Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2025-12-30 21:57:50

หยวนเฟิงหลิงซึ่งนั่งอยู่บนกำแพงคฤหาสน์ มองตรงไปยังหน้าต่างห้อง ใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ภายใต้หน้ากากหนังสีดำดูครุ่นคิด

หลายวันก่อนคนของเขาส่งข่าวมาจากเมืองหลวง เว่ยจื่อฉีส่งจดหมายไปยังตระกูลหยวน สอบถามเรื่องการไว้ทุกข์ว่าราบรื่นดีหรือไม่ แต่มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่านั่นคือการทวงถามว่าเมื่อไหร่เขาจะส่งเกี้ยวมารับเจ้าสาว

“บุตรสาวคนโตเพิ่งจะแต่งออกไป ตอนนี้คิดจะส่งตัวบุตรสาวคนเล็กออกเรือน เว่ยจื่อฉี...หรือว่าท่านจะมีส่วนรู้เห็นและร่วมมือกับองค์ชายเก้าจริง ๆ”

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เขาในฐานะหยวนเฟิงหลิงแน่นอนว่าย่อมรู้สึกหนักใจ บิดาและมารดาของเขาเป็นสหายเก่าแก่กับตระกูลเว่ย หลายครั้งเว่ยจื่อฉีเองก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือตระกูลหยวน ได้พบกันหลายครั้งเขาเองก็รู้สึกว่าเว่ยจื่อฉีเป็นคนไม่เลว

แต่ถึงอย่างนั้นหลายปีที่เขาไม่ได้พบ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรบ้าง...

สายลมยามค่ำคืนพัดมาวูบหนึ่ง เงาร่างสีดำที่นั่งอยู่บนกำแพงก็เลือนหายไป ความมืด และความเงียบค่อย ๆ คืบคลานเข้าปกคลุม กลิ่นหอมของดอกซิ่งอบอวลไปทั่วบริเวณ ขับกล่อมให้เจ้าของเรือนดอกซิ่งอย่างเว่ยซวงอวี่หลับใหล

หญิงสาวไม่ตระหนักเลยสักนิดว่านับตั้งแต่วันนั้น ชีวิตของนางก็ไม่ทางให้หวนกลับมาสงบสุขเช่นในวันวานอีกแล้ว

เว่ยฮูหยินเหม่อมองบุตรสาวที่นั่งอยู่กลางสวนดอกซิ่ง นับตั้งแต่เว่ยซวงอวี่รู้สึกตัวขึ้น แม้นางจะเข้าไปพูดคุยและอยู่เป็นเพื่อนทุกวัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกของนางกลับหนักอึ้ง

บุตรสาวของนางในวันนี้ ไม่เหมือนบุตรสาวของนางในวันวาน

ไม่เพียงแต่บุตรสาวคนเล็กของนางเท่านั้นที่เปลี่ยนไป สามีและบุตรสาวคนโตเองก็ไม่เหมือนเดิม เมื่อก่อนตระกูลเว่ยมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

บุตรสาวทั้งสองคนของนางทั้งงดงาม และเฉลียวฉลาด พวกนางสองพี่น้องรักใคร่สนิทสนม แต่ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงรู้สึกว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว

นับตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่องบุตรสาวสองคนต่างไม่มองหน้ากัน สามีของนางเองก็มีท่าทีกลัดกลุ้ม หลังจากเกิดเรื่องทั้งที่บุตรสาวคนเล็กยังไม่ได้สติ กลับรับปากให้เว่ยเอินหลินนั่งเกี้ยวเข้าตำหนักองค์ชายเก้า

ที่สำคัญไปกว่านั้นนับตั้งแต่เข้าเมืองหลวงไป เว่ยเอินหลินกลับไม่เคยส่งข่าวกลับมาเลย หากจะให้ใคร่ครวญแล้ว ความสนิทสนมของนางและบุตรสาวคนโตนั้น นับว่ามีเรื่องใดนางย่อมรู้ดีกว่าผู้อื่น

กระนั้นหลังเกิดเรื่อง นางพลันตระหนักว่านางไม่เคยรู้จักบุตรสาวทั้งสองคนของตนอย่างแท้จริง

ไม่ส่งจดหมายมาหานางซึ่งเป็นมารดา ยังไม่นับว่าน่าประหลาดใจเท่ากับเว่ยเอินหลินไม่แม้แต่จะสอบถามถึงอาการของผู้เป็นน้องสาว ทั้งที่รู้ว่าน้องสาวบาดเจ็บอาการเป็นตายเท่ากัน

