Home / โรแมนติก / เศษรักเมียจำนน / บทที่ 4 โจรขึ้นบ้าน

Share

บทที่ 4 โจรขึ้นบ้าน

last update Huling Na-update: 2026-01-10 16:38:56

เธอร้องไห้ไปสักพักก็ได้ยินเสียงรถขับออกไป นึกโกรธนัก ที่เขาทิ้งลูกไว้ข้างล่างคนเดียว ทั้งที่เธออยู่ข้างบน ไม่รู้ว่าเขามีความสำนึกความเป็นพ่อบ้างไหม

         สุดท้ายจึงรีบเช็ดหน้าเช็ดตา แล้วลงมาหาลูกรักของเธอ พิพิณคือความหวังเดียวที่เธอทนอยู่ที่นี่ได้ ดังนั้นเธอจะไม่เอาความบาดหมางระหว่างเขาและเธอมาทำให้ลูกต้องรู้สึกว่าขาดความอบอุ่น

         “พิพิณขา พ่อออกไปข้างนอกเหรอคะ”

         “ใช่ค้า” เด็กน้อยตอบเสียงใสขณะที่กำลังเล่นตุ๊กตา เธอจึงไปนั่งเล่นกับลูก เพราะวันนี้งานบ้านที่จำเป็นต้องทำก็เสร็จหมดแล้ว แต่เมื่อเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของเขาที่โยนทิ้งไว้ที่โซฟา ทำให้เธอแปลกใจ

         ‘ปกติไม่เคยห่างแต่ทำไม...’

         เธอหยิบขึ้นเห็นการแจ้งเตือนมันค้างอยู่หลายข้อความ แต่มีสองข้อความที่เธอไม่เข้าใจ คือเป็นของต้องตา เพื่อนสนิทของเธอ

ส่งหาเขาทำไม?

         เธอจึงใช้โทรศัพท์ของตัวเองโทรออกหาเพื่อน อยากถามว่ามีธุระอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงส่งข้อความหาเขาไม่ส่งหาเธอโดยตรง

         เธอรอสายไม่นานนักเพื่อนรักของเธอก็กดรับสายทันที

         “ว่าไงพลอยแกสบายดีไหม” ต้องตากรอกเสียงหวานไปตามสาย ดีใจที่เพื่อนโทรมาหาในวันนี้ หลังจากเหงามานานมีเพียงลูกสาวเป็นเพื่อน

         “ก็เรื่อย ๆ เหมือนเดิมแหละ ว่าแต่ต้องเถอะมีอะไรหรือเปล่า เห็นส่งแชทหาพี่ภัทร” พิมพ์พลอยเข้าเรื่องทันที เพราะหากเป็นเรื่องสำคัญจะได้ช่วยเพื่อนได้

         “อ๋ออออ....” เธอลากเสียงยาวไม่คิดว่าเพื่อนของเธอจะดูโทรศัพท์ที่เป็นของส่วนตัวของเขาได้

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่อยากถามเรื่องของพลอยนั่นแหละ เพียงแต่...” ต้องตาหยุดไว้ให้คนปลายสายรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาครามครัน

         “แต่อะไรเหรอ...”

         “แต่ว่ายายเนตรน่ะ เลิกกับผัวไฮโซนั่นแล้วนะ ฉันเห็นเขาไปเอ่อ...คือ...ไม่รู้จะพูดดีไหม” ต้องตาเองก็เกรงใจเพื่อน อย่างไรก็เป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วเคยอยู่กลุ่มเดียวกันมาก่อน ใครหลายคนอาจจะประณามว่าพิมพ์พลอยแย่งคนรักเนตรนภา แต่เธอรู้ดีที่สุดว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร

         จำได้ว่าตอนนั้นเธอเข้าข้างพิมพ์พลอยถึงขนาดประกาศตัดเพื่อนกับเนตรนภาที่ทำเรื่องเลวทรามนั่น ต้องตาจึงเป็นที่ไว้วางใจของพิมพ์พลอยตลอดมาหลังจากแต่งงาน ก็ปรับทุกข์กันอยู่เนือง ๆ จนเมื่อเพื่อนคลอดลูกจึงไม่มีเวลามาสังสรรค์กัน

