تسجيل الدخولเขาคิดว่าเธอคือ‘ผู้หญิงร่าน!’แต่สภาพหลังแต่งงานต่างอะไรจากเมียทาส ที่ยอมจำนนอย่างเธอมีสิทธิ์เลือกได้ไหม
عرض المزيدเพราะเพื่อนตัวดีอยากสลัดเขาทิ้ง จึงหลอกล่อให้ค้างคืนบ้านแฟนของตน แล้วกุเรื่องว่าเราสองคนมีอะไรกันแล้วทำให้เราต้องแต่งงานกัน
เจ็บเรื่องเพื่อนหลอกก็หนักหนา แต่เจ็บกว่าคือครอบครัวไม่เชื่อว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น สุดท้ายผู้ใหญ่ก็ลงความเห็นว่าเราควรแต่งงานกัน แม้ว่าเขาจะไม่ยินยอม แต่เธอเป็นเด็กเพิ่งจะเรียนจบม.ปลาย จำต้องทำตามคำสั่งผู้ใหญ่
การแต่งงานโดยไม่ได้ตั้งใจของพิมพ์พลอยผ่านมาสามปี เป็นสามปีแห่งความชอกช้ำกินน้ำตาต่างข้าว เขาตกลงไม่นอนร่วมเตียงหรือเกี่ยวข้อง แต่หลังแต่งงานคืนเดียวเขาก็เมาและปลุกปล้ำ พร้อมกับคำพูดตอกย้ำซ้ำ ๆ ราวกับเอามีดมาทิ่มแทงกลางใจสาวน้อยอย่างเธอ
“อย่าคิดว่าฉันพิศวาส แค่หากินข้างนอกไม่อิ่มเท่านั้น ฉันไม่เคยรักเธออย่าคิดว่าใช้เล่ห์ได้แต่งแล้วจะมีวันได้ใจฉันไปครอง ไม่มีวัน”
เธอแค่ผู้หญิงที่เขากินแล้วก็ทิ้งขว้างสินะ!
ทำไมไม่มีใครเชื่อว่าเธอไม่ได้คิดจะจับเขา เธอไม่ได้รักเขาด้วยซ้ำ แค่เธอไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเพื่อนชั่วอย่างเนตรนภา เมื่อเกิดเรื่องก็ทำตัวเหนือดรามาให้คนสงสาร
สุดท้ายคนที่เป็นจำเลยคือเธอสินะ!__!
สิ่งเดียวที่หยึดเหนี่ยวเขาและเธอไว้คือลูกสาว พิพิณต้องการพ่อ แม้ว่าพ่อจะไม่ต้องการแม่อย่างเธอก็ตาม
สปอยเนื้อหา
หญิงสาวรู้สึกไม่สบายครั้นเนื้อครั้นตัว เธอจึงอาบน้ำ แต่เมื่ออาบน้ำเสร็จกลับรู้สึกว่าเหมือนเป็นไข้ จึงนอนซมอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกเพื่อรอรับลูกสาว แต่เมื่อเขากลับจากนอก ก็โวยวายว่าเธอขี้เกียจสันหลังยาว
“นอนอะไรนักหนา ผัวกลับมาไม่รู้จักดูแล”
ร่างเล็กกะพริบตาตื่นขึ้น แต่ความหนักอึ้งบนศีรษะทำให้เธอล้มตัวลงอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งมึนทั้งปวดหนึบรวมทั้งร้าวไปทั้งตัว
“พลอยไม่สบายค่ะพี่ภัทร” เสียงแหบโหยในลำคอเปล่งออกมาแทบไม่เป็นเสียง แต่ไม่อาจเรียกความสงสารจากคนเป็นสามีที่อยู่กินกันมาสามปีได้เลย
“หึ...นอนขนาดนี้ตัวเป็นขนแล้วมั้ง แล้วแสร้งทำงานหนักต่อหน้าคนอื่นให้ฉันเป็นคนเลว
“เธอมันผู้หญิงร้ายกาจ!”
