Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2025-12-30 21:57:40

“อย่างไรหรือ” หวังชิงขมวดคิ้ว “อย่างไรเสียอวี่เอ๋อร์ก็เป็นเด็กดี ทั้งยังสูญเสียความทรงจำ”

“ข้าไม่ได้คิดจะทำร้ายนาง ท่านอาจารย์วางใจ”

“นั่นสินะ ตอนนี้พี่สาวของนางกลายเป็นชายารองขององค์ชายเก้าไปแล้ว เช่นนี้ก็เท่ากับอวี่เอ๋อร์คือคู่หมายของเจ้า”

หยวนเฟิงหลิงแอบมุ่นคิ้วด้วยความกังวล การหมั้นหมายระหว่างตระกูลหยวน และตระกูลเว่ย บิดาของเขาและเว่ยจื่อฉียึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอด

จำได้ว่าก่อนบิดาของเขาสิ้นใจ เว่ยจื่อฉียังเคยส่งจดหมายมาทวงถาม คาดไม่ถึงว่าหลังตอบจดหมายและยืนยันคำสัญญา บิดาของเขาก็ได้สิ้นใจลง

เขาไว้ทุกข์มานานและไม่ได้ติดต่อกลับไปยังเมืองอี๋หยาง แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องการหมั้นหมายก็ไม่ใช่ความลับใด ๆ เพราะดูเหมือนคนในเมืองอี๋หยางเองก็ล่วงรู้

เพียงแต่...เขาให้สงสัยนักว่าเว่ยซวงอวี่จะคิดเช่นไรกับการหมั้นหมายนี้

เว่ยเอินหลินนั้นเขาเคยพบนางมาก่อน ตอนนั้นนางติดตามเว่ยจื่อฉีมายังเมืองหลวง ทั้งที่อายุได้เพียงสิบเอ็ดปี ตระกูลหยวนเป็นเพียงบัณฑิตไร้ชื่อเสียง ฐานะหรือก็ไม่ได้ร่ำรวยมั่งคั่งเหมือนตระกูลเว่ย

ใบหน้าที่แสดงออกว่าไม่เต็มใจในวันนั้น เขาหยวนเฟิงหลิงไหนเลยจะลืมเลือน

“ข้าจะไปพบนางในฐานะของเฮยหลิง” เขาเอ่ยจบก็ลอบถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง

คำสั่งเสียของบิดาเขาเองก็รับปากไปแล้ว อย่างไรเสียการแต่งงานยังคงต้องเกิดขึ้น เว่ยเอินหลินกลายเป็นชายารององค์ชายเก้า เรื่องนี้เขาไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย

บุตรสาวของเว่ยจื่อฉี หนึ่งในบัณฑิตผู้ซึ่งเป็นอาจารย์สอนในสำนักศึกษาเค่อหลี่จะธรรมดาได้อย่างไร การแก้ปริศนาระหว่างนางและบัณฑิตในวังหลวง กระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังคงได้รับการกล่าวถึง

ปราชญ์หญิงที่อายุยังน้อย แต่กลับเฉลียวฉลาดและยังเป็นโฉมสะคราญจนผู้คนต่างก็ยกย่อง เช่นนี้แล้วนางจะยินยอมแต่งให้บุตรชายของบัณฑิตยากจนผู้หนึ่งได้อย่างไรกัน

คืนนี้เป็นคืนที่เท่าไรเว่ยซวงอวี่คร้านจะใส่ใจ นางนอนไม่หลับเนื่องจากในใจเต็มไปด้วยความสับสน

สายลมพัดพาเอากลีบดอกซิ่งบนต้นร่วงหล่นปลิดปลิว ความเงียบในยามค่ำคืนทำให้ความคิดของหญิงสาวปลอดโปร่ง

นางปล่อยให้ร่างกายตัวเองค่อย ๆ คลายจากอาการเจ็บปวด ไม่พยายามคิดหรือมองหาความผิดปกติ เนื่องจากมั่นใจว่าบิดาของนางมีเรื่องปิดบัง

