LOGINพิมพ์พลอยชอกช้ำใจกับคำพูดสามี เพียงกล้ำกลืนความเจ็บช้ำพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูไปทำหน้าที่ของตัวเอง เธอหุงข้าวทำกับข้าวเฉกเช่นเดิมอย่างที่เคยเป็น แต่วันนี้มีเพียงของลูกสาวเท่านั้น เพราะของสามีเฮงซวยนั่นน่าจะอิ่มหนำมาจากด้านนอกแล้วถึงได้หน้าบาน
ต่อไปนี้เธอจะไม่ให้เขาร่วมเตียงกับเธอแม้แต่ครั้งเดียว
หลายคนอาจจะยอมให้สามีมีบ้านเล็กบ้านน้อยได้ แต่ว่าเธอไม่ใช่ ต่อให้เป็นเมียที่ยอมจำนนแต่เธอก็ไม่ใช่คนที่อ่อนต่อโลก
อายุน้อยแล้วยังไง เธอผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาก็เยอะแล้ว แค่ผัวที่ไม่น่าจะเรียกว่าผัวนี่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ยอดแย่แล้ว เมื่อคิดถึงความเจ็บช้ำตลอดสามปี เธอก็คิดว่าจะไม่ทนอีกต่อไป ควรตอบโต้เขากลับบ้างมันถึงจะสาสม
เวลาแปดโมงเช้า ในเช้าวันเสาร์หญิงสาวป้อนข้าวลูกสาวตัวน้อยอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนตัวเองนั้นก็แค่หุงข้าวไว้ แต่ไม่ได้ทำกับข้าว เพราะคิดว่าคงไม่มีใครอยากกิน
หลังจากทำกับข้าวเสร็จ เธอก็พาลูกอาบน้ำแต่งตัวแล้วถือกระเป๋าไปรอแท็กซี่ที่หน้าบ้าน วันนี้เธอจะไปบ้านคุณตา พาหลานไปหาคุณตา แล้วอยากออกจากนรกขุมนี้ไปสักพัก
เมื่อทั้งแม่และลูกออกไปแล้ว คนที่ไม่ได้นอนทั้งคืนก็ตื่นขึ้นเป็นเวลาเกือบเที่ยง เขาอาบน้ำให้สดชื่อแล้วก็ลงมาด้านล่างพร้อมกับเรียกหาเมียกับลูก
“พลอย...น้องพิณ อยู่ไหน” ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบรับเพราะบ้านหลังนี้อยู่กันแค่สามคน เมื่อเรียกหาก็จะมีร่างของเมียไม่ก็ลูกสาวที่วิ่งออกมาหาเขาแล้ว แต่ทำไมวันนี้เงียบผิดปกติ
เขาเดินดูทุกห้องแล้วก็ไม่พบ จึงโทรหาแต่ทว่าสายแล้วสายเล่าก็ไม่รับสักสาย
“ไปไหนวะ!” เสียงสถบพร้อมกับพ่นคำหยาบคายออกมาเป็นระยะเมื่อไม่สามารถติดต่อเมียตัวเองได้ ยิ่งโทรไปหามารดาก็พบว่าไม่ได้ออกไปด้วยกัน ทั้งเธอยังกล้าตัดสายเขาอีก
“ดี...เอาอย่างนี้ใช่ไหม...ได้แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
เขาเหวี่ยงโทรศัพท์ไว้ที่โซฟาลวก ๆ แล้วก็เดินเข้าครัวจะเข้าไปกินอะไร แต่ทว่ากลับมีแต่ข้าวเปล่าและน้ำปลาพริกที่ครอบฝาชีไว้ ทำให้เขายิ่งกว่าโกรธหนัก
“หน็อย...เป็นแม่บ้านกระทั่งทำกับข้าวให้ผัวยังละเลย เห็นดีกันแน่รอกลับมาก่อนเถอะ!”
ชายหนุ่มหัวเสียแล้วก็หิวข้าวจนทนไม่ไหวจึงสั่งพิซซ่ามาสองถาดใหญ่ นั่งกินคนเดียวอย่างรู้สึกเฟื่อน ๆ เพราะมันรสชาติแย่มาก
เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าอาหารนอกบ้านนอกจากเหล้าเขากินมื้อสุดท้ายเมื่อไหร่ ก่อนไปทำงานก็กินข้าวที่บ้าน แล้วก็หิ้วท้องจนเย็นกลับมากินข้าวที่บ้านเช่นกัน จากตอนแรกที่จงใจจะกลั่นแกล้งให้เธอคอยอยู่ดึกดื่นเพื่อจะคอยดูแล กลับกลายเป็นตัวเองติดรสชาติที่เมียทำเสียอย่างนั้น
สุดท้ายเขาก็ไปหาหม้อต้มไข่กินกับข้าวราดน้ำปลาที่เธอทำไว้ดูต่างหน้ายามไม่อยู่ แต่มันกลับรสชาติดีกว่าอาหารเดลิเวอรี่เสียอย่างนั้น
“ใส่อะไรวะแม่งอร่อยจังวะ!”
