Share

ถึงคราร่วงหล่น

last update publish date: 2026-10-01 23:13:22

ในยามอู่ของวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แสงตะวันสว่างจ้า ไอร้อนแผ่กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ทว่าจวนสกุลหลี่แห่งนี้ช่างอึมครึมราวมีหมอกหนาปกคลุม เย็นยะเยือก ทั้งที่ภายในนั้นเปิดประตู หน้าต่างทุกบาน ที่โต๊ะสูงสีน้ำตาลตัวหนึ่งมีคนสนทนากันถึงสามคน

“หงปั๋ว ข้าบอกเจ้าไปแล้วไม่ใช่หรือไง ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จงรักภักดิ์ดีต่อราชวงศ์ คงเคียงข้างเจ้าไม่ได้”

“อะไรกันสหายหนานกง ข้าแค่ขอยืมป้ายคำสั่งทหารสูงสุดเอง ถึงขึ้นต้องโมโหขนาดนี้เลยหรือ” ป้ายคำสั่งทหารสูงสุดที่ชายวัยกลางคนนี้กล่าวถึงนั้นคือป้ายที่สามารถควบคุมกองกำลังทหารได้ทั้งเมือง ป้ายนี้ในความเป็นจริงหลังสงครามเสร็จสิ้นต้องคืนกลับไปที่ราชวงศ์ดังเดิม แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนี้วางใจใน หนานกงตงหยางเป็นอย่างมากจึงตรัสว่าให้เก็บไว้กับตนไม่ต้องคืนกลับมา

“ข้ารู้ดีว่าเจ้าต้องการจะทำสิ่งใด ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่ส่งลูกสาวเจ้าไปเป็นสนมหรอก” สิ่งที่เขาคาดเดาไว้คงไม่ผิดเพี้ยน ชายตาคม คิ้วเข้ม ร่างอวบ สูงเพียงหกฉื่อ ผมสีขาวประปรายบ่งบอกถึงอายุผู้นี้หวังในอำนาจมากถึงขั้นอยากสถาปนาราชวงศ์หลี่มาแทนที่ ในระหว่างที่พูดคุยอยู่สองคนนั้นมีอีกคนหนึ่งแทรกขึ้นมา

“ท่านแม่ทัพ ที่จริงท่านแทบไม่ต้องออกแรงใดๆ เลย เพียงท่านส่งมอบป้ายคำสั่งมาให้พวกเราก็แค่นั้นเอง”

“ถ้าข้าทำเช่นข้าควรชี้แจงกับบรรพชนอย่างไรกันในวันที่ข้าต้องพบ สกุลหนานกงเป็นแม่ทัพใหญ่มาหลายชั่วอายุคน จะให้มันมาพังทลายในช่วงของข้าอย่างนั้นหรือ” เขาทุบโต๊ะจนชากระฉอกแล้วยืนขึ้น ฝ่ามือทั้งสองกำแน่น หายใจอย่างกระฟัดกระเฟียดเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ฝั่งนั้นก็ลุกตามมาด้วยอาการเดียวกัน

“เฉินจวินหยุด!!! สงบสติอารมณ์เสีย เจ้าก็ด้วยตงหยาง” ฉู่เฉินจวิน เจ้ากรมนิติบัญญัติผู้เปรียบเสมือน มือขวาและคู่คิดของหงปั๋วนั้นต้องเย็นลงทันใดตามคำสั่ง ทว่าอีกคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น

“ข้ายังยืนยันคำเดิม เรื่องนี้ทำให้ข้าไม่อาจเคียงข้างเจ้าได้อีกต่อไป ทั้งยังพร้อมสู้กับเจ้าอย่างสุดความสามารถ ต่อให้ต้องตายข้าก็ยินดีกว่าการโดนตราหน้าว่าเป็นทรราช” เมื่อกล่าวจบนั้นเขาเดินกระทืบเท้าออกไป ไม่แม้แต่จะมองย้อนกลับมา ทำให้พวกเขานั้นคิดไม่ตก

“ท่านอัครเสนาบดี ต่อไปท่านจะทำอย่างไร”

“ในเมื่อกลัวเป็นทรราชแต่ไม่กลัวตาย เช่นนั้นก็สงเคราะห์หน่อยแล้วกัน” ในประโยคนี้มีคำสั่งแฝงไปด้วยแล้ว เหลือแต่เฉินจวินแล้วว่าจะจัดการอย่างไร