เธอหลับตารับคำด่าทอจากสามี ทั้งที่ไม่เป็นความจริงเลยก็ตาม เธอแทบไม่ได้หยุดทำงานบ้านตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับ ทั้งยังเลี้ยงลูกด้วยซ้ำ เธอไม่มีรถเพราะเขาไม่ให้ใช้ เงินทองก็แค่ซื้อของใช้เท่านั้น เขาไม่เคยให้เธอได้ใช้อะไรอื่นเลย เรียกได้ว่าหากอยากซื้ออะไรเองต้องหาเงินเอง แต่ทำอย่างไรได้ วุฒิม.ปลายอย่างเธอหางานอะไรทำได้นอกจากไปใช้แรงงาน
“แล้วนี่ลูกไปไหน” เขากวาดสายตาหาลูกสาวตัวน้อย สิ่งเดียวที่ทำให้เขาดีใจที่กลับบ้านมา มีเพียงพิพิณ สาวน้อยวัยสามขวบเท่านั้น
“คุณตามารับไปเล่นที่บ้านค่ะ คงใกล้จะกลับแล้ว”
“หึ...แค่อยู่บ้านเลี้ยงลูกยังทำไม่ได้ เธอควรทบทวนว่าควรเป็นแม่ที่ดีของพิพิณได้หรือเปล่า ถ้ามีครั้งต่อไปอีกฉันจะเอาลูกไปอยู่กับคุณแม่และเธอก็ไม่ต้องเจอหน้าลูกอีก” เสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธที่เธอปล่อยให้ลูกไปกับผู้ชายไม่มีเหตุผลที่บังคับเขาให้รับผิดชอบเธอ ทั้งที่ไม่มีอะไรเกินเลย
“ไม่นะคะ...อย่าเอาลูกไปจากพลอย...” เธอลุกขึ้นแล้วก็ล้มลงกับพื้น คลานไปกอดขาเขาไว้ แต่ผู้ชายใจร้ายคนนั้นเพียงแค่เหลือบมองอย่างสมเพช และสะบัดขาให้หลุดจากการเกาะกุมจากมืออุ่นร้อนของเธอ
“น่ารำคาญ!”
เขาออกจากบ้านไป โดยไม่สนใจร่างของภรรยาที่นอนล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้น หญิงสาวนอนมองร่างสามีที่เดินจากไปด้วยความรวดร้าว พร้อมกับสติที่พร่าเลือนเต็มที
..........................................................................................................................................................................................................................
เสียงสะอื้นฮักดังขึ้นเมื่อหลังจากเสร็จกิจกามกับสามีที่ไม่เคยไยดีเธอเลยสักนิด เมื่อใดก็ตามที่เขาเมาเธอคือเหยื่ออารมณ์ของเขาเสมอ ไม่เคยสักครั้งที่เขาจะร่วมเตียงกับเธอด้วยความรัก
เขารังเกียจเธอ!
‘ทำไม...ทำไมเธอผลักเนตรนภาออกจากชีวิตของฉัน!’ แรงที่โหมเข้าใส่ร่างเล็กอย่างไม่ปรานีทำให้เธอต้องกัดฟันอดทน เขาเคยสัญญาว่าจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย เธอจะเป็นเพียงเมียในนาม แต่ทุกวันนี้เหมือนเมียตัวแทน เมียทาส หรือเมียอะไรก็แล้วแต่ที่เขาอยากให้เธอเป็น
เมื่อไหร่เขาจะเลิกโหดร้ายกับเธอสักที เธอไม่ได้อยากแย่งเขามา แต่เป็นเพราะผู้หญิงในดวงใจเขาต่างหากที่อยากสลัดเขาทิ้ง จึงทิ้งเธอไว้ที่บ้านเขามืด ๆ แล้วบอกว่าตัวเองจะกลับมารับ และเขาก็อยู่กับเธอยันเช้า เขานอนหลับไม่ได้สติ ส่วนเธอก็ไม่ได้หลับเช่นเดียวกัน มองไปที่ประตูรอคอยอย่างมีความหวัง แต่เพื่อนหักหลังคนนั้นกลับทิ้งเธอ แล้วไปร้องห่มร้องไห้กับที่บ้านของเธอ ว่าแย่งแฟนตนทั้งเห็นกับตาว่าเธอนอนกับเขา
นี่มันเรื่องบ้าบอชัด ๆ ปั้นน้ำเป็นตัวใครโง่เชื่อก็บ้าแล้ว!
