LOGIN“หนึ่งจ๊ะ ฉันคงต้องไหว้วานให้หนูเฝ้าหลานชายของฉันหน่อย ฉันเองก็แก่มากแล้ว จะให้เฝ้าคงไม่ไหว แต่จะมาเยี่ยมทุกวัน จะให้มะลิเขาทำอาหารอร่อยๆ มาให้ด้วยไม่ต้องเป็นห่วงนะ” มะลิมารดาของหนึ่งธิดานั้นทำอาหารอร่อย ท่านเอามาอยู่ด้วยจึงได้รู้ว่าทำอาหารอร่อย อาจเพราะเคยทำงานในร้านอาหารมาก่อน มะลิจึงจดจำวิธีการทำอาหารและสูตรต่าง ๆ มาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังคอยหยิบจับทำงานทุกอย่างในห้องครัว จึงรู้จักวัตถุดิบทุกอย่างดี
“ได้ค่ะคุณท่าน ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนึ่งจะดูแลคุณทิวเขาให้เอง”
“ค่อยเบาใจหน่อย” ธารเดินตามกานนท์ไปที่ห้องพักผู้ป่วยของหลานชาย พอเข้าไปในห้องก็เห็นว่าทิวเขาหลับไปแล้ว
“สงสัยจะเพลียน่ะครับ แต่เดี๋ยวได้น้ำเกลือคงพอมีแรงกินอะไรได้บ้าง”
“ในระหว่างนี้หนึ่งกลับไปเอาเสื้อผ้า อาบน้ำอาบท่า กินข้าวกินปลาก่อนนะ ไปกับคนขับรถนั่นแหละ เดี๋ยวจะได้มาเฝ้าทิวเขา ทางนี้ฉันจะอยู่ดูแลเอง เพราะทิวเขากำลังหลับอยู่”
“ค่ะคุณท่าน” หนึ่งธิดารับคำ รีบทำตามที่ท่านสั่งในทันที
ผ่านไปอีกไม่กี่นาที ทิวเขาก็ฟื้นขึ้นมา ธารดีใจเป็นอันมาก รีบเข้าไปดูอาการหลานชายในทันที
“เป็นยังไงบ้างทิว” น้ำเสียงห่วงใยนั้นทำให้ทิวเขารีบบอกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก
“ผมโอเคครับ” ทิวเขาเอ่ยกับผู้เป็นป้า
“คราวหลังไม่เอาแบบนี้แล้วนะ ป้าเป็นห่วงเราแทบแย่ ถ้าเราเป็นอะไรไป ป้าจะทำยังไง รักตัวเองให้มาก ๆ ดูแลตัวเองให้ดีเข้าใจไหม” คนพูดทำท่าเหมือนจะร้องไห้ นั่นทำให้ทิวเขาต้องรีบปลอบใจท่าน
“ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ แค่รู้สึกอ่อนเพลียเท่านั้นเอง”
“นั่นแหละ นนท์เขาบอกว่าเราต้องนอนโรงพยาบาลรอดูอาการก่อน ช่วงนี้ก็ห้ามทำงานอะไร พักผ่อนให้เต็มที่ก่อน”
“ผมไม่ได้เป็นอะไรแล้วนะครับ ผมกลับบ้านวันนี้ยังได้เลย”
“ไม่ได้ เกิดเป็นลมขึ้นมาอีก ต้องนอนให้น้ำเกลือและพักผ่อนให้เต็มที่ กินอาหารให้ครบสามมื้อ ถ้ากินอาหารเสริมด้วยจะยิ่งดี อย่าทำให้ป้าเป็นห่วงไปมากกว่านี้สิ” ธารรีบเรียกพยาบาลมาบอกว่าทิวเขาฟื้นแล้ว กานนท์ออกเวรพอดีเขาจึงแวะมาดูอาการเพื่อน
“ไงวะเพื่อน ต้องนอนโรงพยาบาลต่ออีกสักหน่อยนะ” กานนท์พูดกับเพื่อน
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร ทำไมต้องนอนโรงพยาบาลด้วย”
“ฉันเป็นหมอ บอกว่าแกต้องนอนแกก็ต้องนอน ร่างกายแกอ่อนเพลียมาก ดีนะไม่ช็อกตาย เหล้าน่ะดื่มให้มันน้อย ๆ หน่อย หรือถ้าให้ดีงดดื่มไปเลยเข้าใจไหม”