หลังจากที่เขาออกมาจากจวนสกุลหลี่นั้น ทำให้เขาได้ทบทวนดูแล้วว่าการประกาศศึกเลือกข้างในครั้งนี้อาจนำภัยมาสู่ครอบครัวตนได้ จึงกำชับบ่าวรับใช้ทุกคนให้สอดส่องดูแลความเรียบร้อยให้ดีและผลัดเวรยามอย่างคุมเข้มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทำให้บ่าวบางคนวิตกกังวล หายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว เพราะไม่เคยเกิดเหตุเช่นนี้มาก่อน หรือว่ามันใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของสกุลหนานกงแล้วจริงๆ เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องในจวนแล้วนั้นเขาก็ไปหยิบม้วนหนังสือสัญญาหมั้นนั้นแล้วเดินตรงไปที่จวนท่านอาวุโสผู้หนึ่งในราชสำนัก

“ท่านเนี่ยนเจินโหว”

“อ้าว แม่ทัพหนานกงมีเหตุอันใดหรือ” ชายสูงอายุที่เป็นถึงราชครูในราชสำนัก ผมเคราขาวโผลน รูปร่างผอมสูง ใบหน้ายิ้มแย้มดูอ่อนโยนเข้ามาทักทาย

“ท่านโหว ข้าจะฝากม้วนหนังสือกับกล่องไม้นี้ไว้กับท่านเสียหน่อย” ท่านโหวอาวุโสก็รับด้วยความงุนงน แต่ก็แบมือรับมาอย่างว่าง่าย

“แล้วทำไมเจ้าถึงฝากสิ่งนี้ไว้กับข้ากัน มันสำคัญมากเลยหรือ”

“สิ่งไม่สำคัญต่อข้าหรอก แต่สำคัญต่อลูกสาวข้า ของสิ่งนี้ในอนาคตจะสามารถช่วยเหลือนางได้และถึงครานั้น ท่านโปรดช่วยเหลือดูแลนางด้วย”

“ได้ ข้าจะเก็บรักษาไว้อย่างนี้ ส่วนนางจะช่วยดูแลอย่างดี อย่างไรเสียตัวข้าภรรยาจากไปหลายปี ลูกก็ไม่มี นี่สิ่งเจ้าให้ข้าทำให้” ท่านโหวยื่นป้ายหยกกลมสีขาวราวหิมะ ประดับพู่สีเขียวเสมือนขนนกยูง ตรงกลางสลักคำว่าหนานกงลงบนนั้น

“ขอบพระคุณท่านมาก ที่ช่วยเหลือข้า”

กลับมาที่จวนสกุลหนานกงตอนนี้ มีบุคคลรายล้อมรอบจวนเดินกันขวับเขวียว คนเฝ้าประตูจวนจากสองเป็นสี่คน จากเดิมที่ไม่มีคนจ้องมองเด็กสาวนั่งเล่นที่ริมสระนั้น บัดนี้มีบ่าวรับใช้รายล้อมอย่างแน่นหนากว่าแปดคนรวมทั้งแม่นมเฉิง ทุกสายตาจับจ้องทุกการกระทำของนาง

“จะจ้องข้าอีกนานไหม ทำไมถึงมีรายล้อมข้ามากมายเช่นนี้”

“คุณหนู ท่านแม่ทัพกำชับทุกคนในจวนไว้แบบนี้ พวกเราต้องปฏิบัติตามเจ้าค่ะ” ข้าได้แต่กรอกตา ถอนหายใจกับการกระทำของคนทั้งจวน วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่

“อวี้ชิง ต่อจากนี้ไปเจ้ามากับพ่อแม่นะ ไม่ต้องอยู่ที่เรือนริมน้ำแล้ว”

“ทำไมหรือเจ้าค่ะ ที่เรือนนี้ก็ดีอยู่แล้ว กลางวันก็ไม่ร้อนกลางคืนก็ไม่หนาว แล้วจะไปที่เรือนพวกท่านทำไมกัน”

