Share

บทที่ 2

last update Last Updated: 2025-12-30 21:57:35

หากจะกล่าวถึงความทรงจำเกี่ยวกับพี่สาวผู้นี้ แน่นอนว่าทุกอย่างยังคงว่างเปล่า เช่นเดียวกันกับความรู้สึกที่หญิงสาวมีต่อคนในคฤหาสน์ตระกูลเว่ย

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาด เพราะเรื่องที่ทำให้นางรู้สึกถึงลางสังหรณ์อันเข้มข้นนั้น เป็นเรื่องอุบัติเหตุที่ไม่มีใครสามารถบอกถึงสาเหตุ

อีกทั้งในยามที่นางเอ่ยถามศพของสาวใช้ และคนขับรถม้า เนื่องจากต้องการจะมอบเงินค่าทำศพให้ญาติพี่น้องของคนตาย คำตอบที่ได้รับกลับยังคงคลุมเครือเช่นเดิม

คำตอบของผู้อื่นคลุมเครือนั้น นางยังพอเข้าใจได้ หากแต่คำตอบของบิดาของนางเองก็ยังคงน่าสงสัยพอ ๆ กัน เช่นนี้แล้วจะให้นางสงบจิตใจลงได้อย่างไร

“คุณหนูเจ้าคะ”

เสียงของเสี่ยวเถาขัดจังหวะการใช้ความคิดของหญิงสาว นางค่อย ๆ หันหน้าไปมองอีกฝ่ายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา “มีอะไรหรือ”

“ฮูหยินให้มาเรียนว่าอาจารย์หวังมาเยี่ยมเจ้าค่ะ”

“อาจารย์หวังหรือ”

ความคิดของเว่ยซวงอวี่หมุนเร็วรี่ ชื่อของทุกคนที่เคยผ่านหูนับจากวันที่ฟื้นตื่นขึ้นมา นางเพิ่งจะตระหนักว่านางล้วนแล้วแต่จดจำได้ แต่อาจารย์หวังผู้นี้นางเพิ่งจะเคยได้ยิน

ด้วยเพราะตระกูลเว่ยเป็นตระกูลบัณฑิต ดังนั้นเว่ยซวงอวี่จึงเดินไปยังห้องโถง โดยยังคงเข้าใจว่าอาจารย์หวังผู้นี้เป็นสหายของบิดาผู้หนึ่งเท่านั้น

รอยยิ้มอบอุ่นของบุรุษหน้าตาอ่อนโยนทำให้เว่ยซวงอวี่ชะงัก นางมองชุดนักพรตของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องโถงช้า ๆ ย่อกายคำนับบิดามารดา ก่อนย่อกายให้ผู้อาวุโสกว่าอีกคนที่นั่งมองนางไม่วางตา

“ศิษย์รัก” น้ำเสียงสั่นเครือของหวังชิงทำให้เว่ยซวงอวี่เงยหน้ามองเขา

“อวี่เอ๋อร์ จำอาจารย์หวังได้หรือไม่ เขาคืออาจารย์ของเจ้าและหลินเอ๋อร์อย่างไรเล่า” เว่ยจื่อฉีเอ่ยถามบุตรสาว ก่อนจะสังเกตท่าทีของนางไปพลาง

“อะ...อาจารย์หรือเจ้าคะ”

ท่าทีประหลาดใจของเว่ยซวงอวี่ ทำให้เว่ยฮูหยินน้ำตาคลอขึ้น ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือน อาการของเว่ยซวงอวี่ดีขึ้นตามลำดับ แต่ถึงอย่างนั้นความทรงจำกลับไร้วี่แววที่จะกลับมา

“ข้าเคยสอนเจ้ากับพี่สาวของเจ้าเขียนอ่าน จำข้าได้หรือไม่” หวังชิงถามด้วยดวงตาคาดหวัง แต่ดวงตาสับสนของเว่ยซวงอวี่ ไหนเลยจะเป็นการเสแสร้งแกล้งทำ

“ข้า...จำไม่ได้เจ้าค่ะ” เว่ยซวงอวี่ใบหน้าสลดลง นางคุกเข่าลงตรงหน้าหวังชิง “หากทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง ข้าต้องขออภัย”

“กล่าวอะไรอย่างนี้ เจ้ารอดมาได้ก็นับว่าดีแล้ว ดีแล้ว” หวังชิงรีบเข้ามาพยุงนางให้ลุกขึ้น

“ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้กับเจ้าได้” หวังชิงส่ายหน้าทั้งยังมองสำรวจขึ้นๆ ลงๆ เพื่อให้มั่นใจว่าศิษย์ของตนไม่เป็นไร

“เจ้าเป็นเด็กฉลาดเฉลียว สิ่งที่ลืมไป แน่นอนย่อมสามารถรื้อฟื้นกลับมาได้ แต่อย่างไรสุขภาพของเจ้าย่อมต้องมาก่อน”

หลังออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลเว่ย หวังชิงนั่งรถม้าตรงไปยังสำนักศึกษาเค่อหลี่ ใบหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิดของเขา ต่างจากใบหน้าอ่อนโยน ในยามที่อยู่ภายในคฤหาสน์ตระกูลเว่ยอย่างชัดเจน

เมื่อรถม้าจอดลงยังหน้าสำนักศึกษาเค่อหลี่ เขาเร่งฝีเท้าก้าวเข้าไปโดยไม่รอให้ผู้ดูแลด้านหน้าได้คารวะ กระทั่งผลักประตูเข้าไปยังเรือนพักด้านใน

“ศิษย์พี่”

“กลับมาแล้วหรือ” จ้าวเสิ่นเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าประหลาดใจ

หวังชิงเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะชะงักเมื่อมองเห็นชายหนุ่มสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าส่วนบนกำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่าง “ดียิ่ง เจ้าเองก็อยู่ที่นี่”

“อาจารย์สาม” เขาคารวะผู้อาวุโสกว่า ก่อนจะเดินมารินชาให้อีกฝ่ายที่เพิ่งจะนั่งลง

ชายหนุ่มก็คือหยวนเฟิงหลิง ศิษย์คนโตของสำนักศึกษาเค่อหลี่

ฐานะของหยวนเฟิงหลิง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ เนื่องจากไม่เพียงแต่เขาจะเป็นศิษย์คนโตรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาไป โดยได้รับคำชมเชยจากอาจารย์ทั้งสามแล้ว

อีกฐานะหนึ่งเขายังเป็นศิษย์หนึ่งในสามคนที่นักพรตปราบตะวันตก ยอมถ่ายทอดวรยุทธ์ให้ก่อนสิ้นใจ

หนึ่งมาจากเชื้อพระวงศ์

หนึ่งคือสามัญชนคนธรรมดา

หนึ่งคนสุดท้ายเป็นชาวยุทธ์ที่มีที่มาที่ไปไม่แน่นอน

นั่นคือข้อแม้ที่นักพรตปราบตะวันตกตั้งข้อแม้ ในยามที่เขาประกาศรับศิษย์ ซึ่งแน่นอนสามัญชนผู้นั้นก็คือหยวนเฟิงหลิง ส่วนเชื้อพระวงศ์นั้นคือหานหย่งหมิง องค์ชายเจ็ดแคว้นหาน

คนสุดท้าย…ฉางเหยียน จอมยุทธ์ซึ่งไร้ที่มาที่ไปโดยสิ้นเชิง

สาเหตุที่หยวนเฟิงหลิงต้องเดินทางมาจากเมืองผิงหยาง ซึ่งเป็นเมืองหลวงแคว้นหาน ก็เพราะหานหย่งหมิงถูกลอบวางยาพิษ ซึ่งเรื่องนี้เขาจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวก็ไม่ได้

“เหตุใดหน้าตากลัดกลุ้มถึงเพียงนี้ มิใช่แวะไปเยี่ยมศิษย์คนโปรดหรอกหรือ ข่าวว่านางไม่เป็นอะไรมาก หรือว่าอาการทรุด”

“ไม่ใช่ นางอาการดีขึ้นมากแล้ว”

“แล้วเหตุใดจึงยังมีท่าทีกังวลถึงเพียงนี้เล่า”

“เรื่องที่นางสูญเสียความทรงจำเห็นทีจะไม่ใช่เพียงข่าวลือ”

“เช่นนี้แล้วสาวใช้ผู้นั้นก็พูดความจริง องค์ชายเก้าหานเหวินเสียนคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องที่องค์ชายเจ็ดโดนลอบปลงพระชนม์” หยวนเฟิงหลิงเอ่ยเสียงเครียด

“น่าเสียดายที่นางสิ้นใจไปก่อน หาไม่เราอาจจะได้รู้อะไรมากกว่านี้” จ้าวเสิ่นถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง

“เรื่องหลักฐานข้ายังคงไม่ปักใจเชื่อ แต่ถึงอย่างไรเราก็คงไม่อาจปล่อยผ่านไป”

“เฮยหลิง เจ้า...เรื่องนี้เจ้าคิดดีแล้วหรือ จะอย่างไรเสียตอนนี้นางยังคงได้ชื่อว่าเป็นคู่หมายของเจ้า” จ้าวเสิ่นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

เรื่องที่บิดาของหยวนเฟิงหลิงสั่งเสียเอาไว้ก่อนตายนั้น เขาเองก็ตระหนักดี เวลาผ่านไปการไว้ทุกข์สิ้นสุดลง อย่างไรเสียนั่นก็คือคำขอก่อนตายของบิดา เช่นนี้หากหยวนเฟิงหลิงยังคงยื่นมือเข้ามา นั่นมิเท่ากับสร้างความบาดหมางกับตระกูลของว่าที่ฮูหยินหรอกหรือ

“ตอนนี้ศิษย์น้องสามถูกพิษอาการสาหัส ศิษย์น้องรองเองก็รับหน้าที่ไปนำยาถอนพิษมาจากยอดเขาเยี่ยซาน จะให้ข้าอยู่เฉยข้าคงทำไม่ได้” หยวนเฟิงหลิงเอ่ยก่อนหันไปสบตากับผู้เป็นอาจารย์ “ข้าจะรับผิดชอบเรื่องหาหลักฐานเหล่านี้ออกมาเอง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 78 จบ

    ฉางเหยียนยิ้มกว้างในยามที่นางรีบรินสุราให้เขา เมื่อเห็นว่าเขาวางจอกลง “พี่สะใภ้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง เพียงมองอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องของข้ากับเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้”“ท่านจึงเอาแต่วิ่งหนีเขาหรือ”“ข้ากำลังวิ่งหนีตัวเองต่างหาก”นางเห็นด้วยกับคำพูดของเขา “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเขาอาจละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาท่าน”“ข้าบอกความรู้สึกของข้าไปแล้ว และข้าก็ให้เขาสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำเช่นนั้น”“เขาคงเสียใจมากหากท่านจากไป”“ข้าไม่ได้จากไปอย่างถาวร สักวันข้าจะกลับมา เพียงแต่ตอนนี้ข้าต้องการเวลา เขาเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ เกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่ความสับสนชั่วครู่ที่เกิดขึ้น ไม่อาจสั่นคลอนสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว”“ไม่ยุติธรรมเลย ท่านเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะแบกภาระเหล่านี้เอาไว้”“ข้ารู้” ฉางเหยียนยอมรับออกมาตามตรง “ชีวิตข้าไม่ขออะไรมากมาย ขอเพียงเขาและศิษย์พี่ใหญ่ปลอดภัยและมีความสุข”“แล้วท่านเล่ามีความสุขหรือไม่”คำถามนั้นนางไม่ได้รับคำตอบ ฉางเหยียนเพียงมองนางด้วยรอยยิ้ม เขากำลังจะเอ่ยคำแต่หานหย่งหมิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับไหสุรา ท

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 77

    “ฝ่าบาท” เว่ยซวงอวี่ก้าวเข้ามาคุกเข่า“เรารู้ เรารับปากเจ้าแล้วย่อมไม่คืนคำ” สุรเสียงยังคงเย็นเยียบน่ากลัว “จินเสอ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”“ให้คนส่งเว่ยจื่อฉีกลับอี๋หยาง ตลอดทั้งชีวิตห้ามก้าวเข้ามาในเมืองหลวงอีกแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนเว่ยเอินหลินส่งนางไปกักขังพร้อมกับคนอื่นๆ ในตำหนักองค์ชายเก้า ให้ทุกคนไปเฝ้าสุสานบรรพชนแคว้นหาน ชั่วชีวิตห้ามก้าวออกมา ใครฝ่าฝืนประหารไม่ละเว้น”“รับด้วยเกล้า”เว่ยจื่อฉีและเว่ยเอินหลินหมดสติไปในทันที ดังนั้นขันทีจึงช่วยกันลากออกไปจากบ้านตระกูลหยวน เว่ยซวงอวี่กำลังจะลุกและเดินตามไป กระนั้นนางกลับมาอาจทำได้ดังใจ“เว่ยซวงอวี่”“เพคะฝ่าบาท”“เจ้ายังมีหน้าที่ที่ยังไม่เสร็จสิ้น สิ่งใดที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเถิด การกระทำของพวกเขาเจ้าไม่อาจแบกรับไปโดยตลอด ความกตัญญูย่อมต้องมีขอบเขต”“หม่อมฉันรับพระบัญชา”“หากเจ้าตามไปยิ่งจะเกิดเรื่องยุ่ง มิใช่ปกป้องมารดาของเจ้าอยู่หรือ หากตามกลับไปนางต้องระแคะระคาย ผู้ใดก่อเรื่องก็ให้พวกเขาแก้ไขเอง”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”“อาการของหยวนเฟิงหลิงเป็นอย่างไรบ้าง”“เขายังคงได้สติเพียงเล็กน้อยในระยะสั้นๆ แต่อาการโดยรวมดีขึ้นมากเพคะ”“เ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 76

