกว่าทำศึก เธอแทบจะคิดว่าตนเองต้องตายไปเสียแล้ว!

ที่แท้ใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องดีซะทีเดียว...

หลังจากพักผ่อนอยู่ที่โรงเตี๊ยมหนึ่งวัน และจัดการกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่หลงเหลืออยู่จนเรียบร้อย เธอก็ไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ร้านขายเสื้อผ้า จากนั้นถึงกลับจวนอย่างไม่เร่งรีบ

แต่พอคนก้าวเข้าประตูมาก็ถูกหม่าอัน พ่อบ้านเก่าแก่ขวางเอาไว้

“คุณหนูใหญ่ เหตุใดท่านเพิ่งกลับมาขอรับ? นายท่านโกรธมาก กำลังรอฟังข่าวจากท่านอยู่ที่ห้องหนังสือขอรับ!”

เผยอิ้งหนิงไม่ได้สนใจเขา เพียงแค่เดินไปที่ห้องหนังสือในเรือนหลักตามความทรงจำในหัว

และในห้องหนังสือ ไม่เพียงแต่จะมีเผยเจ๋อซาน บิดาของเจ้าของร่างเดิมอยู่เท่านั้น แต่ยังมีฟ่านปี้เจินผู้เป็นแม่เลี้ยง และเผยหลิงชิง ลูกสาวที่เกิดจากฟ่านปี้เจินอยู่ด้วย

ทั้งยังมีชายหนุ่มที่ดูอ่อนแอคนหนึ่งคุกเข่าอยู่บนพื้น

เมื่อเห็นเธอกลับมา เผยเจ๋อซานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ไม่เพียงแต่จะไม่มีท่าทีเป็นมิตรและเมตตา เขากลับตบโต๊ะลุกขึ้นด้วยความโกรธ

“นังลูกสารเลว เจ้ายังมีหน้ากลับมาอีกหรือ?”

เผยอิ้งหนิงชะงัก

ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าไรนัก

กระทั่งฟ่านปี้เจินแม่เลี้ยงเอ่ยปากขึ้น “หนิงเอ๋อร์เอ๋ย เจ้ามีสัญญาหมั้นหมายกับฉู่หยางอ๋องแล้ว เหตุใดจึงยังไปลอบคบชู้กับบุรุษอื่นได้อีกเล่า? เจ้ารู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะทำร้ายตัวเจ้าเอง แต่ยังจะดึงรั้งให้จวนราชครูของเราต้องเดือดร้อนไปด้วย”

ลอบคบชู้กับผู้ชายอื่นเหรอ?

