สตรีอุ่นเตียงของแม่ทัพบ้าเลือด

สตรีอุ่นเตียงของแม่ทัพบ้าเลือด

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-15
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
34Bab
3.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

นางคือสายลับที่ถูกส่งมาขโมยตราทัพ ตัวนางเปรียบดั่งหมากตัวหนึ่งที่ถูกเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้... แล้วทำไมจะต้องยอมให้เป็นเช่นนั้นด้วยเล่า ในเมื่อตอนนี้นางเองก็มีเขาที่พร้อมจะเป็นหมากให้กับนางเช่นกัน!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

บทนำ

เด็กน้อยในวันเพียง 7 ปีเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักของผู้เป็นมารดา ตั้งแต่นางจำความได้ไม่มีวันไหนที่ท่านแม่จะดุด่าหรือทุบตีนางเลยสักครั้งเดียว มีเพียงรอยยิ้มและน้ำเสียงอันอบอุ่นอ่อนโยนที่ดังก้องไปในจิตใจของเด็กน้อย ทว่าในทางกลับกันนางกลับเห็นท่านแม่แอบมานั่งร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุก็เป็นเพราะบิดาผู้ให้กำเนิดนางนั้นเอง

จนกระทั่งในวันที่อากาศสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งภายใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่นที่สาดแสงลงมา ตัวนางกลับต้องแยกจากอกของมารดา เพียงเพราะผู้เป็นใหญ่แห่งแว่นแคว้นเล็งเห็นว่าจะใช้นางให้เป็นประโยชน์ได้ เขาส่งนางไปฝึกให้เป็นสายลับที่พร้อมจะพลีชีพเพื่อแคว้นจ้าว!

นับจากวันนั้นชีวิตอันเรียบง่ายของนางก็จบสิ้นลง มีเพียงต้องตื่นมาฝึกหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ หากนางทำไม่ดีหรือไม่เป็นที่น่าพอใจก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก ซ้ำร้ายมารดาที่อยู่ไกลออกไปยังถูกลงโทษเสียด้วย ชีวิตของนางราวกับตกอยู่ในขุมนรก มีวันคืนที่แสนเลวร้ายจนอยากจะปลิดชีพของตัวเองในวัยที่ 10 แต่เพราะการได้พบหน้ามารดาอีกครั้งทำให้ความคิดของนางเปลี่ยนไป...

"ซิงเอ๋อร์... อดทนไว้นะลูก อย่าได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตาของเรา แม่เชื่อว่าในที่สุดสวรรค์จะต้องเห็นใจเราสองแม่ลูกเป็นแน่ ขอเพียงเราไม่ยอมแพ้"

"ท่านแม่... ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ข้าไม่อยากเป็นสายลับ เหตุใดถึงต้องเป็นข้าด้วย"

นางร่ำไห้ออกมาด้วยความไม่เข้าใจที่ชีวิตของตัวเองต้องพบเจอกับเรื่องเช่นนี้ การถูกฝึกให้เป็นสายลับช่างยากเย็นนัก ไม่เคยมีวันไหนที่ร่างกายนี้จะไม่มีร่องรอยของบาดแผลเลย

"ต้องโทษที่แม่เกิดมาต่ำต้อยจึงทำให้เจ้าต้องลำบากถึงเพียงนี้ แม่ขอโทษซิงเอ๋อร์ แม่ขอโทษ..."

'หานซีอิ๋ง' โอบกอดบุตรสาวเพียงคนเดียวด้วยความเจ็บปวดในหัวใจ ยิ่งเห็นบุตรสาวร้องไห้อย่างหนัก ภายในใจของนางก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม ต้องโทษที่นางอ่อนแอไร้กำลังจะปกป้องบุตรสาวเพียงคนเดียวได้ หากนางเลือกได้คงไม่คิดจะเหยียบย่างเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ กลายเป็นเบี้ยล่างให้กับคนไร้หัวใจผู้นั้นเป็นอันขาด

"ท่านแม่ไม่ผิดเลยเจ้าค่ะ เป็นเขาต่างหากที่ผิดต่อเราสองแม่ลูก!"

'เหมยซิง' ดรุณีน้อยผู้ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสารกอดตอบมารดาแน่นด้วยความคั่งแค้นในอก ทุกคืนวันอันแสนลำบากในสถานที่แห่งนั้น นางล้วนจดจำได้เป็นอย่างดี แม้เขาจะเป็นผู้ให้กำเนิดทว่าตัวนางกลับไม่เคยคิดเรียกเขาว่าบิดาเลย คนเช่นนั้นน่ะหรือจะเป็นบิดาได้อย่างไรกัน!