“อวี่เอ๋อร์”

“ท่านแม่” เว่ยซวงอวี่หันมายิ้มให้มารดา

“ออกมานั่งข้างนอกนานแล้ว ไม่หนาวหรือ” เว่ยฮูหยินลูบศีรษะบุตรสาวคนเล็ก ก่อนที่นางจะนั่งลงข้าง ๆ เมื่อมองเห็นว่าเว่ยซวงอวี่กำลังนั่งวาดภาพดอกซิ่ง นางก็อมยิ้มออกมา

“เจ้าวาดได้ดีมาก”

“หากท่านแม่ชอบลูกยกให้ท่านแม่ดีหรือไม่เจ้าคะ ท่านจะได้ใช้เป็นแบบลวดลายปักผ้าเช็ดหน้า”

“ขอบใจเจ้า” เว่ยฮูหยินยิ้มอย่างอ่อนโยน “ตั้งแต่เกิดเรื่องและตื่นขึ้นก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย เบื่อหรือไม่”

“ลูกรู้ดีว่าท่านพ่อและท่านแม่หวังดีและเป็นห่วงลูกเจ้าค่ะ อยู่ในเรือนก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ดูสิเจ้าคะในสวนของเรือน ดอกซิ่งกำลังบานสะพรั่ง ลูกไม่เบื่อเลย”

“แต่วัน ๆ หากไม่ปักผ้า เขียนหนังสือและวาดรูปดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย” เว่ยฮูหยินถอนหายใจ “แล้วนี่เหตุใดจึงไม่สวมใส่เครื่องประดับใด ๆ เลย”

เอ่ยจบเว่ยฮูหยินก็ยกมือขึ้นดึงปิ่นอันหนึ่งบนเรือนผมของตนออกมา ดวงตารักใคร่เวทนาปรากฏขึ้นเมื่อมองเห็นแผลเป็นเล็ก ๆ ของบุตรสาว

รอยแผลเป็นนี้เกิดขึ้นเพราะศีรษะของเว่ยซวงอวี่กระแทกเข้ากับบางอย่าง และนั่นเป็นเหตุให้หญิงสาวสูญเสียความทรงจำ

ปิ่นระย้าโบตั๋นถูกเสียบเข้าไปบนเรือนผมที่เกล้ามวยง่าย ๆ ของเว่ยซวงอวี่ นางยกมือขึ้นแตะเบา ๆ “ปิ่นโบตั๋น ท่านแม่ใช้ทุกวันไม่ใช่หรือเจ้าคะ”

“เจ้าสังเกตด้วยหรือ” เว่ยฮูหยินอมยิ้ม “แม่ยกให้เจ้า”

“ขอบพระคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”

“แม่จะลองพูดกับท่านพ่อของเจ้า พรุ่งนี้เราสองแม่ลูกออกไปเดินเล่นในตลาดด้วยกัน ดีหรือไม่”

“จริงหรือเจ้าคะ” เว่ยซวงอวี่ดวงตาเป็นประกาย แม้จะบอกว่าไม่เบื่อ แต่การได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็นับว่าไม่เลวเลย

แม้ความจริงเว่ยจื่อฉีจะเป็นกังวล ในยามที่ผู้เป็นฮูหยินบอกว่าจะพาเว่ยซวงอวี่ไปข้างนอก แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่จับตาดูท่าทีของบุตรสาวคนเล็กที่เปลี่ยนเป็นหัวอ่อนว่าง่าย เขาก็ตัดสินใจอนุญาตทันที

หลายวันมานี้เห็นผู้เป็นฮูหยินกลัดกลุ้มนอนไม่หลับ เขาเองก็ไม่อยากจะให้บรรยากาศในตระกูลเว่ยเคร่งเครียดไปกว่านี้ แม้จะรู้ว่าหากความทรงจำของเว่ยซวงอวี่กลับมา ทุกอย่างในตระกูลเว่ยจะพังทลายลง แต่ถึงอย่างนั้นการได้เห็นบุตรสาวคนเล็กต้องถูกขังอยู่แต่ในเรือน เขาผู้เป็นบิดาเองก็เจ็บปวดใจ

“ให้แล้วแต่โชคชะตาเถิด พวกนาง...ล้วนแล้วแต่เป็นลูกสาวของข้า” เว่ยจื่อฉีหลับตาลงอย่างรวดร้าว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 17

