Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-12-30 21:57:40

“อย่างไรหรือ” หวังชิงขมวดคิ้ว “อย่างไรเสียอวี่เอ๋อร์ก็เป็นเด็กดี ทั้งยังสูญเสียความทรงจำ”

“ข้าไม่ได้คิดจะทำร้ายนาง ท่านอาจารย์วางใจ”

“นั่นสินะ ตอนนี้พี่สาวของนางกลายเป็นชายารองขององค์ชายเก้าไปแล้ว เช่นนี้ก็เท่ากับอวี่เอ๋อร์คือคู่หมายของเจ้า”

หยวนเฟิงหลิงแอบมุ่นคิ้วด้วยความกังวล การหมั้นหมายระหว่างตระกูลหยวน และตระกูลเว่ย บิดาของเขาและเว่ยจื่อฉียึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอด

จำได้ว่าก่อนบิดาของเขาสิ้นใจ เว่ยจื่อฉียังเคยส่งจดหมายมาทวงถาม คาดไม่ถึงว่าหลังตอบจดหมายและยืนยันคำสัญญา บิดาของเขาก็ได้สิ้นใจลง

เขาไว้ทุกข์มานานและไม่ได้ติดต่อกลับไปยังเมืองอี๋หยาง แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องการหมั้นหมายก็ไม่ใช่ความลับใด ๆ เพราะดูเหมือนคนในเมืองอี๋หยางเองก็ล่วงรู้

เพียงแต่...เขาให้สงสัยนักว่าเว่ยซวงอวี่จะคิดเช่นไรกับการหมั้นหมายนี้

เว่ยเอินหลินนั้นเขาเคยพบนางมาก่อน ตอนนั้นนางติดตามเว่ยจื่อฉีมายังเมืองหลวง ทั้งที่อายุได้เพียงสิบเอ็ดปี ตระกูลหยวนเป็นเพียงบัณฑิตไร้ชื่อเสียง ฐานะหรือก็ไม่ได้ร่ำรวยมั่งคั่งเหมือนตระกูลเว่ย

ใบหน้าที่แสดงออกว่าไม่เต็มใจในวันนั้น เขาหยวนเฟิงหลิงไหนเลยจะลืมเลือน

“ข้าจะไปพบนางในฐานะของเฮยหลิง” เขาเอ่ยจบก็ลอบถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง

คำสั่งเสียของบิดาเขาเองก็รับปากไปแล้ว อย่างไรเสียการแต่งงานยังคงต้องเกิดขึ้น เว่ยเอินหลินกลายเป็นชายารององค์ชายเก้า เรื่องนี้เขาไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย

บุตรสาวของเว่ยจื่อฉี หนึ่งในบัณฑิตผู้ซึ่งเป็นอาจารย์สอนในสำนักศึกษาเค่อหลี่จะธรรมดาได้อย่างไร การแก้ปริศนาระหว่างนางและบัณฑิตในวังหลวง กระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังคงได้รับการกล่าวถึง

ปราชญ์หญิงที่อายุยังน้อย แต่กลับเฉลียวฉลาดและยังเป็นโฉมสะคราญจนผู้คนต่างก็ยกย่อง เช่นนี้แล้วนางจะยินยอมแต่งให้บุตรชายของบัณฑิตยากจนผู้หนึ่งได้อย่างไรกัน

คืนนี้เป็นคืนที่เท่าไรเว่ยซวงอวี่คร้านจะใส่ใจ นางนอนไม่หลับเนื่องจากในใจเต็มไปด้วยความสับสน

สายลมพัดพาเอากลีบดอกซิ่งบนต้นร่วงหล่นปลิดปลิว ความเงียบในยามค่ำคืนทำให้ความคิดของหญิงสาวปลอดโปร่ง

นางปล่อยให้ร่างกายตัวเองค่อย ๆ คลายจากอาการเจ็บปวด ไม่พยายามคิดหรือมองหาความผิดปกติ เนื่องจากมั่นใจว่าบิดาของนางมีเรื่องปิดบัง

นางไม่ถามเพราะรู้ดีว่าไม่มีทางได้คำตอบออกมา เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนางจะปล่อยผ่านไปก่อน รอให้ถึงวันที่นางหายดีนางอาจกลับมาจดจำบางอย่างได้ดังเดิม

