LOGINเพราะหลานชายผิดหวังในความรักจนไม่อยากมีเมียอีก ธารจึงต้องหาผู้หญิงสักคนมาอุ้มท้อง เพื่อให้มีทายาทสืบสกุล แต่พ่อหลานชายตัวดีเกลียดผู้หญิงเข้าไส้ แล้วท่านจะทำอย่างไรดี ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “โอ๊ย! คุณทิวเขา หนึ่งเจ็บนะคะ” เธอร้องด้วยความเจ็บเมื่อโดนเขาผลักเข้ามาในกระท่อมจนร่างเซล้มลงกับพื้นกระท่อมไม่เป็นท่า “ปั๊มลูกกัน” คนห่าม ๆ ทำเอาเธออ้าปากค้างตาโต “คุณทิวเขา คุณพูดอะไรคะนี่” “ก็คุณป้าบอกให้มีลูก เราก็มีลูกให้ท่านกัน นี่ฉันช่วยเธอหาเงินแล้วไง” “ไม่นะคะ” หนึ่งธิดากรีดร้องสุดเสียง แต่ทิวเขาไม่ได้สนใจ เขากดร่างเธอไปบนเตียงกว้าง ก่อนจะซุกหน้าเข้าไปหา เธอตัวสั่น พยายามดิ้น มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ถ้าเขายังไม่พร้อมและเธอยังไม่เต็มใจ ก็ควรที่จะคุยกันด้วยดี ธารเองก็ไม่ได้บังคับเขาหรือบังคับเธอ ท่านแค่เสนอตามประสาคนป่วยที่อยากอุ้มหลานสักคนเท่านั้น ดูเหมือนว่าความคิดมากมายในหัวของเธอจะถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัว แคว่ก! เสียงเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นทำให้เธอกรีดร้องสุดเสียง แต่เขาตะปบปิดปากของเธอเอาไว้
View Moreรถยนต์คันใหญ่เบรกกะทันหันเมื่อเห็นว่าข้างทางมีคนโดนฉุด
“ลงไปช่วยเร็วทิว ผู้หญิงกำลังโดนฉุด” ธารเอ่ยบอกหลานชาย ทิวเขากับลูกน้องลงไปช่วยจัดการกับกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่กำลังรุมฉุดสองแม่ลูกอยู่
“กรี๊ด!!! ช่วยด้วย” มะลิกรีดร้องเมื่อกำลังจะโดนลากเข้าป่า ส่วนบุตรสาววัยสิบสองนามว่าหนึ่งธิดาก็โดนลากไปอีกทาง
หลังจากสามีเสียชีวิต เธอก็ตกงานไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท จึงระเหเร่ร่อนหางานทำไปทั่ว เคราะห์ร้ายมาเจอกับทรชนเข้า พวกมันเห็นว่าสองแม่ลูกหน้าตาดีเลยคิดจะฉุดคร่าไปข่มขืนกระทำชำเรา
ทิวเขาจัดการเตะมันจนสลบเหมือด ก่อนจะเข้าไปช่วยเด็กน้อยเอาไว้
“กลัวแล้วอย่าทำหนู หนูกลัวแล้ว” หนึ่งธิดากรีดร้องออกมาเมื่อมีมือของใครคนหนึ่งจับตัวของเธอเอาไว้ เธอได้แต่หลับตาหนีเพราะหวาดกลัวจับใจ
“ไม่เป็นอะไรแล้วนะ ฉันมาช่วยเธอแล้ว”
ธารโทร. แจ้งตำรวจ ไม่นานตำรวจก็มาจัดการรวบตัวทรชนพวกนั้นไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
“ไม่เป็นอะไรแล้วนะ เธอกับลูกปลอดภัยแล้วล่ะ” ธารเอ่ยบอกสองแม่ลูก โล่งใจที่ทั้งสองไม่เป็นอะไรมาก
“ดิฉันกับลูกกราบขอบพระคุณคุณมากๆ นะคะที่ช่วยดิฉันกับลูกเอาไว้ พวกคุณคือผู้มีพระคุณของเราสองคนแม่ลูก”
“ไม่เป็นไรหรอก แล้วเธอกับลูกจะไปไหนล่ะนี่ ทำไมถึงโดนทำร้ายเอาระหว่างทางได้”
