Share

บทที่ 9

last update Last Updated: 2026-01-09 10:20:49

เขาหมุนกายเดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับ ทันทีที่เดินไปถึงประตูก็มีคนเปิดให้อย่างรู้งาน “ไปแจ้งที่หอน้ำชาว่าข้าทีเรื่องด่วนไปไม่ได้แล้ว อ้อ อีกสักครู่คงมีคนตระกูลเสียนออกตามหาคุณหนูเสียน พวกเจ้าบอกไปว่านางเดินออกไปจากร้าน เอาเป็น...นับตั้งแต่สาวใช้ของนางเดินออกไปก็แล้วกัน”

“ขอรับท่านประมุข”

ท่าน...ท่านประมุข!!

เสียนฉิงเยว่ลอบตื่นตระหนก เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาตามไรผมและกลางฝ่ามือ เมื่อครู่เขาให้คนไปแจ้งที่หอน้ำชาซึ่งเป็นที่นัดหมายของคุณชายห้าตระกูล อีกทั้งเมื่อครู่คนของเขาเรียกเขาว่าท่านประมุข

เช่นนั้นคนผู้นี้ยังจะเป็นใครไปได้เล่านอกจากโหลวตงอวี้ ประมุขตระกูลโหลว!!!

อายุเพียงยี่สิบห้าปีแต่กลับใช้ความสามารถที่มี ต่อสู้ฟาดฟันกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ตระกูลโหลวและพี่ชายต่างมารดาจนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ปกป้องมารดาและน้องสาวไม่ให้ผู้คนในตระกูลรังแกพวกนาง ทั้งยังสามารถเปิดร้านแลกเงินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอันได้สำเร็จเพียงลำพัง

คนผู้นี้ใช่บุรุษปวกเปียกป้อแป้คนเดียวกันซึ่งนอนอยู่บนเตียงให้นางรังแกเล่น เอ้ย! ไม่ใช่! นางหมายถึงเขานอนนิ่งให้นางวางยาเพื่อยึดครองห้อง เขา...ก็คือคนคนเดียวกันจริง ๆ หรือ น่าประหลาดใจเกินไปแล้ว!!!

“ท่านจะพาข้าไปไหน”

เขาไม่ตอบแต่กลับพาหญิงสาวก้าวฉับ ๆ เข้าไปในห้องของตนภายในร้านเครื่องประดับท่ามกลางสายตาของคนในร้าน กระนั้นนอกจากสายตาสงสัยใคร่รู้ พวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยปากอะไร ทั้งยังกลับไปทำงานของตัวเองอย่างรวดเร็ว ราวกับพวกเขาเองก็หวั่นเกรงบุรุษผู้นี้อยู่มาก

ห้องนอน! ห้องที่โหลวตงอวี้พาหญิงสาวเข้ามานั้นเป็นห้องนอนซึ่งอยู่ด้านหลังร้านเครื่องประดับ

นางตระหนักในที่สุดว่าร้านนี้เป็นของตระกูลโหลว และการที่เขากระทำการอุกอาจลักพาตัวนางมากลางวันแสก ๆ ในร้านเช่นนี้ เห็นชัดว่ามั่นใจว่าคนของตนไม่มีใครกล้าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปอย่างแน่นอน

“ประ...ประมุขโหลว ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยมีตาแต่ไร้แวว ไม่รู้ว่าท่านเป็นใครจึงล่วงเกินท่าน อภัยให้ข้าน้อยด้วย”

ทันทีที่เขาวางนางลงบนเตียงหญิงสาวกลับดิ้นรนออกจากอ้อมแขน โหลวตงอวี้คว้าได้เพียงผ้าคลุมไหล่และเสื้อตัวยาวตัวนอก ซึ่งนางตั้งใจถอดทิ้งเพื่อรักษาระยะห่างไม่ให้เขาคว้าถึงตัวนาง

ชายหนุ่มไม่ได้พยายามคว้านางกลับมาเพราะอย่างไรนางก็จนมุมที่ด้านในของเตียงนอนอยู่ดี “เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่ฉางอัน” โหลวตงอวี้เอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยในยามที่มองสายตากลิ้งกลอกของเจ้าจิ้งจอกน้อยตรงหน้า

ถูกล่ะ นางคือจิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์ในสายตาของเขา