เผยอิ้งหนิงมองไปยังชายหนุ่มที่ดูอ่อนแอคนนั้น ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นี่ชู้รักของเธอหรือ? ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลย?
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทที่ 1
แคว้นตงอูบริเวณตีนเขาด้านหลังของวัดเฟิงอันบริเวณชานเมืองในป่าทึบ เผยอิ้งหนิงที่เพิ่งผ่านการวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาหมาดๆ หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมา จึงทิ้งตัวลงพิงต้นไม้ใหญ่และหอบหายใจอย่างหนักทว่าแม้จะรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ได้ แต่ฤทธิ์ยาในร่างกายของเธอกลับเริ่มออกฤทธิ์แล้ว“บ้าจริง ถ้าฉันไม่ตายละก็ ฉันจะตามไปฆ่าพวกแกให้หมดเลย!” การทะลุมิติที่ทั้งน้ำเน่าและน่าโมโหทำเอาเผยอิ้งหนิงอดสบถคำหยาบออกมาไม่ได้เพราะความผิดพลาดในการปฏิบัติงานของเพื่อนร่วมงาน ทำให้ห้องทดลองระเบิด เธอจึงกลายเป็นเหยื่อเคราะห์ร้าย ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่าไม่เพียงแต่มิติเวลาจะเปลี่ยนไปเท่านั้น แต่แม้กระทั่งร่างกายก็เปลี่ยนไปด้วย ที่สำคัญที่สุดคือมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังคร่อมทับอยู่บนร่าง เตรียมจะล่วงละเมิดเธอ!ด้วยความโมโหเธอจึงทำร้ายจุดยุทธศาสตร์ของอีกฝ่าย แล้ววิ่งหนีมาตามทางเดินเล็ก ๆ หลังวัดจนมาถึงที่นี่...‘ตุ้บ’จู่ ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นจากของบางอย่างที่ตกลงไปในพงหญ้าที่ไม่ไกลออกไปนักอย่างแรง“ใครน่ะ?!” เธอสะดุ้งโหยง ตื่นกลัวจนสุดขีดจากนั้นรีบหลบไปอยู่หลังต้นไม้ แต่ผ่านไปพักใหญ่ก็ไม่มีคนหรือสิ่ง
Read more
บทที่ 2
เธอมองไปที่ฟ่านปี้เจินเจ้าของร่างเดิมคือลูกสาวที่เกิดจากภรรยาที่ล่วงลับของราชครูเผยเจ๋อซาน นับว่าเป็นลูกสาวสายตรงของตระกูลเผยทว่าเจ้าของร่างเดิมกลับน่าเวทนานัก มารดาของเธอจากไปหลังจากคลอดเธอได้ไม่นาน และเผยเจ๋อซานคนนี้ก็แต่งงานใหม่หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งเดือน ฟ่านปี้เจินให้กำเนิดลูกสาวและลูกชายตามลำดับ ซึ่งมีชื่อว่าเผยหลิงชิงและเผยหลิงฮุยตอนฟ่านปี้เจินเพิ่งตั้งครรภ์เผยหลิงชิง วันหนึ่งมีหมอดูมาที่จวนและบอกตรง ๆ ว่าลูกสาวสายตรงคนนี้คือตัวกาลกิณีพิฆาตมารดา ถ้ายังเลี้ยงดูไว้ในจวนต่อไป นอกจากจะพิฆาตมารดาแล้ว ยังจะทำให้ตระกูลเผยต้องไร้ทายาทสืบสกุลเผยเจ๋อซานเพื่อปกป้องเด็กในครรภ์ของฟ่านปี้เจิน จึงรีบส่งลูกสาวที่เป็นเจ้าของร่างเดิมคนนี้ไปบ้านเกิดของภรรยาเอกปีนั้นเจ้าของร่างเดิมเพิ่งอายุสองขวบ และการส่งตัวไปครั้งนี้ก็กินเวลาถึงสิบหกปีกระทั่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เจ้าของร่างเดิมได้รับราชโองการที่บ้านเกิด ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันได้พระราชทานสมรสให้เธอเป็นพระชายาเอกขององค์ชายสามฉู่หยางอ๋องอิ่นเซียวมู่ กำหนดการแต่งงานคือในอีกสองเดือนข้างหน้าและเพราะราชโองการฉบับนี้ เจ้าของร่างเดิมจึงถูกรับตัวก