แต่ใช่ค่ะ คุณตาพิภพ ผู้เลี้ยงดูเธอมาเชื่อสนิทใจ ทั้งยังเร่งเร้าให้คุณณัฐสุดา แม่ของเขามาสู่ขอ เพราะว่าเธอเสียหายไปแล้ว
เธอยังเด็กไม่มีปากไม่มีเสียง ไม่มีสิทธิ์จะพูดสักคำ เพราะนอกจากจะโดนตีหลังลายโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด เธอก็โดนขังให้อยู่แต่บ้าน ไม่ให้ออกไปไหนจนกว่าจะถึงงานแต่ง
เธอเลือกได้ไหม ตอบได้คำเดียวว่าเลือกไม่ได้ เพราะว่าทุกอย่างผู้ใหญ่จัดแจงให้หมด ส่วนแม่ของเธอนั่นเหรอ ตั้งแต่คลอดลูกก็คั่วผู้ชายไม่ซ้ำ อย่าว่าแต่สนใจเลย ขนาดหน้าแม่เธอยังพบนับครั้งได้
เธอจึงเติบโตมาท่ามกลางความเข้มงวด โดยที่คุณตาเป็นนายทหารยศนายพันที่เกษียณแล้ว เธอเป็นเด็กเรียบร้อยอยู่ในกรอบ ทุกคนจึงโทษว่าเขาเป็นฝ่ายหลอกล่อเธอไป นั่นยิ่งทำให้เขาจงเกลียดจงชังเธอนัก
วันนี้อีกเช่นเคย เขาเข้ามาปลุกปล้ำ ใช่ฟังไม่ผิดปลุกปล้ำ เพราะเธอไม่เคยยินยอมกับผู้ชายไร้หัวใจแบบเขาเลยสักครั้งเดียว แต่จะให้เธอทำอย่างไร เมื่อบ่นกับคุณตาคำพูดที่ตอบกลับมาทำเอาเธอไปไม่เป็น
“ห้ามเลิกกัน...อยากมีหลายผัวนับไม่ถ้วนแบบแม่แกหรือไงยายพลอย”
ก็ในเมื่อเขาไม่รักทำไมจะเลิกไม่ได้กัน ครอบครัวอื่นอาจจะเชื่อใจลูกหลาน แต่ครอบครัวเธอไม่ใช่
ร่างที่ร้าวระบมโดนเขารังแกเดินออกไปด้านนอก ตอนนี้ตีห้าแล้ว หลังจากที่โดนเขารังแกเธอก็นอนไม่หลับอีกเลย คำพูดร้ายกาจมันตอกย้ำทำให้เธอหลับไม่ลง
ร่างที่อ่อนแรงเดินลงบันไดไปเตรียมหุงข้าวทำกับข้าวให้สามีก่อนไปทำงาน เธอยืนยิ้มให้กับหม้อข้าวตรงหน้า
หึ!
เป็นเมียที่ดี สักวันสามีก็ต้องรัก ใครกันเป็นคนใส่ความคิดนี้ให้กับเหล่าผู้ใหญ่ เธออยากแก้ให้ว่า ถ้าเขาจะรักยืนเฉย ๆ เขาก็รัก แบบไม่ต้องทำอะไรเลย
เธอคือเมียที่เขาไม่ได้รักไง!
