Share

บทที่ 8

last update Last Updated: 2026-01-09 10:20:45

นางแนะนำตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป หลังจากที่ได้ยินนางแนะนำตัว ด้านหลังก็มีคนเดินเข้ามาแนะนำชื่อของตัวเองจนหญิงสาวตาลาย ความจริงนับจากชื่อที่สองสามไปนางล้วนลืมไปจนสิ้นว่าสตรีเหล่านั้นมีนามว่าอย่างไร และมาจากตระกูลใดบ้าง

“เอ๋ นั่นมิใช่คุณชายอวี่หรอกหรือ”

เสียงเอ่ยขึ้นหน้าร้านเครื่องประดับ เรียกความสนใจของสตรีทุกนางที่เข้ามายืนล้อมรอบเสียนฉิงเยว่ จินเอ๋อร์ขยับเข้ามาชิดเสียนฉิงเยว่ก่อนกระซิบเสียงเบา “คุณหนูข้าน้อยว่าเราตามคุณชายรองไปไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ...”

ยังไม่ทันได้จบประโยคก็จำต้องขยับหลบ เมื่อกวนหนิงเหอหันมาสนใจผู้เป็นนายอีกครั้ง

“คุณหนูเสียนจะไม่เข้าไปยังหอน้ำชาหน่อยหรือ”

ดวงตาคาดหวังของสตรีเหล่านั้นทำเอาหญิงสาวสะอึกอึ้งอยู่กับที่ แท้จริงแล้วพวกนางก็อยากให้ตนสร้างโอกาสที่จะได้พบและแนะนำตัวกับเหล่าคุณชายทายาทตระกูลใหญ่ในหอน้ำชาฝั่งตรงข้ามนั่นเอง หญิงสาวแทบจะถอนฉุนออกมาด้วยความรำคาญ กระนั้นนางกลับเพียงแย้มยิ้ม ก่อนก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงเบา

“ต้องขออภัยเมื่อครู่พี่เหวินกำชับไว้แล้วว่าให้รอที่นี่ ดังนั้น...”

เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จงใจให้นางได้ยินอย่างแน่นอน “เช่นนั้นคงไม่ใช่นาง”

“นั่นสิดูสองคนก่อนหน้ายังงดงามกว่านางมาก”

“แต่ข้าได้ยินว่าคนที่ตกน้ำเป็นคู่หมายของคุณชายใหญ่ แล้วพวกนางทั้งสามคน ใครกันเล่าเป็นคู่หมายของคุณชายรองเสียน”

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวหมุนตัวกลับไปสนใจเครื่องประดับอีกครั้ง กวนหนิงเหอจึงจากไปด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ เช่นกันกับเหล่าหญิงสาวที่รายล้อมเสียนฉิงเยว่เมื่อครู่ ส่วนใหญ่แล้วพวกนางต่างพร้อมใจกันเข้าไปยังหอน้ำชาฝั่งตรงข้าม

เมื่อรอบกายเริ่มเงียบลงเสียนฉิงเยว่จึงหันไปมองจินเอ๋อร์ “เราควรกลับไปเสียดีหรือไม่ ข้าว่าหากยังรั้งอยู่ที่นี่นานก็ยิ่งจะเจอเข้ากับเรื่องวุ่นวาย”

“แต่คุณชายรองให้รออยู่ที่นี่นะเจ้าคะ”

“จินเอ๋อร์เจ้าก็ได้ยินแล้วว่าข่าวลือออกมาว่าอย่างไร หากให้ข้ากลายเป็นหนึ่งในข่าวลือคงไม่เป็นผลดีเท่าไหร่” เสียนฉิงเยว่ขมวดคิ้ว “เจ้าไปส่งข่าวบอกพี่เหวินว่าเราจะขอกลับก่อน คฤหาสน์ตระกูลเสียนอยู่ไม่ไกลเดินไปก็ถึง บอกเขาให้ทำธุระให้เสร็จไม่ต้องกังวล ข้ารอเจ้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน หากเขากำลังยุ่งอยู่เจ้าก็กระซิบบอกคนของพี่ซีหลิวเมื่อครู่ให้เขาแจ้งต่อพี่เหวิน”

“เช่นนั้นข้าจะรีบไปรีบกลับ ท่านรออยู่ที่นี่อย่าไปไหนนะเจ้าคะ”