    “ยังจะหมายความว่าอย่างไรได้อีกเล่า ก็เจ้าไม่ได้ซ่อน”“แล้วข้าเก็บเอาไว้ที่ไหน”“มอบออกไปแล้ว”“อะไรนะ”“เจ้ามอบให้เจ้างูเน่านั่นไปแล้วไม่ใช่หรือ”เว่ยซวงอวี่หงุดหงิดจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ นางพยายามงัดความอดทนอดกลั้นออกมาใช้จนสิ้น เมื่อลุกขึ้นยืนและก้าวออกมายังปากถ้ำนางใช้มืออุดปาก ก่อนจะส่งเสียงราวกับกรีดร้องออกมา“เจ้าเป็นอะไรหรือ ทำอะไรอยู่ ดูน่าสนุกยิ่ง”ได้ยินดังนั้นนางคล้ายได้ยินเสียงบางอย่างแตกหัก อ้อ เป็นนางกำมือจนนิ้วลั่นนั่นเอง...“น่าสนุกมากหรือไม่”นางกัดฟันกรอด แต่กระนั้นก็ไม่ได้ระบายความโกรธออกมา เพราะอย่างน้อยเขาก็ตอบคำถามของนางอย่างตรงไปตรงมา บอกทุกอย่างที่เขารู้ และท่าทีของเขาเองก็ไม่ใช่ท่าทีของคนที่กำลังโกหกตรงกันข้ามเฒ่าวิปลาสผู้นี้ กลับดูคล้ายกำลังสนอกสนใจและสนุกกับการเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่นางเคยทำก่อนหน้านี้เป็นอย่างยิ่ง ‘เอาละ นอกจากเฒ่าวิปลาส ยังมีเจ้างูเน่าเพิ่มเข้ามาอีก’“แล้วท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าข้าจะพบเข้าได้อย่างไร เจ้างูเน่า ผู้นั้น”“คงยาก” เฒ่าวิปลาสมีท่าทีลำบากใจ“ทำไมเล่า”“เขาไปแล้ว”“ไปแล้ว? ไปไหน”“ไม่รู้สิ เขามาๆ แล้วก็ ไปๆ เจ้ากับข้าเคยลองแอ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 16

    เว่ยซวงอวี่กระแอมเล็กน้อย พยายามมองข้ามการกระทำอันไร้สาระของตนเองในอดีตนี้ ก่อนนางจะปั้นสีหน้าจริงจัง “...การเอาตัวรอดไปวันๆ” เฒ่าวิปลาสหันมามองนางด้วยดวงตาจริงจังเป็นที่สุด เขาพยักหน้า และพยายามจับความหมายของทุกคำพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ “ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่ เมื่อก่อนข้าเป็นคนเช่นใด” “กะล่อนจนน่านับถือ” หญิงสาวแทบจะสำลักน้ำลายตนเอง ประโยคที่เขาเอ่ยดูไม่คล้ายเป็นคำชมเชย แต่ท่าทีและดวงตากลับมองนางอย่างนับถือจากใจ นี่มันเรื่องอะไรกัน!!! “ตัวเจ้าเวลาอยู่ที่ตระกูลเว่ย เจ้าก็คือคุณหนูรองเว่ยซวงอวี่ไม่ผิดแน่ ทั้งสุขุมเยือกเย็นและเก่งกาจ แต่พอเจ้าออกมาจากคฤหาสน์เจ้าก็กลายเป็นเฟยอวี่เจ้าคนกะล่อนปลิ้นปล้อนทันที ข้ารู้สึกนับถือเจ้าจากใจที่เจ้ารู้จักหาความสำราญมาสู่ชีวิต จึงติดตามเจ้าเป็นสหายกับเจ้าอยู่นี่อย่างไรเล่า”ใบหน้ายิ้มแย้มภูมิอกภูมิใจของเฒ่าวิปลาส ทำให้เว่ยซวงอวี่ถึงกับพูดไม่ออก“แล้วข้าพบกับท่านได้อย่างไร เรารู้จักกันมานานหรือยัง”“ข้าพบเจ้าที่อารามสงบใจ รู้จักกันตั้งแต่ตอนที่เจ้าไปเข้าเรียนที่เค่อหลี่”หญิงสา