ความคิดฟุ้งซ่านแล่นเข้าในหัว หลายครั้งที่คิดว่าความตายอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเธอ แต่เมื่อมองหน้าลูกสาวเธอก็ตัดใจทิ้งไปไม่ได้ ต้องฝืนมีชีวิตต่อไป
เวลาเจ็ดโมงเช้า อาหารบนโต๊ะที่แสนน่ากิน ทั้งข้าวต้มหมูสับใส่ไข่ลวก ขนมปังปิ้งทาเนยกับแยมอย่างละครึ่ง และกาแฟดำที่เขาชอบทานวางอยู่หนึ่งที่ ส่วนเธอนั้นขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็ปลุกน้องพิณให้ตื่นไปทานข้าว
ขณะที่เธออุ้มลูกเดินลงบันได คนที่ไม่ได้นอนรู้สึกหน้ามืดจนเซถลาไปด้านหลัง นั่นทำให้คนที่ออกจากห้องตามหลังเธอมารีบวิ่งมารับลูก
“นี่เธอ...ทำบ้าอะไรลูกตกบันไดจะทำไง” เขาผลักเธอกระเด็นแล้วก็อุ้มลูกเดินลงไปด้านล่าง โดยไม่หันมามองว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า
เขาเอาแต่โวยวายเสียงดังใส่ ไม่เคยรับฟังเหตุผลใดของเธอเลยสักนิด ทำไมถึงเซ ทำไมถึงจะล้ม ไม่สบายหรือเปล่า ถ้อยคำพวกนี้ไม่เคยหลุดจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีสักคำ
เธอไม่เหมือนเมียเลยสักนิด เหมือนทาสเสียมากกว่า น้ำตาของผู้หญิงที่ทนความเจ็บช้ำมานานไหลออกมาอีกครั้ง ทั้งที่มันเหือดแห้งไปแล้ว เธอไม่ได้นอนเกือบทำให้ลูกตกบันไดไปด้วยเธอผิดจริง แต่เธอไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย
เธอระวังเรื่องลูกอย่างดี แต่เขาไม่เคยเห็นค่าเธอเลยสักนิดเดียว เขาเอาแต่โทษทุกอย่างเป็นความผิดเธอ แต่เธอโบ้ยความผิดนี้ให้ใครได้ นอกจากรับมันไว้กับตัว
ขณะที่กำลังนั่งเอามือปิดหน้าสะอื้นไห้อยู่นั้น สามีที่อุ้มลูกเดินไปที่โต๊ะอาหารแล้วก็เดินมาตามเธอ แต่คำเรียกขานนั้นยิ่งกว่าจิกหัวใช้
“นั่งซังกะตายอยู่ได้ ลูกหิวข้าวยังไม่รู้จักลงมาป้อนข้าวลูกอีก ทำหน้าเหมือนจะตายวันตายพรุ่ง”
เขาแช่งชักเธอเช้าเย็นก็ว่าได้ คงหวังให้เธอตายเร็ว ๆ สินะ แต่คนที่เป็นจำเลยมาสามปีไม่สามารถอธิบายได้ เพราะไม่มีใครฟัง เธอถอนหายใจเฮือกแล้วก็เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า เดินลงไปหาลูกสาว
ใบหน้าเศร้าของพิมพ์พลอยฉีกยิ้มให้ลูกน้อยทันที แล้วก็หยิบถ้วยข้าวของลูกมาป้อนให้ ณัฐภัทรมองเมียตัวเองที่ร้องไห้จนตาแดงด้วยความสะใจ เพราะเธอเลือกเองที่จะเจ็บ ในเมื่อต้องการจับเขาแล้วเธอจะได้อยู่ในนรก เขาเป็นคนทำตามสัญญาเสมอยกเว้นเรื่องเดียวที่เขาผิดสัญญาคือ จะไม่ยอมมีอะไรกับเธอ เพราะเขารู้สึกว่าแต่งงานไปแล้ว เขาต้องได้
เมื่อสามีไปทำงานแล้ว เธอเอาลูกนั่งในรถเข็นแล้วก็ทำงานในครัว เมื่อจัดการล้างจานเสร็จเธอก็มองของที่เหลือในหม้อเป็นข้าวต้มส่วนของเธอ ที่มันเหลือแต่ข้าว เธอก็เทมันทิ้งไม่กินอีก หรืออีกอย่างกินไม่ลง
เขาไม่เคยถามว่าเธอกินข้าวอิ่มไหม อยากทานอะไรพิเศษไหม เขาชอบให้เธอเป็นฝ่ายที่ดูแลเขาฝ่ายเดียว เขาชอบทานอะไรเธอรู้หมด เธอชอบอะไรเขาไม่เคยรู้เลย
