LOGINอยู่ในยุคปัจจุบันทำตามใจตนไม่ได้ แต่การข้ามมิติมาก็ใช่ว่าจะทำได้ ทว่านี้คือหอน้ำชาของข้า สิ่งใดที่ข้าปรารถนาล้วนต้องได้มาทั้งนั้น บุรุษที่ข้าอยากได้ก็เช่นกัน #[3p]
View Moreบนโลกมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ใครจะคิดว่าเรื่องเหล่านั้นจะเกิดกับเราได้ล่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่เราหลุดเข้ามาอีกโลกซึ่งมันเหมือนเป็นการย้อนอดีต
แต่สำหรับข้าถือเป็นเรื่องโชคดีมาก จากวันที่เดินหลงอยู่ในป่าเมื่อสามปีที่แล้ว ข้าก็ได้รู้ว่าตนเองมิได้อยู่ในยุคแห่งความรุ่งเรืองอีกต่อไป ทว่ามันกลับกลายเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับข้า การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันต้องคอยถูกผู้คนจับตามอง เพราะเป็นคนดังที่แทบกระดิกตัวมิได้ หยางซูหลิน วัยยี่สิบ นางเอกระดับแถวหน้าของประเทศเมื่อสามปีก่อน ยามนี้นางกลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยของหอน้ำชาที่เลื่องชื่อในเมืองจิงโจว ดินแดนศิวิไลซ์ของแคว้นหนาน อยู่ห่างจากเมืองหลวงสามร้อยลี้ หากเดินทางก็ต้องใช้เวลาเกือบสองวันในยุคนี้เพราะใช้รถม้า ทว่ามันมิใช่ปัญหาของเหล่าบุรุษที่อยากยลโฉมสตรีนางเลย “นายหญิงวันนี้มีแขกจากเมืองหลวงมาอีกแล้วนะเจ้าคะ รูปงามมากเลย” เสียงสาวใช้คู่กายเอ่ยกับสตรีร่างอวบอิ่ม มองส่วนไหนก็ดูเต็มไม้เต็มมืองดงามทั้งตัว “อืม ต้อนรับให้ดีก็แล้วกัน” เอ่ยจบร่างเย้ายวนก็วักน้ำใส่สาวใช้ของตน อีกฝ่ายจึงได้แต่ส่งเสียงตำหนิ ก่อนจะวิ่งออกไป ที่นี่คือบ่อน่ำแร่ซึ่งอยู่ทางด้านหลังเรือนพัก มันคือสถานที่ห้ามเข้า นอกจากสาวใช้ที่สนิท ทว่ายังมิทันได้ทำสิ่งใดต่อเมื่อสาวใช้ออกไปพ้น ก็มีบุรุษร่างสูงใส่ชุดดำกระโดดเข้ามา และยังก้าวลงบ่อใช้มีดจี้คอนางจนซูหลินถึงกับตัวสั่นเทาหมายจะร้องให้คนช่วย “เงียบเสียงของเจ้าเสีย” ถ้อยคำข่มขู่เปล่งออกมา “ข้ากลัวแล้วอย่าทำอะไรข้าเลย” “หากเจ้าร่วมมือดีดี ข้าก็จะมิทำอันใด” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอก เพราะเขานั้นบาดเจ็บอยู่ ทว่าชายหนุ่มก็ยังอดมิได้ที่จะสำรวจร่างกายนาง เพราะรู้ดีว่าที่นี่คือที่ไหน คราแรกก็มิคิดว่าการหลบเข้ามาจะได้เจอของดีเช่นนี้ “ฮึ่มตัวเจ้าหอมยิ่งนัก” มิเอ่ยเปล่า ทว่ามือเขายังลูบตามร่างกายของนางและหยุดลงที่เต้าอวบ ก่อนจะขย้ำมันอย่างมันมือ ร่างเล็กถึงกับตัวสั่นระริก เพราะนานมากแล้วที่มิได้อยู่ใกล้บุรุษ อีกฝ่ายก็นั่งซ้อนหลังนางอยู่ด้วย “อื้อ…อย่านะ” ร้องท้วงเสียงเบา เพราะในใจลึกๆ ก็ชอบสัมผัสจากเขามิน้อย “ฟังเสียงเจ้ามิได้อยากให้ข้าหยุดเลยนะแม่นาง ตัวเจ้าหอมยิ่งนัก ฮึ่ม…ขอข้าทำอย่างอื่นนะ” เสียงกระเส่าดังขึ้น ก่อนจะรั้งใบหน้างามหันมาหาตน ใบหน้าที่เคยมีผ้าปิดยามนี้มันถูกรั้งลงมาที่คาง เผยใบหน้าหล่อเหลาจนซูหลินตะลึง เขาดูมิต่างจากพระเอกซีรี่ย์ที่เธอเคยร่วมงานเลย “จะ..เจ้าจะทำอัน…อื้อ” เสียงหวานขาดหายไป เพราะถูกปิดด้วยปากหนาที่ประกบลงอย่างแนบชิด คนชุดดำขบเม้มดูดดึงเรียวปากนุ่มหยุ่นอย่างมัวเมา เมื่อคนตัวเล็กเผยอปากเขาก็สอดลิ้นสอดแทรกเข้าไปทันที ซูหลินตอบสนองเขาเพราะร่างกายมันโหยหาสิ่งนี้มานาน การตอบรับนี้ทำให้ชายชุดดำถูกใจยิ่งนัก มิคิดว่าตนนั้นจะได้ลิ้มชิมรสสตรีงามอันดับหนึ่งของเมืองได้ ทว่า ยังมิทันได้เริ่มสิ่งใดต่อ เสียงจากหน้าประตูทางเข้าบ่อก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดการกระทำทันที “นายหญิงเจ้าคะ มีคนของทางการมาขอตรวจที่นี่เจ้าค่ะ บอกว่ามีคนร้ายหนีมาทางนี้” เสี่ยวถงร้องบอกผู้เป็นนาย เพราะนางยังอยู่ในบ่อตอนตนออกมา “ข้าไม่สะดวก แช่น้ำอยู่ ที่นี่มิมีใครนอกจากข้า” ตะโกนตอบกลับไป ก่อนจะส่งเสียงครางออกมาเบาๆ เพราะคนตัวโตด้านหลังกำลังลูบวนที่ร่องกลีบของนาง “อื้อ…อย่าสิ…อ๊ะ…อ๊า” “ฮึ่ม…ข้าชอบเสียงเจ้ายิ่งนัก” บอกพร้อมกับสอดนิ้วล่วงล้ำเข้าไป จนซูหลินสะดุ้งเฮือก นางก็มิรู้ว่าเหตุใดจึงมิร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งที่เขาก็มิได้ใช้มีดจี้เหมือนคราแรก มิหนำซ้ำร่างกายยังตอบสนองดีเสียด้วย คนด้านหลังจึงมิคิดจะหยุดแม้จะอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน “หากมิมีใครในนั้นจริงๆ เถ้าแก่เนี้ยก็ออกมาก่อนเถอะ เราขอตรวจค้นเพียงครู่เดียว” เสียงด้านนอกก็ยังตะโกนกลับมา ทำเอาใบหน้าหวานรีบหันมาหาคนด้านหลังทันที ดวงตากลมสวยกะพริบถี่มองอีกฝ่ายนิ่ง “หึหึ ทำไมมองหน้าข้า มิกลัวถูกฆ่าปิดปากหรือ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พร้อมกับชักนิ้วเข้าออกร่องรูนาง “อื้อ…คนของทางการจะเข้ามาแล้วนะ…อ๊ะ…อ๊า…เจ้ารีบออกไปเถอะ” บอกเขาแต่ใบหน้านางนั้นอ้อนวอนนัก ราวกับกลัวว่าเขาจะหนีหายมิทำต่อ “ส่งสายตาเย้ายวนและเผยอปากรอลิ้นข้าเช่นนี้หรือ การกระทำของคนที่คิดจะไล่กันฮึ” กล่าวเสียงแหบพร่า พร้อมกับชักนิ้วเข้าออกรัวในร่องรูของนาง ก่อนชะงักลงเมื่อเสียงประตูถูกผลักเข้ามาเต็มแรง ร่างสูงรีบดึงผ้ามาคลุมกายของสตรีตัวน้อย