         “พูดมาเถอะ ฉันก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง” พิมพ์พลอยกัดฟันบอกเพื่อน แม้ในใจเจ็บแค้นแค่ไหนก็ตาม ตอนนี้ได้คุยกับเพื่อนก็เหมือนมีที่ระบายบ้าง

         “แกยอมจริง ๆ เหรอยายพลอย...นังนั่นมันส่งของเหลือเดนกินให้ แล้วก็ส่งแบบยัดเยียดตัดอนาคตแก แล้วมันจะกลับมากินผัวแกอีกรอบ ถามจริงนี่คนหรือนางฟ้า” ต้องตากล่าวอย่างถึงพริกถึงขิง ทั้งเห็นอกเห็นใจเพื่อนที่ได้สามีเลวไป ไม่สนใจคนเป็นเมีย เอาแต่พร่ำเพ้อถึงรักเก่าที่มันไม่ไยดีนั่น

         แต่สามียายพลอยมันก็มีดีที่รูปหล่อบ้านรวยนี่สิ มันเลยน่าสนใจ

         “ฉันทำอะไรได้ไหม” เสียงสั่นถามกลับเพื่อน เมื่อมีเหมือนคนคิดปกป้องเธอก็รู้สึกอ่อนแอขึ้นมาทันที ชีวิตเธอเจอแต่คนผลักไสให้ไปอยู่ในนรกที่ณัฐภัทรสร้างขึ้น

         “สู้สิวะ...ผัวทั้งคน” ต้องตาเชียร์ให้แย่งกลับคืนมา

         “ฉันไม่อยากได้เขาด้วยซ้ำ แต่มันเลิกไม่ได้นี่สิ ฉันก็อับจนหนทาง รอได้ทางรอดก่อนค่อยคุยเรื่องนี้อีกที” แน่นอนเธอย่อมต้องมีแผนรองรับหากตัดสินใจอะไรลงไป เธอไม่มีเบี้ยต่อ เพราะทั้งครอบครัวของเธอ และฝั่งเขาล้วนไม่ยินยอมให้เลิกรากัน ดังนั้นเธอต้องต่อสู้เพียงลำพัง

         “แกยังมีฉันนะ มีอะไรก็เล่าได้ ปัญหามีไว้แก้ไม่ได้มีไว้กลุ้มนะพลอย” ต้องตาถอนหายใจ แล้วก็คิดบางอย่างอยู่ในใจ หวังว่าจะมีโอกาสสักครั้งเถอะ ให้เธอเป็นคนได้ลองบ้าง

         “ขอบใจมากนะต้อง แกดีกับฉันเสมอ”

         ต้องตาวางสายไปพร้อมกับรอยยิ้ม เธอสงสารพิมพ์พลอยเหลือเกินที่ต้องอยู่เป็นเมียเฝ้าบ้าน หากเป็นเธอล่ะก็...

         เช่นเดิมเวลาเที่ยงคืนแล้ว เขายังไม่กลับเข้าบ้าน ใจบอกว่าให้ขึ้นไปนอนได้แล้ว แต่ก็ห่วงว่าคนจะเข้ามาในบ้าน เธอเปิดไฟสว่างจ้า แล้วก็นั่งรอเขาเช่นเคยหลังเอาลูกนอนแล้ว ขณะที่กำลังหาวอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงกุกกักที่ด้านหลังบ้าน หัวใจของคนเป็นแม่เต้นระส่ำ เธอวิ่งขึ้นไปบนห้องลูกสาวล็อกให้แน่หนา ทั้งลากเก้าอี้มาปิดที่ประตู ในมือสั่นเทาคิดจะโทรหาเขาแต่เมื่อโทรไปสามสาย ก็ไม่มีใครรับจึงนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมโทรศัพท์เอาไว้

         เธอโทรหาตำรวจแล้วนั่งอยู่ในห้องด้วยความหวาดกลัว กลัวจนน้ำตาไหล สิ่งที่กลัวมาตลอดเกิดขึ้นแล้ว เขาไม่เคยกลับบ้านเร็ว ไม่เคยเป็นห่วงเธอ เป็นห่วงลูกเลย

         ผู้ชายเฮงซวย!