Read more
บทที่ 3
ศพของคุณชายอู๋ถูกคนหามออกไปแล้วเผยอิ้งหนิงก็จำใจต้องเป็นคนนำทางพาอิ่นเซียวมู่ออกไปเช่นกันหลังจากห้องหนังสือกลับมาเงียบสงบ เผยเจ๋อซานก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าโกรธเกรี้ยว ตบหน้าบุตรีคนรองไปหนึ่งฉาดโดยไม่ทันให้ตั้งตัว“นายท่าน เหตุใดจึงทำเช่นนี้เจ้าคะ” ฟ่านปี้เจินกอดบุตรีไว้ด้วยความปวดใจ“คิดว่าข้าไม่รู้จริง ๆ หรือว่าผู้ใดส่งคนแซ่อู๋นั่นมา” เผยเจ๋อซานชี้หน้าบุตรีในอ้อมอกของนางด้วยความเดือดดาล โกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด “ฝ่าบาทพระราชทานสมรสเจ้ายังกล้าทำเรื่องเหลวไหล เจ้าคิดจะทำร้ายนาง หรือคิดจะทำร้ายตระกูลเผยของข้ากันแน่”เผยหลิงชิงกุมใบหน้าเอาไว้ ร้อนตัวจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นฟ่านปี้เจินรู้ดีว่าเผยเจ๋อซานสงสัยพวกนางสองแม่ลูกมานานแล้ว จึงรีบคุกเข่าลงพื้น อธิบายและขอร้องแทนบุตรีไปพร้อมกัน “นายท่าน ชิงเอ๋อร์เพียงแค่สับสนชั่วขณะถึงได้ทำเรื่องโง่เขลาลงไป ท่านเป็นอาจารย์ขององค์รัชทายาท จู่ ๆ ฝ่าบาทก็ยกหนิงเอ๋อร์ให้แต่งกับฉู่หยางอ๋อง ชิงเอ๋อร์ก็กังวลว่าองค์รัชทายาทจะทรงเข้าใจผิดในตัวท่าน จึงคิดอยากทำลายงานแต่งของหนิงเอ๋อร์กับฉู่หยางอ๋อง นายท่าน ชิงเอ๋อร์ผิดจริง แต่นางก็ทำไปเพราะนึกถึงท่านก
Read more
บทที่ 4
“อะแฮ่ม!” เผยอิ้งหนิงกระแอมด้วยความกระอักกระอ่วน ทว่าเพียงไม่นานเธอก็เก็บท่าทีหยอกล้อและประจบสอพลอทั้งหมดกลับไป เปลี่ยนเป็นใบหน้าจริงจัง “ขอบคุณท่านอ๋องที่ให้ความร่วมมือ ตอนนี้ถึงคราวที่ข้าต้องให้ความร่วมมือกับท่านบ้างแล้ว ไม่ทราบว่าท่านอ๋องมีสิ่งใดจะสั่งการหรือเจ้าคะ”เขาเอ่ยปากทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แสดงให้เห็นว่าที่เขามาในวันนี้ย่อมมีจุดประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นจุดประสงค์ใดเธอก็ไม่มีทางเลือกให้ปฏิเสธได้ แทนที่จะล่วงเกิน สู้โอนอ่อนผ่อนตามไปก่อน อย่างน้อยฐานะของผู้ชายคนนี้ก็ยังมีประโยชน์ต่อสถานการณ์ปัจจุบันของเธออยู่บ้างอิ่นเซียวมู่พึงพอใจกับความรู้กาลเทศะของเธออย่างเห็นได้ชัด แม้บนใบหน้าหล่อเหลาจะไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมามากนัก ทว่ากลิ่นอายเย็นเยียบรอบกายกลับลดลงไปมาก ไม่ทำให้รู้สึกกดดันอีกแล้วเขาลุกขึ้นยืน ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง “ตามข้ามา”เผยอิ้งหนิงก็ตอบอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าค่ะ!”……เมื่อมีอิ่นเซียวมู่มารับเธอออกจากจวนด้วยตนเอง บ่าวเฝ้าประตูของจวนราชครูจึงไม่กล้าถามอะไรแม้แต่ครึ่งคำทว่าในขณะที่เผยอิ้งหนิงกำลังจะก้าวขึ้นรถม้าของจวนฉู่หยางอ๋อง รถม้าสุดแสนหรูหราคันหนึ่งก็แ