เมื่อวานเห็นท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว บวกกับท่าทีซึ่งพยายามก้มหน้าก้มตาราวคนขี้ขลาดของนาง เขายังคงคิดว่าจำคนผิด กระทั่งเมื่อครู่ได้เห็นท่าทีที่นางพูดคุยกับสาวใช้จึงกระจ่าง นางก็คือจิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์ที่ปีนั้นเล่นงานเขาเสียจนต้องนอนซมไปหลายเดือน

ครั้งนี้นางเดินเข้ามาในถิ่นของเขาด้วยตัวเอง มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยนางไปโดยง่าย

“คือ...”

“ข้าขอเตือนก่อนจิ้งจอกน้อย หากกล้าเล่นลิ้นกับข้าล่ะก็...” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้นางก่อนหรี่ดวงตาลงจ้องนางเขม็งเป็นการข่มขู่

“ขะ...ข้าน้อยไม่กล้าแล้ว ข้าน้อยบอก...บอกท่านเดี๋ยวนี้ ข้าน้อยเพียงเดินทางมาเพราะท่านลุงอยากให้มาพำนักที่เมืองฉางอันสักหลาย ๆ เดือน” เสียนฉิงเยว่ชะงักเมื่อเขายังคงจ้องเขม็งราวกับรอคอยบางอย่าง

“เจ้าค่ะ” นี่คือสิ่งที่นางลืม

และก็ถูกเขายอมถอยห่างออกไป ดวงตาฉายแววพึงพอใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นว่านางพยายามขดตัวให้เล็กที่สุดราวกำลังหวาดกลัว

แน่ล่ะ หากเทียบกับสิ่งที่นางเคยทำกับเขาเอาไว้แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โหลวตงอวี้เห็นด้วยที่นางสมควรจะเกรงกลัวเขา

ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่กล้ามั่นใจว่าท่าทีที่อีกฝ่ายแสดงออกนั้นเป็นความจริง จากประสบการณ์ที่เขาเคยพานพบ เขาต้องเตือนตัวเองว่าจิ้งจอกน้อยเจ้าเล่ห์ตัวน้อยตัวนี้ไม่อาจดูแคลน

“ชื่อของเจ้า”

“ขะ...ข้าน้อยแซ่เสียน มีนามว่าฉิงเยว่เจ้าค่ะ” นางตอบออกมาเสียงสั่น ไม่กล้าหลบตาเมื่อเห็นใบหน้าจริงจังของอีกฝ่าย หากนางโกหกเขาไม่นานหลังจากนี้เมื่อเขาสืบความจริงจนล่วงรู้ นางย่อมหนีไม่พ้นเงื้อมมือเขาเป็นแน่ ดังนั้นจึงได้แต่ยอมจำนน

“อ้อ มิใช่คู่หมายของซีหลิวตามที่ข่าวลือกำลังแพร่สะพัดสินะ” รอยยิ้มของเขาทำให้นางงุนงง ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยปากหรือส่งเสียงโดยพลการ “เจ้ามาอยู่ที่นี่แล้วร้านใบชาของเจ้าที่เสียนหยางเล่าใครดูแลอยู่”

ได้ยินดังนั้นเสียนฉิงเยว่พลันเลิกคิ้วมองเขาอย่างลนลาน “ท่าน...ไม่ได้นะ ท่านจะเอาร้านของข้าไปไม่ได้ นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ข้า...”

“ผู้ใดอยากได้ร้านของเจ้ากัน” โหลวตงอวี้ขมวดคิ้วมองนาง “ที่ข้าถามเพราะรู้มาว่าเจ้าเป็นเจ้าของร้านนั้นเท่านั้นเอง แต่มาคิดดูอีกที... เหตุใดคุณหนูตระกูลเสียนจึงได้แอบออกไปลงทุนเปิดร้านใบชาโดยที่คนตระกูลเสียนไม่รู้”

โหลวตงอวี้เอ่ยถามด้วยดวงตาคาดคั้น แต่นั่นกลับทำให้หญิงสาวก้มหน้าลงหลบตาเขาโดยสิ้นเชิง