“พวกเราสองคนไม่มีที่ไปค่ะ สามีของดิฉันเพิ่งเสียชีวิต แล้วดิฉันก็ตกงานอีก”
“น่าสงสารจัง ทำอะไรเป็นบ้างล่ะ ไปทำงานกับฉันไหมล่ะ”
“ดิฉันทำอาหารและงานบ้านได้ทุกอย่างค่ะ เมื่อก่อนเคยช่วยเขาทำงานในห้องครัวของร้านอาหารน่ะค่ะ”
“ดีเลย ที่บ้านกำลังขาดคน อยากได้แม่ครัวมาช่วยทำอาหารอยู่พอดี เธอกับลูกชื่ออะไรล่ะ”
“ดิฉันชื่อมะลิค่ะ ส่วนนี่ลูกสาวของดิฉันชื่อหนึ่งธิดาค่ะ”
“ถ้าไม่มีที่ไปก็ไปอยู่ด้วยกันนะ” ธารเอ่ยบอกสองแม่ลูกด้วยความเมตตามาปรานี ด้วยรู้สึกถูกชะตายิ่งนัก แล้วท่านก็มองคนไม่ผิดจริง ๆ เพราะมะลิทำงานบ้านได้เป็นอย่างดี แถมยังทำอาหารอร่อยอีกด้วย ส่วนหนึ่งธิดานั้นช่วยงานบ้านทุกอย่างอย่างไม่เกี่ยงงอน
“คุณท่านกับคุณทิวมีบุญคุณกับเรามาก ไม่ว่าหนทางไหนที่จะตอบแทนบุญคุณได้ เราต้องทำในทันทีเลยนะลูก” มะลิสอนบุตรสาว
“จ้ะแม่ หนูจะตอบแทนบุญคุณคุณท่านกับคุณทิวทุกอย่างเลยจ้ะ ไม่ว่าจะไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหน หนูก็จะทำค่ะ เพราะพวกเขาช่วยเหลือเราเอาไว้ ถ้าไม่มีพวกเขา พวกเราคงแย่”
“ใช่จ้ะ เราสองแม่ลูกคงจะตายไปแล้ว” มะลิลูบศีรษะบุตรสาวไปมา พลางเอ่ยสอนให้ลูกเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน
หนึ่งธิดาเฝ้ามองทิวเขาด้วยความชื่นชมมาตลอดหลายปี ยิ่งเจริญวัยขึ้น เธอก็ยิ่งตกหลุมรักเขา ทิวเขาคือพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยเหลือเธอกับแม่เอาไว้ ถ้าไม่มีเขากับธาร ป่านนี้เธอกับแม่คงตายไปแล้ว บุญคุณใหญ่หลวงนี้เธอไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน
เธอมักเรียนทำอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ จากโซเชียล แล้วนำไปให้ธารและทิวเขาลองชิมอยู่เสมอ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้คนด้านในเอ่ยอนุญาต
“อ้าว... หนึ่ง มีอะไรเหรอ”
“วันนี้หนึ่งทำอาหารอร่อยๆ มาให้คุณทิวค่ะ มีของว่างยามบ่ายด้วยนะคะ”
“ใครมาคะทิว” เพียงฟ้าเดินออกมาจากห้องด้านใน ทำให้หนึ่งธิดาชะงัก เธอพอรู้ข่าวว่าเขาคบหากับเพียงฟ้าอยู่
“หนึ่งเอาของกินมาส่งตอนกลางวันน่ะครับ เขาทำอาหารอร่อยมากนะ แม่เขาก็ทำอาหารอร่อย” ทิวเขาเอ่ยชม
“ขอบใจนะ หนึ่งที่เป็นลูกคนใช้ในบ้านทิวใช่ไหมคะ” คนพูดโน้มตัวเข้าไปกอดคอหนาด้วยท่าทีสนิทสนม
“ใช่ครับ”
“เอากับข้าวมาส่งแล้วก็กลับไปได้แล้วจ้ะ ทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง” หนึ่งธิดารู้ว่าโดนไล่ทางอ้อมเธอจึงขอตัวจากมา