นางไม่ถามเพราะรู้ดีว่าไม่มีทางได้คำตอบออกมา เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนางจะปล่อยผ่านไปก่อน รอให้ถึงวันที่นางหายดีนางอาจกลับมาจดจำบางอย่างได้ดังเดิม

อย่างไรเสียตอนนี้ตัวนางเองก็ไม่อาจออกไปเดินท่อม ๆ เพื่อหาหลักฐาน ยิ่งไม่มีทางที่นางในสภาพนี้จะสามารถเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ เพื่อค้นหาความทรงจำที่นางทำหายไป

ท่านหมอหวงบอกนางว่าความทรงจำของนางจะค่อย ๆ กลับมา หากนางอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย ได้พูดคุย ได้พบปะผู้คนที่นางเคยรู้จักสนิทสนม แต่ดูเหมือนบิดาของนางจะไม่ใคร่จะเห็นด้วย ทั้งที่อาจารย์หวังเสนอให้นางได้กลับไปช่วยงานที่สำนักศึกษาเช่นเดิม

นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งที่นางตื่นตะลึง สตรีแคว้นหานน้อยนักที่จะได้รับการสนับสนุนให้เรียนหนังสือ แม้นางจะรู้ว่าบิดาเป็นบัณฑิตที่มีชื่อเสียง แต่ถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาดว่าผู้เป็นบิดา ถึงกับอนุญาตให้นางและเว่ยเอินหลิน ปลอมตัวเป็นบุรุษไปเข้าเรียนกับศิษย์สำนักศึกษาเค่อหลี่

ทั้งนี้แม้ว่านางและพี่สาวจะนับว่าเรียนจบแล้ว แต่อาจารย์ที่สำนักศึกษาที่รู้เรื่องนี้ดี กลับยังคงอนุญาตให้พวกนางกลับไปช่วยงานต่าง ๆ เป็นบางครั้ง

ตอนที่อาจารย์หวังเสนอ นางมองไปยังบิดาด้วยดวงตาคาดหวัง การที่บิดาปฏิเสธโดยอ้างว่ารอให้นางหายดีก่อน ดังนั้นในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา นางจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปนอกคฤหาสน์

แน่นอนเว่ยซวงอวี่เชื่อฟังเป็นอย่างดี นางจะคัดค้านไปทำไมเล่า ในยามที่เรื่องยังคงใหม่นางดึงดันไปก็รังแต่จะเสียเรื่อง มิสู้อดทนรอจนกว่าบิดาจะคิดว่านางปล่อยผ่านไปแล้ว จากนั้นนางค่อยเริ่มตามเก็บความทรงจำของตัวเองกลับมาย่อมไม่สายเกินไป

เสียงถอนหายใจของหญิงสาวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นางกวาดสายตาไปทั่วเรือนซิ่งฮวาของตัวเอง จากนั้นก็ยื่นมือออกไปปิดหน้าต่าง แต่ตอนนั้นเองที่เงาวูบไหวทำให้นางชะงัก เมื่อเพ่งมองก็มั่นใจว่านั่นเป็นเงาของคนผู้หนึ่ง 

แม้จะรู้ว่าไม่ควรแต่เว่ยซวงอวี่ยังคงเดินออกมาจากห้อง นางเดินตรงไปยังต้นดอกซิ่งที่บัดนี้เบ่งบานเต็มที่ แต่พอไปถึงบนนั้นไหนเลยจะมีเงาของผู้ใดอยู่

กระนั้นในยามที่กำลังจะหมุนตัวกลับเข้าห้อง กระดาษที่ถูกพับเป็นแนวยาวผูกติดกับกิ่งของต้นดอกซิ่ง กลับสะดุดตาของนางเข้า

นางไม่ได้ตาฝาด เมื่อครู่นี้เป็นเงาคนจริง ๆ

คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดมุ่น ตอนที่สายตากวาดมองหาผู้ใดก็ตามที่เป็นเจ้าของจดหมาย แต่รอบกายก็หาได้มีผู้อื่นอีก มือเล็กเอื้อมไป แกะจดหมายอย่างเบามือ