“ข้ารู้แล้วเจ้าไปเถิด” เสียนฉิงเยว่พยักหน้าก่อนมองตามสาวใช้ที่เดินออกไปจากร้าน

ดูเหมือนอิทธิพลของคุณชายทั้งห้าจะมีผลต่อหญิงสาวในเมืองฉางอันไม่น้อย ดูทีหรือเมื่อครู่ภายในร้านยังเต็มไปด้วยหญิงสาวมากมายที่เข้ามาเลือกซื้อเครื่องประดับ พอรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่หอน้ำชาฝั่งตรงข้ามเท่านั้น ภายในร้านก็ร้างไร้ซึ่งผู้คนทันที

ร่างเล็กหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในร้าน มิคาดข้างแก้มของนางกลับชนเข้ากับแผงอกหนั่นแน่นของบุรุษผู้หนึ่งเข้าอย่างจัง จมูกของนางได้กลิ่นหอมคล้ายกับกลิ่นเปลือกสนหน้าร้อนผสมกับถานเซียง คิ้วเรียวขมวดมุ่นลง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าก็เริ่มฉายแววตื่นตะลึงขณะพยายามทรงตัว ก้าวหลบไปด้านหลังพร้อม ๆ กัน

“เจอตัวแล้ว” เสียงทุ้มเนิบนาบทำให้หญิงสาวยิ่งตระหนกมากขึ้น ด้วยเพราะเสียงคุ้นเคยนี้...นางไม่มีวันลืมเลือน เสียนฉิงเยว่รับรู้ถึงสัมผัสจากมือใหญ่และอ้อมแขนซึ่งรัดเอวอรชร ไม่ให้ผละออกห่าง

“ทะ...ท่าน”

ดวงตาแตกตื่นระคนตกตะลึงเรียกรอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาก้มลงพร้อมก้มหน้าลงไปหาคนที่พยายามเอนกายไปด้านหลังเพื่อหลบ “นึกอยู่แล้วว่าเจ้าต้องไม่ลืมข้า” เขากระซิบเสียงเบา

ท่อนแขนที่รัดเอวอรชรดันร่างนางเข้ามาแนบชิดกายด้านหน้าอย่างอุกอาจ

เสียนฉิงเยว่ลมหายใจติดขัดก่อนจะกวาดสายตามองหาความช่วยเหลือ กระนั้นรอบกายกลับเงียบงันไร้ซึ่งผู้อื่นโดยสิ้นเชิง บัดนี้ภายในร้านเครื่องประดับหามีคนอยู่ไม่ แม้แต่คนดูแลสินค้าภายในร้านเองก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน

“จดจำค่ำคืนนั้นได้หรือไม่ คืนที่เจ้าปีนขึ้นไปบนเตียงของข้า ในยามที่ข้ากำลังจะหลับใหล...” เขากระซิบเสียงแผ่ว จงใจเป่ารดลมหายใจของตัวเองไปทั่วใบหน้าของหญิงสาว

“ทะ...ท่านปล่อยข้านะ”

ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้ว ทำให้ร่างของหญิงสาวสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น มือสองข้างเป็นเพียงสิ่งที่กั้นขวางกายส่วนหน้าของนางและเขา หญิงสาวพยายามดันร่างแกร่งออกไป ถึงอย่างนั้นเขากลับให้ความรู้สึกราวกับเป็นหินผาที่ไม่อาจเคลื่อนไหว

ความทรงจำวันนั้นยังคงหลอกหลอนนางมาจนถึงวันนี้ ไม่คิดว่าเขาเป็นคนฉางอัน หากรู้แต่แรกว่าเขาอยู่ที่นี่เป็นตายอย่างไรนางย่อมไม่มีทางเดินทางมาอย่างแน่นอน วันนี้รู้สึกเสียใจก็สายเกินไปแล้ว

“ข้าว่าเราสองคนมีความหลังที่ควรรำลึกถึงร่วมกันอยู่กระมัง”

“ไม่...ไม่นะ” เมื่อรู้สึกว่าร่างทั้งร่างของตนกำลังถูกยกลอยขึ้น เสียนฉิงเยว่พลันส่งเสียงร้องออกมา

“จะร้องให้คนช่วยหรือ” เขาชะงักพร้อมกระซิบถาม “เจ้าแน่ใจหรือว่าอยากจะกรีดร้อง จะให้ข้าช่วยหรือไม่ ข้าพอจะรู้จักคุ้นเคยกับเสียนซีหลิวและเสียนเหวินอยู่บ้าง จะให้คนของข้าไปตามให้...ดีหรือไม่”