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 15

    แม้จะเจ็บและจุกแต่นางยังคงพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ก่อนจะพาตัวเองออกห่างจากวงการต่อสู้ โดยไม่สนใจจะหันไปมองผู้ใดทั้งนั้น แม้ในยามที่นางได้ยินเสียงของผู้เป็นศิษย์พี่ตะโกนเรียกตอนนี้นางคิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องไปให้พ้นจากสถานการณ์ตรงหน้า ไปให้พ้นจากเรื่องบ้าๆ เหล่านี้ ในใจยังก่นด่าตัวเองที่เอาตัวเองเกี่ยวกับเรื่องอันตรายเช่นนี้ร่างเล็กก้าวฉับๆ ไปข้างหน้า แต่ยังไปได้ไม่เท่าไรบางอย่างก็กระแทกเข้าแผ่นหลังของนาง ร่างทั้งร่างรู้สึกชาจนไม่อาจขยับ ไม่นานนางก็โดนยกตัวลอยขึ้นคราแรกภาวนาให้เป็นเฮยหลิง แต่เมื่อนางได้สบตากับอีกฝ่ายที่อยู่ห่างออกไปหลายก้าว เว่ยซวงอวี่พลันถอนหายใจ นางค่อยๆ หลับตาลงอย่างสิ้นหวัง กระทั่งมองเห็นเงาร่างสีขาวห่างออกไปเรื่อยๆจากนั้นที่ทำได้ก็คือหลับตาลง พยายามไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป เลิกหวัง และเลิกคิดเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใดผ่านไปครู่ใหญ่ในที่สุดคนที่แบกนางขึ้นบ่าก็หยุดลง ร่างของหญิงสาวถูกวางลง ก่อนที่นางจะรับรู้ได้ว่าเขาเองก็นั่งลงข้างกาย เพราะพื้นที่มีเศษฟางปูเอาไว้ยุบลงเล็กน้อย“นี่” เขาเรียกนางพร้อมกับตบไหล่เบาๆ “ไม่มีคนตามมาแล้ว”เว่ยซวงอวี่ลืมตาขึ้น ก่อ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 14

    “ข้าไม่เคยรู้ว่าเฮยหลิงไปไหนมาไหนด้วยรถม้า แล้วคนที่อยู่กับเขาเล่าคือผู้ใด”“บ่าวเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ เขาสวมหน้ากากเหมือนเฮยหลิง แต่เป็นหน้ากากสีขาว บ่าวไม่เคยได้ยินว่ามีศิษย์เค่อหลี่คนใดสวมหน้ากากสีขาว”เสียงซุบซิบด้านหลังทำให้เว่ยซวงอวี่ชะงัก หน้าผู้เป็นศิษย์พี่เห็นเขายังคงมีท่าทีเฉยเมย กวาดตามองเพียงครั้งเดียว ก่อนจะหันมาสบตานางอีกครั้ง“ดูเหมือนท่านจะโด่งดังในหมู่สตรีเมืองอี๋หยางไม่น้อยเลย”หยวนเฟิงหลิงไม่ตอบ แต่กลับหันไปจ้องกลุ่มคนที่เดินขึ้นบันไดเขม็ง ท่าทีเช่นนั้นทำให้เว่ยซวงอวี่รู้สึกหวาดระแวง นางเดินอ้อมร่างสูงไปยืนอีกฝั่ง โดยมีศิษย์พี่ใหญ่ผู้เก่งกาจยืนคั่นตรงกลางระหว่างนางกับคนเหล่านั้นหยวนเฟิงหลิงหันมามองหญิงสาวด้วยดวงตาประหลาดใจ นางเงยหน้ายิ้มให้เขา “ท่านวรยุทธ์สูงส่งย่อมคุ้มครองข้าผู้เป็นศิษย์น้องถูกหรือไม่”“รู้หรือว่าคนเหล่านั้นมีวรยุทธ์”“ข้าสังเกตจากท่าทางของท่านต่างหาก” นางยักไหล่ตอบหน้าตาเฉยนางจะดูออกได้อย่างไรเล่า เพียงสังเกตเห็นท่าทีของผู้เป็นศิษย์พี่ก็เท่านั้น เพราะยามปกติก็หวาดระแวงไม่ไว้ใจผู้คนอยู่ก่อนแล้ว แน่นอนย่อมสังเกตเห็นอย่างง่ายดาย“ว่าแต่ว่าท่านสังเกตอ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 13