นับตั้งแต่เกิดเรื่องเขาสืบหาตัวตนของนางจากหอนางโลมที่พบกับนางคราแรก แต่เพราะในวันนั้นมีผู้คนแตกตื่นวุ่นวายจนเกินไปคนของเขาจึงไม่อาจหาตัวต้นเหตุ กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้คนของเขาเพิ่งส่งข่าวมาว่าเคยพบนางที่ร้านใบชาในเมืองเสียนหยาง

แม้พยายามหาตัวคนแต่คนของเขากลับคว้าน้ำเหลวอีกครั้ง คนของเขาเฝ้าดูอยู่นานนางก็ไม่ปรากฏตัว ที่ไหนได้นางกลับเป็นคุณหนูในห้องหอของตระกูลเสียนเสียนี่ มิน่าเล่าเขาสืบหาแทบตายกลับไม่ได้อะไรกลับมาเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 15

    “ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน” แต่จะค่อย ๆ ละเมียดชิมไปทีละน้อยๆ อย่างที่เคยพูดเอาไว้ จะได้ไม่เสียคำพูด เขาต่อประโยคนั้นในใจด้วยรอยยิ้ม ซึ่งรอยยิ้มนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวตัวสั่นและเย็นวาบไปทั้งกาย“อีกอย่าง”หญิงสาวชะงักเมื่อเขาเอ่ยประโยคถัดมา“เข็มเหล่านั้นอนุญาตให้เจ้าพกติดตัว แต่หากกล้าใช้กับข้าอีกครั้ง เจ้ารู้ผลที่ตามมาอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่” รอยยิ้มกว้างและมือที่ยื่นออกมาทำเอาเสียนฉิงเยว่ผวา“ข้าน้อยไม่กล้าแล้ว!!” นางกระโดดลงมาจากเตียงนอนก่อนวิ่งมายืนอยู่อีกฟากของห้อง มือน้อยคว้าซองเข็มของตนมากอดเอาไว้ในอกโหลวตงอวี้มองหญิงสาวที่มีท่าทีหวาดระแวงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาค่อย ๆ ก้าวลงมาจากเตียงก่อนปรายตามองหญิงสาวที่พยายามเก็บซองเข็มเข้าไปยังถุงลับในแขนเสื้อ “มานี่”“เจ้าคะ?” นางหันขวับไปมองแล้วส่งเสียงเป็นเชิงถาม“มาช่วยข้าแต่งตัว” พูดจบก็กางแขนออกให้นางดูเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ไม่เรียบร้อยของตน “ไม่มาหรือ เช่นนั้นครู่หนึ่งค่อยไปส่งเจ้าก็แล้วกัน” เอ่ยจบก็หมุนตัวตั้งท่าจะกลับขึ้นเตียงนอน“ข้าน้อยทำแล้ว ทำแล้ว” เสียนฉิงเยว่ปราดเข้าไปรั้งท่อนแขนของชายหนุ่มเอาไว้แน่นอนเขายิ้มกว้างก

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 14

    “รู้หรือไม่” เขาเอ่ยถามนางขึ้นด้วยท่าทีราวไม่ใส่ใจ “เจ้าวางยาข้าสองครั้ง หลังจากนั้นข้าต้องรักษาตัวอยู่นานกี่เดือน”หญิงสาวชะงักคิ้วเรียวเลิกขึ้นมองเขาอย่างหวาดหวั่น ดวงตาคู่งามมองไปยังประตูห้อง ไม่ทันให้เขาได้พูดต่อนางก็เตรียมจะกระโจนลงไปจากเตียงนอน เขาไม่บอกนางก็รู้ว่ายานั้นทำให้เขารู้สึกเช่นไร อีกทั้งยาเข็มที่สองจะทำให้เขาไม่อาจมีสัมพันธ์กับสตรีได้นานครึ่งปีเลยทีเดียวเรื่องนี้จะโทษนางได้อย่างไร ทั้งที่นางพยายามบอกเขาแล้วว่านางไม่ใช้สตรีในหอนางโลม เขายอมฟังนางเสียที่ไหน ล่วงเกินนางถึงเพียงนั้นจะไม่ให้นางโกรธเคืองได้อย่างไรกัน!!ท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มคว้าเอวคอดของหญิงสาว เหวี่ยงนางกลับมาจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับแผ่นอก นางครางออกมาเสียงเบาด้วยความเจ็บ กระนั้นกลับไม่อาจหยุดดิ้นรนและอ้อนวอน“ข้ากลัวแล้ว ท่านอย่าทำอะไรข้าเลย วันนั้นข้าโกรธจนลืมตัวจึงวางยาท่าน ข้าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายท่านเลยนะ”“ไม่มีเจตนาแล้วเจ้าจะหวาดหวั่นและคิดหนีไปไย”“ก็ท่าน...หนะ...น่ากลัวออกปานนี้”“กลัวข้าหรือ คิดว่าข้าจะทำอะไรหรือ”หญิงสาวชะงักแต่ก็ต้องอ้าปากค้างและเบิกตามองมือใหญ่ที่เริ่มลูบคลำไปทั่วร่างนาง “ท่านค