         เธอได้แต่ก่นด่าเขาอยู่ในใจ เพราะทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้มืดมิดสนิท แล้วเธอก็ตัดสินใจต่อสายหาคุณตาแม้ว่าจะทราบว่าท่านนอนแล้ว

         “ฮัลโหล...คุณตา...พลอย...ฮึก...พลอยกลัว...มีโจรมางัดบ้าน” พิภพ ตาสว่างเมื่อหลานสาวบอกอย่างนั้น เขาตื่นทันที

         “พลอยอยู่ไหนลูก แล้วหลานล่ะ” แน่นอนว่าพิภพห่วงหลานที่สุด

         “ละ...หลับค่ะ พลอยโทรหาตำรวจแล้ว...แต่...แต่ยังไม่มาค่ะ พลอยอยู่กับน้องพิณสองคน” เสียงสะอื้นพร้อมกับสติของหลานสาวแตกกระเจิงทำให้พิภพกังวล

         “ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวตาให้คนของตาจัดการให้ ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด” พิภพเป็นอดีตทหาร ย่อมมีเส้นสายเป็นธรรมดา เขาลุกขึ้นแล้วหากุญแจรถขับออกไปพร้อมกับ โทรคุยกับใครบางคน

         ณัฐภัทรที่ตบเมียไปตอนกลางวัน เขาก็เลือกที่จะมาเข้าผับดื่มย้อมใจ ภายในใจมีความรู้สึกผิดที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า เพราะเธอดันปากดีเองช่วยไม่ได้จริง ๆ คิดยั่วโมโหเขา

         เหล้าแก้วแล้วแก้วเล่ากระดกดื่มจนเหมือนกับว่าตัวเองกำลังดื่มน้ำเปล่าที่ไม่ใช่น้ำเมา วันนี้เพื่อนอย่างจักรทิพย์มีงาน จึงไม่ว่างดื่มด้วย เขาจึงมาดื่มเพียงคนเดียว

         ต้องตาเข้ามาที่ผับเดิม ๆ แล้วก็พบกับสามีของเพื่อนรักที่ดื่มอยู่คนเดียวจึงคิดเข้าไปทวงความยุติธรรมให้เพื่อนสักหน่อย

         “พี่ภัทร...ดึกขนาดนี้ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอคะ พลอยไม่เป็นห่วงแย่เหรอ” เสียงผู้หญิงที่ไม่ค่อยคุ้นนักคุยด้วย เขาจึงหันมาชายตามอง พบว่าคือเพื่อนเมียนั่นเอง

         “เธอยุ่งอะไรด้วย!” แน่นอนว่าเขาไม่คิดมีมารยาท กับคนที่เกี่ยวข้องกับเมียทุกคน

         “ชิ...รู้หรอกน่า อยากกลับไปกินน้ำพริกถ้วยเก่า...มันแซ่บเหรอคะ” เธอถามอย่างคนหยั่งรู้ เพราะเห็นภาพนัวเนียระหว่างเขากับเนตรนภาวันก่อนในผับนี้

         “หึ...อิจฉา หรืออยากขึ้นเตียงด้วยกันแน่”

         ณัฐภัทรกล่าวคำหยาบคายและดูถูกเธอ คิดว่าเพื่อนเมียก็สันดานพอกัน แต่ก็ไม่ทำให้ต้องตารู้สึกสลดในคำหยาบคายของเขานัก เธอเพียงยิ้มให้อย่างรู้สึกสมเพชเล็ก ๆ แล้วก็เดินจากไป

         ณัฐภัทรเกลียดสายตาดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ จึงอารมณ์เสียจนต้องลุกขึ้นกลับบ้านทั้งที่คิดว่าจะไม่กลับ

         เมื่อมาถึงบ้าน เขาเห็นรถมากมายทั้งรถพยาบาลวิ่งเข้ามา แล้วร่างของภรรยาก็เข็นขึ้นไปบนรถแล้วแล่นออกไป ตำรวจมาในบ้านเขามากมายทำอะไรกัน?