"แม่ขอโทษที่ทำให้ลูกต้องมาพบเจอเรื่องเช่นนี้"

เหมยซิงที่ร้องไห้พลันเงียบเสียงลง ในนัยน์ตาคู่สวยพลันสาดแสงแห่งความหวังออกมา นางจะไม่มีวันยอมแพ้กับโชคชะตาของตนเองเป็นอันขาด นางเชื่อว่าหากยังมีความหวังและไม่ยอมแพ้ สักวันหนึ่งจะต้องหลุดพ้นจากขุมนรกนี้ได้อย่างแน่นอน... แม้ความหวังจะดูริบหรี่นักก็ตาม

"ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ สักวันหนึ่งข้าจะต้องพาท่านแม่หนีจากคนผู้นั้นให้จงได้ ข้าสัญญา..."

เหมยซิงขยับตัวออกห่างจากอ้อมกอดของมารดา ในแววตาของนางทอประกายแห่งความมุ่งมั่นออกมาอย่างเปี่ยมล้น ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่นางจะร้องไห้เช่นนี้

"เหมยซิงของแม่ เจ้าช่างเข้มแข็งยิ่งนัก... เหมือนท่านตามิมีผิดเลย"

หานซีอิ๋งพลันร้องไห้โหออกมาเมื่อนึกถึงบิดาที่ได้จบชีวิตลงแล้ว และสาเหตุการตายของบิดาก็มาจากคนผู้นั้น เหตุเพราะมาช่วยนางกับลูกให้หนีออกไปจากแคว้นจ้าว ทว่าพวกนางก็ไม่อาจหนีคนผู้นั้นพ้น สุดท้ายคนที่รักนางกับลูกมากที่สุดก็ต้องมาจบชีวิตอย่างน่าอนาถเช่นนี้!

"ข้าเป็นหลานของท่านตา ข้าย่อมต้องเข้มแข็งและกล้าหาญอย่างท่านตาเจ้าค่ะ ท่านแม่อย่าร้องไห้เลยนะเจ้าคะ รอข้า... ข้าสัญญาว่าจะต้องพาท่านหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ"

เหมยซิงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้มนวลเนียนของมารดาทิ้งออกไป... นางจะทำให้ความฝันของตนและท่านแม่เป็นจริงให้จงได้!

8 ปีผ่านไป

บนแผ่นดินอันกว้างใหญ่มีแคว้นต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทว่าแคว้นที่ดูมีอำนาจกลับมีไม่มากนัก ไกลออกไปทางทิศตะวันออกเป็นที่ตั้งของแคว้นใหญ่อย่างแคว้นฉิน เหนือสุดของแผ่นดินใหญ่มีแคว้นใหญ่อย่างแคว้นเซี่ยที่รวบรวมแคว้นข้างเคียงเข้ามาเป็นปึกแผ่น และแคว้นเว่ยที่แข็งแกร่งด้วยกำลังทหาร โดยแคว้นเว่ยมีกำลังทหารอันกล้าแกร่งภายใต้การนำของ 'ชินอ๋องเว่ยสือหยาง' ผู้เป็นพระอนุชาคนโปรดขององค์ฮ่องเต้ เขาคือแม่ทัพใหญ่ผู้พิทักษ์แห่งแคว้นเว่ย เป็นโล่มีชีวิตที่คอยปกปักดูแลความสงบของแคว้น ทว่าตัวเขากลับได้รับการขนานนามว่า 'แม่ทัพบ้าเลือด'

ในตอนนี้เขาได้รับหน้าที่มาดูแลยังชายแดนเหนืออันอยู่ติดกับแคว้นจ้าว แคว้นเล็ก ๆ ที่กลับมีเหมืองแร่มากมายที่ใช้ผลิตอาวุธอันล้ำค่า โดยที่ตั้งของแคว้นจ้าวกลับลึกลับซับซ้อน อันเนื่องมาจากอยู่ภายในขุนเขาอันสูงชันที่โอบล้อมราวกับกำแพงธรรมชาติ

แคว้นจ้าวกับแคว้นเว่ยคือศัตรูคู่อาฆาตกันมาอย่างช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งแคว้น เว่ยสือหยางเคยคิดจะบุกเข้าไปตีแคว้นจ้าวอยู่หลายครั้ง ทว่าด้วยไม่สันทัดในชัยภูมิอันเป็นภูเขาสูงชันที่เต็มไปด้วยหมอกและสัตว์พิษที่อันตราย ทำได้เพียงคุมเชิงและเฝ้าระวังภัยเท่านั้น ขณะเดียวกันแคว้นจ้าวที่มีกำลังคนน้อยกว่าก็มิอาจบุกตีแคว้นเว่ยได้เช่นกัน

ทั้งสองแคว้นต่างคุมเชิงกันอยู่เช่นนี้มาเกือบร้อยปีแล้ว!