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 13

    ได้ยินหญิงสาวเอ่ยเช่นนั้นชายหนุ่มก็เกร็งไปทั้งร่าง เขาหรี่ดวงตาลงมองเพราะคิดว่าหญิงสาวทั้งสองมาเพื่อสังหารเขา แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด พวกนางไม่เพียงไม่ก้าวเข้ามาใกล้เตียงนอนแต่ยังถึงกับเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลังฉากกั้น และชุดที่นางเปลี่ยนนั้นเป็นชุดสีขาวที่มีเลือดสีแดงเปรอะเปื้อน อีกทั้งเส้นผมยาวสลวยยังยุ่งเหยิงจนบดบังใบหน้าของพวกนางเอาไว้กว่าครึ่ง มองไม่ชัดว่าใบหน้านั้นมีลักษณะเช่นไร“ท่านว่าเอาเลือดไก่นี่ทาลงบนใบหน้าด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ”“ดี ๆ” เสียงสนทนากันของหญิงสาวทั้งสองยิ่งทำให้เขาใคร่รู้ แต่ถึงจะพยายามเหลือบสายตามองก็ยากจะเข้าใจในการกระทำ ที่รับรู้คือร่างเล็กเดินหายเข้าไปยังกำแพงโหลวตงอวี้ไม่อาจพลิกร่างจึงได้แต่กลอกดวงตามองตามหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการพยายามแกล้งหลอกผู้อื่นว่าเป็นภูตผีวิญญาณความวุ่นวายด้านนอกได้ยินแว่วเข้ามา เสียงตะโกนแหกปากด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงวิ่ง เสียงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เสียงหัวเราะแผ่วเบาของพวกนาง พร้อมกับเสียงก่นด่าว่าบุรุษล้วนมักมากทั้งสิ้น ทำให้เขาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอดสงสัยไม่

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 12

    สายตาคมดุดันปรากฏแววร้อนแรง เขามองสำรวจความงามตรงหน้า เสียงแหบพร่าด้วยความชื่นชมดังออกมาคราหนึ่ง แต่หญิงสาวไม่มีสติพอจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงสิ่งใด นางนอนหายใจหอบร่างอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงขัดขืน ใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากถูกขบเม้มจนเขาเกรงว่านางจะทำตัวเองบาดเจ็บ“อย่ากัด” เขากดจุมพิตลงบนริมฝีปากอิ่ม กระทั่งบีบบังคับให้นางอ้าปากออก ไม่ยอมให้นางทำตัวเองเป็นแผลเสียนฉิงเยว่สะดุ้งเฮือกเมื่อชายหนุ่มจุมพิตลงไปบนความอวบอิ่มเปล่าเปลือยของนาง มือน้อยพยายามดึงรั้งศีรษะของเขาออก แต่กลับรู้สึกเหมือนนางกำลังมอบกายให้เขามากกว่าการขัดขืน นางส่งเสียงห้าม แต่กลับได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาราวกับนั่นหาใช่เสียงของนางเองไม่“ไม่นะ พะ...พอแล้ว” นางพยายามดึงสติและเรี่ยวแรงกลับมา แต่จุมพิตและริมฝีปากร้ายกาจของเขา ให้ความรู้สึกราวกำลังสูบพลังชีวิตของนางออกไปก็ไม่ปาน เมื่อผลักดันเขาออกไปไม่ได้ นางพลันนึกถึงถุงลับที่อยู่ในแขนเสื้อของตนเมื่อมองเห็นว่าเขาไม่ได้ถอดเสื้อของนางออก เพียงแต่แหวกสาบเสื้อออกไปด้านข้าง เสียนฉิงเยว่พลันหน้าแดงก่ำ นางถึงกับไม่รู้ว่านางกับเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาถอดเอี๊ยมตัวในของนา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 11