         เจ้าของบ้างสลัดศีรษะเพื่อไล่ความมึนเมาออกจากหัว แล้วเดินเข้าไปมุงดูเหตุการณ์ สิ่งที่ประหลาดใจคือพบกับเพื่อนของเขาคือจักรทิพย์กำลังจับกุมผู้ชายท่าทางขี้ยานั่น

         แงงงงงงงง!!!

         เสียงร้องของน้องพิณดังขึ้นด้านหลัง ท่ามกลางความชุลมุนตรงหน้า ทำให้เขามึนงงไปหมด

         “ไอ้จักรเกิดอะไรขึ้นวะ!” เขาเข้าไปถาม

         “มาแล้วเหรอมึง ไอ้ห่านี่ เมียกับลูกเกือบเฝ้ายมบาลแล้วไหมล่ะ ไม่มาอีกทีงานรดน้ำศพเลยล่ะ” จักรทิพย์เป็นเดือดเป็นร้อนแทนพิมพ์พลอยเช่นกัน ไอ้เพื่อนชั่วให้ผู้หญิงกับเด็กอยู่บ้านกันสองคน แล้วโจรขึ้นบ้าน ดีว่าพลอยตัดสินใจเปิดประตูกระแทกหน้ามัน แล้วเบนความสนใจออกจากน้องพิณ ไอ้ขี้ยานี่ก็เลยถือมีดเข้ามาแทงพิมพ์พลอยที่วิ่งหนีลงมา แต่ว่าไม่โดนจุดสำคัญเพียงเฉียดแขนไปนิดหน่อย แต่ทว่าอารามตกใจทำให้เธอเป็นลมไป จึงต้องพาไปโรงพยาบาล

         “อะไรนะ”

         “มึงนี่นะ...กูเตือนมึงแล้วนะ...ไอ้สัสต่อยปากเสียดีไหม สร่างเมาหรือยังมึงนะ”

         จักรทิพย์ด่าเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปสั่งการ ให้ตำรวจนำตัวคนร้ายไปขังคุกรอดำเนินคดีทันที แล้วก็สั่งให้คนจัดการตรวจตราดูความเรียบร้อยในบ้านนอกบ้าน และให้สายตรวจวิ่งมาตรวจบ่อย ๆ ขึ้น 

         พิภพที่ปลอบใจหลานสาวที่เอาแต่ร้องไห้อย่างเสียขวัญโดยไม่สนใจคนรอบข้าง จนหลานเขยตัวดีเดินไปหา

         “ทำไมกลับบ้านเร็วจะตายใช่ไหม...ห๊ะ!” เสียงเข้มตวาดลั่นออกไปอย่างโมโห เขาพาหลานขึ้นรถแล้วก็ไปรอดูอาการยายพลอยที่โรงพยาบาล ไม่สนใจผู้ชายคนนี้อีก

         ณัฐภัทรไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี เขามึนไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านขึ้นชื่อในย่านเศรษฐี แต่นั่นเขาหารู้ไม่ว่ามันคือเป้าหมายของพวกโจร