ยิ่งพูดรอยยิ้มของเขาก็ยิ่งอ่อนโยนขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่...ดวงตาของเขากลับสวนทางกับรอยยิ้มอ่อนโยน ยิ่งเขายิ้มให้นางกว้างขึ้นเท่าไหร่ หญิงสาวกลับยิ่งรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมากเท่านั้น “ทะ...ท่านจะ...จะเอาอย่างไร” นางไม่อาจควบคุมเสียงสั่นเทาของตัวเองเอาไว้ได้อีกแล้ว

“เด็กดี” เขาหุบยิ้มก่อนย่อกายอุ้มนางขึ้นทั้งตัว “เจ้าต้องไปกับข้า”

“แต่...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 15

    “ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน” แต่จะค่อย ๆ ละเมียดชิมไปทีละน้อยๆ อย่างที่เคยพูดเอาไว้ จะได้ไม่เสียคำพูด เขาต่อประโยคนั้นในใจด้วยรอยยิ้ม ซึ่งรอยยิ้มนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวตัวสั่นและเย็นวาบไปทั้งกาย“อีกอย่าง”หญิงสาวชะงักเมื่อเขาเอ่ยประโยคถัดมา“เข็มเหล่านั้นอนุญาตให้เจ้าพกติดตัว แต่หากกล้าใช้กับข้าอีกครั้ง เจ้ารู้ผลที่ตามมาอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่” รอยยิ้มกว้างและมือที่ยื่นออกมาทำเอาเสียนฉิงเยว่ผวา“ข้าน้อยไม่กล้าแล้ว!!” นางกระโดดลงมาจากเตียงนอนก่อนวิ่งมายืนอยู่อีกฟากของห้อง มือน้อยคว้าซองเข็มของตนมากอดเอาไว้ในอกโหลวตงอวี้มองหญิงสาวที่มีท่าทีหวาดระแวงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาค่อย ๆ ก้าวลงมาจากเตียงก่อนปรายตามองหญิงสาวที่พยายามเก็บซองเข็มเข้าไปยังถุงลับในแขนเสื้อ “มานี่”“เจ้าคะ?” นางหันขวับไปมองแล้วส่งเสียงเป็นเชิงถาม“มาช่วยข้าแต่งตัว” พูดจบก็กางแขนออกให้นางดูเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ไม่เรียบร้อยของตน “ไม่มาหรือ เช่นนั้นครู่หนึ่งค่อยไปส่งเจ้าก็แล้วกัน” เอ่ยจบก็หมุนตัวตั้งท่าจะกลับขึ้นเตียงนอน“ข้าน้อยทำแล้ว ทำแล้ว” เสียนฉิงเยว่ปราดเข้าไปรั้งท่อนแขนของชายหนุ่มเอาไว้แน่นอนเขายิ้มกว้างก

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 14

    “รู้หรือไม่” เขาเอ่ยถามนางขึ้นด้วยท่าทีราวไม่ใส่ใจ “เจ้าวางยาข้าสองครั้ง หลังจากนั้นข้าต้องรักษาตัวอยู่นานกี่เดือน”หญิงสาวชะงักคิ้วเรียวเลิกขึ้นมองเขาอย่างหวาดหวั่น ดวงตาคู่งามมองไปยังประตูห้อง ไม่ทันให้เขาได้พูดต่อนางก็เตรียมจะกระโจนลงไปจากเตียงนอน เขาไม่บอกนางก็รู้ว่ายานั้นทำให้เขารู้สึกเช่นไร อีกทั้งยาเข็มที่สองจะทำให้เขาไม่อาจมีสัมพันธ์กับสตรีได้นานครึ่งปีเลยทีเดียวเรื่องนี้จะโทษนางได้อย่างไร ทั้งที่นางพยายามบอกเขาแล้วว่านางไม่ใช้สตรีในหอนางโลม เขายอมฟังนางเสียที่ไหน ล่วงเกินนางถึงเพียงนั้นจะไม่ให้นางโกรธเคืองได้อย่างไรกัน!!ท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มคว้าเอวคอดของหญิงสาว เหวี่ยงนางกลับมาจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับแผ่นอก นางครางออกมาเสียงเบาด้วยความเจ็บ กระนั้นกลับไม่อาจหยุดดิ้นรนและอ้อนวอน“ข้ากลัวแล้ว ท่านอย่าทำอะไรข้าเลย วันนั้นข้าโกรธจนลืมตัวจึงวางยาท่าน ข้าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายท่านเลยนะ”“ไม่มีเจตนาแล้วเจ้าจะหวาดหวั่นและคิดหนีไปไย”“ก็ท่าน...หนะ...น่ากลัวออกปานนี้”“กลัวข้าหรือ คิดว่าข้าจะทำอะไรหรือ”หญิงสาวชะงักแต่ก็ต้องอ้าปากค้างและเบิกตามองมือใหญ่ที่เริ่มลูบคลำไปทั่วร่างนาง “ท่านค