"รายงาน! มีสารลับจากแคว้นฉินพ่ะย่ะค่ะ"

'หลิ่งอี้' องครักษ์มือซ้ายของเว่ยสือหยางเข้ามาพร้อมกับกระบอกส่งสารลับ เขารีบส่งมอบให้กับเจ้านายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ด้วยมีไม่บ่อยนักที่แคว้นฉินจะส่งสารมาด้วยตนเอง

เว่ยสือหยางหยิบสารลับขึ้นมาเปิดอ่านทันที เขากวาดสายตาคมดุกวาดตาอ่านเพียงรอบเดียวก็เข้าใจได้ ก่อนจะนำสารลับนั้นไปลนไฟกับตะเกียงเพื่อทำลายทิ้ง

"ชินอ๋อง เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ"

"แคว้นจ้าวจะส่งสายลับเข้ามาในคืนนี้ คาดว่าจะเป็นนางคณิกาที่แฝงตัวเข้ามาในงานเลี้ยงของจวนเจ้าเมือง"

"เช่นนั้นกระหม่อมจะเตรียมการจับกุมนางทันทีพ่ะย่ะค่ะ" หลิ่งอี้เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

"เจ้าไม่คิดว่านี่เป็นโอกาสของเราเช่นกันหรือ เพราะแคว้นจ้าวมีทางเข้าออกที่ลึกลับซับซ้อนทำให้เรามิอาจส่งคนเข้าไปแฝงตัวในแคว้นจ้าวได้โดยง่าย ในเมื่อทางนั้นเป็นคนส่งคนเข้ามาเองเราก็ควรต้อนรับนางให้ดีเสียหน่อยสิ" ริมฝีปากหยักพลันยกโค้งเป็นรอยยิ้มอันน่าขนลุก

"ชินอ๋องทรงหมายถึงให้ปล่อยนางไปก่อนใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

"ใช่! สายลับผู้นี้ข้าจะทำให้นางยอมเผยความลับของแคว้นจ้าวเอง!"

"เช่นนั้นกระหม่อมจะคอยจับตามองนางเองพ่ะย่ะค่ะ หากแม้นว่านางมีแผนการจะมาลอบสังหารชินอ๋องกระหม่อมจะได้ฆ่าทิ้งทันที"

คิ้วกระบี่พลันกระตุกเมื่อได้ฟังคำของหลิ่งอี้ ก็รู้อยู่หรอกว่าเป็นห่วงแต่เขาหาใช่เด็กน้อยไม่ แค่สายลับคนหนึ่งจะสามารถเอาชีวิตของเขาได้เลยหรือ ช่างน่าขันนัก!

เขาเป็นถึงศิษย์เอกคนสำคัญของท่านอาจารย์สวี่เหอ ผู้เป็นปรมาจารย์ทางด้านดาบของสำนักดาบเฟิ่งเทียนเชียวนะ

"เจ้าคิดว่าข้าฆ่านางไม่ได้หรือ"

หลิ่งอี้ที่เห็นว่าชินอ๋องกำลังมีสีหน้าหงุดหงิดก็รีบคุกเข่าลงทันที "หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ชินอ๋องทรงเก่งกล้าสามารถจะถูกสายลับจากแคว้นจ้าวทำร้ายได้อย่างไร เพียงแต่กระหม่อมแค่ไม่อยากให้ชินอ๋องต้องทรงมาใส่ใจกับสายลับตัวเล็ก ๆ เพียงคนเดียวเท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ"

เว่ยสือหยางเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ติดใจอะไร เขาโบกมือให้หลิ่งอี้ลุกขึ้นยืนอย่างไม่ใส่ใจนัก

"ช่างเถอะ เจ้าส่งคนไปสืบดูว่าคืนนี้มีนางคณิกาเข้าร่วมงานเลี้ยงกี่คน และมาจากหอใดบ้าง"

"พ่ะย่ะค่ะ เอ่อ... มีอีกเรื่องเกี่ยวกับคุณหนูโจวพ่ะย่ะค่ะ"

"เรื่องอะไรอีก ข้าเคยบอกไม่ใช่หรือว่าถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญไม่ต้องรายงาน"

หลิ่งอี้พลันเหงื่อแตกพลั่กด้วยความกริ่งเกรง เขาก็รู้อยู่หรอกว่าชินอ๋องไม่ชอบแต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า จะไม่รายงานก็ไม่ได้เสียด้วย

"คุณหนูโจวจะเดินทางมาที่แดนเหนือพ่ะย่ะค่ะ โดยมาพร้อมกับคณะแพทย์หลวงที่จะถูกส่งมากับกองทัพของท่านรองแม่ทัพโจวพ่ะย่ะค่ะ"

"บัดซบ!"

เว่ยสือหยางพลันสบถออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกรำคาญใจนัก หากเป็นศัตรูก็สามารถฆ่าทิ้งได้โดยง่ายอย่างไม่นึกลังเล ทว่าคุณหนูโจวผู้นี้คือคุณหนูคนสำคัญของตระกูลโจว บิดาของนางคืออัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ทั้งยังมีพี่ชายเป็นสหายสนิทของเขา แล้วยังพ่วงตำแหน่งเป็นถึงรองแม่ทัพด้วย

ผู้ใดจะรู้ว่าแค่การช่วยเหลือนางเพียงครั้งเดียวจากการถูกโจรวิ่งราวเมื่อ 3 ปีก่อน จะทำให้นางมาหลงใหลเขาถึงเพียงนี้ ทั้งฝ่าบาทยังเห็นดีเห็นงามที่จะให้เขาแต่งงานกับนางด้วย แต่เขาไม่ได้รักนางจะแต่งนางเป็นภรรยาได้อย่างไรกันเล่า!

เว่ยสือหยางพลันรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาทันที!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Anděl K
Anděl K
สนุกมากๆ เดินเรื่องดี ไม่เวิ่นเว้อ สร้างผลงานมาอีกนะรอค่ะ เพราะอ่านหมดทุกเรื่องอล้ว ...
2025-12-17 20:21:20
0
0
34 Bab
บทนำ
บทนำเด็กน้อยในวันเพียง 7 ปีเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักของผู้เป็นมารดา ตั้งแต่นางจำความได้ไม่มีวันไหนที่ท่านแม่จะดุด่าหรือทุบตีนางเลยสักครั้งเดียว มีเพียงรอยยิ้มและน้ำเสียงอันอบอุ่นอ่อนโยนที่ดังก้องไปในจิตใจของเด็กน้อย ทว่าในทางกลับกันนางกลับเห็นท่านแม่แอบมานั่งร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุก็เป็นเพราะบิดาผู้ให้กำเนิดนางนั้นเอง จนกระทั่งในวันที่อากาศสดชื่นแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งภายใต้แสงอาทิตย์อันอบอุ่นที่สาดแสงลงมา ตัวนางกลับต้องแยกจากอกของมารดา เพียงเพราะผู้เป็นใหญ่แห่งแว่นแคว้นเล็งเห็นว่าจะใช้นางให้เป็นประโยชน์ได้ เขาส่งนางไปฝึกให้เป็นสายลับที่พร้อมจะพลีชีพเพื่อแคว้นจ้าว! นับจากวันนั้นชีวิตอันเรียบง่ายของนางก็จบสิ้นลง มีเพียงต้องตื่นมาฝึกหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ หากนางทำไม่ดีหรือไม่เป็นที่น่าพอใจก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก ซ้ำร้ายมารดาที่อยู่ไกลออกไปยังถูกลงโทษเสียด้วย ชีวิตของนางราวกับตกอยู่ในขุมนรก มีวันคืนที่แสนเลวร้ายจนอยากจะปลิดชีพของตัวเองในวัยที่ 10 แต่เพราะการได้พบหน้ามารดาอีกครั้งทำให้ความคิดของนางเปลี่ยนไป..."ซิงเอ๋อร์... อดทนไว้นะลูก อย่าได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตาของเรา แม่เชื่อว
Baca selengkapnya
บทที่ 1 นางคณิกาจากหอหลันฮวา
บทที่ 1นางคณิกาจากหอหลันฮวาจวนเจ้าเมืองเป่ยซีได้มีการจัดงานเลี้ยงรื่นเริงเพื่อต้อนรับชินอ๋องเว่ยสือหยาง แขกผู้สูงศักดิ์ที่จะมาประจำการยังแดนเหนือของพวกเขา ถึงแม้ว่าจะรู้สึกหวั่นเกรงกับชื่อเสียงของชินอ๋องมากเพียงใด ทว่าตัวเขากลับรู้สึกอุ่นใจมากกว่าเสียอีก ด้วยตั้งแต่ชินอ๋องมาที่นี่ พวกโจรป่าและชาวนอกด่านก็ไม่กล้าบุกเข้ามาทำร้ายชาวเมืองเป่ยซีอีกเลย"คารวะชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสรับใช้ชินอ๋องผู้ห้าวหาญของแคว้นเว่ยของเรา