“เชื่อแม่ เจ้าไม่ต้องพูดอะไรมากหรอก” ทั้งสายตาที่ดูแข็งกร้าว น้ำเสียงที่แข็งกระด้าง การเดินกระทืบเท้าออกไปทำให้ข้าตัวแข็งเป็นศิลา กลืนน้ำลายลงคอเลยทีเดียว ท่านแม่ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน สงสัยคงเกิดบางสิ่งขึ้นแล้วจริงๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว(ต่อ)

    “ไม่ได้!!! ไม่ได้เด็ดขาด!!!” ชายชราแผดเสียงดังลั่นจนรู้สึกปวดหู พร้อมกับยืนขึ้นกำลังลุกเดินหนีไป เป็นภรรยาของเขาที่ปรามเขาไว้แล้วให้อยู่ฟังต่อ“ข้ารู้ดี การกระทำเช่นนี้คือการหลอกลวงเบื้องสูง มีโทษประหาร ทว่าพวกท่านก็น่าจะรู้ดีว่ายามนี้ผู้ปกครองฝ่ายในคือฮองเฮาหลี่ นางโหดเหี้ยม ปกครองอย่างทารุณ ผู้ใดไม่เป็นไปตามที่นางต้องการย่อมโดนลงโทษจนบาดเจ็บเจียนตาย พวกท่านจะส่งนางไปยังสถานที่ที่ไม่ต่างอะไรจากนรกเช่นนั้นหรือ” คำพูดเช่นนี้ทำให้พวกเขาหยุดชะงักนิ่ง เพราะมันคือความจริงที่เจียงหลีกำลังเผชิญอยู่“แล้วเจ้าต้องการอะไร ทำไมต้องการใช้ชื่อลูกสาวข้า” หลังจากพวกเขานั่งกระซิบกระซาบกันอยู่สักพัก ฝ่ายชายเลยประเด็นอีกครั้ง“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรหรอก ข้าแค่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกท่านก็ไม่ต้องรับโทษจากการเลือกนางกำนัล ชนะทั้งสองฝ่าย ไม่ดีหรือ จ้าวซินเหยียน แต่เล็กจนโตไม่เคยออกนอกจวนแม้ครึ่งก้าว ย่อมไม่มีใครรู้ว่านางหน้าตาเช่นไร ข้าไม่พูด พวกท่านไม่พูด ผู้ใดจะล่วงรู้”“ถ้าแม่นางคิดเห็นเช่นนั้น พวกเราขอปรึกษาสักครู่” พวกเขาเดินออกไปปล่อยให้นั่งรอต่อไป มันมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาไม่ยินยอม ชื่อเสียงวงศ์ตระก

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   แฝงตัว

    เวลานี้ในราชสำนักมีขั้วอำนาจอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือ ฮ่องเต้ หานกว่างเสี้ยว สกุลหานที่ปกครองเมืองเจียงหลีมาช้านาน กับ ฮองเฮา หลี่เจียฉิน บุตรสาวของหลี่หงปั๋วที่ได้ก้าวขึ้นสู่อำนาจจากนางสนมฐานะปานกลางสู่มงกุฎหงส์นี้ได้เพราะอำนาจจากบิดาของตน ทำให้ราชสำนักเองต้องแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนเช่นกัน“คนมุงดูอะไรกัน ไม่ใช่ว่าประกาศจับข้าหรอกนะ” ในเมืองที่ผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยอย่างพลุกพล่าน ตลอดแถวถนนนี้มีแผงร้านค้าจับจองพื้นที่จนไม่มีที่ว่าง ทว่ากลับมุมหนึ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมากคือ ที่ปิดป้ายประกาศ มันคงเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเลยตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ“ขอโทษนะ ขอโทษนะ” ข้าฝ่าด่านผู้คนเข้ามาเพื่ออยู่ใกล้กันใบประกาศที่สุด ในนั้นระบุไว้ว่าตำหนักของฮองเฮารับคัดเลือกนางกำนัลประจำตำหนัก นี่แหละหนทางในการแก้แค้นของข้าภายในหกปีที่ข้าใช้ชื่อเยว่เหยานั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่ฆ่าล้างสกุลหนานกงจนสองให้ปีให้หลังฮองเฮาเหอ เหอจวินหลิง ได้สวรรคตไป หลี่หงปั๋วก็กดดันฮ่องเต้ให้ลูกสาวตนเป็นฮองเฮาได้สำเร็จ ไม่นานนางคงจะกุมอำนาจราชสำนักไว้จนหมดแน่นอน ...ช่างเถอะใครสนกันว่าราชสำนักจะเป็นตายร้ายดี