“บ่นเหมือนแกเป็นแม่ฉันเลยว่ะ”
“ฉันเป็นห่วงแกมากนะ คุณป้าก็เป็นห่วงแก แกต้องดูแลตัวเองให้ดี รักตัวเองให้มาก ๆ เข้าใจไหม” กานนท์มีสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง นั่นทำให้ทิวเขาอึ้งไป
“เฮ้ย! แกอย่ามาดรามาสิ ฉันไม่เป็นอะไร”
“แกไม่เป็นอะไรน่ะดีแล้ว เพราะถ้าแกเป็นอะไรขึ้นมา ฉันคนหนึ่งที่จะเสียใจ ฉันไม่อยากเห็นแกทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก แกควรรักตัวเองให้มาก ๆ จำเอาไว้เพื่อน เพราะไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวเราเองอีกแล้ว”
“พูดเหมือนคุณป้าเลย นี่แกก๊อปคำพูดคุณป้ามาเหรอ”
“เอาละ แกควรจะกินอะไรสักหน่อย แต่ปากดีแบบนี้น่าจะไม่เป็นอะไรมากแล้วครับคุณป้า” กานนท์พูดให้สถานการณ์ดีขึ้น เมื่อเห็นว่าธารยังมีสีหน้าที่เป็นกังวลอยู่มาก
ทิวเขายอมรับประทานอาหาร แต่กินเข้าไปได้ไม่กี่คำก็อาเจียนออกมา จนกานนท์ต้องสั่งยาแก้อาเจียนมาให้
“ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะนนท์”
“น่าจะเพราะไม่ได้กินข้าวติดต่อกันมาหลายวัน ท้องเลยไม่รับน่ะครับ เดี๋ยวกินยาแก้คลื่นไส้อาเจียนก็คงดีขึ้น เดี๋ยวผมจะจัดยาให้อยากอาหารด้วย ทิวเขากินอะไรได้ ก็จะกินได้เยอะเลยครับเพราะคงจะหิวน่าดู ช่วงนี้กินอาหารอ่อน ๆ ไปก่อนนะครับ”
“จ้ะ” พอกินยาเข้าไปอีกรอบ ทิวเขาก็กินข้าวต้มได้เยอะขึ้นไม่อาเจียนเหมือนก่อน และอยากกินโน่นอยากกินนี่เพราะกานนท์จัดยาให้อยากอาหารเข้าไปด้วย
“ช่วงนี้ก็พักผ่อนไปก่อนครับคุณป้า ทิวเขาอาจจะเป็นแผลในกระเพาะอาหารด้วยครับ ถึงได้อาเจียนออกมาแบบนี้ แต่อาการไม่ได้หนักนะครับ เพราะบางคนดื่มแต่เหล้าอาเจียนออกมาเป็นเลือดก็มีครับ ทิวเขาถือว่าไม่ได้อาการหนักครับ คุณป้าอย่าเป็นกังวลไปเลย ผมจะดูแลทิวเขาให้ดี ทิวเขาเป็นเพื่อนผมนะครับ” กานนท์พูดให้ธารสบายใจ นั่นทำให้หญิงสูงวัยคลายจากความกังวลลงไปได้บ้าง
“ให้นอนหลับพักผ่อนแบบนี้แหละครับดีแล้ว ตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่นมีแรง เดี๋ยวก็ปากจัดได้เหมือนเดิมแล้วครับ” เพื่อนของเขาค่อนข้างปากร้าย ถ้าไม่สนิทด้วยก็จะหาว่าทำฟาร์มหมาอยู่ในปาก แต่เนื้อแท้เป็นคนจริงใจและจริงจัง เขาคบกับทิวเขามานานจึงรู้นิสัยกันดี
หนึ่งธิดาเดินทางมาถึงโรงพยาบาลหลังจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมง เธออาบน้ำและรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว