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เศษรักเมียจำนน   บทส่งท้าย

    พิมพ์พลอยไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาเสียทีเดียว ไปค้างบ้านโน้นบ้าง บ้านคุณตาบ้างสลับกันไป กลัวคุณตาเหงา แต่เสาร์อาทิตย์จะอยู่บ้านคุณตาเป็นหลัก เพราะตอนมีปัญหาก็มีคุณตาคอยช่วยเหลือ พอเขาเข้ามาดีด้วยเธอจะทิ้งคุณตาได้อย่างไร ทั้งที่คุณตาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงก็ตาม ณัฐภัทรยังทำหน้าที่พ่อที่ดี และตามจีบเธออย่างต่อเนื่อง เขาขยันเซอร์ไพรส์เธอทุกวัน ของขวัญไม่ได้ขาด วันสำคัญของเธอล้วนเป็นวันสำคัญของเขาไปด้วย พิมพ์พลอยใช้เวลาพัฒนาคาเฟ่พิพิณให้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักเที่ยวสายคาเฟ่ และช่วงวันหยุดคนจะมากเป็นพิเศษ เธอใช้กำไรส่วนหนึ่งมาต่อเติมที่นั่งชิล ที่ถ่ายรูปเช็กอิน และเพิ่มมุมในสวนให้ดูน่าเข้ามาพักผ่อนมากขึ้น และเธอจ้างผู้จัดการร้านดูแลงานให้เธออีกที ณัฐภัทรใช้เวลาในตอนเช้าไปส่งลูกสาว เขาอุ้มลูกทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะตอนที่เดินไม่ได้กลัวเหลือเกินว่าสองมือนี้จะไม่ได้อุ้มชูเด็กหญิงตัวน้อยของเขาอีกแล้ว หลังจากพยายามทุกทางจนกลับมาเดินได้อีกครั้ง เขาก็อยากชดเชยเวลาที่หายไปของลูกสาวและภรรยาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แม่ขา...ไข่เจียวได้หรือยังคะ” เด็กหญิงพิพิณถือช้อนรอคอ

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 22 ผัวกลับใจ

    เด็กหญิงตัวน้อยยังคงทำหน้าที่เป็นกามเทพให้พ่อกับแม่ และอ้อนขอให้แม่มาค้างที่บ้านของพ่อเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีก็ว่าได้ “ทำไมอยากค้างบ้านพ่อล่ะคะ” คนเป็นแม่มาถึงพร้อมกับชุดนักเรียนก็ซักไซ้ลูกสาวทันที ไม่รู้คิดยังไงงอแงไม่กลับบ้านเสียอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ให้มาอยู่ตั้งหลายวันแล้วยังไม่จุใจอีกหรือไง “ก็บ้านพ่อขาอยู่ใกล้กว่า แล้วก็ไม่ต้องตื่นเช้าค้า...” เด็กน้อยตอบหน้าซื่อ แต่รู้ดีว่านี่น่าจะเป็นแผนของคนเป็นพ่อแน่ ๆ เธอก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดนักเรียนของลูกสาวไปเก็บ แล้วก็เดินกลับมายังห้องเดิมของเธอเมื่อก่อน ห้องนี้มีความทรงจำหลายอย่าง มันมีความเจ็บปวดอยู่ในความทรงจำนั้นด้วย เธอมองไปแล้วก็รู้สึกว่าความทุกข์เมื่อผ่านมาแล้วก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย ตอนที่เผชิญกับความยากลำบากจะเป็นจะตายให้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วมองย้อนกลับก็รู้สึกขำตัวเอง ขำให้ความหัวอ่อนให้ผู้ใหญ่ชักจูงทั้งไม่กล้าดื้อรั้นด้วยยังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว มองความทุกข์เมื่อวันวานเป็นเรื่องธรรมดาที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เธอนั่งลงที่เตียงที่ดูเหมือนสะอาดอยู่เสมอ เพ