เธอเอาผ้าลงซัก มีผ้าที่เป็นเสื้อผ้าราคาแพงของเขา เธอซักมือเพราะกลัวสีตก และทำให้เนื้อผ้าเสียรูปทรง ทั้งหมดนี้ใช่เธอทำคนเดียว กับบ้านหลังใหญ่ที่เธอปัดกวาดเช็ดถูกตอนที่ลูกหลับ มันกินแรงมาก เธอถามทุกวันว่าทำไปทำไม ทำเพื่ออะไร แต่เมื่อเห็นหน้าลูกความเหน็ดเหนื่อยตรงนี้เธอทนได้
แต่สิ่งเดียวที่ไม่อยากทนคือความเห็นแก่ตัวของสามีเลวผู้นั้น
พิมพ์พลอยไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาเสียทีเดียว ไปค้างบ้านโน้นบ้าง บ้านคุณตาบ้างสลับกันไป กลัวคุณตาเหงา แต่เสาร์อาทิตย์จะอยู่บ้านคุณตาเป็นหลัก เพราะตอนมีปัญหาก็มีคุณตาคอยช่วยเหลือ พอเขาเข้ามาดีด้วยเธอจะทิ้งคุณตาได้อย่างไร ทั้งที่คุณตาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงก็ตาม ณัฐภัทรยังทำหน้าที่พ่อที่ดี และตามจีบเธออย่างต่อเนื่อง เขาขยันเซอร์ไพรส์เธอทุกวัน ของขวัญไม่ได้ขาด วันสำคัญของเธอล้วนเป็นวันสำคัญของเขาไปด้วย พิมพ์พลอยใช้เวลาพัฒนาคาเฟ่พิพิณให้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักเที่ยวสายคาเฟ่ และช่วงวันหยุดคนจะมากเป็นพิเศษ เธอใช้กำไรส่วนหนึ่งมาต่อเติมที่นั่งชิล ที่ถ่ายรูปเช็กอิน และเพิ่มมุมในสวนให้ดูน่าเข้ามาพักผ่อนมากขึ้น และเธอจ้างผู้จัดการร้านดูแลงานให้เธออีกที ณัฐภัทรใช้เวลาในตอนเช้าไปส่งลูกสาว เขาอุ้มลูกทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะตอนที่เดินไม่ได้กลัวเหลือเกินว่าสองมือนี้จะไม่ได้อุ้มชูเด็กหญิงตัวน้อยของเขาอีกแล้ว หลังจากพยายามทุกทางจนกลับมาเดินได้อีกครั้ง เขาก็อยากชดเชยเวลาที่หายไปของลูกสาวและภรรยาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แม่ขา...ไข่เจียวได้หรือยังคะ” เด็กหญิงพิพิณถือช้อนรอคอ
เด็กหญิงตัวน้อยยังคงทำหน้าที่เป็นกามเทพให้พ่อกับแม่ และอ้อนขอให้แม่มาค้างที่บ้านของพ่อเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีก็ว่าได้ “ทำไมอยากค้างบ้านพ่อล่ะคะ” คนเป็นแม่มาถึงพร้อมกับชุดนักเรียนก็ซักไซ้ลูกสาวทันที ไม่รู้คิดยังไงงอแงไม่กลับบ้านเสียอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ให้มาอยู่ตั้งหลายวันแล้วยังไม่จุใจอีกหรือไง “ก็บ้านพ่อขาอยู่ใกล้กว่า แล้วก็ไม่ต้องตื่นเช้าค้า...” เด็กน้อยตอบหน้าซื่อ แต่รู้ดีว่านี่น่าจะเป็นแผนของคนเป็นพ่อแน่ ๆ เธอก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดนักเรียนของลูกสาวไปเก็บ แล้วก็เดินกลับมายังห้องเดิมของเธอเมื่อก่อน ห้องนี้มีความทรงจำหลายอย่าง มันมีความเจ็บปวดอยู่ในความทรงจำนั้นด้วย เธอมองไปแล้วก็รู้สึกว่าความทุกข์เมื่อผ่านมาแล้วก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย ตอนที่เผชิญกับความยากลำบากจะเป็นจะตายให้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วมองย้อนกลับก็รู้สึกขำตัวเอง ขำให้ความหัวอ่อนให้ผู้ใหญ่ชักจูงทั้งไม่กล้าดื้อรั้นด้วยยังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว มองความทุกข์เมื่อวันวานเป็นเรื่องธรรมดาที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เธอนั่งลงที่เตียงที่ดูเหมือนสะอาดอยู่เสมอ เพ