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่(ต่อ)

    “เจ้ามาแล้วหรือ มาๆ มาทานข้าวได้แล้ว” หญิงชราที่เลี้ยงดูนางมาตลอดหกปี กล่าวทักนางเมื่อเห็นว่ามาถึงแล้วพร้อมด้วยข้าวของในมือ “ได้จ้ะ เดี๋ยวข้าเก็บของที่ซื้อมาก่อน แล้วจะมาทานด้วยกัน” “อืม รีบไปรีบมา เดี๋ยวเย็นชืดหมด” นางเข้าไปหอมแก้มยายแล้วเดินเข้าไปที่ครัว ล้างมือเสร็จรีบมาทานข้าวอย่างไว “ยายก็กินด้วยกันสิ ทำไมปล่อยให้ข้ากินอยู่คนเดียว” “เจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว” “ยายกินเถอะ เดี๋ยวต้องดื่มยาอีก” หญิงชรามีโรคมารุมเร้าตามวัย บัดนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นก่อนแล้ว ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ทุกวัน ด้วยความที่อยู่กันสองคนจึงต่างต้องประคองกันไป “ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าเป็นยังไง ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน ยานั่นไม่จำเป็นหรอก” “ไม่พูดแบบนี้สิ ท่านยายต้องอยู่กับข้าก่อน ข้าเสียพ่อแม่ไปอย่าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” “ข้าก็อายุมากแล้ว สรรพสิ่งย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร ข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ดีใจนะ ที่มีลูกหลานอย่างคนอื่นเขาเหมือนกัน” “ข้าเสียพ่อแม่ไปแล้ว อย่าให้ข้าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” นางรีบเข้าไปคุกเข่านั่งลงข้างท่านยาย หัวนางวางลงบนตัก มือทั้งเกาะกุมมืออีกฝั่ง “พอได้แล้ว ไปกินขะ.

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   เริ่มต้นใหม่

    “ข้ามาอยู่ที่ตำหนักได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาอยู่ที่เตียงนอนทรงวงกลมกลางตำหนักสีทองและฟ้าที่โอ่อ่ากว้างขวาง ประดับด้วยผ้าแพรสีเข้มล้อมรอบ ภายในตำหนักมีชั้นเก็บตำราหกชั้นเรียงรายอยู่มุมห้อง ภาพสุดท้ายของเขาคือกำลังเสพสุขอยู่ที่หอคณิกาแล้วมีชายสองคนบุกเข้ามา ถ้าคาดเดาไม่ผิดคงเป็นเหล่าพี่น้องอย่างองค์รัชทายาทและน้องสี่แน่นอน “ตื่นแล้วหรือ ลูกตัวดี” คนเป็นแม่รีบเดินมาพร้อมจับใบหูของลูกชายตัวแสบดึงลงสุดแรงจนใบหูแดงก่ำ อีกฝ่ายต้องเอามือประคบ “อะไรกันเสด็จแม่ ข้าแค่ร่ำสุรา ไม่ได้มีสิ่งอื่นเลย” “แต่รู้ไหมว่าเสด็จพ่อเจ้าทนข้อครหาจากเหล่าขุนนางไม่ได้ เป็นถึงราชวงศ์กลับประพฤติตนเช่นนั้น พวกขุนนางถึงขึ้นตั้งข้อหาปลดตำแหน่งเจ้า อับอายสิ้นดี” “เสด็จแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่ไปหอคณิกาอีกแล้ว” เขาทรุดตัวลงต่อหน้า กอดขา ส่งสายตาอ้อนวอนแม่ของตนหวังให้ใจเย็นลงและไม่ให้เสด็จพ่อทราบเหตุการณ์ในวันนี้ “ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็สายไปแล้ว เสด็จพ่อเจ้ากำลังคัดเลือกหญิงงามที่เหมาะสมเพื่อจัดงานอภิเษกให้เจ้า เพื่อทีเจ้าจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา” “ไม่ได้เด็ดขาด ข้ามีสัญญาอภิเษกกับอวี้ชิงไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรตำ