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 21 ความหวังของพิพิณ

    แล้วคืนนั้นเธอก็ทนรบเร้าจากลูกสาวไม่ได้ จึงต้องให้เขานอนกับลูก ส่วนเธอก็ไปนอนกับคุณแม่ของเขาในห้องของตัวเอง เมื่อจะเข้านอน คุณแม่ของเขาก็จับมือเธออยากนั่งคุยปรับทุกข์กันก่อน “แม่ขอโทษนะพลอย ที่ผ่านมาแม่ก็ละเลยหนู ให้หนูต้องทนกับลูกชายแย่ ๆ ของแม่” ณัฐสุดาหากตัวเองไม่ตามใจลูกชาย แล้วดูแลลูกสะใภ้อย่างดี คงไม่เกิดเรื่องราวมากมายอย่างนี้ คงไม่มีใครต้องทรมานกันและกัน “มันคงเป็นโชคร้ายของหนูค่ะ ที่เจอเขา” “หนูกลับไปไม่ได้แล้วใช่ไหมลูก” ไม่ใช่ลูกชายคนเดียวของเธอเท่านั้นที่รอคอยพิมพ์พลอย แต่เป็นแม่สามีอย่างเธอด้วยที่รอคอยให้พิมพ์พลอยกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกัน “เรื่องของเราสองคนมันมาไกลมากแล้วค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะกลับไปเพื่ออะไรเหมือนกัน นอกจากพิพิณ ลูกเป็นเหตุผลเดียวที่พลอยยังไม่ใจร้ายกับเขาไปมากกว่านี้ เพราะหากตัดรอนไปเลย คนที่เจ็บปวดไม่พ้นพิพิณ การเห็นลูกเศร้า พลอยเองก็ไม่สบายใจ รอยยิ้มของพิพิณคือสิ่งที่พลอยอยากเห็นที่สุด” เธอตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ จะกลับหรือไม่กลับนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอเพียงแค่เหตุผลเดียว แต่พิพิณก็คือเหตุผลทั้งหมดในการที่เธอฮึดสู้

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 20 ไม่มีใครอยากเป็นภาระ

    พิมพ์พลอยกลับไป ณัฐภัทรก็คล้ายคนมีอาการซึมเศร้าทันที เขาไม่ทำอะไรเอาแต่เฝ้ารอที่หน้าประตู กระทั่งโทรหายังไม่กล้า ความรู้สึกที่เคยทำร้ายเธอเมื่อก่อนมันทำให้เขาเจ็บปวดใจ เหมือนตัวเองกำลังมีคนเอามีดมาทิ่มแทงหัวใจ เพียงแค่เธอไม่สนใจหรือไม่ใส่ใจเขาแล้วเท่านั้น เขาเคยร้ายกับเธอสุดขั้ว แต่เธอยังพูดดีกับเขาได้นับว่าเมตตาคนเลว ๆ อย่างเขามากแล้ว เมื่อคราวนี้เขาเป็นฝ่ายรอบ้างกลับรู้สึกว่าเวลาแต่ละนาทีนั้นทำไมมันดูเชื่องช้านัก เขาไม่กินข้าว รู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย อยากไปหาพลอยกับลูก แต่ก็มองสภาพตัวเองก็ร้องไห้ออกมาทั้งทุบตีขาตัวเองที่มันยังไม่ยอมมีกำลังเดินได้เสียที “ทำไม...ทำไม...ทำไมชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้...ฮื้อ ฮื้อ...!!!” เขาทั้งโวยวายและทุบตีตัวเอง ทำเอาณัฐสุดาที่คุยงานอยู่ในห้องทำงานในบ้านต้องรีบวางสายออกมาหาลูกชาย “ภัทร...อย่าลูก...อย่าทำร้ายตัวเอง” ลูกชายเธออาการทรุดหนักอารมณ์แปรปรวนเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้าตอนที่ต้องอยู่คนเดียว เธอเองก็ต้องดูแลลูกชายกับต้องทำงานที่บริษัทไปด้วยรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมาก “ฮึก...แม่ครับ...ทำไม ทำไมผมต้องเป็