หัวใจของเว่ยซวงอวี่เต้นรัว ในยามที่เดินกลับเข้าไปในห้องนอน ด้านนอกแม้ยังพอมีแสงสลัว แต่นางสังหรณ์ใจอย่างรุนแรงว่านี่ไม่อาจกระทำอย่างโจ่งแจ้ง

บางอย่างบอกนางว่าสถานการณ์ที่นางกำลังเผชิญอยู่นี้ ไม่ปกติ ทุกอย่างมันดูผิดปกติไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุของนาง และคนในตระกูลเว่ยที่มักจะซุบซิบกันเรื่องความทรงจำที่สูญหายไปของนาง

นั่งสงบจิตใจได้ครู่หนึ่งเว่ยซวงอวี่ก็จุดเทียนเพื่อให้ความสว่าง ก่อนจะเปิดอ่านข้อความในจดหมาย

‘ของสำคัญที่ฝากไว้ ไม่นานจะมารับคืน’

เว่ยซวงอวี่ขมวดคิ้วก่อนจะพลิกกระดาษจดหมายไปมา ไม่มีชื่อ ไม่มีข้อความอื่นนอกเหนือไปจากนั้น ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดสาวใช้ได้ยินเสียงกุกกัก ทั้งยังเห็นว่าภายในห้องของผู้เป็นนายสว่างขึ้น ก็เดินมายังหน้าประตู

“คุณหนูเจ้าคะ”

“ไม่มีอะไร ข้านอนไม่หลับจึงลุกขึ้นมาอ่านหนังสือ เจ้าไม่ต้องเข้ามา ข้าจะนอนแล้ว” เอ่ยจบก็ดับเทียน เพราะเกรงว่าสาวใช้จะเข้ามาในห้อง

นางรู้ดีว่าทุกวันสาวใช้สองคนจะไปรายงานบิดาว่านางทำอะไรบ้าง จดหมายฉบับนี้อาจไขข้อข้องใจบางอย่างที่นางกำลังหาคำตอบ ดังนั้นหญิงสาวจึงเลือกที่จะเก็บเอาไว้กับตัว ไม่บอกให้ผู้อื่นรับรู้

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นหากท่านต้องการอะไรต้องบอกนะเจ้าคะ ข้าน้อยจะรีบจัดหามาให้” สาวใช้ผู้นั้นหาวหวอด ก่อนจะเดินกลับห้องซึ่งอยู่ข้าง ๆ ปากก็บ่นพึมพำไปตาม

เว่ยซวงอวี่พับจดหมายเป็นชิ้นเล็ก ๆ สอดเข้าไปในถุงหอม จากนั้นก็นำมาวางเอาไว้ข้างหมอน แม้จะก้าวขึ้นเตียงไปแล้ว แต่ความคิดของนางยังคงวนเวียนอยู่กับข้อความในจดหมาย

ของสิ่งใดที่นางรับฝากเอาไว้ แล้ว...ใครคือคนที่ฝากของสำคัญเอาไว้กับนาง ทั้งยังทำลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 17