วันนี้กระหม่อมจึงบังอาจขออนุญาตจัดงานเลี้ยงต้อนรับชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ" 'อี้ไฉ' ท่านเจ้าเมืองผู้อยู่ในวัย 40 กว่าปี ใบหน้าอวบอิ่มยิ้มแก้มปริด้วยความยินดียิ่ง ในตอนที่เขาขยับกายไปมาดูคล้ายกับก้อนซาลาเปาเดินได้ด้วยรูปร่างที่อ้วนท้วนอุ้ยอ้าย ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเคยเป็นถึงนายกองคนสำคัญก่อนจะได้ถูกแต่งตั้งมาเป็นท่านเจ้าเมืองที่นี่ ผิดกับชาวบ้านในเมืองเป่ยซีที่ดูซูบผอมและใบหน้าอมทุกข์ มิรู้ว่าอี้ไฉผู้นี้ปกครองเมืองเป่ยซีอย่างไรกันแน่ เห็นทีเขาคงจะต้องลองสืบดูเสียหน่อยแล้ว"จัดงานได้ดี แต่ครั้งหน้าหากจะทำอะไรก็มาแจ้งข้าเสียก่อน ข้าไม่ชอบความวุ่นวายและไม
Baca selengkapnya
บทที่ 2 เจ้าเป็นใครกันแน่
บทที่ 2เจ้าเป็นใครกันแน่เหมยซิงผู้เป็นนางคณิกาของหอหลันฮวายืนนิ่งราวกับหินผา แม้ว่านางจะยืนอยู่ต่อหน้าของเว่ยสือหยาง ผู้เป็นชินอ๋องที่บ้าเลือดและน่าหวั่นเกรงผู้นั้น ทว่านางกลับมิได้รู้สึกหวาดกลัวเขาเลย กลับกัน... นางอยากจะรู้ว่าเขามีค่ามากพอที่นางจะใช้เป็นตัวหมากได้หรือไม่!"เจ้าร่ายรำได้หรือไม่""เพคะ หม่อมฉันถนัดร่ายรำและการเล่นผีผาเพคะ""ดี! เช่นนั้นเจ้าก็ร่ายรำให้ข้าดู""เพคะ"แม้จะแปลกใจกับการกระทำของเขา แต่เหมยซิงก็หาได้รู้สึกตกใจไม่ นางขยับตัวออกไปยืนตรงกลางโดยที่ผีผาได้ถูกนางคณิกาคนอื่นนำออกไปแล้ว ทันทีที่เสียงดนตรีขึ้น ร่างอรชรที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งภายใต้ชุดนางระบำที่เปิดเผยเนื้อหนังมังสาอย่างชัดเจน ก็ได้หมุนตัวไปตามจังหวะของเสียงดนตรีนั้นร่างกายของนางสอดประสานไปกับเสียงของดนตรีที่ดังก้องกังวานอย่างดงาม ท่วงท่าการร่ายรำมีทั้งความอ่อนช้อยและแข็งแรง พลิ้วไหวดั่งใบไผ่ที่ลู่ไปกับสายลมที่พัดโหมกระหน่ำดั่งพายุคลั่ง เห็นได้ชัดว่านางได้ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเว่ยสือหยางพลันกระตุกยิ้มเย็น ก่อนจะแกล้งโยนผลผิงกั่ว (แอปเปิล) ไปให้นาง หากเป็นสตรีธรรมดาจะตกใจและรีบหลบผลผิงกั่วทันที ทว่าสต
Baca selengkapnya
บทที่ 3 พูดออกมา
บทที่ 3พูดออกมาจอกสุราถูกเขวี้ยงไปทางเหมยซิงอย่างรวดเร็ว ทั้งยังแฝงไปด้วยลมปราณอันเข้มข้นเสียด้วย เหมยซิงเบี่ยงตัวหลบได้ทันอย่างว่องไว ทว่าตัวนางกลับถูกบุรุษตรงหน้าคว้าตัวเข้ามากักขังในอ้อมกอด กายสูงแผ่กลิ่นอายสังหารออกมาอย่างเข้มข้น นางเป็นวรยุทธ์จริงด้วย เพราะหากเป็นคนธรรมดาทั่วไปย่อมหลบจอกสุราของเขาไม่พ้นอย่างแน่นอน!"หญิงคณิกาเช่นเจ้าเหตุใดถึงได้มีวรยุทธ์ พูด!"เหมยซิงแสร้งทำหน้าตาเลิ่กลั่ก เขาฉลาดยิ่งนัก "ท่านอ๋องพูดเรื่องอะไรเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงนางระบำในหอคณิกาที่ขายศิลป์เท่านั้น สตรีเช่นหม่อมฉันจะมีวรยุทธ์ได้อย่างไร"เว่ยสือหยางพลันขบกรามแน่นเมื่อสตรีตรงหน้ายังกล้าปากแข็ง ท่าทางของนางดูหวาดกลัวเขาเหลือเกิน ทว่าดวงตาคู่นี้กลับแย้มยิ้มราวกับดีใจเสียอย่างนั้น"ในเมื่อเจ้าปากแข็งบอกว่าตัวเองเป็นเพียงสตรีที่มาจากหอคณิกา เช่นนั้นราตรีนี้เจ้าก็จงทำหน้าที่ของเจ้าซะ ปรนนิบัติข้าทั้งคืนจนกว่าข้าจะพอใจ!" เขาเอ่ยขู่เสียงเข้ม"หม่อมฉันไม่ขายเรือนร่างเพคะ ต่อให้เป็นท่านอ๋องหม่อมฉันก็ไม่ขาย" แววตาของเหมยซิงพลันแข็งกร้าวขึ้นมาทันที สร้างความสนุกสนานให้กับเว่ยสือหยางอย่างน่าประหลาด ด้วยท