    ทันทีที่ดื่มน้ำจนหมดคนที่สมควรจะปล่อยมือกลับคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงตัวนางเข้าหาอย่างแรง เรี่ยวแรงของสตรีอย่างนางสามารถทานเรี่ยวแรงบุรุษได้ที่ไหนเล่า ร่างเล็กปลิวติดมือเขาโผขึ้นไปบนเตียงก่อนถูกอีกฝ่ายกดลงไปกับเตียงนอน เขาใช้ร่างทั้งร่างพันธนาการนางเอาไว้จนไม่อาจขยับม่านหน้าเตียงบางพลิ้วปลิวขาดกระทั่งค่อยๆ ตกลงคลุมร่างคนทั้งสอง และชายส่วนหนึ่งก็เป็นสิ่งเดียวที่กั้นขวางระหว่างความอวบอิ่มของอิสตรีและบุรุษแปลกหน้าเสียนฉิงเยว่ที่ไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษใดถึงขนาดใจเต้นไม่เป็นส่ำลมหายใจติดขัด ความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นทำให้นางดิ้นรนสุดชีวิต ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าส่งเสียงกรีดร้อง ด้วยรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เช่นใดโหลวตงอวี้คุ้นเคยกับเรื่องเช่นนี้ ด้วยเพราะหนทางการก้าวขึ้นเป็นประมุขของตระกูลนั้นไม่ง่าย ดังนั้นเขาจึงไม่อาจไว้ใจผู้ใดการถูกวางยาพิษ ถูกพยายามฆ่า เป็นสิ่งที่หลายปีมานี้สั่งสมจนเขาต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เช่นในเวลานี้แม้ว่าตัวเขาจะเพิ่งได้พักฟื้นหลังจากที่ขาข้างหนึ่งก้าวข้ามประตูยมโลกมาแล้ว อีกทั้งร่างกายที่ยังคงอ่อนแรง กระนั้นเขากลับรับรู้ได้ในทันที่ที่มีผู้บุกรุกเข้ามาในห้องคนผู

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 10

    “นั่น...นั่นเพราะ” เสียนฉิงเยว่ไม่เคยรู้สึกจนมุมเช่นนี้มาก่อน นางกะพริบตาครุ่นคิดหาทางออก แต่เมื่อหันไปสบตากับโหลวตงอวี้ผู้มีดวงตาดุดันข่มขู่ผู้คนให้หวาดกลัว นางพลันรู้สึกหายใจไม่ออกความคิดหรือก็ไม่โลดแล่นเช่นที่เคยหญิงสาวเลื่อนเข่าทั้งสองข้างขึ้นมากอดเอาไว้ กระโปรงตัวยาวของนางปกปิดเรียวขาสั่นเทาเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน“บุรุษที่เจ้าเล่นงานคืนนั้น” โหลวตงอวี้พลันเปลี่ยนเรื่อง “คือผู้ใด”“เขาเป็นบุตรชายคหบดีตระกูลหวัง เพราะข้าไม่อยากเป็นอนุของเขา ดังนั้นจึงกุเรื่องวิญญาณแค้นขึ้นมา” นางเอ่ยออกมาพร้อม ๆ กับพยายามขับไล่อาการร้อนผ่าวที่กระบอกตาทั้งสองข้างตั้งแต่ที่นางรู้ว่าหมดที่พึ่งพิงอย่างบิดามารดา นางก็ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองและพยายามหาทางหนีทีไล่ หากถูกผู้ใดรังแกนางจะแอบเอาคืนเงียบ ๆ อย่างสาสมต่อมานางแสร้งทำเป็นสตรีขี้ขลาดที่เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้ามองผู้ใด อาศัยการเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ตัวนางสามารถยืนหยัดต่อไปอย่างไม่น่าอดสูเท่าใดนัก กระนั้นนางก็ไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้เช่นตอนนี้เลยจริง ๆ ผู้คนตั้งมากมายเหตุใดคนที่นางล่วงเกินต้องเป็นโหลวตงอวี้ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งหดหู่ใจเหลือเกิน...“เขาเป็นค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status