“ฉันฝากหนึ่งด้วยนะ ตอนนี้ทิวเขากินข้าวกินปลาเรียบร้อยแล้ว เขานอนหลับไปแล้วละ หนึ่งเองก็พักผ่อนไปก่อนนะ ถ้าทิวเขาอยากได้อะไรก็ค่อยจัดการให้ ฉันกลับก่อนนะ”
“ได้ค่ะคุณท่าน คุณท่านกลับไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้หนึ่งจะดูแลคุณทิวเขาเอง” เมื่อเด็กสาวรับปากเช่นนั้น ธารจึงเดินทางกลับไปพักผ่อนอย่างสบายใจ คิดว่าพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมหลานชายใหม่
หนึ่งธิดาเดินไปยังเตียงคนที่นอนหลับสนิทอยู่ ก่อนจะถอนใจ
“รักคนอื่นจนเจ็บป่วยขนาดนี้ แย่จัง รู้ไหมว่าทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงแค่ไหน” เด็กสาวเดินไปนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้องพักผู้ป่วย เธอนั่งมองคนป่วยบนเตียงอยู่แบบนั้นตาไม่กะพริบ
จำได้ว่านอกจากธารที่ช่วยชีวิตของเธอกับแม่เอาไว้ ทิวเขาเองก็ช่วยเหลือเธอกับแม่เอาไว้เช่นกัน วันนั้นเธอกับแม่โดนชายฉกรรจ์หลายคนจะรุมข่มขื่น ธารกับทิวเขาขับรถผ่านมาทางนั้นพอดี สองป้าหลานจึงช่วยเธอกับแม่เอาไว้จากพวกทรชนได้ และวันนั้นธารกับทิวเขาก็พาลูกน้องไปหลายคน คนงานในไร่จึงช่วยกันจัดการจับคนร้ายส่งตำรวจได้สำเร็จ เพราะถ้าไม่มีคนงานที่ช่วยเหลือเธอกับแม่เอาไว้ในวันนั้นด้วย เธอกับแม่ก็คงไม่รอด เธอสำนึกในบุญคุณนี้ของทุกคนอยู่เสมอ
ทิวเขาค่อย ๆ ลืมตาตื่น พอเห็นว่าใครเป็นคนมาเฝ้า เขาก็สาดคำพูดร้าย ๆ ใส่เธอในทันที
“กลัวฉันจะไม่รับเธอเป็นเมียรึไง ถึงได้เสนอหน้ามาเฝ้าฉันแบบนี้”
“ตื่นมาก็ปากร้ายเลยนะคะ หนึ่งมาเฝ้าคุณเพราะคุณป่วยและคุณท่านต้องกลับไปพักผ่อนค่ะ คุณท่านร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ท่านเองก็อายุมากแล้ว จะมาเฝ้าคุณทั้งวันทั้งคืนคงไม่ไหวหรอกค่ะ”
“ก็ให้คนอื่นมาเฝ้าสิ เธอเสนอหน้ามาทำไมไม่ทราบ ให้ไอ้ยอด ไอ้ทศ ไอ้ศักดิ์ หรือใครก็ได้ที่ไม่ใช่พวกผู้หญิงหิวเงิน” ประโยคของเขาทำให้เธอสะอึก แต่ก็ไม่อยากจะถือโทษโกรธอะไรเขา เพราะเขากำลังผิดหวังเสียใจเรื่องเพียงฟ้าอยู่นั่นเอง
“คนอื่นเขาไม่ว่างกันหรอกค่ะ เขาต้องอยู่กับลูกกับเมีย ต้องหัดเกรงใจคนอื่นเขาบ้างนะคะ”
“เธอนี่มันปากดีจริง ๆ นะ อย่าคิดว่าคุณป้าให้ท้ายแล้วจะทำอะไรก็ได้ คิดยังไงถึงรับปากคุณป้าว่าจะนอนกับฉันผลิตหลานให้คุณป้า อ้อ... แต่ฉันคงไม่ต้องเดาหรอก ด้วยฐานะอย่างเธอ ถ้าถีบตัวขึ้นมาเป็นเมียของฉัน ก็คงจะทำให้เธอดูรวยขึ้นสินะ”