Baca selengkapnya
บทที่ 4 สตรีของชินอ๋อง
บทที่ 4สตรีของชินอ๋องหลังจากพูดคุยกันอย่างชัดเจนแล้วเหมยซิงก็ได้แก้ผ้าที่มัดแขนขาของเว่ยสือหยาง ก่อนที่นางจะรีบคุกเข่าขออภัยเขา บุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ไม่ได้ถือสานางนัก ทั้งยังถูกใจที่นางกล้าทำกับเขาเช่นนี้เสียด้วย นับว่าเป็นความแปลกใหม่ที่เขาเพิ่งได้รับจากสตรีแปลกหน้า เพราะไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำกับเขาเช่นนี้มาก่อนจึงทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก!"คืนนี้เจ้าก็นอนที่นี่กับข้าเสีย""ทะ ทำไมเล่าเพคะ หม่อมฉันเคยบอกแล้วว่าจะไม่ขายเรือนร่างของตนนะเพคะ" แววตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรง แม้เขาจะเป็นบุรุษที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย นัยน์ตาคมดุ จมูกโด่งเป็นสัน สันกรามชัดเจนจนทำให้นางเผลอใจสั่น และริมฝีปากหยักหนาที่ดูเย้ายวนใจ รวมถึงเรือนร่างอันแข็งแรงกำยำอย่างนักรบ ทว่าตัวนางไม่ได้ต้องการหลับนอนกับเขาเสียหน่อย"ข้าแค่บอกให้นอนที่นี่ไม่ได้บอกว่าจะนอนกับเจ้าเสียหน่อย อย่างไรข้าก็เลือก... อีกทั้งข้าไม่ชอบข่มเหงคนที่ไม่เต็มใจด้วย แต่คนในนี้ยังมีคนของจวนเจ้าเมืองที่มารับใช้ข้าด้วย เจ้าคิดว่าไม่แปลกหรือที่ข้าพาเจ้ามาที่นี่แต่กลับปล่อยเจ้าเอาไว้โดยไม่แตะต้องเจ้าเลย ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะโง่เขลานัก!" เว่ยสือหย
Baca selengkapnya
บทที่ 5 รองรับโทสะ
บทที่ 5รองรับโทสะสองวันมานี้เหมยซิงอยู่ที่จวนชินอ๋องอย่างสงบราบรื่น นางไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะสามารถมีชีวิตที่เรียบง่ายเช่นนี้ได้เลย เพราะทุกคืนวันของนางล้วนต้องผ่านความยากลำบากมาไม่น้อยเมื่อได้ใช้ชีวิตเช่นนี้ทำให้รู้สึกหวงแหนขึ้นมา แต่ความสงบมักคงอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อหลิงหลิงผู้นั้นที่เคยเอ่ยเตือนไปครั้งก่อนได้กลับมาทำให้นางหงุดหงิดใจอีกครั้ง"แม่นางเหมยซิง คุณหนูอี้เรียกให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ" "ใครคือคุณหนูอี้" เหมยซิงวางถ้วยชาลงแล้วหันมามองหน้าหลิงหลิงด้วยความสงสัย ทั้งที่นางรู้ดีว่าคุณหนูอี้ผู้นี้เป็นผู้ใด"ก็คุณหนูอี้หลันบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองอย่างไรเล่า ท่านรีบไปพบคุณหนูอี้เร็วเข้าเถิด อย่าให้คุณหนูอี้ต้องรอนาน" หลิงหลิงเผลอเท้าแขนด้วยความหงุดหงิดใจ"ข้าไม่ไป และก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปพบคุณหนูอี้ผู้นั้นด้วย""ว่าอย่างไรนะ! อย่าลืมนะว่าท่านเป็นเพียงสตรีอุ่นเตียงของท่านอ๋อง หาใช่พระชายาของท่านอ๋องไม่ กล้าดีอย่างไรถึงได้มาพูดจาเช่นนี้กับคุณหนูอี้ของข้ากัน"เหมยซิงลุกขึ้นยืนแล้วเยื้องย่างเข้าไปหาหลิงหลิงด้วยท่าทางกดข่ม เพียงนางจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก็ทำให้ห