เขาเติมข้าวสองรอบกับราดน้ำปลาบนข้าวใช้ช้อนหั่นไข่ต้มกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็วางจานไว้ในครัว รอเธอมาเก็บกวาดเช่นเคย
วันนี้เป็นวันหยุดที่เขาไม่ได้ไปไหน คิดว่าจะพาลูกไปเที่ยวแต่กลับโดนภรรยาหักหน้าโดยพาลูกไปที่ไหนก็ไม่รู้ ที่สำคัญเย็นจนจะมืดแล้วก็ยังไม่กลับ จนเมื่อประตูหน้าบ้านเปิดพร้อมกับรถแท็กซี่ที่ขับมาจอดหน้าบ้าน จึงเห็นหน้าคน ที่เพิ่งปะทะฝีปากอย่างดุเดือดกันเมื่อเช้า
ริมฝีปากกระจับหนาเปิดอ้าคล้ายจะตวาดเมียอย่างที่ควรจะเป็น เพราะทำให้โมโหและหิวข้าวทั้งวัน แต่เมื่อลงรถมากับลูกน้อยที่กำลังหลับเขาก็หุบปากทันที แล้วก็เปลี่ยนเป็นแย่งลูกสาวมาอุ้มแทน เพราะเดี๋ยวคนโง่อย่างเธอจะทำลูกสาวตกบันไดเสียอีก
พิมพ์พลอยไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินตามเขาไปเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนคนที่เดินนำหน้ารู้สึกถึงไอ้ร้อน ๆ ด้านหลัง แต่คิดว่าจะจัดการเธอหลังจากเอาลูกเข้านอน
แต่ผิดคาดเมื่อเธอแยกตัวไปนอนห้องของตัวเองโดยไม่แวะห้องลูกสาว ทั้งยังปิดประตูล็อกอย่างหน้าตาเฉย คนที่หัวร้อนมาค่อนวันยิ่งกว่าเดือดจนเส้นเลือดโป่งขึ้นขมับ ราวกับเธอต้องการจะให้เขาโมโหตาย
ปัง ปัง ปัง!!!!
เสียงเคาะประตูอย่างบ้าคลั่งของสามี ไม่ทำให้พิมพ์พลอยเปิดออกมาได้ เพราะว่าเธอคิดแล้วว่าจะไม่เผชิญหน้าหากไม่จำเป็น ในเมื่อเขาเลือกแล้วที่จะกลับไปกินของเหลือเดนใคร เธอก็ไม่อยากใช้ของสกปรกร่วมกับใครเช่นเดียวกัน
“ยายบ้า...เปิดนะเว้ย...ไม่งั้นเจอดีแน่”
เธอแสร้งทำหูดับอาบน้ำแล้วเข้านอน เดี๋ยวเสียงดังทำลูกตื่นก็ไปกล่อมเอง เธอจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง ในเมื่อทำออกมาแล้วก็ช่วยเลี้ยงบ้างก็ดี
“พิมพ์พลอย...ปัง!!!”
แงงงงงง!!!!
ใช่เขาถีบประตูเสียงดัง แล้วทำให้ลูกสาวขวัญผวาตกใจจนร้องไห้ แต่ยายแม่เห็นแก่ตัวกลับนิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รู้ว่าหูดับไปแล้วหรือไง
โธ่เว้ย!!!