Read more
บทที่ 5
เผยอิ้งหนิงแสร้งทำเป็นเพิ่งเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยโทสะของเขา จึงมองเขาด้วยสีหน้าไร้เดียงสาและไม่เข้าใจ “มีอันใดหรือเจ้าคะ มีสิ่งใดไม่เหมาะสมหรือ”“ก็เอาตามที่เจ้าว่ามา ให้หม่าอันไปเบิกตั๋วเงินที่ห้องบัญชีมาให้เจ้า!” เผยเจ๋อซานขบฟันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นแฝงแววคุกคามดุดันอยู่หลายส่วน “ข้าให้เจ้าเตรียมสินเดิมของตัวเองได้ แต่เรื่องทางฝั่งฉู่หยางอ๋อง เจ้าต้องอธิบายให้กระจ่าง ทางที่ดีที่สุดคือเอาตั๋วรายการสินเดิมของแม่เจ้ากลับคืนมาให้ได้!”“ท่านพ่อ ท่านวางใจเถิดเจ้าค่ะ หากลูกเตรียมสินเดิมเสร็จแล้ว ย่อมต้องนำรายการฉบับใหม่ไปเปลี่ยนกับฉบับที่อยู่ในมือฉู่หยางอ๋องแน่นอน รับรองว่าจะไม่ให้ฉู่หยางอ๋องจับผิดตระกูลเผยของเราได้เลยเจ้าค่ะ” เผยอิ้งหนิงให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจังและหนักแน่นเผยเจ๋อซานพลันหรี่ตาลง สายตาเฉียบคมแปรเปลี่ยนเป็นลึกล้ำสุดหยั่งคาด “หนิงเอ๋อร์ การที่เจ้านึกถึงตระกูลเผยเช่นนี้ พ่อยินดียิ่งนัก หวังว่าวันหน้าเจ้าจะทำเพื่อตระกูลเผยให้มาก อย่างไรเสียตระกูลเผยก็คือที่พึ่งของเจ้า เข้าใจหรือไม่”“ท่านพ่อ ลูกเป็นบุตรีของท่าน ต่อให้ออกเรือนไปแล้ว ลูกก็ยังเป็นสายเลือดของตระกูลเผย ตระกู
Read more
บทที่ 6
ไม่นานนัก สาวใช้ก็ผลักประตูห้องพร้อมกับเดินนำเด็กสาวอายุราวสิบสี่สิบห้าปีเข้ามาด้วย“จิ้งเสียนคารวะพี่หญิงใหญ่ ขอพี่หญิงใหญ่มีแต่ความสุขเจ้าค่ะ” เด็กสาวยืนข้างเตียง ย่อตัวทำความเคารพอย่างมีมารยาท“ตามสบายเถิด” เผยอิ้งหนิงฝืนทนความปวดเมื่อยตามร่างกายลุกขึ้นนั่ง ทว่าเธอไม่ได้ลงจากเตียง เพียงแค่พิงหัวเตียงแล้วเอ่ยถาม “น้องสี่มาหาข้ามีธุระสำคัญอันใดหรือ”เผยจิ้งเสียนหันไปมองสาวใช้ตามสัญชาตญาณเผยอิ้งหนิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ “เจ้าออกไปรอข้างนอกเถิด ปิดประตูให้ด้วยนะ”“เจ้าค่ะ” สาวใช้ถอยออกไปอย่างว่าง่าย พร้อมกับปิดประตูห้องให้พวกเธอทันทีที่ประตูถูกปิดลง เผยจิ้งเสียนก็คุกเข่าลงต่อหน้าเผยอิ้งหนิงทันที ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ร้องไห้ออกมาเสียก่อนเผยอิ้งหนิงไม่พอใจอย่างมากดึกดื่นค่อนคืนมาร้องห่มร้องไห้อยู่หน้าเตียงเธอ กะจะมาไว้ทุกข์ให้หรือไงเธอแค่ถูกสุนัขรังแกมา ยังไม่ตายสักหน่อย!“ร้องไห้ทำไม มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ!”“พี่หญิงใหญ่ โปรดช่วยจิ้งเสียนด้วยเถิดเจ้าค่ะ!” เผยจิ้งเสียนสะอื้นไห้พลางอ้อนวอน“ช่วยเจ้าหรือ ช่วยเรื่องอะไร”“พี่หญิงใหญ่ จิ้งเสียนแทบไม่มีที่ยืนในตร
Read more
บทที่ 7