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ(ต่อ)

    วันรุ่งขึ้นยายปลุกข้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างให้ออกมาวิ่งรอบป่าไผ่ นั่งสมาธิใกล้ลำธาร แต่ข้าดันแอบหลับเสียจนได้ จึงโดนปลุกด้วยน้ำจากในลำธารสาดกระเซ็นมาโดนกายด้วยกระบี่ที่ตวัดในลำธารแล้วจึงตื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะฝึกวิชากระบี่ ยิงธนู การใช้มีดสั้น วรยุทธ์ต่างๆ ไปเรื่อยทั้งวัน ตกเย็นยายก็สอนวิชาพิษไหนจะการค้าขายกับข้าอีก ส่วนงานบ้านงานเรือนนั้นแน่ว่า.....ข้าทำไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ยิบย่อยไปหมด ซื้อที่ร้านอาหารกินเอาจะง่ายกว่าไหม ทั้งยังอุดหนุนกิจการคนอื่นอีก...“อัครเสนาบดีหลี่ ท่านจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อข้าแทบพลิกแผ่นดินหาป้ายคำสั่งนั่นแล้วก็ไม่เจอ” ชายคนนั้นผู้ที่ฆ่าล้างสกุลหนานกงเอ่ยขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่นายต้องการคืออะไร แต่บัดนี้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาแทบจะรื้อจวนหาแล้วก็ยังไม่พบ“ในเมื่อใช้ป้ายคำสั่งนั้นไม่ได้คงต้องใช้แผนสำรอง เจ้าตามข้ามา” เขาเอ่ยเป็นนัยเพื่อให้ผู้ที่บังคับรถม้าที่พวกเขานั่งสนทนากันอยู่นั้น พาไปที่ชายแดนเมืองเจียงหลี ที่แห่งนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ มีคนอาศัยอยู่นับร้อยคนได้ ต่างปลูกเรือนใกล้ชิดติดกันขนาบสองข้างซ้ายขวา ตรงกลางเป็นทางเดินแล้วยังเป็นตลาดที่ให้คนมาจับจ่ายกั

  • เล่ห์แค้น ชายาสาม   ก้าวข้ามหิมะ

    “ถ้าอย่างนั้นเจ้ามาเป็นหลานข้าก็แล้วกันนะ เยว่เหยา” “เช่นนั้น ท่านมีนามว่าอะไร” “ข้าชื่อ เจียอี ดีเหมือนกันข้าเองก็แก่เต็มทน ไม่มีลูกหลานไว้ดูแล คงต้องฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้วละ” “เจ้าค่ะ” “เยว่เหยา เจ้ากินข้าวได้แล้ว” เมื่อปรับความเข้าใจแล้ว ต่างฝ่ายต่างจับตะเกียบทานข้าวกัน พูดคุยถามไถ่กันจนรู้ว่าพ่อแม่ของนางถูกฆ่าตายจากคนที่ปองร้าย แต่ยายกลับไม่รู้ว่าพ่อแม่นางคือใคร “กินข้าวเสร็จแล้ว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้ว” “เจ้าค่ะ” “ไม่ต้องพูดเจ้าค่ะกับข้าก็ได้ ที่นี่ไม่ใช่วังเสียหน่อย” “แต่ว่าข้าทำงานบ้านไม่เป็น คงต้องรบกวนท่านยายแล้ว” “ไม่เป็นไร เจ้ายังเด็กสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกมาก ตามมา” ยายเรียกให้นางตามมาสำรวจภายในเรือนหลังนี้ตามมุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่ตนอยู่นั้นที่โปร่งโล่งเพราะมีหน้าต่างถึงสองบาน ฟูกนอนและผ้าห่มสีขาวบนที่นอนไม้ที่อยู่ซ้ายบนของห้อง ส่วนที่เหลือก็เป็นตู้เก็บของต่างที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ สูงระดับเอวของเจ้าของบ้าน ในกลางวันอากาศในวันที่มีแดดคงจะดีมาก เมื่อเดินออกมาตรงกลางเรือนนี้เป็นเหมือนส่วนกลางที่เอาไว้รับแขกมีโต๊ะสูงสี่เหลี่ยมพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status