สุดท้ายเป็นเขาที่ต้องวิ่งไปกล่อมลูกสาวเอง แล้วต้องโกหกว่าแม่ของน้องพิณหลับไปแล้ว และเขาก็นอนไม่หลับคิดหาวิธีแก้แค้นเมียตัวแสบทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ วันนี้เธอจะยอมทำอาหารแบบง่าย ๆ ให้ก็แล้วกัน คือ ข้าวต้มกับปลาเค็มแล้วก็ไข่เจียว
ดีเหมือนกันทำแบบนี้ก็ไม่เหนื่อย ทำอย่างอื่นได้อีกมาก เมื่อจัดการงานเสร็จแล้วก็ขึ้นไปปลุกลูกสาวให้ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็อาบน้ำให้เรียบร้อย พร้อมทานข้าว แล้วร่างที่เธอไม่อยากเห็นหน้าก็ลงมาด้วยใบหน้าถมึงทึงไม่บอกก็รู้ว่าเขาโกรธแค่ไหน หากบีบคอเธอได้เขาทำไปแล้ว
“เมื่อวานไหนมา” เสียงเข้มเอ่ยถามด้วยความขุ่นมัว เขาต้องนับถึงร้อยมาจากข้างบน ที่จะไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก คอยดูเถอะลูกหลับเจอดีแน่
“ต้องบอกด้วยเหรอคะ” เธอนอกจากจะไม่บอกแล้วยังยียวนกลับ เธอเชื่อว่าตัวเองทนมาที่สุดแล้ว ไม่ใช่คนไม่อดทนและมั่นใจว่าการโต้ตอบเขาครั้งนี้นับว่าเบาบางนัก หากเทียบกับเขาที่ทำกับเธออย่างเจ็บแสบตลอดสามปีที่ผ่านมา จนบางครั้งก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทนมาได้ยังไงกัน
“ถามตอบ อย่ามาลีลา”
“ก็ไปที่ชอบ ที่ชอบยังไงคะ ไม่ชอบก็ไม่ไป เหมือนคุณนั่นแหละ”
“นี่!”
เอิ๊ก!!!
เขาเสียงดังจนทำให้น้องพิณสะอึกเพราะเป็นคนขวัญอ่อน แล้วก็เรียกสายตาอาฆาตจากเธอได้เป็นอย่างดี แล้วเธอก็ต้องเป็นฝ่ายกล่อมลูกให้ค่อย ๆ หายใจและกินน้ำให้มากจะได้ไม่สะอึก
คนที่อยากทะเลาะสุดท้ายทำได้แค่นั่งกินข้าวด้วยความไม่พอใจ ตักข้าวต้มเข้าปากโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เคี้ยวอยู่นั้นมันเป็นของที่เขาเกลียดที่สุด จนเธออยากหัวเราะให้ฟันหัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรรอให้กินเสร็จก่อนค่อยว่ากัน
บางทีความโกรธก็ทำให้คนขาดสติ จนทำอะไรไปไม่รู้ตัวจริง ๆ ดังนั้นเมื่อเขาโกรธเธอต้องตั้งสติให้มากกว่าเขาถึงจะเอาชนะความปากดีของเขาได้
สุดท้ายคนที่หงุดหงิดทนไม่ไหวก็ลากเธออกไปด้านนอกขณะที่ลูกกำลังเล่นอยู่ในบ้าน
“เธอคิดว่าจะเล่นสงครามประสาทกับฉันเหรอ ฮะ!”
“ประสาทไปคนเดียวเถอะ...ฉันไม่ประสาทกับคนบ้าอย่างคุณหรอก”
“ปากดีนักนะ...หึ ออกลายแล้วเหรอ”
“ทนไม่ได้แล้วเหรอ!”
“เอาซี้...เลิกเลย เก็บข้าวของออกจากบ้านฉันไปเลย เพราะยังไงเราก็ไม่ได้จดทะเบียนกันอยู่แล้ว แต่ขอบอกไปแต่ตัว ลูกไม่ต้องเอาไป...อย่างเธอไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกฉันให้ดีหรอก”
เผียะ!!!
เขายื่นหน้ามาใกล้ เธอก็ฟาดด้วยมือเล็ก ๆ ของเธอเช่นกัน แรงตบไม่น้อยเลยจนทำให้มือเธอสั่นเทา แม้จะเจ็บมือแต่ทว่ามันก็เจ็บน้อยกว่าความรู้สึกของเธอตอนนี้
“ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว” เธอด่าเขาบ้าง
เผียะ!!!