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 13

    ได้ยินหญิงสาวเอ่ยเช่นนั้นชายหนุ่มก็เกร็งไปทั้งร่าง เขาหรี่ดวงตาลงมองเพราะคิดว่าหญิงสาวทั้งสองมาเพื่อสังหารเขา แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด พวกนางไม่เพียงไม่ก้าวเข้ามาใกล้เตียงนอนแต่ยังถึงกับเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลังฉากกั้น และชุดที่นางเปลี่ยนนั้นเป็นชุดสีขาวที่มีเลือดสีแดงเปรอะเปื้อน อีกทั้งเส้นผมยาวสลวยยังยุ่งเหยิงจนบดบังใบหน้าของพวกนางเอาไว้กว่าครึ่ง มองไม่ชัดว่าใบหน้านั้นมีลักษณะเช่นไร“ท่านว่าเอาเลือดไก่นี่ทาลงบนใบหน้าด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ”“ดี ๆ” เสียงสนทนากันของหญิงสาวทั้งสองยิ่งทำให้เขาใคร่รู้ แต่ถึงจะพยายามเหลือบสายตามองก็ยากจะเข้าใจในการกระทำ ที่รับรู้คือร่างเล็กเดินหายเข้าไปยังกำแพงโหลวตงอวี้ไม่อาจพลิกร่างจึงได้แต่กลอกดวงตามองตามหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการพยายามแกล้งหลอกผู้อื่นว่าเป็นภูตผีวิญญาณความวุ่นวายด้านนอกได้ยินแว่วเข้ามา เสียงตะโกนแหกปากด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงวิ่ง เสียงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เสียงหัวเราะแผ่วเบาของพวกนาง พร้อมกับเสียงก่นด่าว่าบุรุษล้วนมักมากทั้งสิ้น ทำให้เขาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอดสงสัยไม่

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 12

    สายตาคมดุดันปรากฏแววร้อนแรง เขามองสำรวจความงามตรงหน้า เสียงแหบพร่าด้วยความชื่นชมดังออกมาคราหนึ่ง แต่หญิงสาวไม่มีสติพอจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงสิ่งใด นางนอนหายใจหอบร่างอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงขัดขืน ใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากถูกขบเม้มจนเขาเกรงว่านางจะทำตัวเองบาดเจ็บ“อย่ากัด” เขากดจุมพิตลงบนริมฝีปากอิ่ม กระทั่งบีบบังคับให้นางอ้าปากออก ไม่ยอมให้นางทำตัวเองเป็นแผลเสียนฉิงเยว่สะดุ้งเฮือกเมื่อชายหนุ่มจุมพิตลงไปบนความอวบอิ่มเปล่าเปลือยของนาง มือน้อยพยายามดึงรั้งศีรษะของเขาออก แต่กลับรู้สึกเหมือนนางกำลังมอบกายให้เขามากกว่าการขัดขืน นางส่งเสียงห้าม แต่กลับได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาราวกับนั่นหาใช่เสียงของนางเองไม่“ไม่นะ พะ...พอแล้ว” นางพยายามดึงสติและเรี่ยวแรงกลับมา แต่จุมพิตและริมฝีปากร้ายกาจของเขา ให้ความรู้สึกราวกำลังสูบพลังชีวิตของนางออกไปก็ไม่ปาน เมื่อผลักดันเขาออกไปไม่ได้ นางพลันนึกถึงถุงลับที่อยู่ในแขนเสื้อของตนเมื่อมองเห็นว่าเขาไม่ได้ถอดเสื้อของนางออก เพียงแต่แหวกสาบเสื้อออกไปด้านข้าง เสียนฉิงเยว่พลันหน้าแดงก่ำ นางถึงกับไม่รู้ว่านางกับเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาถอดเอี๊ยมตัวในของนา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 11