    “ยังจะหมายความว่าอย่างไรได้อีกเล่า ก็เจ้าไม่ได้ซ่อน”“แล้วข้าเก็บเอาไว้ที่ไหน”“มอบออกไปแล้ว”“อะไรนะ”“เจ้ามอบให้เจ้างูเน่านั่นไปแล้วไม่ใช่หรือ”เว่ยซวงอวี่หงุดหงิดจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ นางพยายามงัดความอดทนอดกลั้นออกมาใช้จนสิ้น เมื่อลุกขึ้นยืนและก้าวออกมายังปากถ้ำนางใช้มืออุดปาก ก่อนจะส่งเสียงราวกับกรีดร้องออกมา“เจ้าเป็นอะไรหรือ ทำอะไรอยู่ ดูน่าสนุกยิ่ง”ได้ยินดังนั้นนางคล้ายได้ยินเสียงบางอย่างแตกหัก อ้อ เป็นนางกำมือจนนิ้วลั่นนั่นเอง...“น่าสนุกมากหรือไม่”นางกัดฟันกรอด แต่กระนั้นก็ไม่ได้ระบายความโกรธออกมา เพราะอย่างน้อยเขาก็ตอบคำถามของนางอย่างตรงไปตรงมา บอกทุกอย่างที่เขารู้ และท่าทีของเขาเองก็ไม่ใช่ท่าทีของคนที่กำลังโกหกตรงกันข้ามเฒ่าวิปลาสผู้นี้ กลับดูคล้ายกำลังสนอกสนใจและสนุกกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่นางเคยทำก่อนหน้านี้เป็นอย่างยิ่ง ‘เอาละ นอกจากเฒ่าวิปลาส ยังมีเจ้างูเน่าเพิ่มเข้ามาอีก’“แล้วท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าข้าจะพบเข้าได้อย่างไร เจ้างูเน่า ผู้นั้น”“คงยาก” เฒ่าวิปลาสมีท่าทีลำบากใจ“ทำไมเล่า”“เขาไปแล้ว”“ไปแล้ว? ไปไหน”“ไม่รู้สิ เขามาๆ แล้วก็ ไปๆ เจ้ากับข้าเคยลองแอ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 16

    เว่ยซวงอวี่กระแอมเล็กน้อย พยายามมองข้ามการกระทำอันไร้สาระของตนเองในอดีตนี้ ก่อนนางจะปั้นสีหน้าจริงจัง “...การเอาตัวรอดไปวันๆ” เฒ่าวิปลาสหันมามองนางด้วยดวงตาจริงจังเป็นที่สุด เขาพยักหน้า และพยายามจับความหมายของทุกคำพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ “ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่ เมื่อก่อนข้าเป็นคนเช่นใด” “กะล่อนจนน่านับถือ” หญิงสาวแทบจะสำลักน้ำลายตนเอง ประโยคที่เขาเอ่ยดูไม่คล้ายเป็นคำชมเชย แต่ท่าทีและดวงตากลับมองนางอย่างนับถือจากใจ นี่มันเรื่องอะไรกัน!!! “ตัวเจ้าเวลาอยู่ที่ตระกูลเว่ย เจ้าก็คือคุณหนูรองเว่ยซวงอวี่ไม่ผิดแน่ ทั้งสุขุมเยือกเย็นและเก่งกาจ แต่พอเจ้าออกมาจากคฤหาสน์เจ้าก็กลายเป็นเฟยอวี่เจ้าคนกะล่อนปลิ้นปล้อนทันที ข้ารู้สึกนับถือเจ้าจากใจที่เจ้ารู้จักหาความสำราญมาสู่ชีวิต จึงติดตามเจ้าเป็นสหายกับเจ้าอยู่นี่อย่างไรเล่า”ใบหน้ายิ้มแย้มภูมิอกภูมิใจของเฒ่าวิปลาส ทำให้เว่ยซวงอวี่ถึงกับพูดไม่ออก“แล้วข้าพบกับท่านได้อย่างไร เรารู้จักกันมานานหรือยัง”“ข้าพบเจ้าที่อารามสงบใจ รู้จักกันตั้งแต่ตอนที่เจ้าไปเข้าเรียนที่เค่อหลี่”หญิงสา