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ทำให้ข้าเสร็จสม
บทที่ 6ทำให้ข้าเสร็จสมเหมยซิงก้าวถอยหลังด้วยความลนลาน นางขยับถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนสะดุดกับเตียงที่อยู่ทางด้านหลัง เป็นผลให้นางล้มตัวลงไปนอนบนที่นอน เหตุใดเขาถึงได้มีท่าทีเช่นนี้เล่า นี่ไม่ถูกต้องเลยสักนิด ในแผนการของนางไม่ได้คิดว่าจะต้องรับมือกับเรื่องนี้ ไหนเขาบอกว่าไม่เคยคิดข่มเหงสตรีที่ไม่เต็มใจอย่างไรเล่า"ท่านอ๋อง! หม่อมฉันไม่ยินยอมจะปรนนิบัติพระองค์เพคะ""ข้าก็ไม่ได้บังคับให้เจ้าปรนนิบัติข้าเสียหน่อย" เว่ยสือหยางกระตุกยิ้มเย็น เพราะนางทำให้เขารู้สึกเคร่งเครียดจนปวดหัวตุ๊บ ๆ ราวกับกำลังจะระเบิดออกมา เช่นนั้นนางก็ต้องรับผิดชอบโดยการทำให้เขาหายเครียดเสีย และทางเดียวที่จะทำให้เขาหายเครียดได้ก็คือการรีดน้ำออกจากตัวนั่นเอง ในเมื่อตอนนี้นางคือสตรีอุ่นเตียงของเขาเช่นนั้นก็จงทำหน้าที่ของตนเสียเถิด!"มะ ไม่นะเพคะ ถ้าท่านอ๋องก้าวเข้ามาอีกนิด หม่อมฉันจะขอสู้ตาย!" เหมยซิงดึงมีสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนในปิ่นปักผมเอามาถือไว้ในมือ นางชี้มีดสั้นไปทางเว่ยสือหยางอย่างไม่หวั่นเกรง หากวันนี้เขาคิดจะข่มเหงนางจะขอสู้จนตัวตาย"เหมยซิง... ข้าไว้ชีวิตของเจ้าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่ได้อย่างสงบร
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ฟาดไม่ยั้ง
บทที่ 7ฟาดไม่ยั้งจุมพิตของทั้งสองกินเวลายาวนานยิ่งนัก เนิ่นนานราวกับเวลาได้หยุดลงตรงนี้... เหมยซิงที่เพิ่งสูญเสียจูบแรกให้กับเว่ยสือหยางรู้สึกหัวสมองขาวโพลนไปหมด นางทั้งรู้สึกต่อต้านที่เขาบังอาจมาขโมยจูบแรกของตน แต่ใจหนึ่งกลับรู้สึกยินยอมให้เขาทำเช่นนั้น เหมยซิงรู้สึกสับสนกับความคิดของตนเอง นี่นางเป็นอะไรกัน… โดนชินอ๋องเว่ยสือหยางผู้นี้ล่อลวงให้ติดบ่วงราคะของเขาเช่นนั้นหรือ ไม่! “อื้อ… ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ”เหมยซิงรวบรวมแรงอันน้อยนิดของตนที่ถูกเขาล่อลวงไปให้คืนกลับมา ก่อนจะผลักหน้าอกของเขาอย่างแรง พร้อมกับฟาดฝ่ามือเล็กลงไปที่แก้มสากของเขาอย่างไม่ออมแรงด้วยความกรุ่นโกรธเพียะ เพียะ เพียะ เพียะ!!นางรัวฝ่ามือตบหน้าเขาจนหันซ้ายหันขวาไปสี่ครั้งติด ก่อนจะรีบปีนลงไปจากเตียงแล้ววิ่งกลับไปยังเรือนนอนของตนทันที เหมยซิงกำลังวิ่งหนีกับความจริงที่เพิ่งตระหนักได้ด้วยตนเอง นางได้พลั้งเผลอไปกับสัมผัสอันวูบหวานของเขาอย่างไม่น่าให้อภัย แต่อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่ากับในแวบหนึ่งของความคิดนั้น อยากจะให้เขาสัมผัสร่างกายของนางมากกว่านี้ เพราะเช่นนี้เหมยซิงที่โกรธตนเองจึงได้รีบวิ่งหนีออกมา หนีจากความหวาดกลัว