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 19 คิดถึงไข่เจียว

    วันถัดมาเป็นพิมพ์พลอยที่มารับลูกสาวของเธอเอง เพราะว่าลูกสาวโทรมาอ้อนว่านอนไม่หลับไม่มีแม่คอยเล่านิทานให้ฟัง แต่แท้ที่จริงก็คือคุณพ่อนั้นเป็นคนบงการลูกสาวตัวเอง ทั้งอ้อนวอนอยู่ในที จนเด็กสาวที่อยากมีพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันจึงตกลงร่วมมือแต่โดยดี ณัฐภัทรนั่งอยู่ในรถเข็นด้วยชุดใหม่ที่คิดว่าตัวเองหล่อที่สุด และเฝ้ามองไปยังหน้าประตูบ้านเช่นเดิมอย่างใจจดใจจ่อ จนณัฐสุดาระอาใจกับลูกชายตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ขัดต่อความวาดหวังของเขา เพราะว่าคนเรามักจะอยู่ด้วยความหวัง ให้ลูกชายได้มีสิทธิ์หวังบ้างไม่มากก็น้อย เพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจ ช่วงใกล้เที่ยงหลังจากที่พิมพ์พลอยจัดการงานที่ร้านจนเสร็จแล้วและให้เด็กในร้านดูแล ทั้งฝากกับคุณป้าแม่บ้านช่วยดูอีกแรง จึงปลีกเวลามารับลูกสาวตัวน้อยได้ เธอแวะซื้อกระเพาะปลาเจ้าเด็ดมาฝากคุณแม่ของเขาด้วย ตอนนี้เธอขับรถเป็นแล้วหลังจากฝึกมายาวนาน และสอบใบขับขี่ผ่านจนได้ จึงยืมรถคันเก่าของคุณตามารับลูกสาว แต่เมื่อมาถึงหน้าบ้านของเขา มันกลับเกเรเสียอย่างนั้น ทั้งที่คุณตาทักท้วงแล้ว แต่เป็นเธอเองที่ไม่อยากเอารถคันใหม่ที่ราคาแพงมาเสี่ยงกับมือใหม่อย่างเธอ

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 18 เฝ้ารอ

    พิพิณกว่าจะกล้าเข้าหาคุณพ่อได้ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อเห็นคุณย่าเอาโจ๊กถ้วยใหม่ให้คุณพ่อ เด็กน้อยก็รู้สึกอยากกินบ้าง “คุณย่าขา...น้องพิณกินได้ไหม” เด็กน้อยชี้ไปยังถ้วยโจ๊กของคุณพ่อ แล้วก็มองมันอย่างอยากกินตามประสาเด็ก “ได้ค่ะน้องพิณคนเก่งของย่า” คนเป็นย่าป้อนโจ๊กคำเล็ก ๆ ให้กับหลานสาวตัวน้อย เมื่อเห็นหลานกินได้เธอก็อมยิ้ม “อร่อยไหมครับลูก” ชายหนุ่มนั่งมองลูกสาวกินโจ๊กแล้วก็น้ำตาคลอ เขาอยากมองดูลูกเติบโต อยากเลี้ยงลูกด้วยสองมือของตัวเอง อยากอุ้ม อยากพาไปทำอะไรตั้งหลาย อย่าง แต่ตอนนี้มันเหมือนเป็นแค่ความฝันไปแล้ว เขาต้องนั่งรถเข็น แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องนั่งไปถึงเมื่อไหร่ มือข้างที่ไม่ต้องใส่สายน้ำเกลือยกขึ้นปาดน้ำตามที่ไหลลงมาตามร่องแก้มหยดแล้วหยดเล่า อย่างห้ามมันไม่อยู่ เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่าเวลามันมีค่าขนาดนี้ เวลาที่เขาทำเรื่องไร้สาระมากมาย แต่กลับไม่เคยดูแลลูกกับเมียให้ดี มีเวลาหาความสุขใส่ตัวมากมาย แต่ไม่เคยมีเวลาทำให้ลูกและเมียมีความสุข เขารู้สึกว่าตัวเองโง่จริง ๆ มือที่อ่อนล้าโรยแรงยกขึ้นลูบที่หัวเล็ก ๆ ของลูก กระทั่งแรงจะเหนี่ยวรั้งล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status