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 15

    แม้จะเจ็บและจุกแต่นางยังคงพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ก่อนจะพาตัวเองออกห่างจากวงการต่อสู้ โดยไม่สนใจจะหันไปมองผู้ใดทั้งนั้น แม้ในยามที่นางได้ยินเสียงของผู้เป็นศิษย์พี่ตะโกนเรียกตอนนี้นางคิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องไปให้พ้นจากสถานการณ์ตรงหน้า ไปให้พ้นจากเรื่องบ้าๆ เหล่านี้ ในใจยังก่นด่าตัวเองที่เอาตัวเองเกี่ยวกับเรื่องอันตรายเช่นนี้ร่างเล็กก้าวฉับๆ ไปข้างหน้า แต่ยังไปได้ไม่เท่าไรบางอย่างก็กระแทกเข้าแผ่นหลังของนาง ร่างทั้งร่างรู้สึกชาจนไม่อาจขยับ ไม่นานนางก็โดนยกตัวลอยขึ้นคราแรกภาวนาให้เป็นเฮยหลิง แต่เมื่อนางได้สบตากับอีกฝ่ายที่อยู่ห่างออกไปหลายก้าว เว่ยซวงอวี่พลันถอนหายใจ นางค่อยๆ หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง กระทั่งมองเห็นเงาร่างสีขาวห่างออกไปเรื่อยๆจากนั้นที่ทำได้ก็คือหลับตาลง พยายามไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป เลิกหวัง และเลิกคิดเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใดผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดคนที่แบกนางขึ้นบ่าก็หยุดลง ร่างของหญิงสาวถูกวางลง ก่อนที่นางจะรับรู้ได้ว่าเขาเองก็นั่งลงข้างกาย เพราะพื้นที่มีเศษฟางปูเอาไว้ยุบลงเล็กน้อย“นี่” เขาเรียกนางพร้อมกับตบไหล่เบาๆ “ไม่มีคนตามมาแล้ว”เว่ยซวงอวี่ลืมตาขึ้น ก่อ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 14

    “ข้าไม่เคยรู้ว่าเฮยหลิงไปไหนมาไหนด้วยรถม้า แล้วคนที่อยู่กับเขาเล่าคือผู้ใด”“บ่าวเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ เขาสวมหน้ากากเหมือนเฮยหลิง แต่เป็นหน้ากากสีขาว บ่าวไม่เคยได้ยินว่ามีศิษย์เค่อหลี่คนใดสวมหน้ากากสีขาว”เสียงซุบซิบด้านหลังทำให้เว่ยซวงอวี่ชะงัก หน้าผู้เป็นศิษย์พี่เห็นเขายังคงมีท่าทีเฉยเมย กวาดตามองเพียงครั้งเดียว ก่อนจะหันมาสบตานางอีกครั้ง“ดูเหมือนท่านจะโด่งดังในหมู่สตรีเมืองอี๋หยางไม่น้อยเลย”หยวนเฟิงหลิงไม่ตอบ แต่กลับหันไปจ้องกลุ่มคนที่เดินขึ้นบันไดเขม็ง ท่าทีเช่นนั้นทำให้เว่ยซวงอวี่รู้สึกหวาดระแวง นางเดินอ้อมร่างสูงไปยืนอีกฝั่ง โดยมีศิษย์พี่ใหญ่ผู้เก่งกาจยืนคั่นตรงกลางระหว่างนางกับคนเหล่านั้นหยวนเฟิงหลิงหันมามองหญิงสาวด้วยดวงตาประหลาดใจ นางเงยหน้ายิ้มให้เขา “ท่านวรยุทธ์สูงส่งย่อมคุ้มครองข้าผู้เป็นศิษย์น้องถูกหรือไม่”“รู้หรือว่าคนเหล่านั้นมีวรยุทธ์”“ข้าสังเกตจากท่าทางของท่านต่างหาก” นางยักไหล่ตอบหน้าตาเฉยนางจะดูออกได้อย่างไรเล่า เพียงสังเกตเห็นท่าทีของผู้เป็นศิษย์พี่ก็เท่านั้น เพราะยามปกติก็หวาดระแวงไม่ไว้ใจผู้คนอยู่ก่อนแล้ว แน่นอนย่อมสังเกตเห็นอย่างง่ายดาย“ว่าแต่ว่าท่านสังเกตอ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 13