ตัวเขาเองมุดลงใต้น้ำ ใช้แผ่นหลังของนางปิดบังตัวตนรวมถึงผ้าที่สยายเต็มน้ำ ยังดีมีกลีบกุหลาบช่วยปิดบังอีกชั้น “ข้าบอกแล้วว่านายหญิงแช่น้ำอยู่” เสี่ยวถงแหวใส่หัวหน้าหน่วยตรวจการที่ดันทุรังเข้ามา ยังดีที่เขามิให้คนอื่นเข้ามาด้วย เพราะตัวซือฟานนั้นคุ้นเคยกับซูหลินมิน้อย “ได้ยินว่าเจ้าแช่น้ำนานแล้ว ไยมิขึ้นเสียที ประเดี๋ยวก็ไม่สบาย” เอ่ยพร้อมกับยื่นมือมาหาสตรีตัวน้อย สายตาของเขาก็จับจ้องที่เต้าอวบ “จะบ้าหรือซือฟาน เจ้าจ้องข้าเช่นนี้จะให้ข้าขึ้นจากน้ำได้เยี่ยงไร เจ้าอยากตรวจค้นก็รีบตรวจสิ” ใบหน้าหวานเอ่ยพร้อมกับหันไปทางอื่น เพราะรู้สึกกระดากอายสายตาของสหายหนุ่ม ที่มักไปมาหาสู่กันเสมอ “หึหึ ก็ได้” คนตัวโตตอบรับคำ ก่อนจะเดินตรวจไปโดยรอบ ทว่าเขาก็มิเจอสิ่งใดน่าสงสัยเสียงหยาบของเนื้อกระทบกันเริ่มดังขึ้น เมื่อบุรุษรูปร่างใกล้เคียงกันเริ่มขยับเด้าสะโพกใส่เมียรักของพวกเขา ซึ่งครางไม่เป็นภาษาแล้วในยามนี้ ใครจะคิดว่าการร่วมรักสามคนผัวเมียมันจะดีถึงเพียงนี้ “อ๊า…เสียวเหลือเกิน…เราเอากันทุกวันเลยดีหรือไม่” ฉางเล่อเอ่ยออกมาอย่างที่ใจคิด ยามนี้พวกเขากำลังช่วยกันประคองเมียตัวน้อย พร้อมกับอัดเด้ากระแทกทั้งหน้าและหลัง ในท่วงท่าที่ต่างออกไปจากปกติยิ่งนัก “อื้อ…เมียจะนอนอ้าขารอผัวมาเด้าดุ้นใส่อย่างเดียวเลย อูว…ผัวข้าเก่งทั้งสองคนเลย” ชมทั้งคู่ไม่ขาดปาก ซึ่งคำพูดทุกอย่างคนที่แอบดูอยู่ถึงกับตัวสั่นเทา นางหลบคนของฉางเล่อมาเพราะเป็นห่วงผู้เป็นนาย แต่เท่าที่เห็นในยามนี้นางห่วงตนเองมากกว่า เพราะดันมีความต้องการขึ้นมาเสียได้ ด้านล่างนางเปียกแฉะหมดแล้ว “หึหึ มาแอบดูจนไม่ไปไหน คงมิใช่อยากครางเหมือนนายเจ้าหรอกนะ” เสียงด้านหลังดังมาจนนางตกใจ รีบหันมาก็เห็นว่าเป็นคนของท่านเจ้าเมือง จึงหมายจะเดินหนี ทว่าร่างเล็กกลับถูกกอดรัดจากด้านหลัง ก่อนที่มือใหญ่จะเลื่อนมาที่หน้าอกของนางแล้วบีบขยำมัน อีกข้างเขาสอดเข้าไปใต้อาภรณ์นางกดนิ้วฝังลงที่ร่องกลีบทันที “เยิ้มเชียว อยากหรือ
ร่างเล็กขยับกายลุกนั่ง ทว่าขานางก็ยังตั้งชันและอ้าออก เพราะมีสหายยืนเสียบดุ้นคาอยู่ นางยกมือขึ้นคล้องคอเขาหนึ่งข้าง ก่อนจะยื่นอีกข้างมาหาผู้ที่ยืนมองอยู่ รั้งเขามายืนข้างกันซึ่งฉางเล่อไม่ได้มีท่าทางขัดขืนแม้แต่น้อย เพราะเขาถูกใจสตรีตรงหน้ามาก ไม่มีใครรับความดิบเถื่อนและความต้องการที่มีมากของเขาได้เท่าซูหลินแล้ว “ข้าขอแค่มีเจ้าสองคนก็พอ ถึงแม้ข้าจะมักมากต้องการอยู่บ่อยครั้ง ทว่าข้าไม่อยากเป็นสตรีที่กินไม่เลือก