คราวนี้เป็นเขาที่เลือดขึ้นหน้า ฟาดเธอลงมาด้วยฝ่ามือบ้าง แรงของเขาไม่ยั้งเช่นกัน จนเธอปากแตกเลือดกบปาก เพราะเขาโกรธจนหน้าสั่น จากที่ไม่เคยพลั้งมือคราวนี้กล้าทำร้ายผู้หญิงเป็นครั้งแรก แววตาเขาไหวระริกชั่วครู่ความรู้สึกผิดแล่นเข้าในอก แต่เพียงครู่เดียวก็จางไปแทนที่ด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชัง
พิมพ์พลอยยอมรับว่ารู้สึกชาไปทั้งหน้า กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในปากบอกได้เป็นอย่างดีว่าแรงตบเขามากกว่าเธอหลายเท่านั้น
“ไอ้หน้าตัวเมีย!” เธอผลักเขาแล้วก็สะบัดหน้าเดินเข้าไปในบ้านแต่ทว่ากลับโดนแรงกระชากของเขากลับมา
“อย่าคิดลองดีกับฉันอีก ห้ามเธอออกไปไหน อยู่เฝ้าบ้านไป”
“ฉันเป็นเมียไม่ใช่หมา!” เธอกดเสียงต่ำมองเขาอย่างเอาเรื่องไม่หลบสายตาอย่างที่เคยเป็น
“หึ...ต่างอะไร ไม่ใช่หมาตัวเมียที่วิ่งหาผู้ชายริก ๆ เหรอ ร่าน!”
“ฉันหมาตัวเมียแกก็หมาตัวผู้ เอาไม่เลือกยกหางได้ก็เอาไม่มองหน้า”
เธอไม่ให้เขารังแกเอาอีก เดินขึ้นไปล้างหน้าล้างตาแล้วปล่อยน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตั้งแต่อยู่ข้างล่างไหลออกมาเงียบ ๆ
พิมพ์พลอยไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาเสียทีเดียว ไปค้างบ้านโน้นบ้าง บ้านคุณตาบ้างสลับกันไป กลัวคุณตาเหงา แต่เสาร์อาทิตย์จะอยู่บ้านคุณตาเป็นหลัก เพราะตอนมีปัญหาก็มีคุณตาคอยช่วยเหลือ พอเขาเข้ามาดีด้วยเธอจะทิ้งคุณตาได้อย่างไร ทั้งที่คุณตาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงก็ตาม ณัฐภัทรยังทำหน้าที่พ่อที่ดี และตามจีบเธออย่างต่อเนื่อง เขาขยันเซอร์ไพรส์เธอทุกวัน ของขวัญไม่ได้ขาด วันสำคัญของเธอล้วนเป็นวันสำคัญของเขาไปด้วย พิมพ์พลอยใช้เวลาพัฒนาคาเฟ่พิพิณให้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักเที่ยวสายคาเฟ่ และช่วงวันหยุดคนจะมากเป็นพิเศษ เธอใช้กำไรส่วนหนึ่งมาต่อเติมที่นั่งชิล ที่ถ่ายรูปเช็กอิน และเพิ่มมุมในสวนให้ดูน่าเข้ามาพักผ่อนมากขึ้น และเธอจ้างผู้จัดการร้านดูแลงานให้เธออีกที ณัฐภัทรใช้เวลาในตอนเช้าไปส่งลูกสาว เขาอุ้มลูกทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะตอนที่เดินไม่ได้กลัวเหลือเกินว่าสองมือนี้จะไม่ได้อุ้มชูเด็กหญิงตัวน้อยของเขาอีกแล้ว หลังจากพยายามทุกทางจนกลับมาเดินได้อีกครั้ง เขาก็อยากชดเชยเวลาที่หายไปของลูกสาวและภรรยาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แม่ขา...ไข่เจียวได้หรือยังคะ” เด็กหญิงพิพิณถือช้อนรอคอ
เด็กหญิงตัวน้อยยังคงทำหน้าที่เป็นกามเทพให้พ่อกับแม่ และอ้อนขอให้แม่มาค้างที่บ้านของพ่อเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีก็ว่าได้ “ทำไมอยากค้างบ้านพ่อล่ะคะ” คนเป็นแม่มาถึงพร้อมกับชุดนักเรียนก็ซักไซ้ลูกสาวทันที ไม่รู้คิดยังไงงอแงไม่กลับบ้านเสียอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ให้มาอยู่ตั้งหลายวันแล้วยังไม่จุใจอีกหรือไง “ก็บ้านพ่อขาอยู่ใกล้กว่า