การคบหาของทิวเขากับเพียงฟ้าเป็นที่รับรู้ของคนรอบข้าง ทิวเขาทุ่มเททุกอย่างให้เพียงฟ้า ในขณะที่เพียงฟ้ามีแต่เป็นฝ่ายรับ และวันที่ฟ้าถล่มก็มาถึง เมื่อเพียงฟ้าสลัดทิวเขาทิ้งอย่างไม่ไยดี โผไปหาชื่อเสียงเงินทองและคู่ควงคนใหม่
หนึ่งธิดาได้แต่เฝ้ามองความเสียใจของเจ้านายหนุ่ม เธอเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรเหมือนกัน
ธารทอดสายตามองหลานชายก่อนจะถอนใจอย่างหนักหน่วง ทิวเขาทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง เมื่ออกหักจากเพียงฟ้า ดาราสาวชื่อดังที่คบหากันมานาน
แค่ดูแว็บเดียวก็รู้ว่าเพียงฟ้าไม่มีทางทิ้งอาชีพดารานางแบบที่กำลังรุ่งมาอยู่ในสวนในไร่เช่นนี้แน่ ๆ แต่ทิวเขาก็ยังมั่นใจว่าเพียงฟ้ารักตนจริง เลยต้องเสียใจขนาดนี้
หลังจากหลานชายทำงานจนเหน็ดเหนื่อย ก็มีเหล้าเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อน ข้าวปลาแทบไม่แตะ ทิวเขาหันมาดื่มเหล้าทุกวันจนนางรู้สึกเป็นกังวลอย่างที่สุด
“คุณท่านคะ” เสียงเรียกของมะลิ ทำให้ธารหลุดจากภวังค์ความคิดอันแสนวุ่นวายใจของตัวเอง
“มะลิมีอะไรหรือจ๊ะ”
“จะถามว่าอาหารเย็นนี้จะเพิ่มเติมอะไรอีกไหมคะ” มะลิเอ่ยถามอย่างอ่อนน้อม นางเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่มีชีวิตลำบากยากเข็ญ เมื่อมีที่พึ่งพิงที่ดีก็อยากที่จะตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณให้ดีที่สุด
มะลินึกย้อนไปถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อน ในตอนนั้นหนึ่งธิดาลูกสาวคนเดียวของเธออายุได้เพียงสิบสองขวบเท่านั้น ถ้าโดนข่มขืนขึ้นมา เธอไม่อยากคิดเลยว่าลูกจะมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างไรกัน
ธารกับทิวเขาช่วยเหลือเธอกับลูกเอาไว้ เห็นว่าไม่มีที่ไปจึงรับมาอยู่ด้วยกันที่ไร่ โดยให้ทำงานในบ้าน เธอมีที่อยู่ ที่กิน มีงานทำ มีเงินส่งเสียหนึ่งธิดาให้ได้เรียนก็เพราะบุญคุณของธาร จนตอนนี้หนึ่งธิดาอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ เรียนจบปวส. ในสายวิชาชีพ กำลังจะเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนให้จบปริญญาตรี
“กินไม่ลง” ธารโบกไม้โบกมือไปมา ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาว พลางกุมขมับ
“คุณท่านเป็นอะไรคะ”
“ก็หลานชายของฉันน่ะสิมะลิ” ธารระบายความอัดอั้นตันใจออกมาให้สาวใช้คนสนิทได้รับรู้
"มีอะไรที่พอจะให้มะลิกับลูกช่วยก็บอกได้เลยนะคะ พูดถึงก็มาพอดีเลย วันนี้หนึ่งธิดาเรียนจบแล้วนะคะ เข้ามากราบขอบพระคุณคุณท่านเสียสิลูก” หนึ่งธิดาที่อยู่ในชุดของนักศึกษาวิทยาลัยคลานเข่าเข้ามากราบแทบเท้าของธาร