“หนึ่งไม่เคยคิดแบบนั้น หนึ่งไม่เคยอยากได้เงินของคุณท่านกับคุณทิวเลยค่ะ” หนึ่งธิดาปฏิเสธ ที่เธอรับปากช่วยธารเพราะบุญคุณที่ท่านช่วยเหลือชีวิตเอาไว้ล้วน ๆ
“คิดว่าฉันจะเชื่อน้ำหน้าคนอย่างเธออย่างนั้นเหรอ” เขาบิดปากอย่างดูแคลน พวกผู้หญิงก็เหมือนกันหมด หวังแค่เงินเท่านั้น ลองไม่มีเงินสิ หล่อนจะยอมนอนแบให้เขาเอาเพื่อผลิตลูกอย่างนั้นเหรอ หางตาก็คงไม่แล โผไปหาผู้ชายที่รวยกว่าไม่ดีกว่าเหรอไง มีเงินมันสบายไม่ต้องทำงานให้ลำบาก ยิ่งถ้าเงินนั้นมาจากคนอื่นที่พร้อมเลี้ยงดูก็ยิ่งสบายเข้าไปใหญ่
เขาก็ทำดีกับเธอทุกอย่าง ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน มีเวลาให้เธอ มีเวลาให้ลูก ทุกวันก็จะเนียนมานอนคุยกับลูกในท้องของเธอ ซึ่งเธอก็หวั่นไหวเหลือเกิน น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนแล้วหัวใจอ่อนๆ ของเธอจะไม่ใจอ่อนให้เขาได้อย่างไรกัน“บอกมาก่อนว่าคิดถึงฉันไหม” เขาถามพลางหอมแก้มเธออีกหนึ่งธิดาตาโตลูบแก้มตัวเองด้วยความเขินอาย“คุณทิวทำอะไรคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า”“ไม่มีหรอก แต่ถึงมีก็จะบอกว่าหอมแก้มเมีย ใครจะทำไม”“คุณทิวน่ะ” เธอค้อนเขาเสียวงใหญ่“ฉันขอโทษนะที่เคยทำไม่ดีกับเธอ ทั้ง ๆ ที่เธอหวังดีกับฉันที่สุด ดูแลฉันอย่างดี”“คุณทิวขอโทษหนึ่งทุกวันเลยค่ะ”“ฉันจะขอโทษจนกว่าเธอจะใจอ่อน”“ว้าย! ไม่ต้องอุ้มค่ะ หนึ่งเดินเองได้” เธอร้องเสียงหลงเมื่อเขาอุ้มเธอขึ้นสู่อ้อมแขน“คืนนี้อยากนอนกอด” ประโยคของเขาทำให้เธอตาโต“ไม่ได้ค่ะ”“ทำไมถึงไม่ได้”“คุณทิวเคยพูดว่าจะไม่บังคับหนึ่งไงคะ”“ก็ไม่ได้บังคับแต่ขอไปนอนด้วยเท่านั้นเอง อยากดูแลอยากนอนกอด” บทเขาจะอ้อนจะหวานก็ทำให้เธอตั้งตัวไม่ทัน“คุณทิวขอแต่หนึ่งไม่ให้ ถ้าคุณทิวยังจะไปหนึ่งถือว่าบังคับค่ะ ถ้าคุณอยากให้หนึ่งอยู่ในชีวิตของคุณจริง ๆ และมีความรู้สึกพิ
เพราะเพื่อนของหนึ่งป้อนน้ำให้ก่อนหน้านั้นแล้วเผลอหลับไป นั่นทำให้เพื่อนของหนึ่งเสียใจน่ะค่ะ อยากย้อนเวลากลับไป ถ้าทำได้จะทำดีกับแม่ให้มากๆ เพราะพอแม่ตายแล้วทำอะไรไม่ได้แล้วน่ะค่ะ” หนึ่งธิดาเล่าแล้วทิวเขาก็ทำหน้าเศร้า“เรื่องของเพื่อนหนึ่งทำให้ฉันคิดถึงตัวเอง ฉันยังมีโอกาส แต่เพื่อนของหนึ่งไม่มีโอกาสอีกแล้ว ได้แต่มานั่งเสียใจ ฉันจะไม่ยอมเสียโอกาสดี ๆ ในการดูแลหนึ่งกับลูกให้ดี ฉันสัญญา” เขาจับมือของเธอมากุมเอาไว้ธารกับมะลิที่แอบมองอยู่อีกด้านถึงกับยิ้มออกมา อย่างน้อยทั้งสองก็ปรับความเข้าใจกันแล้ว ต่อจากนี้ไปก็เหลือแค่ระยะเวลาที่จะปรับตัวเข้าหากัน