หรือผู้ใดก็ได้ จากนี้เราอยู่กันสามคนผัวเมียได้หรือไม่ ข้าเชื่อว่าเจ้าสองคนสามารถทำให้ข้าอิ่มได้ทุกวันอยู่แล้ว” เอ่ยในสิ่งที่คิด คนหนึ่งนางก็มีใจให้ ส่วนอีกคนก็เอวดีไม่แพ้กัน จะให้ปล่อยทิ้งไปนางก็เสียดาย หากตกลงกันได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี “ข้ายินดีเพราะข้าไม่มีใคร ครอบครัวข้าก็ไม่มีใครอยู่คัดค้านแล้ว ส่วนเรื่องแต่งงานให้เจ้าตัดสินใจ ข้าอย่างไรก็ได้ ขอแค่ให้ข้าได้เอาเจ้าทุกวันเป็นพอ” ว่าพร้อมกับบีบเต้างามตรงหน้าอย่างหมั่นเขี้ยว เพราะมันน่าฟัดเหลือเกิน “อื้อ…เจ้าคนหื่น” ตำหนิเสียงกระเส่า “เช่นนั้นเราก็อยู่กันเช่นนี้สามคนผัวเมีย ส่วนเรื่องแต่งงานหากเจ้าไม่อายผู้คน ข้าก็ยินดีจะ
ซูหลินมองทั้งสองสลับกันไปมา เมื่อเห็นว่าการพูดคุยมันดูต่างออกไป ราวกับทั้งคู่รู้จักกัน “ก็ใครอยากให้ใต้เท้าปรนเปรอเมียข้าไม่เต็มที่ล่ะ สะกิดนิดเดียวนางก็ครางเสียงหวานแล้ว ใครจะไปอดใจไม่เอาดุ้นเอ็นสอดใส่เข้าไปได้ หรือท่านจะเถียง” ว่าพร้อมกับรั้งเอาชุดคนตัวเล็กออก จนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า มองส่วนไหนก็งดงามดึงดูดดียิ่งนัก เห็นแล้วด้านล่างเขามันก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที และอยากสอดใส่เข้าไปเต็มทน “เร็วหน่อยมิได้หรือ ข้าก็อยากเด้าเมียเหมือนกันนะ ไม่ได้เสียบมาตั้งครึ่งวัน คิดถึงจะแย่” ถ้อยคำท้ายหันมาเอ่ยกับคนตัวเล็กที่มองเขาตาปริบ ๆ ซือฟานไม่ได้ตอบ ทว่าเร่งเอวสอบตนเด้ารัวราวกับจะทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าตนนั้นเก่งกาจเรื่องนี้เพียงใด สตรีเพียงหนึ่งเดียวจึงได้แต่ร้องครางเสียวปานจะขาดใจ เพราะด้านบนมีปากหนาของเจ้าเมืองหนุ่มดูดกินพร้อมกับบีบขยำไปด้วย เกิดเป็นความเสียวอย่างที่สุดเพราะไม่เคยพบพานมาก่อน ทำเอาร่างเล็กสะดุ้งเป็นพัก ๆ “อ๊า…ชอบหรือตอดแน่นเชียว” เสียงครางจากคนเด้าดุ้นเอ็นเอ่ยออกมา พร้อมกับสูดปากในบางครั้ง “อื้อ…ข้าชอบ มันตื่นเต้น อ๊า…แรงอีกผัวจ๋า เด้าเข้ามาแรง ๆ อื้อ” ร้องบอกให้คนตัวโตอั
ซูหลินตัวสั่นเทาเมื่อเห็นอารมณ์ที่คุกรุ่นของเขา จึงขยับเข้าใกล้พร้อมกับสอดมือโอบเอวเขาไว้ ซบหน้าลงที่ไหล่ก่อนจะเลื่อนมือมาลูบแผงอกแกร่ง “ข้าคิดว่าเขาคือเจ้าจริง ๆ นะ จึงได้คล้อยตามในคราแรก ทว่าต่อมาพอรู้ว่าคนผู้นั้นมิใช่เจ้าก็ขัดขืน แต่แรงข้าแค่นี้ไหนเลยจะช่วยตนเองได้ อย่าลืมว่าเจ้าเองก็ทำกับข้าเช่นนี้เราจึงได้เสียกัน และข้าก็ชอบมากด้วย