    “ท่านพ่อข้าทำอะไรหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยังมีหน้ามาถาม! ทั้งหมดนั้นเจ้ายังคิดว่าข้าคือพ่อของเจ้า ยังคิดว่าเอินเอ๋อร์คือพี่สาวเจ้าอยู่หรือ!”“ท่านเสียงดังเช่นนี้มีประโยชน์อันใด หรือต้องการให้ผู้คนรับรู้ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป”“ก็ให้มา ใครอยากได้ยินก็เข้ามาฟัง ข้าจะได้บอกว่าข้าไม่เคยมีบุตรสาวอกตัญญูเช่นเจ้า!”“หรือสิ่งที่ท่านและพี่ใหญ่ทำทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องถูกต้อง ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการกระทำของท่านกับพี่ใหญ่นั้น เหมาะสมแล้วหรือ ท่านพ่อท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่เคยเป็นความลับ หลอกลวงเบื้องสูงโทษประหารเก้าชั่วโคตร ตอนที่ท่านกระทำท่านเคยคิดถึงผลข้อนี้หรือไม่”“เจ้าหุบปาก! ข้าจะทำอะไรล้วนเป็นเรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถสอดมือ”“เรื่องของท่าน ฮ่าๆๆ” เว่ยซวงอวี่หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่ใช่เรื่องของข้าที่สามารถสอดมือ” นางหัวเราะแต่น้ำตากลับหลั่งออกมา ความพยายามในการปกป้องของนาง ได้รับผลตอบแทนคือคำว่า ‘ลูกอกตัญญู’“ ‘เรื่องราวทั้งหมดนั้นข้ายังคิดว่าท่านคือท่านพ่อของข้าหรือไม่’ ท่านว่า ‘สิ่งที่ข้าทำข้ายังคิดว่าพี่ใหญ่คือพี่สาวข้าอยู่หรือไม่’ ท่าน

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 75

    “หลบเร็ว”“มีคนร้าย!”“คุ้มครององค์ชาย!”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น ผู้คนต่างก็วิ่งวุ่นวาย หานหย่งหมิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “บัดซบเจ้าเก้า ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี!”การโจมตีครั้งนี้หมายเอาชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย เว่ยซวงอวี่มองกลุ่มมือสังหารที่กระหายการสังหารผู้อื่นนับห้าสิบคน ซึ่งกระจายกันบุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ อีกทั้งจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นางก็ได้แต่แตกตื่น หยวนเฟิงหลิงกอดจุมพิตนางคราหนึ่ง ก่อนผลักนางไปหาเสี่ยวหู “พานายหญิงของเจ้าไปหลบด้านหลัง”“ขอรับ”ยังจะมีด้านหลังให้หลบที่ไหนเล่า เพราะเมื่อประตูเปิดลูกดอกมากมายก็พุ่งเข้ามา เสี่ยวหูรีบปิดประตู ก่อนพาเว่ยซวงอวี่หลับไปยังมุมหนึ่งที่มีโต๊ะอันเล็กล้มอยู่ เขาผลักนางเข้าไป ก่อนจะหาเก้าอี้มาบังเอาไว้“ท่านอยู่ตรงนี้นะขอรับ”“แล้วเจ้าเล่า”“ข้าน้อยจะล่อพวกมันไปอีกทาง”“เจ้าระวังตัวด้วย”“ขอรับ” เสี่ยวหูวิ่งหลบหลีกออกทันทีเสียงการต่อสู้ถอยร่นมายังจุดที่นางอยู่ หยวนเฟิงหลิงมองเห็นนางจึงเดินเข้ามา แต่เขาถูกขวางเอาไว้ อีกด้านองครักษ์และฉางเหยียนเองก็กำลังปกป้องหานหย่งหมิงเอาไว้ตรงกลางเฒ่าวิปลาสโผเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือรุนแรง เขาดันโ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 74