แต่พื้นฐานคนทั้งสองก็ไม่ได้เกลียดกันแต่แรก ทิวเขาเองก็เอ็นดูหนึ่งธิดาอยู่มาก แถมยังเคยช่วยเหลือกันอีก ธารคิดว่าคงไม่ยากที่คนทั้งสองจะรักกันเพราะผ่านอะไรมาด้วยกัน“ทิวเขาน่ะเขาผ่านช่วงที่ทุกข์หนักที่สุดมาได้เพราะหนึ่งธิดาเลยนะ ฉันต้องขอบคุณเธอจริงๆ เลยมะลิที่ส่งลูกสาวที่น่ารักและเป็นคนดีแบบนี้มาให้ฉัน หลานชายของฉันถึงได้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง”“เป็นบุญของหนึ่งธิดาค่ะคุณท่านที่ได้ตอบแทนบุญคุณคุณท่านกับคุณทิว มะลิเป็นแม่ก็อยากเห็นลูกมีความสุ
“ฉันรู้มาโดยตลอดว่าผู้หญิงที่ห่วงใยฉันที่สุดเป็นใคร”“ใครเหรอคะ”“เธอไง” ไม่น่าถามออกไปเลย ไม่น่าปากไวเลยจริง ๆ หญิงสาวบอกตัวเองในใจเขาดึงเธอมายืนประจันหน้า จับบ่าของเธอเอาไว้มั่น ก่อนจะเชยคางสาวให้แหงนขึ้นมาสบตา หัวใจของหนึ่งธิดาเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอก แก้มของเธอร้อนผ่าวราวคนเป็นไข้เมื่อได้สบประสานสายตากับเขาอีกครั้งในครานี้“คนที่ห่วงใยคุณที่สุดคือคุณท่านต่างหากล่ะคะ”“เธอด้วย”“รู้ได้ยังไงคะ”“ถ้าเธอไม่ห่วงฉันคงไม่ไปอยู่ดูแลฉันหรอก ทั้ง ๆ ที่ฉันทำไม่ดีกับเธอขนาดนั้น”“เพราะหนึ่งหวังแค่เงิน เป็นผู้หญิงหน้าเงินไงคะ”“เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่ ทำไมต้องประชดด้วย คุณป้าเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว แล้วอย่าพูดอีกว่าที่ยอมอุ้มท้องลูกให้ฉันเพราะอยากมีหลานให้คุณป้า เพราะคนแบบเธอคงไม่ยอมทำถ้าไม่รักคนคนนั้นจริง”“แต่ตอนนี้คุณเพียงฟ้ากลับมาแล้ว”“ไม่เกี่ยวกับใคร เพราะฉันไม่ได้รักเขาแล้ว”“แต่ตอนคุณทิวเห็นเธอ คุณทิวก็หงุดหงิด”“ฉันไม่ได้รักเขาแล้ว เห็นเขาแล้วหงุดหงิดไม่ได้เหรอ”“แสดงว่าคุณทิวยังมีเยื่อใยหรือรู้สึกบางอย่างกับคุณเพียงฟ้าอยู่น่ะสิคะ”“ฉันยอมรับว่ายังรู้สึกโกรธเขาอยู่ที่เขาทิ้งฉันไป แถมยังหล
“คุณทิวจะทำอะไรคะ” หนึ่งธิดาเอ่ยถามอย่างตกใจเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของเธอแล้วก็มองเธอไม่วางตา“ฉันจะมานอนเฝ้าเธอยังไงล่ะ” เขาขึ้นไปนอนบนเตียง ก่อนจะกวักมือเรียกเธอให้ไปนอนด้วยกันบนนั้น แต่หนึ่งธิดาไม่ยอมทำตาม เธอรีบเดินไปที่ประตู เขาจึงรีบเดินมาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้“จะไปไหน”“ถ้าคุณทิวจะนอนห้องนี้ หนึ่งจะไปนอนห้องอื่นค่ะ อุ๊ย!” เขากอดเธอเอาไว้แนบอกพลางหอมแก้มเธอฟอดใหญ่“คุณทิว” เธอตาโตยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้อีก