อย่างไรเสียตอนนี้ตัวนางเองก็ไม่อาจออกไปเดินท่อม ๆ เพื่อหาหลักฐาน ยิ่งไม่มีทางที่นางในสภาพนี้จะสามารถเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ เพื่อค้นหาความทรงจำที่นางทำหายไป

ท่านหมอหวงบอกนางว่าความทรงจำของนางจะค่อย ๆ กลับมา หากนางอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย ได้พูดคุย ได้พบปะผู้คนที่นางเคยรู้จักสนิทสนม แต่ดูเหมือนบิดาของนางจะไม่ใคร่จะเห็นด้วย ทั้งที่อาจารย์หวังเสนอให้นางได้กลับไปช่วยงานที่สำนักศึกษาเช่นเดิม

นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งที่นางตื่นตะลึง สตรีแคว้นหานน้อยนักที่จะได้รับการสนับสนุนให้เรียนหนังสือ แม้นางจะรู้ว่าบิดาเป็นบัณฑิตที่มีชื่อเสียง แต่ถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาดว่าผู้เป็นบิดา ถึงกับอนุญาตให้นางและเว่ยเอินหลิน ปลอมตัวเป็นบุรุษไปเข้าเรียนกับศิษย์สำนักศึกษาเค่อหลี่

ทั้งนี้แม้ว่านางและพี่สาวจะนับว่าเรียนจบแล้ว แต่อาจารย์ที่สำนักศึกษาที่รู้เรื่องนี้ดี กลับยังคงอนุญาตให้พวกนางกลับไปช่วยงานต่าง ๆ เป็นบางครั้ง

ตอนที่อาจารย์หวังเสนอ นางมองไปยังบิดาด้วยดวงตาคาดหวัง การที่บิดาปฏิเสธโดยอ้างว่ารอให้นางหายดีก่อน ดังนั้นในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา นางจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปนอกคฤหาสน์

แน่นอนเว่ยซวงอวี่เชื่อฟังเป็นอย่างดี นางจะคัดค้านไปทำไมเล่า ในยามที่เรื่องยังคงใหม่นางดึงดันไปก็รังแต่จะเสียเรื่อง มิสู้อดทนรอจนกว่าบิดาจะคิดว่านางปล่อยผ่านไปแล้ว จากนั้นนางค่อยเริ่มตามเก็บความทรงจำของตัวเองกลับมาย่อมไม่สายเกินไป

เสียงถอนหายใจของหญิงสาวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นางกวาดสายตาไปทั่วเรือนซิ่งฮวาของตัวเอง จากนั้นก็ยื่นมือออกไปปิดหน้าต่าง แต่ตอนนั้นเองที่เงาวูบไหวทำให้นางชะงัก เมื่อเพ่งมองก็มั่นใจว่านั่นเป็นเงาของคนผู้หนึ่ง 

แม้จะรู้ว่าไม่ควรแต่เว่ยซวงอวี่ยังคงเดินออกมาจากห้อง นางเดินตรงไปยังต้นดอกซิ่งที่บัดนี้เบ่งบานเต็มที่ แต่พอไปถึงบนนั้นไหนเลยจะมีเงาของผู้ใดอยู่

กระนั้นในยามที่กำลังจะหมุนตัวกลับเข้าห้อง กระดาษที่ถูกพับเป็นแนวยาวผูกติดกับกิ่งของต้นดอกซิ่ง กลับสะดุดตาของนางเข้า

นางไม่ได้ตาฝาด เมื่อครู่นี้เป็นเงาคนจริง ๆ

คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดมุ่น ตอนที่สายตากวาดมองหาผู้ใดก็ตามที่เป็นเจ้าของจดหมาย แต่รอบกายก็หาได้มีผู้อื่นอีก มือเล็กเอื้อมไป แกะจดหมายอย่างเบามือ

หัวใจของเว่ยซวงอวี่เต้นรัว ในยามที่เดินกลับเข้าไปในห้องนอน ด้านนอกแม้ยังพอมีแสงสลัว แต่นางสังหรณ์ใจอย่างรุนแรงว่านี่ไม่อาจกระทำอย่างโจ่งแจ้ง