“ปีนี้หนูอายุยี่สิบแล้วเหรอ เร็วเหลือเกินนะ ตอนนั้นยังเป็นแค่เด็กตัวกระเปี๊ยกอยู่เลย” ธารเชยคางสาวให้แหงนขึ้นมาพิศมอง ดวงหน้าผุดผ่องงดงามนั้นทำให้ท่านยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
“โตขึ้น สวยน่ารัก เป็นเด็กดี เรียบร้อย แถมยังขยันเรียนอีกด้วย เธอโชคดีมากนะมะลิที่มีลูกสาวดีแบบนี้” ธารมองแล้วมองอีกก็ให้รู้สึกชอบใจหนึ่งธิดายิ่งนัก
“เพราะคุณท่านเมตตามะลิกับลูก พระคุณของคุณท่านทดแทนยังไงก็ไม่หมดค่ะ ทั้งช่วยชีวิตเอาไว้ ทั้งยังให้ที่อยู่ที่กิน ให้งานทำ ส่งเสียให้หนึ่งธิดาเรียนอีก มีอะไรที่เราสองคนแม่ลูกจะทำให้คุณท่านได้ ขอให้คุณท่านสั่งมาได้เลยนะคะ มะลิกับลูกยินดีที่จะทำทุกอย่างเลยค่ะ”
“จริง ๆ เหรอ” ธารเอ่ยถาม ในหัวแว็บบางอย่างขึ้นมาอย่างไม่เคยคิดมาก่อน พลางพิศมองหนึ่งธิดาอีกครั้งอย่างพึงพอใจ
“จริงสิคะ ส่วนเรื่องคุณทิว คุณท่านอย่ากังวลไปเลยค่ะ มะลิว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนอกหัก สักพักก็คงจะหายค่ะ ถ้าคุณทิวได้เจอผู้หญิงดี ๆ ก็คงจะมีรักครั้งใหม่ที่ดีค่ะ”
“เธอคิดแบบนั้นเหรอมะลิ” ธารหยั่งเชิงถาม
“จริง ๆ ค่ะ”
“ฉันอยากมีทายาทเอาไว้สืบสกุล ถ้าทิวเขาไม่แต่งงานมีเมีย ทรัพย์สมบัติของฉันจะยกให้ใครล่ะ เธอว่าจริงไหมมะลิ” ธารเอ่ยถามสาวใช้คนสนิท มะลิได้ฟังก็คิดในใจว่านี่คงเป็นความทุกข์ของคนรวยสินะ
เขาก็ทำดีกับเธอทุกอย่าง ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน มีเวลาให้เธอ มีเวลาให้ลูก ทุกวันก็จะเนียนมานอนคุยกับลูกในท้องของเธอ ซึ่งเธอก็หวั่นไหวเหลือเกิน น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนแล้วหัวใจอ่อนๆ ของเธอจะไม่ใจอ่อนให้เขาได้อย่างไรกัน“บอกมาก่อนว่าคิดถึงฉันไหม” เขาถามพลางหอมแก้มเธออีกหนึ่งธิดาตาโตลูบแก้มตัวเองด้วยความเขินอาย“คุณทิวทำอะไรคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า”“ไม่มีหรอก แต่ถึงมีก็จะบอกว่าหอมแก้มเมีย ใครจะทำไม”“คุณทิวน่ะ” เธอค้อนเขาเสียวงใหญ่“ฉันขอโทษนะที่เคยทำไม่ดีกับเธอ ทั้ง ๆ ที่เธอหวังดีกับฉันที่สุด ดูแลฉันอย่างดี”“คุณทิวขอโทษหนึ่งทุกวันเลยค่ะ”“ฉันจะขอโทษจนกว่าเธอจะใจอ่อน”“ว้าย! ไม่ต้องอุ้มค่ะ หนึ่งเดินเองได้” เธอร้องเสียงหลงเมื่อเขาอุ้มเธอขึ้นสู่อ้อมแขน“คืนนี้อยากนอนกอด” ประโยคของเขาทำให้เธอตาโต“ไม่ได้ค่ะ”“ทำไมถึงไม่ได้”“คุณทิวเคยพูดว่าจะไม่บังคับหนึ่งไงคะ”“ก็ไม่ได้บังคับแต่ขอไปนอนด้วยเท่านั้นเอง อยากดูแลอยากนอนกอด” บทเขาจะอ้อนจะหวานก็ทำให้เธอตั้งตัวไม่ทัน“คุณทิวขอแต่หนึ่งไม่ให้ ถ้าคุณทิวยังจะไปหนึ่งถือว่าบังคับค่ะ ถ้าคุณอยากให้หนึ่งอยู่ในชีวิตของคุณจริง ๆ และมีความรู้สึกพิ