    “เสร็จแล้ว” หยวนเฟิงหลิงขยับตัวกลับไปนั่งที่เดิม“แล้ว...ข้ากับพี่ใหญ่ใครที่ทำคะแนนได้มากกว่ากันหรือเจ้าคะ”“เจ้าเหนือกว่าอยู่เว่ยเอินหลินมากนัก คำตอบของพี่สาวเจ้ามีข้อบกพร่องหลายจุด” หยวนเฟิงหลิงตอบ ก่อนจะพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังรถม้า“ความจริงเรื่องนี้ไม่เกินความคาดหมาย เพราะไม่ว่าจะเรื่องใดก็ดูเหมือนเจ้าจะทำได้ดีกว่าพี่สาวของเจ้า ตอนที่ได้ยินเรื่องคุณหนูตระกูลเว่ยตอบปัญหาบัณฑิตจากเมืองหลวงข้ายังคิดว่าเป็นเจ้า”เว่ยซวงอวี่เลิกคิ้วก่อนหันไปมองศิษย์ผู้พี่ด้วยความประหลาดใจ “ข้าหรือ”หยวนเฟิงหลิงหลับตาลงก่อนจะพูดอย่างไม่ใส่ใจ “แต่ก็ไม่แน่ เรื่องนี้อาจเพราะว่าพี่สาวของเจ้าอยู่ถูกที่ถูกเวลาก็เป็นได้”“ไม่หรอกกระมัง ข้าคงไม่...”“หรือว่า...” เขาลืมตาก่อนจ้องเขม็งมายังหญิงสาว “เป็นเจ้าที่ตอบปัญหานั้น เพราะคำตอบนั้นออกจะ...”“อะไรหรือ” เว่ยซวงอวี่มองเขาด้วยความตื่นตระหนก“คำตอบนั้นออกจะบ้าบิ่นสมเป็นเจ้ามากกว่า”“ท่านกำลังชมข้าอยู่กระมัง” หญิงสาวพลันรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมา นางรู้สึกโกรธจนอยากกระโดดเข้าไปกัดเขาสักคำสองคำ แต่จนใจด้วยรู้ว่านางไหนเลยจะเอาชนะเขาได้มือเล็กยื่นออกไปเปิดม่านรถม้า ตั้งใ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 12

    ไม่ทันได้เอ่ยถามเพิ่มเติมหยวนเฟิงหลิงก็เหินกายออกไปทางหน้าต่าง เว่ยซวงอวี่กำลังจะขยับตาม แต่เสียงฝีเท้าที่กำลังเดินมายังหน้าประตูทำให้นางชะงัก สาวใช้ของนางกำลังจะกลับมา ดังนั้นนางจึงได้แต่ก่นด่าศิษย์พี่ของตนด้วยความเจ็บใจมื้อเย็นของวันนั้นเว่ยซวงอวี่ให้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย บิดาของนางอยู่ๆ ก็ถามถึงศิษย์พี่ใหญ่ขึ้นมา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วผู้เป็นบิดาก็เป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้ซึ่งมีความสำคัญในเค่อหลี่ แต่เขากลับเอาแต่ถามนางถึงเฮยหลิง นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรอกหรือ“ท่านพ่อไม่ได้พบเขาหรอกหรือเจ้าคะ”“เฮยหลิงเป็นศิษย์เค่อหลี่ที่นับว่ามีความสำคัญต่อสำนักศึกษา เขาเป็นทั้งความดีงาม และความลึกลับของเค่อหลี่ ตัวตนของเขาไม่มีใครรู้ ที่มาที่ไปของเขาเองก็ไม่ชัดเจน” เว่ยจื่อฉีถอนหายใจ “แม้จะเคยพบเขาสองครั้ง แต่พ่อกลับรู้สึกว่าไม่อาจอ่านท่าทีของคนผู้นี้”เว่ยซวงอวี่ลอบตื่นตระหนก บิดาของนางเคยพบเฮยหลิงเพียงสองครั้ง!!“แล้วเขาบอกหรือไม่ว่ารั้งอยู่ที่เมืองอี๋หยางด้วยเหตุใด”“ลูกรู้เพียงว่าศิษย์พี่ใหญ่กำลังตามหาบางอย่าง นอกจากนั้นก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ”“ศิษย์พี่ใหญ่หรือ” เว่ยจื่อฉีเลิกคิ้ว “เขาให้เจ้าเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status