    งานเลี้ยงชมบุปผาที่ตำหนักองค์ชายเจ็ด จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทั้งนี้ความตั้งใจเดิมคือให้ฮูหยิน และบรรดาสตรีในวังหลวง ได้ร่วมสังสรรค์และพบปะกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเข้าร่วมก็ยังคงแปรความหมายได้อีกทาง เพราะในสถานการณ์ที่องค์ชายเจ็ด และองค์ชายเก้ากำลังแข่งขันกันเช่นนี้ แน่นอนว่าขุนนางที่เลือกข้างองค์ชายเก้า ไหนเลยจะกล้าให้ฮูหยินของตนเข้ามาปรากฏตัว“นั่นมิใช่ชายารององค์ชายเก้าหรอกหรือ”เสียงซุบซิบกันดังขึ้น เว่ยซวงอวี่หันไปมอง จากนั้นก็รีบเข้าไปหาผู้เป็นพี่สาวความจริงแล้วการมาร่วมงานเลี้ยงย่อมไม่แปลก เพียงแต่ในเวลาเช่นนี้เว่ยเอินหลินกลับมาปรากฏตัว โดยไร้ซึ่งเงาของพระชายาองค์ชายเก้า เช่นนี้หากไม่เรียกว่าโง่งม ก็ต้องสงสัยว่านางเสียสติ“พี่ใหญ่” เว่ยซวงอวี่กระซิบเรียกอีกฝ่าย“ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้าสักครู่ ไม่นานก็จะกลับแล้ว”เว่ยเอินหลินส่งสัญญาณให้นางกำนัลของตน จากนั้นก็เดินตามเว่ยซวงอวี่ไป“ท่านมาที่นี่คิดจะทำอะไร ไม่รู้หรือว่า…” นางกำลังจะเอ่ยคำ เว่ยเอินหลินกลับรวมมือนางไปกุมไว้“อวี่เอ๋อร์ เจ้าถึงกับต้องทำเช่นนี้เลยหรือ”“ท่านพูดเรื่องอะไร”“อวี่เอ๋อร์ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามขัดขวางข้า เพรา

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 73

    “หา!” หญิงสาวอ้าปากค้าง พร้อมกับทำหน้าราวกับกำลังจะร้องไห้ “โธ่ ศิษย์พี่รองของข้า”หยวนเฟิงหลิงหัวเราะ “ไปเตรียมตัวเถิด ข้าจะไปส่งเจ้าที่ประตูวังหลวง ถึงที่นั่นแล้วจะมีคนของตำหนักองค์ชายเจ็ดมารับ”ระหว่างเดินทางไปยังประตูวังหลวง เว่ยซวงอวี่ใคร่ครวญเงียบๆ วันนี้องค์ชายเจ็ดเข้าร่วมประชุมขุนนาง แน่นอนว่าเป็นการแสดงจุดยืนอย่างแท้จริงหลังจากนี้จะมีขุนนางมากมายเลือกฝ่าย อิทธิพลเบื้องหลังฮองเฮาและพระสนมนั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องมีเหล่าขุนนางอีกบางส่วนที่ยังไม่แสดงเจตนาที่จะอยู่ข้างใครอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้เรื่องจะยิ่งอันตรายกว่าที่เคยหยวนเฟิงหลิงเชยคางนางขึ้น “อวี่เอ๋อร์อย่ากังวล”“ไม่หรอก” นางยิ้ม “ข้าจะเดินหน้าให้ถึงที่สุด”“เพื่ออะไร” หยวนเฟิงหลิง “เจ้าจะไม่ยอมบอกข้าจริงๆ หรือว่าเจ้าเลือกข้างองค์ชายเจ็ดเพราะเหตุใด”หญิงสาวยิ้มให้หยวนเฟิงหลิง “วันหนึ่งข้าจะบอกท่าน”“เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ามั่นใจกว่าเมื่อก่อน ข้าชักสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้านั้น เกี่ยวข้องกับการเข้าวังหลวงของเจ้า…”“เฟิงหลิง ข้าขอร้องท่านอย่าคาดเดาเลย”อา…เขาเดาถูกจริงๆ ด้วยแม้แต่ฉางเหยียนและหานหย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status