แล้วคืนนั้นเธอก็ทนรบเร้าจากลูกสาวไม่ได้ จึงต้องให้เขานอนกับลูก ส่วนเธอก็ไปนอนกับคุณแม่ของเขาในห้องของตัวเอง เมื่อจะเข้านอน คุณแม่ของเขาก็จับมือเธออยากนั่งคุยปรับทุกข์กันก่อน “แม่ขอโทษนะพลอย ที่ผ่านมาแม่ก็ละเลยหนู ให้หนูต้องทนกับลูกชายแย่ ๆ ของแม่” ณัฐสุดาหากตัวเองไม่ตามใจลูกชาย แล้วดูแลลูกสะใภ้อย่างดี คงไม่เกิดเรื่องราวมากมายอย่างนี้ คงไม่มีใครต้องทรมานกันและกัน “มันคงเป็นโชคร้ายของหนูค่ะ ที่เจอเขา” “หนูกลับไปไม่ได้แล้วใช่ไหมลูก” ไม่ใช่ลูกชายคนเดียวของเธอเท่านั้นที่รอคอยพิมพ์พลอย แต่เป็นแม่สามีอย่างเธอด้วยที่รอคอยให้พิมพ์พลอยกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกัน “เรื่องของเราสองคนมันมาไกลมากแล้วค่ะ หนูไม่รู้ว่าจะกลับไปเพื่ออะไรเหมือนกัน นอกจากพิพิณ ลูกเป็นเหตุผลเดียวที่พลอยยังไม่ใจร้ายกับเขาไปมากกว่านี้ เพราะหากตัดรอนไปเลย คนที่เจ็บปวดไม่พ้นพิพิณ การเห็นลูกเศร้า พลอยเองก็ไม่สบายใจ รอยยิ้มของพิพิณคือสิ่งที่พลอยอยากเห็นที่สุด” เธอตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ จะกลับหรือไม่กลับนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเธอเพียงแค่เหตุผลเดียว แต่พิพิณก็คือเหตุผลทั้งหมดในการที่เธอฮึดสู้
พิมพ์พลอยกลับไป ณัฐภัทรก็คล้ายคนมีอาการซึมเศร้าทันที เขาไม่ทำอะไรเอาแต่เฝ้ารอที่หน้าประตู กระทั่งโทรหายังไม่กล้า ความรู้สึกที่เคยทำร้ายเธอเมื่อก่อนมันทำให้เขาเจ็บปวดใจ เหมือนตัวเองกำลังมีคนเอามีดมาทิ่มแทงหัวใจ เพียงแค่เธอไม่สนใจหรือไม่ใส่ใจเขาแล้วเท่านั้น เขาเคยร้ายกับเธอสุดขั้ว แต่เธอยังพูดดีกับเขาได้นับว่าเมตตาคนเลว ๆ อย่างเขามากแล้ว เมื่อคราวนี้เขาเป็นฝ่ายรอบ้างกลับรู้สึกว่าเวลาแต่ละนาทีนั้นทำไมมันดูเชื่องช้านัก เขาไม่กินข้าว รู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย อยากไปหาพลอยกับลูก แต่ก็มองสภาพตัวเองก็ร้องไห้ออกมาทั้งทุบตีขาตัวเองที่มันยังไม่ยอมมีกำลังเดินได้เสียที “ทำไม...ทำไม...ทำไมชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้...ฮื้อ ฮื้อ...!!!” เขาทั้งโวยวายและทุบตีตัวเอง ทำเอาณัฐสุดาที่คุยงานอยู่ในห้องทำงานในบ้านต้องรีบวางสายออกมาหาลูกชาย “ภัทร...อย่าลูก...อย่าทำร้ายตัวเอง” ลูกชายเธออาการทรุดหนักอารมณ์แปรปรวนเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้าตอนที่ต้องอยู่คนเดียว เธอเองก็ต้องดูแลลูกชายกับต้องทำงานที่บริษัทไปด้วยรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมาก “ฮึก...แม่ครับ...ทำไม ทำไมผมต้องเป็