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ตัดสินใจด้วยตนเอง
บทที่ 8ตัดสินใจด้วยตนเองหลายวันผ่านไปเหมยซิงยังคงอยู่แต่ในเรือนของตน นางมิได้รับอนุญาตให้ออกไปจากเรือนแห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว ทุกความเคลื่อนไหวล้วนมีสายตาที่จับจ้องมองมามิได้ห่าง ถึงแม้ตอนนี้อาการของหลิ่งอี้จะดีขึ้นเป็นลำดับแล้ว แต่เว่ยสือหยางก็ยังคงสั่งให้คนจับตามองเหมยซิงเช่นเดิมในวันที่อากาศเหน็บหนาวของเหมันต์ฤดูมาเยือน เมืองเป่ยซีอันเป็นที่ตั้งสุดท้ายของพรมแดนระหว่างแคว้น อากาศของที่นี่หนาวเย็นยิ่งนัก หนาวจนได้ยินฟันกระทบกันดังกึก ๆ "แม่นางเหมยซิง ท่านหลับหรือยัง" น้ำเสียงอันเร่งเร้าของหลิ่งเอ้อร์ปลุกให้เหมยซิงที่กำลังเคลิ้มหลับพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที นางรีบลุกไปหยิบเสื้อคลุมกายแล้วเดินไปเปิดประตูที่รัวเคาะจากคนข้างนอก"ข้ายังไม่หลับ ท่านหลิ่งเอ้อร์มีสิ่งใดหรือ""ท่านอ๋องเรียกหาเจ้า รีบไปพบพระองค์เร็วเข้าเถิด""กลางดึกเช่นนี้น่ะหรือ" "ใช่แล้ว เจ้ารีบไปเร็วเข้าเถิด"หลิ่งเอ้อร์ผู้เคยสุขุมพลันเข้ามาถือวิสาสะดึงชายแขนเสื้อของเหมยซิงให้รีบตามเขาไปทันที นี่ยิ่งสร้างความสงสัยให้กับเหมยซิงมากขึ้นไปอีก เกิดเรื่องอันใดหนอ เหตุใดหลิ่งเอ้อร์ผู้พูดนับคำได้กลับพูดมาก และยังดูเร่งรีบถึงเ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ดับความร้อนรุ่มด้วยความเร่าร้อน
บทที่ 9ดับความร้อนรุ่มด้วยความเร่าร้อนกายแกร่งบดเบียดเข้าแนบชิดกับร่างกายอันหอมกรุ่นของสตรีในอ้อมแขน โน้มใบหน้าลงไปช่วงชิมความหอมหวานจากริมฝีปากเล็กที่เขาชมชอบ สอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนลิ้นเล็ก ดูดดึงไปมาพร้อมกับกวาดเลียไปตามแนวไรฟันสะอาดของหญิงสาว ในขณะที่ฝ่ามือหนาบีบเคล้นไปที่ก้อนเต้าหู้อวบใหญ่อันเกินตัวนี้ของนางด้วยความหื่นกระหาย จนเนินเนื้อแลบปลิ้นออกมาจากง่ามนิ้วใหญ่ของเว่ยสือหยาง"อ๊ะ อ๊า อื้อ..." น้ำเสียงหวานดั่งระฆังทองล้ำค่าพลันดังก้องไปทั่วห้องแห่งนี้ กายสาวแอ่นเข้าหาแนบชิดกับความแข็งแกร่งจากกายสูง บดเบียดความอบอุ่นจากร่างกายของตนเข้าไปดับความร้อนรุ่มของชายหนุ่ม คล้องแขนไปกับลำคอหนาเพื่อหาหลักยึด เมื่อรับรู้ได้ถึงความร้อนขุมหนึ่งที่แล่นจากท้องน้อยไปยังเบื้องล่างของตน รับรู้ได้ถึงความฉ่ำแฉะในกายสาวที่ไหลเยิ้มออกมา..."อ่า... อื้อ" เว่ยสือหยางเคลื่อนริมฝีปากลงมาที่ลาดไหล่เล็ก ดูดเม้มไปตามซอกคอขาวอันหอมกรุ่น สร้างรอยรักสีแดงช้ำไปทั่วผิวกายขาวเนียนละเอียด ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงมาที่ก้อนเต้าหู้อวบสองลูกนี้ มือทั้งสองบีบคลึงไปมาจนเกิดรอยแดงของง่ามนิ้วมือ พร้อมกับครอบริมฝี
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status