เพราะเพื่อนของหนึ่งป้อนน้ำให้ก่อนหน้านั้นแล้วเผลอหลับไป นั่นทำให้เพื่อนของหนึ่งเสียใจน่ะค่ะ อยากย้อนเวลากลับไป ถ้าทำได้จะทำดีกับแม่ให้มากๆ เพราะพอแม่ตายแล้วทำอะไรไม่ได้แล้วน่ะค่ะ” หนึ่งธิดาเล่าแล้วทิวเขาก็ทำหน้าเศร้า“เรื่องของเพื่อนหนึ่งทำให้ฉันคิดถึงตัวเอง ฉันยังมีโอกาส แต่เพื่อนของหนึ่งไม่มีโอกาสอีกแล้ว ได้แต่มานั่งเสียใจ ฉันจะไม่ยอมเสียโอกาสดี ๆ ในการดูแลหนึ่งกับลูกให้ดี ฉันสัญญา” เขาจับมือของเธอมากุมเอาไว้ธารกับมะลิที่แอบมองอยู่อีกด้านถึงกับยิ้มออกมา อย่างน้อยทั้งสองก็ปรับความเข้าใจกันแล้ว ต่อจากนี้ไปก็เหลือแค่ระยะเวลาที่จะปรับตัวเข้าหากัน แต่พื้นฐานคนทั้งสองก็ไม่ได้เกลียดกันแต่แรก ทิวเขาเองก็เอ็นดูหนึ่งธิดาอยู่มาก แถมยังเคยช่วยเหลือกันอีก ธารคิดว่าคงไม่ยากที่คนทั้งสองจะรักกันเพราะผ่านอะไรมาด้วยกัน“ทิวเขาน่ะเขาผ่านช่วงที่ทุกข์หนักที่สุดมาได้เพราะหนึ่งธิดาเลยนะ ฉันต้องขอบคุณเธอจริงๆ เลยมะลิที่ส่งลูกสาวที่น่ารักและเป็นคนดีแบบนี้มาให้ฉัน หลานชายของฉันถึงได้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง”“เป็นบุญของหนึ่งธิดาค่ะคุณท่านที่ได้ตอบแทนบุญคุณคุณท่านกับคุณทิว มะลิเป็นแม่ก็อยากเห็นลูกมีความสุ
“ฉันรู้มาโดยตลอดว่าผู้หญิงที่ห่วงใยฉันที่สุดเป็นใคร”“ใครเหรอคะ”“เธอไง” ไม่น่าถามออกไปเลย ไม่น่าปากไวเลยจริง ๆ หญิงสาวบอกตัวเองในใจเขาดึงเธอมายืนประจันหน้า จับบ่าของเธอเอาไว้มั่น ก่อนจะเชยคางสาวให้แหงนขึ้นมาสบตา หัวใจของหนึ่งธิดาเต้นแรงแทบจะโลดออกมานอกอก แก้มของเธอร้อนผ่าวราวคนเป็นไข้เมื่อได้สบประสานสายตากับเขาอีกครั้งในครานี้“คนที่ห่วงใยคุณที่สุดคือคุณท่านต่างหากล่ะคะ”“เธอด้วย”“รู้ได้ยังไงคะ”“ถ้าเธอไม่ห่วงฉันคงไม่ไปอยู่ดูแลฉันหรอก ทั้ง ๆ ที่ฉันทำไม่ดีกับเธอขนาดนั้น”“เพราะหนึ่งหวังแค่เงิน เป็นผู้หญิงหน้าเงินไงคะ”“เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่ ทำไมต้องประชดด้วย คุณป้าเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว แล้วอย่าพูดอีกว่าที่ยอมอุ้มท้องลูกให้ฉันเพราะอยากมีหลานให้คุณป้า เพราะคนแบบเธอคงไม่ยอมทำถ้าไม่รักคนคนนั้นจริง”“แต่ตอนนี้คุณเพียงฟ้ากลับมาแล้ว”“ไม่เกี่ยวกับใคร เพราะฉันไม่ได้รักเขาแล้ว”“แต่ตอนคุณทิวเห็นเธอ คุณทิวก็หงุดหงิด”“ฉันไม่ได้รักเขาแล้ว เห็นเขาแล้วหงุดหงิดไม่ได้เหรอ”“แสดงว่าคุณทิวยังมีเยื่อใยหรือรู้สึกบางอย่างกับคุณเพียงฟ้าอยู่น่ะสิคะ”“ฉันยอมรับว่ายังรู้สึกโกรธเขาอยู่ที่เขาทิ้งฉันไป แถมยังหล