ขอโทษที่ข้าเป็นคนมักมากจนหักห้ามใจมิได้ หากเจ้ารังเกียจก็จากไปเสียเถอะ จากนี้ระหว่างเราก็ให้ถือว่าเป็นคนแปลกหน้าก็แล้วกัน” สิ้นคำนางก็ถอยออกมาจากร่างแกร่ง “ซูหลินนี่เจ้ามีข้าคนเดียวมิพอหรือ” คำถามนี้แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ไม่คิดว่าสตรีที่ตนมีใจจะกล้ายอมรับว่าตนมักมากในกามราคะอย่างเปิดเผยเช่นนี้ “ขะ ข้าเองก็ไม่รู้ แค่รู้สึกว่ามันไม่อิ่ม และข้าก็ต้องการมันตลอดเวลา เป็นเพราะเจ้าซือฟาน เจ้าปลุกความต้องการที่หลับใหลมานานของข้า ทำให้มันตื่นขึ้นจนไม่อาจหยุดได้ ยามนี้ก็เช่นกัน” ประโยคหลังเอ่ยเสียงเบา เพราะรู้สึกกระดากอายอยู่ไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นซูหลินก็อยากบอกถึงความต้องการของตน และมันมีมานานแล้วตั้งแต่อยู่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่อาจทำตามใจตนได้ เพราะนางคือนัก
เกือบเที่ยงของวันซูหลินก็ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเรียกของสาวใช้คู่กาย เพราะเห็นว่าผู้เป็นนายไม่ออกมาเสียที ผิดวิสัยคนที่ตื่นเช้าเป็นปกติยิ่งนัก “นายหญิงเหตุใดตื่นสายเพียงนี้เจ้าคะ หรือว่าท่านมือปราบไม่ยอมปล่อยให้นอนเลย” เย้าผู้เป็นนาย เพราะรู้ดีว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใดขึ้น เสียงดังถึงเพียงนั้นผู้อยู่ห้องใ
ฉางเล่อยกยิ้มเมื่อได้ยินสรรพนามที่นางเอ่ยเรียก จึงชักดุ้นเอ็นเข้าออกถี่รัว พร้อมกับจับสองขานางอ้าออกกว้าง อัดกระแทกตัวตนลงไปจนดังลั่นห้อง ซึ่งไม่นานนักทั้งคู่ก็ถึงจุดหมายอย่างที่ใจต้องการ และมันก็เริ่มใหม่ทันทีเมื่อคนใต้ร่างยังไม่อิ่ม นางลุกขึ้นมานั่งคร่อมเขาไว้ อีกฝ่ายก็เหยียดขาออกไป สองมือจับสะโพ
หลังจากเสร็จกิจบนเตียง ซือฟานก็พาเมียหมาด ๆ ไปชำระล้างเนื้อตัว ก่อนจะพากลับมานอนกกกอดกัน ทว่ายังไม่ทันไรเขาก็ถูกตามตัวอีกจนได้ เพราะนายคนใหม่ได้มาถึงแล้ว เขาจึงจำต้องไปต้อนรับ“ข้าจะรีบกลับ เจ้านอนพักไปก่อนเลยนะไม่ต้องรอ” เอ่ยแล้วก็ก้มลงจุมพิตแก้มเนียนแผ่วเบาซูหลินมองตามร่างแกร่งที่กำลังเดินจากไป
ยิ้มร้ายผุดขึ้นมาเมื่อสตรีอันเป็นที่รักร้องขอ พร้อมกับตั้งขาขึ้นมารอ ทำเอาใจแกร่งพองโตมิน้อย ไม่เสียแรงที่ต่อต้านบิดาจนสามารถหย่ากับภรรยาได้ แม้ว่าเขาจะถูกตัดขาดจากสกุลเสิ่นก็เถอะ แต่เห็นเช่นนี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว“เช่นนั้นก็รอรับดุ้นผัวได้เลยนะเมียรัก” ร่างสูงเหยียดกายตั้งตรง คุกเข่าลงกลางหว่างขานาง