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างพากันตกตะลึงเสี่ยวลู่ สาวใช้ของเผยหลิงชิงยิ่งตกใจ นางกระทืบเท้าไปมาอย่างบ้าคลั่งพลางตะโกนลั่น “ช่วยด้วย! คุณหนูของข้าตกน้ำ! ช่วยคุณหนูของข้าเร็วเข้า!”เผยจิ้งเสียนกับชุ่ยเอ๋อร์ผู้เป็นสาวใช้ราวกับตกใจจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ร้องก็ร้องไม่ออก ได้แต่กอดกันกลมตัวสั่นงันงกคนใจดียังพอมีอยู่บ้างไม่นานก็มีบุรุษสองคนวิ่งออกมาจากฝูงชน ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกแล้วกระโดดลงไปในแม่น้ำทว่าทั้งสองคนดำน้ำลงไปได้เพียงครู่เดียวก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา บุรุษคนหนึ่งตะโกนบอกก่อนว่า “ใต้น้ำไม่มีคน!”บุรุษอีกคนก็มีสีหน้าประหลาดใจ “เกิดเรื่องอันใดขึ้น พวกนางเพิ่งจะตกน้ำแท้ ๆ แต่เหตุใดถึงไม่เห็นเงาคนใต้น้ำเลยล่ะ”เสี่ยวลู่ที่เดิมทีคิดว่าเผยหลิงชิงจะได้รับความช่วยเหลือในทันที บัดนี้กลับหน้าซีดเผือด นางชี้มืออันสั่นเทาไปยังจุดหนึ่งแล้วตะโกนว่า “หาดูอีกรอบเถิด! พวกนางจมลงไปตรงนั้นแหละ!”บุรุษสองคนในน้ำมองหน้ากัน จากนั้นก็ดำน้ำลงไปพร้อมกันอีกครั้งแต่ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอีกครั้ง คราวนี้ยืนยันหนักแน่นกว่าเดิม “ใต้น้ำไม่มีคนจริง ๆ คงถูกน้ำพัดไปแล้วละ!”เสี่ยวลู่อดโมโหไม่ไ
Read more
บทที่ 8
“จะให้ทำอันใดได้อีกเล่า ก็ต้องแก้แค้นสิเจ้าคะ!” สำหรับเรื่องเมื่อคืน เผยอิ้งหนิงสารภาพออกมาอย่างเปิดเผยโดยไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย “เมื่อคืนเผยหลิงชิงชวนข้าไปลอยโคมไฟที่ริมแม่น้ำ คิดจะฉวยโอกาสตอนข้าเผลอ ผลักตกแม่น้ำ แต่ข้าไม่ยอมให้นางสมหวัง กลับเป็นฝ่ายทำให้นางตกน้ำไปก่อน จากนั้นข้าก็แสร้งทำเป็นลงไปช่วยนาง แล้วดึงนางลงไปใต้น้ำให้สำลักน้ำจนเกือบตาย ข้ารู้ว่าต้องมีคนมางมหาเราแน่ จึงพานางดำน้ำไปทางต้นน้ำ จากนั้นก็ทำลายขาทั้งสองข้างของนางเสีย และทำลายความบริสุทธิ์ของนางต่อ แล้วนำไปทิ้งไว้หน้าหออี๋ชุน”บนใบหน้าของเธอนอกจากความอิดโรยและเหนื่อยล้าแล้ว ก็ไม่มีความตื่นตระหนกหรือความรู้สึกผิดที่ทำเรื่องเลวร้ายเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังดูไม่ใส่ใจราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่นอิ่นเซียวมู่หรี่ตามองเธอนิ่งไม่ไหวติง ต่อให้ใบหน้าของเขาจะดูเย็นชาแค่ไหน ทว่าแววตากลับเผยให้เห็นถึงความซับซ้อนอยู่หลายส่วน“เจ้าไม่กลัวบิดาของเจ้าจะลงโทษหรือ”“หึหึ!” เผยอิ้งหนิงราวกับได้ยินเรื่องตลก เธอใช้หลังมือเช็ดคราบมันที่มุมปาก เอ่ยพลางหัวเราะ “หากกลัวเขา ข้าก็คงทำลายศพเผยหลิงชิงทิ้งไปแล้ว จะเหลือลมหายใจให้นางไว้อีกหรือ”
Read more
บทที่ 9