แล้วก็ไม่ต้องตื่นเช้าค้า...” เด็กน้อยตอบหน้าซื่อ แต่รู้ดีว่านี่น่าจะเป็นแผนของคนเป็นพ่อแน่ ๆ เธอก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดนักเรียนของลูกสาวไปเก็บ แล้วก็เดินกลับมายังห้องเดิมของเธอเมื่อก่อน ห้องนี้มีความทรงจำหลายอย่าง มันมีความเจ็บปวดอยู่ในความทรงจำนั้นด้วย เธอมองไปแล้วก็รู้สึกว่าความทุกข์เมื่อผ่านมาแล้วก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย ตอนที่เผชิญกับความยากลำบากจะเป็นจะตายให้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วมองย้อนกลับก็รู้สึกขำตัวเอง ขำให้ความหัวอ่อนให้ผู้ใหญ่ชักจูงทั้งไม่กล้าดื้อรั้นด้วยยังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว มองความทุกข์เมื่อวันวานเป็นเรื่องธรรมดาที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เธอนั่งลงที่เตียงที่ดูเหมือนสะอาดอยู่เสมอ เพ
แล้วคืนนั้นเธอก็ทนรบเร้าจากลูกสาวไม่ได้ จึงต้องให้เขานอนกับลูก ส่วนเธอก็ไปนอนกับคุณแม่ของเขาในห้องของตัวเอง เมื่อจะเข้านอน คุณแม่ของเขาก็จับมือเธออยากนั่งคุยปรับทุกข์กันก่อน “แม่ขอโทษนะพลอย ที่ผ่านมาแม่ก็ละเลยหนู ให้หนูต้องทนกับลูกชายแย่ ๆ ของแม่” ณัฐสุดาหากตัวเองไม่ตามใจลูกชาย แล้วดูแลลูกสะใภ้อย่างดี คงไม่เกิดเรื่องราวมากมายอย่างนี้ คงไม่มีใครต้องทรมานกันและกัน “มันคงเป็นโชคร้ายของหนูค่ะ ที่เจอเขา” “หนูกลับไปไม่ได้แล้วใช่ไหมลูก” ไม่ใช่ลูกชายคนเดียวของเธอเท่านั้นที่รอคอยพิมพ์พลอย แต่เป็นแม่สามีอย่างเธอด้วยที่รอคอยให้พิมพ์พลอยกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกัน “เรื่องของเราสองคนมันมาไกลมากแล้วค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะกลับไปเพื่ออะไรเหมือนกัน นอกจากพิพิณ ลูกเป็นเหตุผลเดียวที่พลอยยังไม่ใจร้ายกับเขาไปมากกว่านี้ เพราะหากตัดรอนไปเลย คนที่เจ็บปวดไม่พ้นพิพิณ การเห็นลูกเศร้า พลอยเองก็ไม่สบายใจ รอยยิ้มของพิพิณคือสิ่งที่พลอยอยากเห็นที่สุด” เธอตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ จะกลับหรือไม่กลับนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอเพียงแค่เหตุผลเดียว แต่พิพิณก็คือเหตุผลทั้งหมดในการที่เธอฮึดสู้
พิมพ์พลอยกลับไป ณัฐภัทรก็คล้ายคนมีอาการซึมเศร้าทันที เขาไม่ทำอะไรเอาแต่เฝ้ารอที่หน้าประตู กระทั่งโทรหายังไม่กล้า ความรู้สึกที่เคยทำร้ายเธอเมื่อก่อนมันทำให้เขาเจ็บปวดใจ เหมือนตัวเองกำลังมีคนเอามีดมาทิ่มแทงหัวใจ เพียงแค่เธอไม่สนใจหรือไม่ใส่ใจเขาแล้วเท่านั้น เขาเคยร้ายกับเธอสุดขั้ว แต่เธอยังพูดดีกับเขาได้นับว่าเมตตาคนเลว ๆ อย่างเขามากแล้ว เมื่อคราวนี้เขาเป็นฝ่ายรอบ้างกลับรู้สึกว่าเวลาแต่ละนาทีนั้นทำไมมันดูเชื่องช้านัก เขาไม่กินข้าว รู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย อยากไปหาพลอยกับลูก แต่ก็มองสภาพตัวเองก็ร้องไห้ออกมาทั้งทุบตีขาตัวเองที่มันยังไม่ยอมมีกำลังเดินได้เสียที “ทำไม...ทำไม...ทำไมชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้...