บางอย่างบอกนางว่าสถานการณ์ที่นางกำลังเผชิญอยู่นี้ ไม่ปกติ ทุกอย่างมันดูผิดปกติไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุของนาง และคนในตระกูลเว่ยที่มักจะซุบซิบกันเรื่องความทรงจำที่สูญหายไปของนาง

นั่งสงบจิตใจได้ครู่หนึ่งเว่ยซวงอวี่ก็จุดเทียนเพื่อให้ความสว่าง ก่อนจะเปิดอ่านข้อความในจดหมาย

‘ของสำคัญที่ฝากไว้ ไม่นานจะมารับคืน’

เว่ยซวงอวี่ขมวดคิ้วก่อนจะพลิกกระดาษจดหมายไปมา ไม่มีชื่อ ไม่มีข้อความอื่นนอกเหนือไปจากนั้น ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดสาวใช้ได้ยินเสียงกุกกัก ทั้งยังเห็นว่าภายในห้องของผู้เป็นนายสว่างขึ้น ก็เดินมายังหน้าประตู

“คุณหนูเจ้าคะ”

“ไม่มีอะไร ข้านอนไม่หลับจึงลุกขึ้นมาอ่านหนังสือ เจ้าไม่ต้องเข้ามา ข้าจะนอนแล้ว” เอ่ยจบก็ดับเทียน เพราะเกรงว่าสาวใช้จะเข้ามาในห้อง

นางรู้ดีว่าทุกวันสาวใช้สองคนจะไปรายงานบิดาว่านางทำอะไรบ้าง จดหมายฉบับนี้อาจไขข้อข้องใจบางอย่างที่นางกำลังหาคำตอบ ดังนั้นหญิงสาวจึงเลือกที่จะเก็บเอาไว้กับตัว ไม่บอกให้ผู้อื่นรับรู้

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นหากท่านต้องการอะไรต้องบอกนะเจ้าคะ ข้าน้อยจะรีบจัดหามาให้” สาวใช้ผู้นั้นหาวหวอด ก่อนจะเดินกลับห้องซึ่งอยู่ข้าง ๆ ปากก็บ่นพึมพำไปตาม

เว่ยซวงอวี่พับจดหมายเป็นชิ้นเล็ก ๆ สอดเข้าไปในถุงหอม จากนั้นก็นำมาวางเอาไว้ข้างหมอน แม้จะก้าวขึ้นเตียงไปแล้ว แต่ความคิดของนางยังคงวนเวียนอยู่กับข้อความในจดหมาย

ของสิ่งใดที่นางรับฝากเอาไว้ แล้ว...ใครคือคนที่ฝากของสำคัญเอาไว้กับนาง ทั้งยังทำลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 78 จบ

    ฉางเหยียนยิ้มกว้างในยามที่นางรีบรินสุราให้เขา เมื่อเห็นว่าเขาวางจอกลง “พี่สะใภ้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง เพียงมองอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องของข้ากับเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้”“ท่านจึงเอาแต่วิ่งหนีเขาหรือ”“ข้ากำลังวิ่งหนีตัวเองต่างหาก”นางเห็นด้วยกับคำพูดของเขา “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเขาอาจละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาท่าน”“ข้าบอกความรู้สึกของข้าไปแล้ว และข้าก็ให้เขาสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำเช่นนั้น”“เขาคงเสียใจมากหากท่านจากไป”“ข้าไม่ได้จากไปอย่างถาวร สักวันข้าจะกลับมา เพียงแต่ตอนนี้ข้าต้องการเวลา เขาเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ เกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่ความสับสนชั่วครู่ที่เกิดขึ้น ไม่อาจสั่นคลอนสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว”“ไม่ยุติธรรมเลย ท่านเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะแบกภาระเหล่านี้เอาไว้”“ข้ารู้” ฉางเหยียนยอมรับออกมาตามตรง “ชีวิตข้าไม่ขออะไรมากมาย ขอเพียงเขาและศิษย์พี่ใหญ่ปลอดภัยและมีความสุข”“แล้วท่านเล่ามีความสุขหรือไม่”คำถามนั้นนางไม่ได้รับคำตอบ ฉางเหยียนเพียงมองนางด้วยรอยยิ้ม เขากำลังจะเอ่ยคำแต่หานหย่งหมิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับไหสุรา ท