    ทันทีที่ดื่มน้ำจนหมดคนที่สมควรจะปล่อยมือกลับคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงตัวนางเข้าหาอย่างแรง เรี่ยวแรงของสตรีอย่างนางสามารถทานเรี่ยวแรงบุรุษได้ที่ไหนเล่า ร่างเล็กปลิวติดมือเขาโผขึ้นไปบนเตียงก่อนถูกอีกฝ่ายกดลงไปกับเตียงนอน เขาใช้ร่างทั้งร่างพันธนาการนางเอาไว้จนไม่อาจขยับม่านหน้าเตียงบางพลิ้วปลิวขาดกระทั่งค่อยๆ ตกลงคลุมร่างคนทั้งสอง และชายส่วนหนึ่งก็เป็นสิ่งเดียวที่กั้นขวางระหว่างความอวบอิ่มของอิสตรีและบุรุษแปลกหน้าเสียนฉิงเยว่ที่ไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษใดถึงขนาดใจเต้นไม่เป็นส่ำลมหายใจติดขัด ความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นทำให้นางดิ้นรนสุดชีวิต ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าส่งเสียงกรีดร้อง ด้วยรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เช่นใดโหลวตงอวี้คุ้นเคยกับเรื่องเช่นนี้ ด้วยเพราะหนทางการก้าวขึ้นเป็นประมุขของตระกูลนั้นไม่ง่าย ดังนั้นเขาจึงไม่อาจไว้ใจผู้ใดการถูกวางยาพิษ ถูกพยายามฆ่า เป็นสิ่งที่หลายปีมานี้สั่งสมจนเขาต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เช่นในเวลานี้แม้ว่าตัวเขาจะเพิ่งได้พักฟื้นหลังจากที่ขาข้างหนึ่งก้าวข้ามประตูยมโลกมาแล้ว อีกทั้งร่างกายที่ยังคงอ่อนแรง กระนั้นเขากลับรับรู้ได้ในทันที่ที่มีผู้บุกรุกเข้ามาในห้องคนผู

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 10

    “นั่น...นั่นเพราะ” เสียนฉิงเยว่ไม่เคยรู้สึกจนมุมเช่นนี้มาก่อน นางกะพริบตาครุ่นคิดหาทางออก แต่เมื่อหันไปสบตากับโหลวตงอวี้ผู้มีดวงตาดุดันข่มขู่ผู้คนให้หวาดกลัว นางพลันรู้สึกหายใจไม่ออกความคิดหรือก็ไม่โลดแล่นเช่นที่เคยหญิงสาวเลื่อนเข่าทั้งสองข้างขึ้นมากอดเอาไว้ กระโปรงตัวยาวของนางปกปิดเรียวขาสั่นเทาเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน“บุรุษที่เจ้าเล่นงานคืนนั้น” โหลวตงอวี้พลันเปลี่ยนเรื่อง “คือผู้ใด”“เขาเป็นบุตรชายคหบดีตระกูลหวัง เพราะข้าไม่อยากเป็นอนุของเขา ดังนั้นจึงกุเรื่องวิญญาณแค้นขึ้นมา” นางเอ่ยออกมาพร้อม ๆ กับพยายามขับไล่อาการร้อนผ่าวที่กระบอกตาทั้งสองข้างตั้งแต่ที่นางรู้ว่าหมดที่พึ่งพิงอย่างบิดามารดา นางก็ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองและพยายามหาทางหนีทีไล่ หากถูกผู้ใดรังแกนางจะแอบเอาคืนเงียบ ๆ อย่างสาสมต่อมานางแสร้งทำเป็นสตรีขี้ขลาดที่เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้ามองผู้ใด อาศัยการเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ตัวนางสามารถยืนหยัดต่อไปอย่างไม่น่าอดสูเท่าใดนัก กระนั้นนางก็ไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้เช่นตอนนี้เลยจริง ๆ ผู้คนตั้งมากมายเหตุใดคนที่นางล่วงเกินต้องเป็นโหลวตงอวี้ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งหดหู่ใจเหลือเกิน...“เขาเป็นค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status