ฮื้อ ฮื้อ...!!!” เขาทั้งโวยวายและทุบตีตัวเอง ทำเอาณัฐสุดาที่คุยงานอยู่ในห้องทำงานในบ้านต้องรีบวางสายออกมาหาลูกชาย “ภัทร...อย่าลูก...อย่าทำร้ายตัวเอง” ลูกชายเธออาการทรุดหนักอารมณ์แปรปรวนเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้าตอนที่ต้องอยู่คนเดียว เธอเองก็ต้องดูแลลูกชายกับต้องทำงานที่บริษัทไปด้วยรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมาก “ฮึก...แม่ครับ...ทำไม ทำไมผมต้องเป็
วันถัดมาเป็นพิมพ์พลอยที่มารับลูกสาวของเธอเอง เพราะว่าลูกสาวโทรมาอ้อนว่านอนไม่หลับไม่มีแม่คอยเล่านิทานให้ฟัง แต่แท้ที่จริงก็คือคุณพ่อนั้นเป็นคนบงการลูกสาวตัวเอง ทั้งอ้อนวอนอยู่ในที จนเด็กสาวที่อยากมีพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันจึงตกลงร่วมมือแต่โดยดี ณัฐภัทรนั่งอยู่ในรถเข็นด้วยชุดใหม่ที่คิดว่าตัวเองหล่อที่สุด และเฝ้ามองไปยังหน้าประตูบ้านเช่นเดิมอย่างใจจดใจจ่อ จนณัฐสุดาระอาใจกับลูกชายตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ขัดต่อความวาดหวังของเขา เพราะว่าคนเรามักจะอยู่ด้วยความหวัง ให้ลูกชายได้มีสิทธิ์หวังบ้างไม่มากก็น้อย เพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจ ช่วงใกล้เที่ยงหลังจากที่พิมพ์พลอยจัดการงานที่ร้านจนเสร็จแล้วและให้เด็กในร้านดูแล ทั้งฝากกับคุณป้าแม่บ้านช่วยดูอีกแรง จึงปลีกเวลามารับลูกสาวตัวน้อยได้ เธอแวะซื้อกระเพาะปลาเจ้าเด็ดมาฝากคุณแม่ของเขาด้วย ตอนนี้เธอขับรถเป็นแล้วหลังจากฝึกมายาวนาน และสอบใบขับขี่ผ่านจนได้ จึงยืมรถคันเก่าของคุณตามารับลูกสาว แต่เมื่อมาถึงหน้าบ้านของเขา มันกลับเกเรเสียอย่างนั้น ทั้งที่คุณตาทักท้วงแล้ว แต่เป็นเธอเองที่ไม่อยากเอารถคันใหม่ที่ราคาแพงมาเสี่ยงกับมือใหม่อย่างเธอ
พิพิณกว่าจะกล้าเข้าหาคุณพ่อได้ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อเห็นคุณย่าเอาโจ๊กถ้วยใหม่ให้คุณพ่อ เด็กน้อยก็รู้สึกอยากกินบ้าง “คุณย่าขา...น้องพิณกินได้ไหม” เด็กน้อยชี้ไปยังถ้วยโจ๊กของคุณพ่อ แล้วก็มองมันอย่างอยากกินตามประสาเด็ก “ได้ค่ะน้องพิณคนเก่งของย่า” คนเป็นย่าป้อนโจ๊กคำเล็ก ๆ ให้กับหลานสาวตัวน้อย เมื่อเห็นหลานกินได้เธอก็อมยิ้ม “อร่อยไหมครับลูก” ชายหนุ่มนั่งมองลูกสาวกินโจ๊กแล้วก็น้ำตาคลอ เขาอยากมองดูลูกเติบโต อยากเลี้ยงลูกด้วยสองมือของตัวเอง อยากอุ้ม อยากพาไปทำอะไรตั้งหลาย อย่าง แต่ตอนนี้มันเหมือนเป็นแค่ความฝันไปแล้ว เขาต้องนั่งรถเข็น แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องนั่งไปถึงเมื่อไหร่ มือข้างที่ไม่ต้องใส่สายน้ำเกลือยกขึ้นปาดน้ำตามที่ไหลลงมาตามร่องแก้มหยดแล้วหยดเล่า อย่างห้ามมันไม่อยู่ เมื่อก่อนไม่เคยรู้เลยว่าเวลามันมีค่าขนาดนี้ เวลาที่เขาทำเรื่องไร้สาระมากมาย แต่กลับไม่เคยดูแลลูกกับเมียให้ดี มีเวลาหาความสุขใส่ตัวมากมาย แต่ไม่เคยมีเวลาทำให้ลูกและเมียมีความสุข เขารู้สึกว่าตัวเองโง่จริง ๆ มือที่อ่อนล้าโรยแรงยกขึ้นลูบที่หัวเล็ก ๆ ของลูก กระทั่งแรงจะเหนี่ยวรั้งล