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 77

    “ฝ่าบาท” เว่ยซวงอวี่ก้าวเข้ามาคุกเข่า“เรารู้ เรารับปากเจ้าแล้วย่อมไม่คืนคำ” สุรเสียงยังคงเย็นเยียบน่ากลัว “จินเสอ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”“ให้คนส่งเว่ยจื่อฉีกลับอี๋หยาง ตลอดทั้งชีวิตห้ามก้าวเข้ามาในเมืองหลวงอีกแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนเว่ยเอินหลินส่งนางไปกักขังพร้อมกับคนอื่นๆ ในตำหนักองค์ชายเก้า ให้ทุกคนไปเฝ้าสุสานบรรพชนแคว้นหาน ชั่วชีวิตห้ามก้าวออกมา ใครฝ่าฝืนประหารไม่ละเว้น”“รับด้วยเกล้า”เว่ยจื่อฉีและเว่ยเอินหลินหมดสติไปในทันที ดังนั้นขันทีจึงช่วยกันลากออกไปจากบ้านตระกูลหยวน เว่ยซวงอวี่กำลังจะลุกและเดินตามไป กระนั้นนางกลับมาอาจทำได้ดังใจ“เว่ยซวงอวี่”“เพคะฝ่าบาท”“เจ้ายังมีหน้าที่ที่ยังไม่เสร็จสิ้น สิ่งใดที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเถิด การกระทำของพวกเขาเจ้าไม่อาจแบกรับไปโดยตลอด ความกตัญญูย่อมต้องมีขอบเขต”“หม่อมฉันรับพระบัญชา”“หากเจ้าตามไปยิ่งจะเกิดเรื่องยุ่ง มิใช่ปกป้องมารดาของเจ้าอยู่หรือ หากตามกลับไปนางต้องระแคะระคาย ผู้ใดก่อเรื่องก็ให้พวกเขาแก้ไขเอง”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”“อาการของหยวนเฟิงหลิงเป็นอย่างไรบ้าง”“เขายังคงได้สติเพียงเล็กน้อยในระยะสั้นๆ แต่อาการโดยรวมดีขึ้นมากเพคะ”“เ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 76

    “ท่านพ่อข้าทำอะไรหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยังมีหน้ามาถาม! ทั้งหมดนั้นเจ้ายังคิดว่าข้าคือพ่อของเจ้า ยังคิดว่าเอินเอ๋อร์คือพี่สาวเจ้าอยู่หรือ!”“ท่านเสียงดังเช่นนี้มีประโยชน์อันใด หรือต้องการให้ผู้คนรับรู้ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป”“ก็ให้มา ใครอยากได้ยินก็เข้ามาฟัง ข้าจะได้บอกว่าข้าไม่เคยมีบุตรสาวอกตัญญูเช่นเจ้า!”“หรือสิ่งที่ท่านและพี่ใหญ่ทำทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องถูกต้อง ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการกระทำของท่านกับพี่ใหญ่นั้น เหมาะสมแล้วหรือ ท่านพ่อท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่เคยเป็นความลับ หลอกลวงเบื้องสูงโทษประหารเก้าชั่วโคตร ตอนที่ท่านกระทำท่านเคยคิดถึงผลข้อนี้หรือไม่”“เจ้าหุบปาก! ข้าจะทำอะไรล้วนเป็นเรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถสอดมือ”“เรื่องของท่าน ฮ่าๆๆ” เว่ยซวงอวี่หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่ใช่เรื่องของข้าที่สามารถสอดมือ” นางหัวเราะแต่น้ำตากลับหลั่งออกมา ความพยายามในการปกป้องของนาง ได้รับผลตอบแทนคือคำว่า ‘ลูกอกตัญญู’“ ‘เรื่องราวทั้งหมดนั้นข้ายังคิดว่าท่านคือท่านพ่อของข้าหรือไม่’ ท่านว่า ‘สิ่งที่ข้าทำข้ายังคิดว่าพี่ใหญ่คือพี่สาวข้าอยู่หรือไม่’ ท่าน