    “เสร็จแล้ว” หยวนเฟิงหลิงขยับตัวกลับไปนั่งที่เดิม“แล้ว...ข้ากับพี่ใหญ่ใครที่ทำคะแนนได้มากกว่ากันหรือเจ้าคะ”“เจ้าเหนือกว่าอยู่เว่ยเอินหลินมากนัก คำตอบของพี่สาวเจ้ามีข้อบกพร่องหลายจุด” หยวนเฟิงหลิงตอบ ก่อนจะพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังรถม้า“ความจริงเรื่องนี้ไม่เกินความคาดหมาย เพราะไม่ว่าจะเรื่องใดก็ดูเหมือนเจ้าจะทำได้ดีกว่าพี่สาวของเจ้า ตอนที่ได้ยินเรื่องคุณหนูตระกูลเว่ยตอบปัญหาบัณฑิตจากเมืองหลวงข้ายังคิดว่าเป็นเจ้า”เว่ยซวงอวี่เลิกคิ้วก่อนหันไปมองศิษย์ผู้พี่ด้วยความประหลาดใจ “ข้าหรือ”หยวนเฟิงหลิงหลับตาลงก่อนจะพูดอย่างไม่ใส่ใจ “แต่ก็ไม่แน่ เรื่องนี้อาจเพราะว่าพี่สาวของเจ้าอยู่ถูกที่ถูกเวลาก็เป็นได้”“ไม่หรอกกระมัง ข้าคงไม่...”“หรือว่า...” เขาลืมตาก่อนจ้องเขม็งมายังหญิงสาว “เป็นเจ้าที่ตอบปัญหานั้น เพราะคำตอบนั้นออกจะ...”“อะไรหรือ” เว่ยซวงอวี่มองเขาด้วยความตื่นตระหนก“คำตอบนั้นออกจะบ้าบิ่นสมเป็นเจ้ามากกว่า”“ท่านกำลังชมข้าอยู่กระมัง” หญิงสาวพลันรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมา นางรู้สึกโกรธจนอยากกระโดดเข้าไปกัดเขาสักคำสองคำ แต่จนใจด้วยรู้ว่านางไหนเลยจะเอาชนะเขาได้มือเล็กยื่นออกไปเปิดม่านรถม้า ตั้งใ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 12

    ไม่ทันได้เอ่ยถามเพิ่มเติมหยวนเฟิงหลิงก็เหินกายออกไปทางหน้าต่าง เว่ยซวงอวี่กำลังจะขยับตาม แต่เสียงฝีเท้าที่กำลังเดินมายังหน้าประตูทำให้นางชะงัก สาวใช้ของนางกำลังจะกลับมา ดังนั้นนางจึงได้แต่ก่นด่าศิษย์พี่ของตนด้วยความเจ็บใจมื้อเย็นของวันนั้นเว่ยซวงอวี่ให้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย บิดาของนางอยู่ๆ ก็ถามถึงศิษย์พี่ใหญ่ขึ้นมา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วผู้เป็นบิดาก็เป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้ซึ่งมีความสำคัญในเค่อหลี่ แต่เขากลับเอาแต่ถามนางถึงเฮยหลิง นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรอกหรือ“ท่านพ่อไม่ได้พบเขาหรอกหรือเจ้าคะ”“เฮยหลิงเป็นศิษย์เค่อหลี่ที่นับว่ามีความสำคัญต่อสำนักศึกษา เขาเป็นทั้งความดีงาม และความลึกลับของเค่อหลี่ ตัวตนของเขาไม่มีใครรู้ ที่มาที่ไปของเขาเองก็ไม่ชัดเจน” เว่ยจื่อฉีถอนหายใจ “แม้จะเคยพบเขาสองครั้ง แต่พ่อกลับรู้สึกว่าไม่อาจอ่านท่าทีของคนผู้นี้”เว่ยซวงอวี่ลอบตื่นตระหนก บิดาของนางเคยพบเฮยหลิงเพียงสองครั้ง!!“แล้วเขาบอกหรือไม่ว่ารั้งอยู่ที่เมืองอี๋หยางด้วยเหตุใด”“ลูกรู้เพียงว่าศิษย์พี่ใหญ่กำลังตามหาบางอย่าง นอกจากนั้นก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ”“ศิษย์พี่ใหญ่หรือ” เว่ยจื่อฉีเลิกคิ้ว “เขาให้เจ้าเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status