ครั้งก่อนก็เผลอไผล แต่ครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะตั้งใจ“ทำไม เดี๋ยวนี้ฉันกอดไม่ได้หรือไง”“แล้วคุณทิวจะมากอดหนึ่งทำไมกันคะ คุณทิวกลับไปนอนห้องตัวเองได้แล้วค่ะ”“แล้วทำไมฉันต้องไปนอนห้องตัวเองด้วย ในเมื่อเมียกับลูกฉันอยู่ห้องนี้”“หนึ่งอ่อนใจกับคุณจริงๆ เลย” เธอถอนใจเฮือกใหญ่“อ่อนใจก็ไปนอนสิ เธอท้องอยู่นะ เครียดมากไม่ดีต่อสุขภาพรู้ไหม” เขาดึงคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเธอออก ก่อนจะพาเธอไปกดให้นอนลงบนเตียง“ฉันไม่กวนเธอหรอก แค่จะมาดูแล”“มาดูแลหนึ่งทำไมคะ”“เธอท้องอยู่ก็ต้องมีคนดูแลสิ” เขาห่มผ้าให้เธอ ก่อนจะกอดเธอแนบอก“คุณทิว” เธอตาโตเมื่อโดนเขากอดแนบแน่
“คุณท่านเมตตากับหนึ่งกับแม่เหลือเกินค่ะ”“ฉันรักและเอ็นดูเธอเพราะเธอเป็นเด็กดี แม่ของเธอเป็นคนดี แล้วนี่ทิวเขาพาไปซื้ออะไรมาบ้างล่ะ”“ไปซื้อเอ่อ... เยอะแยะเลยค่ะ” ธารหยิบถุงกระดาษไปเปิดดูก่อนจะอมยิ้ม ท่านแกล้งพูดกับมะลิว่าหนึ่งธิดาไม่มีเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่ เจ้าหลานชายตัวดีมาได้ยินเข้าก็รีบวิ่งแจ้นพาไปซื้อจริงๆ ท่านจะซื้อให้ก็ได้ เพราะมีเงินมากมาย แต่มันจะมีความหมายอะไรกันล่ะ เพราะคนที่ซื้อมันคนละคนกัน ก็เลยแกล้งเปรยขึ้นมาให้ได้ยิน พ่อเจ้าพระคุณรุนช่องก็เดือดร้อนกลัวเมียไม่มีเสื้อผ้าดี ๆ สวย ๆ ใส่พาไปซื้ออย่างเต็มอกเต็มใจ นี่ถ้าไม่รักไม่ใส่ใจจะพาเข้าเมืองไปซื้อทำไมกันธารสั่งให้ช่างตัดเสื้อส่วนตัวมาตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ให้หลานสะใภ้คนสวย เป็นอันรู้กันทั่วว่าธารยกย่องหนึ่งธิดาเป็นหลานสะใภ้อย่างเชิดหน้าชูตา เป็นเมียและแม่ที่อุ้มท้องลูกของทิวเขาอยู่ และทิวเขาเองก็เหมือนจะยอมรับ เขาไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้งหนึ่งธิดาเป็นคนมีน้ำใจ จึงเป็นที่รักของคนงานในไร่ หลายคนที่ได้รู้ข่าวก็ต่างชื่นชมเป็นอันมาก“คุณป้าทำแบบนี้ทำไมครับ” เสียงเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์ของหลานชายทำให้ธารที่กำลังนั่งคุยแบบเสื้อกับ
“ตายแล้วไม่นึกเลยว่าคุณทิวเขาทายาทเจ้าของไร่เมืองจันทร์ จะคว้าลูกคนใช้มาทำเมียแบบนี้” ประโยคของหญิงสาวแสนสวยตรงหน้าทำให้ทิวเขากับหนึ่งธิดาหันขวับไปมอง หนึ่งธิดาเบิกตากว้างไม่คิดว่าจะเจอเพียงฟ้าที่นี่ ในขณะที่ทิวเขายืนอึ้ง มือของเขาที่จับมือของเธอบีบแน่นจนเธอรู้สึกเจ็บไปหมด เธอเห็นใบหน้าหลากหลายอารมณ์ของเขา ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะดูดุดันขึ้น“น้องฟ้าขอลายเซ็นหน่อยค่ะ” ยังไม่ทันที่ทิวเขากับหนึ่งธิดาจะได้พูดอะไร“ไปเถอะ” ทิวเขาจับมือของหนึ่งธิดาเอาไว้แล้วพาเดินจากตรงนั้นมา มือของเขาชื้นเหงื่อจนเธอสัมผัสได้“คุณทิวโอเคไหมคะ”“ไม่ต้องพูดต้องถามอะไร ฉันโอเคดี” เขาพูดเสียงขรึม ก่อนจะออกรถ เขาบอกว่าจะพาเธอไปกินอาหารแถวนั้นเขาก็ไม่ทำ เธอเม้มปากเข้าหากัน นึกน้อยใจที่เขาลืมมันไปแล้วว่าจะพาเธอไปกินอาหารอร่อย ๆ เพียงแค่เห็นอดีตคนรักเก่าเขาก็สติหลุดขนาดเลยเหรอแสดงว่าทิวเขายังรักหล่อนอยู่เต็มหัวใจสินะ หัวใจของหนึ่งธิดารู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุดเธออยากรู้ว่าเพียงฟ้ามาทำอะไรที่นี่ ทำไมจู่ ๆ ถึงโผล่มาทักทายทิวเขากับเธอได้“ฉันเปลี่ยนใจพาเธอมากินอาหารร้านนี้ดีกว่า ร้านนี้อร่อยกว่าร้านแรกที่ฉันบอก แถมยังเป
“ก็แล้วแต่คุณจะคิดค่ะ ฉันคงบังคับให้คุณเชื่อหรือไม่เชื่ออะไรไม่ได้”“ปากดีนักนะ”“แล้วการที่คุณเสียอกเสียใจทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มเหล้าไม่กินข้าวกินปลาจนป่วย คิดว่าตัวเองทำถูกแล้วเหรอคะ คุณรู้ไหมว่าป้าของคุณเป็นห่วงคุณแค่ไหน”“ไม่ต้องมาเป็นแม่คนที่สองของฉันแล้วก็มาอบรมสั่งสอนฉัน แค่คุณป้าอยากให้มาอ
“ก็ช่างเขาปะไรครับ อยากจะพูดอะไรก็พูดไป”“ป้าอยากอุ้มหลาน” ประโยคของผู้เป็นป้าทำให้ทิวเขาสำลัก เขามองท่านด้วยใบหน้าแดงก่ำ“คุณป้าพูดว่าอะไรนะครับ”“ป้าพูดว่าป้าอยากอุ้มหลาน”“อุ้มหลานที่ไหนครับ”“ลูกเราไง”“ผมยังไม่มีเมียจะมีลูกได้ยังไงครับ”“ก็มีสิ ป้าหาให้แล้ว”“ผมไม่เอาหรอกครับ”“เราเป็นหลานคนเด
“ก็จริงนะคะ แต่คุณท่านก็คงต้องให้เวลาคุณทิวอีกสักหน่อย มะลิเชื่อว่าคนดี ๆ อย่างคุณท่านและคุณทิวไม่ไร้ทายาทสืบสกุลหรอกค่ะ”“ถ้าฉันจะให้หนึ่งธิดามาเป็นเมียหลานชายของฉันจะได้ไหม” ประโยคของธารทำให้สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างตกใจ ไม่คิดว่าธารจะพูดแบบนี้ออกมา“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าฉันจะเอาเปรียบ แต่ฉันคิ
รถยนต์คันใหญ่เบรกกะทันหันเมื่อเห็นว่าข้างทางมีคนโดนฉุด“ลงไปช่วยเร็วทิว ผู้หญิงกำลังโดนฉุด” ธารเอ่ยบอกหลานชาย ทิวเขากับลูกน้องลงไปช่วยจัดการกับกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่กำลังรุมฉุดสองแม่ลูกอยู่“กรี๊ด!!! ช่วยด้วย” มะลิกรีดร้องเมื่อกำลังจะโดนลากเข้าป่า ส่วนบุตรสาววัยสิบสองนามว่าหนึ่งธิดาก็โดนลากไปอีกทา