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 75

    “หลบเร็ว”“มีคนร้าย!”“คุ้มครององค์ชาย!”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น ผู้คนต่างก็วิ่งวุ่นวาย หานหย่งหมิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “บัดซบเจ้าเก้า ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี!”การโจมตีครั้งนี้หมายเอาชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย เว่ยซวงอวี่มองกลุ่มมือสังหารที่กระหายการสังหารผู้อื่นนับห้าสิบคน ซึ่งกระจายกันบุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ อีกทั้งจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นางก็ได้แต่แตกตื่น หยวนเฟิงหลิงกอดจุมพิตนางคราหนึ่ง ก่อนผลักนางไปหาเสี่ยวหู “พานายหญิงของเจ้าไปหลบด้านหลัง”“ขอรับ”ยังจะมีด้านหลังให้หลบที่ไหนเล่า เพราะเมื่อประตูเปิดลูกดอกมากมายก็พุ่งเข้ามา เสี่ยวหูรีบปิดประตู ก่อนพาเว่ยซวงอวี่หลับไปยังมุมหนึ่งที่มีโต๊ะอันเล็กล้มอยู่ เขาผลักนางเข้าไป ก่อนจะหาเก้าอี้มาบังเอาไว้“ท่านอยู่ตรงนี้นะขอรับ”“แล้วเจ้าเล่า”“ข้าน้อยจะล่อพวกมันไปอีกทาง”“เจ้าระวังตัวด้วย”“ขอรับ” เสี่ยวหูวิ่งหลบหลีกออกทันทีเสียงการต่อสู้ถอยร่นมายังจุดที่นางอยู่ หยวนเฟิงหลิงมองเห็นนางจึงเดินเข้ามา แต่เขาถูกขวางเอาไว้ อีกด้านองครักษ์และฉางเหยียนเองก็กำลังปกป้องหานหย่งหมิงเอาไว้ตรงกลางเฒ่าวิปลาสโผเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือรุนแรง เขาดันโ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 74

    งานเลี้ยงชมบุปผาที่ตำหนักองค์ชายเจ็ด จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทั้งนี้ความตั้งใจเดิมคือให้ฮูหยิน และบรรดาสตรีในวังหลวง ได้ร่วมสังสรรค์และพบปะกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเข้าร่วมก็ยังคงแปรความหมายได้อีกทาง เพราะในสถานการณ์ที่องค์ชายเจ็ด และองค์ชายเก้ากำลังแข่งขันกันเช่นนี้ แน่นอนว่าขุนนางที่เลือกข้างองค์ชายเก้า ไหนเลยจะกล้าให้ฮูหยินของตนเข้ามาปรากฏตัว“นั่นมิใช่ชายารององค์ชายเก้าหรอกหรือ”เสียงซุบซิบกันดังขึ้น เว่ยซวงอวี่หันไปมอง จากนั้นก็รีบเข้าไปหาผู้เป็นพี่สาวความจริงแล้วการมาร่วมงานเลี้ยงย่อมไม่แปลก เพียงแต่ในเวลาเช่นนี้เว่ยเอินหลินกลับมาปรากฏตัว โดยไร้ซึ่งเงาของพระชายาองค์ชายเก้า เช่นนี้หากไม่เรียกว่าโง่งม ก็ต้องสงสัยว่านางเสียสติ“พี่ใหญ่” เว่ยซวงอวี่กระซิบเรียกอีกฝ่าย“ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้าสักครู่ ไม่นานก็จะกลับแล้ว”เว่ยเอินหลินส่งสัญญาณให้นางกำนัลของตน จากนั้นก็เดินตามเว่ยซวงอวี่ไป“ท่านมาที่นี่คิดจะทำอะไร ไม่รู้หรือว่า…” นางกำลังจะเอ่ยคำ เว่ยเอินหลินกลับรวมมือนางไปกุมไว้“อวี่เอ๋อร์ เจ้าถึงกับต้องทำเช่นนี้เลยหรือ”“ท่านพูดเรื่องอะไร”“อวี่เอ๋อร์ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามขัดขวางข้า เพรา

