ANMELDEN"ที่นี่มัน..." หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ สัญชาตญาณนักออกแบบในตัวเริ่มทำงาน พื้นที่แบบนี้ ทำเลแบบนี้ เหมาะสำหรับการเปิดออฟฟิศทำงานออกแบบที่สุดชายหนุ่มเดินนำเธอไปหยุดอยู่กลางห้อง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลและพวงกุญแจชุดหนึ่งออกมายื่นให้ตรงหน้าเธอ"พี่ให้..." เขาเอ่ยสั้นๆ รอยยิ้มอบอุ่นระบายเต็มใบหน้าอวิการับของเหล่านั้นมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เธอเปิดซองเอกสารออกดู สิ่งที่อยู่ด้านในคือโฉนดกรรมสิทธิ์ของพื้นที่ชั้นสองทั้งหมดในอาคา
"ให้เอวาออกแบบเหรอคะ""ใช่สิ ห้องลูกของเรา ก็ต้องให้แม่ของเขาเป็นคนออกแบบถึงจะถูก" วัชรวิชญ์ส่งยิ้มอ่อนโยน เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนจะจับเอวบางยกขึ้นแล้วรั้งให้เธอขึ้นมานั่งคร่อมทับบนหน้าตักของเขาแทน"อุ๊ย! พี่เวกัส ทำอะไรคะเนี่ย นั่งดีๆ ก็ได้" เธอร้องอุทาน ตกใจกับท่าทางที่แนบชิดจนเกินพอดี สองมือเล็กวางแหมะอยู่บนลาดไหล่กว้าง"นั่งแบบนี้แหละ จะได้ดูแบบแปลนชัดๆ" เขาให้เหตุผลข้างๆ คูๆ สองแขนแข็งแรงโอบรัดเอวเธอไว้หลวมๆ เพื่อกันตก "หนูอยากได้โทนสีอะไร สีฟ้า สีชมพู หรือสีพาสเทลอ่อนๆ ดี"หญิงสาวพยายามมองข้ามท่าทางที่ชวนให้ใจสั่น ก้มลงมองแบบแปลนบนโต๊ะ "เอวาว่าทำเป็นโทนสีขาวครีมผสมกับสีไม้ธรรมชาติก็น่าจะดีนะคะ มันดูอบอุ่นและสบายตาดี ใช้ได้ทั้งลูกผู้ชายและลูกผู้หญิงด้วย""อืม ฟังดูดี" เขาครางรับในลำคอ ใบหน้าคมคายซุกไซ้เข้ากับซอกคอขาวผ่อง สููดดมความหอมละมุนอย่างเอาแต่ใจ "แล้วเฟอร์นิเจอร์ล่ะ เอาแบบไหนดี""ก็ต้องเลือกแบบที่ปลอดภัย ไม่มีเหลี่ยมมุมแหลมคมค่ะ แล้วก็ต้องมีพื้นที่กว้างๆ ให้เขาหัดคลาน..." อวิกาอธิบายต่อไปเรื่อยๆ โดยพยายามทำเป็นไม่สนใจริมฝีปากร้อน
เช้าวันนี้เขาตั้งใจจะให้แม่บ้านหยุดงานอีกหนึ่งวัน เพราะเขาอยากจะเป็นคนเตรียมอาหารเช้าให้ภรรยาด้วยตัวเองทั้งหมดภายในห้องครัวกว้างขวาง วัชรวิชญ์หยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมทับเสื้อยืดสีพื้น เขาเปิดตู้เย็นสำรวจวัตถุดิบ ก่อนจะตัดสินใจทำเมนูข้าวต้มปลาแซลมอนร้อนๆ ที่ย่อยง่ายและเหมาะสำหรับคนท้อง ร่างสูงใหญ่ยืนหั่นเนื้อปลาและเตรียมเครื่องปรุงด้วยความตั้งใจ แม้ท่าทางจะไม่ได้ทะมัดทะแมงเหมือนเชฟมืออาชีพ แต่ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความใส่ใจอย่างหาที่สุดไม่ได้กลิ่นหอมของน้ำซุปที่เคี่ยวจนได้ที่และเนื้อปลาสดใหม่ลอยกรุ่นไปทั่วบริเวณห้องนั่งเล่น ลอยล่องเข้าไปถึงภายในห้องนอนที่เปิดประตูแง้มไว้
"พี่มันเลว... พี่ขอโทษ เอวา... พี่ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา" เสียงสะอื้นไห้ของลูกผู้ชายดังก้องไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด เขาไม่ได้ร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสงสาร แต่เขาร้องไห้เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกผิดบาปทั้งหมดที่แบกรับมาเนิ่นนานอวิกามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นสะท้าน หัวใจของเธอหลอมละลายไปกับน้ำตาของเขา ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกลบล้างไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักและความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เธอรู้ว่าเขาเจ็บปวดมามากพอแล้ว อดีตที่โหดร้ายหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแข็งกระด้าง แต่บัดนี้ ความรักได้เยียวยาและเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นผู้ชายคนใหม่ ผู้ชายที่พร้อมจะวางทิฐิและอีโก้ทั้งหมดลงแทบเท้าเธอมือบางสั่นเทาเล็กน้อย
"คินจัดการได้หมดแล้ว ตอนนี้หน้าที่เดียวของพี่คือเป็นพยาบาลส่วนตัวให้เมีย" เขาส่งยิ้มบางๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปที่ห้องครัวอวิกามองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ผู้ชายที่เคยบ้างานและเอาแต่ใจ บัดนี้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาดูแลเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความหวาดกลัวที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่หยั่งรากลึกลงไปในทุกความรู้สึกช่วงเวลาบ่ายผ่านไปอย่างเชื่องช้า วัชรวิชญ์คอยเดินเข้าออกห้องนอนเพื่อดูแลความเรียบร้อย นำอาหาร นม และยามาให้ตรงเวลา เขาไม่ยอมให้เธอหยิบจับอะไรเลย แม้แต่หนังสือคู่มือคุณแม่ เขาก็เป็นคนอาสาอ่านออกเสียงให้ฟังอยู่ข้างเตียงจนกระทั่งท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีเข้ม แสงไฟในห้องนอนถูกปรับให้สลัวลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อน อวิกานั่งเอนหลังพิงหมอนใบใหญ่ มองสามีที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและเดินออกมาในชุดนอนกางเกงขายาว เปลือยท่อนบนอวดแผงอกกว้างเขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงฝั่งเดียวกับเธอ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและจริงจัง บรรยากาศรอบตัวดูเงียบสงบ แต่กลับมีความกดดันบางอย่างเจือจางอยู่ในท่าทีข
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เปลือกตาบางค่อยๆ ปรือลืมขึ้น อวิกากะพริบตาปรับโฟกัสแสงสว่างภายในห้อง ความรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อยหายไปแล้ว เหลือเพียงความอ่อนเพลียที่หนักอึ้ง เธอหันหน้าไปทางขวา และพบกับผู้ชายร่างใหญ่ที่กำลังนั่งกุมมือเธอแนบแก้ม ดวงตาของเขาแดงก่ำ บ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"พี่เวกัส..." เธอขยับริมฝีปากเรียกชื่อเขาเสียงเบาวัชรวิชญ์สะดุ้ง เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง ลุกพรวดขึ้นยืนโน้มตัวลงมาหาด้วยความดีใจ "หนูตื่นแล้ว... เจ็บตรงไหนอีกไหม ปวดท้องหรือเปล่า"อวิกาส่ายหน้า