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด รอยยิ้มจอมปลอมของนาง อิ่นเซียวมู่ยิ่งมองก็ยิ่งขัดตา ชัดเจนว่างดงามจับใจยั่วยวนกระชากวิญญาณถึงเพียงนั้น ทว่าเขากลับอยากฉีกหน้ากากของนางทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด...เขาก้มหน้าลง กัดเข้าที่หัวไหล่ขาวเนียนหอมกรุ่นของนางเต็มแรง“ซี๊ด...” เผยอิ้งหนิงอดแยกเขี้ยวไม่ได้ กรงเล็บก็ตะปบลงบนแผ่นหลังของเขาอย่างไม่อาจควบคุมได้เสียงน้ำสาดกระเซ็นดังคลอไปกับเสียงเนื้อกระทบกันคลุมเครือ อุณหภูมิภายในถังอาบน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำกว่าครึ่งถังกระเซ็นเจิ่งนองไปทั่วพื้นครั้งก่อนที่โรงตีเหล็กเผยอิ้งหนิงยังพอกัดฟันทนรับการเรียกร้องอย่างบ้าคลั่งของเขาได้ ทว่าครั้งนี้เห็นได้ชัดว่านางรับไม่ไหว อย่างไรเสียก็เหน็ดเหนื่อย ไม่ได้หลับตานอนมาทั้งคืน...ผ่านไปได้ไม่ถึงสองรอบ นางก็สลบไปเสียแล้ว……รอจนกระทั่งฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดสนิทไปแล้วบนเตียงมีเธออยู่ตามลำพัง พื้นที่ข้างกายไม่มีร่องรอยของไออุ่น ทว่าในอากาศกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชายหนุ่ม เป็นกลิ่นหอมเย็นสดชื่นเจือด้วยกลิ่นสะระแหน่จาง ๆตอนเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้น เธอไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ทว่าเมื่อได้สูดดมกลิ่นอายข
Read more
บทที่ 10
เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญเลย ที่สำคัญคือเธอไม่นึกเลยว่าฉู่หยางอ๋องจะทำตามอำเภอใจ ส่งข่าวไปที่จวนราชครู!เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ข้างกายเผยเจ๋อซาน เธอก็ลอบด่าทอในใจ ก่อนจะแสร้งทำเป็นปวดหัว นวดขมับพลางเอ่ย “ปวดหัวเหลือเกิน...”บ้าจริง ในเมื่อเขาเป็นคนเรียกแขกมาเอง แบบนั้นก็ปล่อยให้เขารับหน้าไปก็แล้วกัน!แม้เธอจะแสร้งทำอยู่บ้าง แต่เรื่องที่เธอโดนลมหนาวจนล้มป่วยเป็นเรื่องจริง เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดของเธอ เผยเจ๋อซานก็หันกลับไปถามอิ่นเซียวมู่ “ท่านอ๋อง ไม่ทราบว่าท่านช่วยหนิงเอ๋อร์เอาไว้ได้อย่างไรหรือ”“ได้ยินว่าหนิงเอ๋อร์ตกน้ำ ข้าจึงส่งคนไปตามหา และพบหนิงเอ๋อร์อยู่ที่ริมตลิ่งทางต้นน้ำ” อิ่นเซียวมู่เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ“ต้นน้ำหรือ หนิงเอ๋อร์จะไปทางต้นน้ำได้อย่างไร” เผยเจ๋อซานประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของเขา“ท่านราชครู ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าสตรีบอบบางเช่นนางไปทางต้นน้ำได้อย่างไร และผู้ใดเป็นคนชักนำนางไปชมโคมไฟที่แม่น้ำคูเมือง” แววตาของอิ่นเซียวมู่ที่สบตากับเขาฉายแววเย็นชาเผยเจ๋อซานถูกถามกลับจนพูดไม่ออกเผยอิ้งหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ท่านพ่อ วั
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status