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 73

    “หา!” หญิงสาวอ้าปากค้าง พร้อมกับทำหน้าราวกับกำลังจะร้องไห้ “โธ่ ศิษย์พี่รองของข้า”หยวนเฟิงหลิงหัวเราะ “ไปเตรียมตัวเถิด ข้าจะไปส่งเจ้าที่ประตูวังหลวง ถึงที่นั่นแล้วจะมีคนของตำหนักองค์ชายเจ็ดมารับ”ระหว่างเดินทางไปยังประตูวังหลวง เว่ยซวงอวี่ใคร่ครวญเงียบๆ วันนี้องค์ชายเจ็ดเข้าร่วมประชุมขุนนาง แน่นอนว่าเป็นการแสดงจุดยืนอย่างแท้จริงหลังจากนี้จะมีขุนนางมากมายเลือกฝ่าย อิทธิพลเบื้องหลังฮองเฮาและพระสนมนั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องมีเหล่าขุนนางอีกบางส่วนที่ยังไม่แสดงเจตนาที่จะอยู่ข้างใครอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้เรื่องจะยิ่งอันตรายกว่าที่เคยหยวนเฟิงหลิงเชยคางนางขึ้น “อวี่เอ๋อร์อย่ากังวล”“ไม่หรอก” นางยิ้ม “ข้าจะเดินหน้าให้ถึงที่สุด”“เพื่ออะไร” หยวนเฟิงหลิง “เจ้าจะไม่ยอมบอกข้าจริงๆ หรือว่าเจ้าเลือกข้างองค์ชายเจ็ดเพราะเหตุใด”หญิงสาวยิ้มให้หยวนเฟิงหลิง “วันหนึ่งข้าจะบอกท่าน”“เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ามั่นใจกว่าเมื่อก่อน ข้าชักสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้านั้น เกี่ยวข้องกับการเข้าวังหลวงของเจ้า…”“เฟิงหลิง ข้าขอร้องท่านอย่าคาดเดาเลย”อา…เขาเดาถูกจริงๆ ด้วยแม้แต่ฉางเหยียนและหานหย

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 67

    ชายหนุ่มเองก็ยังคงหลบหลีกได้อย่างว่องไว เขาตั้งรับกระบวนท่าพิสดารของเฒ่าวิปลาสด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากรู้ดีว่าฝีมือของอีกฝ่ายนั้น นับเป็นยอดฝีมือที่หายากยิ่ง“พวกท่านหยุดนะ หากยังไม่หยุดชาวบ้านต้องเข้ามามุงดูแน่นอน” เว่ยซวงอวี่มองการต่อสู้ที่กินวงกว้างออกมายังนอกบ้าน จากนั้นก็ปรี่เข้าไปขวาง “ข้า

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 66

    “ใช่ แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าวังหรอก” เขาลูบศีรษะนาง “ข้าจะบอกเขาต่อหน้าเจ้าว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ความจริงนอกจากเรื่องที่เขาถูกวางยาพิษ ข้าเองก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในราชสำนัก เขาเองก็ตระหนักดี”“ข้าดีใจที่เป็นเช่นนั้น”ค่ำคืนนั้นหยวนเฟิงหลิงพาเว่ยซวงอวี่มายังคฤหาสน์ชิงหยุน นางได้เข้าเฝ้าอ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 64

    ได้ยินดังนั้นนางพลันสะอื้นออกมาอีกครั้ง “ข้าไม่ควรเลย ไม่ควรดึงท่านเข้ามายุ่งเกี่ยว หากข้ายืนยัน หากตอนนั้นข้ายืนกรานไม่แต่งงานกับท่าน…”นางไม่ทันได้เอ่ยจนจบประโยคหยวนเฟิงหลิงก็รั้งนางเข้าหาตัว เขากดจุมพิตลงไปปิดปากน้อยๆ ที่เอาแต่ปฏิเสธเขา ไม่ยอมให้นางเอ่ยถ้อยคำที่กล่าวว่านางเสียใจที่แต่งให้เขาจุม

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 62

    หานเหวินเสียนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ความสงบสุขเช่นนั้นหรือ” เอ่ยจบก็หันมามองเว่ยซวงอวี่“เพคะ”“เฮ้อ เอาเถิด ข้าเองก็ไม่ชอบบีบบังคับผู้ใด ข้าต้องไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อแล้ว พวกเจ้าก็ตามสบายเถิด”หานเหวินเสียนลุกขึ้นก่อนปรายตามองพระชายาของตัวเอง นางมีใบหน้าเฉยชาแต่ก็ยอมลุกขึ้นโดยไม่ปริปาก แต่ก่อนออกไปจาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status