“คุณทิวจะทำอะไรคะ” หนึ่งธิดาเอ่ยถามอย่างตกใจเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของเธอแล้วก็มองเธอไม่วางตา“ฉันจะมานอนเฝ้าเธอยังไงล่ะ” เขาขึ้นไปนอนบนเตียง ก่อนจะกวักมือเรียกเธอให้ไปนอนด้วยกันบนนั้น แต่หนึ่งธิดาไม่ยอมทำตาม เธอรีบเดินไปที่ประตู เขาจึงรีบเดินมาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้“จะไปไหน”“ถ้าคุณทิวจะนอนห้องนี้ หนึ่งจะไปนอนห้องอื่นค่ะ อุ๊ย!” เขากอดเธอเอาไว้แนบอกพลางหอมแก้มเธอฟอดใหญ่“คุณทิว” เธอตาโตยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้อีก ครั้งก่อนก็เผลอไผล แต่ครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะตั้งใจ“ทำไม เดี๋ยวนี้ฉันกอดไม่ได้หรือไง”“แล้วคุณทิวจะมากอดหนึ่งทำไมกันคะ คุณทิวกลับไปนอนห้องตัวเองได้แล้วค่ะ”“แล้วทำไมฉันต้องไปนอนห้องตัวเองด้วย ในเมื่อเมียกับลูกฉันอยู่ห้องนี้”“หนึ่งอ่อนใจกับคุณจริงๆ เลย” เธอถอนใจเฮือกใหญ่“อ่อนใจก็ไปนอนสิ เธอท้องอยู่นะ เครียดมากไม่ดีต่อสุขภาพรู้ไหม” เขาดึงคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเธอออก ก่อนจะพาเธอไปกดให้นอนลงบนเตียง“ฉันไม่กวนเธอหรอก แค่จะมาดูแล”“มาดูแลหนึ่งทำไมคะ”“เธอท้องอยู่ก็ต้องมีคนดูแลสิ” เขาห่มผ้าให้เธอ ก่อนจะกอดเธอแนบอก“คุณทิว” เธอตาโตเมื่อโดนเขากอดแนบแน่
รถยนต์คันใหญ่เบรกกะทันหันเมื่อเห็นว่าข้างทางมีคนโดนฉุด“ลงไปช่วยเร็วทิว ผู้หญิงกำลังโดนฉุด” ธารเอ่ยบอกหลานชาย ทิวเขากับลูกน้องลงไปช่วยจัดการกับกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่กำลังรุมฉุดสองแม่ลูกอยู่“กรี๊ด!!! ช่วยด้วย” มะลิกรีดร้องเมื่อกำลังจะโดนลากเข้าป่า ส่วนบุตรสาววัยสิบสองนามว่าหนึ่งธิดาก็โดนลากไปอีกทา
“ก็แล้วแต่คุณจะคิดค่ะ ฉันคงบังคับให้คุณเชื่อหรือไม่เชื่ออะไรไม่ได้”“ปากดีนักนะ”“แล้วการที่คุณเสียอกเสียใจทำร้ายตัวเองด้วยการดื่มเหล้าไม่กินข้าวกินปลาจนป่วย คิดว่าตัวเองทำถูกแล้วเหรอคะ คุณรู้ไหมว่าป้าของคุณเป็นห่วงคุณแค่ไหน”“ไม่ต้องมาเป็นแม่คนที่สองของฉันแล้วก็มาอบรมสั่งสอนฉัน แค่คุณป้าอยากให้มาอ
“หนึ่งจ๊ะ ฉันคงต้องไหว้วานให้หนูเฝ้าหลานชายของฉันหน่อย ฉันเองก็แก่มากแล้ว จะให้เฝ้าคงไม่ไหว แต่จะมาเยี่ยมทุกวัน จะให้มะลิเขาทำอาหารอร่อยๆ มาให้ด้วยไม่ต้องเป็นห่วงนะ” มะลิมารดาของหนึ่งธิดานั้นทำอาหารอร่อย ท่านเอามาอยู่ด้วยจึงได้รู้ว่าทำอาหารอร่อย อาจเพราะเคยทำงานในร้านอาหารมาก่อน มะลิจึงจดจำวิธีการท
“ก็ช่างเขาปะไรครับ อยากจะพูดอะไรก็พูดไป”“ป้าอยากอุ้มหลาน” ประโยคของผู้เป็นป้าทำให้ทิวเขาสำลัก เขามองท่านด้วยใบหน้าแดงก่ำ“คุณป้าพูดว่าอะไรนะครับ”“ป้าพูดว่าป้าอยากอุ้มหลาน”“อุ้มหลานที่ไหนครับ”“ลูกเราไง”“ผมยังไม่มีเมียจะมีลูกได้ยังไงครับ”“ก็มีสิ ป้าหาให้แล้ว”“ผมไม่เอาหรอกครับ”“เราเป็นหลานคนเด