Masukพิมพ์พลอยไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาเสียทีเดียว ไปค้างบ้านโน้นบ้าง บ้านคุณตาบ้างสลับกันไป กลัวคุณตาเหงา แต่เสาร์อาทิตย์จะอยู่บ้านคุณตาเป็นหลัก เพราะตอนมีปัญหาก็มีคุณตาคอยช่วยเหลือ พอเขาเข้ามาดีด้วยเธอจะทิ้งคุณตาได้อย่างไร ทั้งที่คุณตาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงก็ตาม ณัฐภัทรยังทำหน้าที่พ่อที่ดี แล
ถ้อยคำหวานจนเลี่ยนนี้ทำให้พิมพ์พลอยน้ำตาไหลออกมา เธอไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ว่าเมื่อหันไปมองรอยยิ้มของลูกสาวแล้วกลับไม่กล้าปฏิเสธเขาเสียอย่างนั้น “แม่ขา กลับมาอยู่บ้านเรานะคะ” กามเทพตัวน้อยช่วยพ่ออีกแรง เมื่อเห็นคุณแม่ลังเล ไม่รับปากสักที “บ้านของเราก็บ้านคุณทวดไงคะ”
เด็กหญิงตัวน้อยยังคงทำหน้าที่เป็นกามเทพให้พ่อกับแม่ และอ้อนขอให้แม่มาค้างที่บ้านของพ่อเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีก็ว่าได้ “ทำไมอยากค้างบ้านพ่อล่ะคะ” คนเป็นแม่มาถึงพร้อมกับชุดนักเรียนก็ซักไซ้ลูกสาวทันที ไม่รู้คิดยังไงงอแงไม่กลับบ้านเสียอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ให้มาอยู่ตั้งหลายวันแล้วยังไม่จุใจอีกหรื
“พ่อจะเดินให้ได้ก่อนน้องพิณไปโรงเรียนนะครับ พ่อจะไปส่งลูกสาวของพ่อเอง” เมื่อมีเป้าหมาย ณัฐภัทรก็ลุกขึ้นแล้วเดินทั้งวันจนเหนื่อย พอเหนื่อยเขาก็พักพอให้หายเหนื่อยแล้วก็ฝึกเดินแบบเดิม จนเริ่มไม่ต้องใช้รถเข็น ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง เขาใช้โยคะเพื่อช่วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แต่ต้องมีวินัยในการฝึกทุก
แล้วคืนนั้นเธอก็ทนรบเร้าจากลูกสาวไม่ได้ จึงต้องให้เขานอนกับลูก ส่วนเธอก็ไปนอนกับคุณแม่ของเขาในห้องของตัวเอง เมื่อจะเข้านอน คุณแม่ของเขาก็จับมือเธออยากนั่งคุยปรับทุกข์กันก่อน “แม่ขอโทษนะพลอย ที่ผ่านมาแม่ก็ละเลยหนู ให้หนูต้องทนกับลูกชายแย่ ๆ ของแม่” ณัฐสุดาหากตัวเองไม่ตามใจลูกชาย แล้วดูแลลูกส
“ขอบคุณครับ แม่ยุ่งเหรอครับ” เขาถามถึงคนที่คิดถึงใจจะขาดไม่ต่างจากลูก “ใช่ค่ะ แม่ขายกาแฟทั้งวันค่ะ” “เหงาไหมครับ” “เหงาค่ะ อยากไปเล่นกับพ่อขา” คราวนี้พิพิณเริ่มอ้อนผู้เป็นพ่อ ทำให้เขากำหมัดแน่น เมื่อก่อนจะไปหาลูกง่ายดาย ยามนี้แค่ขยับกายยังยากเย็น แล้วจะคิดดูแลลูกได้ยังไง
วันถัดมาเป็นพิมพ์พลอยที่มารับลูกสาวของเธอเอง เพราะว่าลูกสาวโทรมาอ้อนว่านอนไม่หลับไม่มีแม่คอยเล่านิทานให้ฟัง แต่แท้ที่จริงก็คือคุณพ่อนั้นเป็นคนบงการลูกสาวตัวเอง ทั้งอ้อนวอนอยู่ในที จนเด็กสาวที่อยากมีพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันจึงตกลงร่วมมือแต่โดยดี ณัฐภัทรนั่งอยู่ในรถเข็นด้วยชุดใหม่ที่คิดว่าตัวเองห
“ใช่ให้แม่ไปส่งนะ” ณัฐสุดาก็อยากจะอาสาไปส่งตั้งแต่แรก หากลูกชายไม่บอก “เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” พิมพ์พลอยไม่ใช่คนเรื่องมาก เธอจึงไม่ขัดที่คุณแม่ของเขาอาสามาส่ง แต่ก่อนจะออกจากห้อง เขาก็ถามเป็นคำถามที่เธอหนักใจ “พรุ่งนี้มาอีกได้ไหม...” น้ำเสียงแหบเครือกับสายตาที่เว้าวอนอย่างขอร้องส่งไป
พิพิณกว่าจะกล้าเข้าหาคุณพ่อได้ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อเห็นคุณย่าเอาโจ๊กถ้วยใหม่ให้คุณพ่อ เด็กน้อยก็รู้สึกอยากกินบ้าง “คุณย่าขา...น้องพิณกินได้ไหม” เด็กน้อยชี้ไปยังถ้วยโจ๊กของคุณพ่อ แล้วก็มองมันอย่างอยากกินตามประสาเด็ก “ได้ค่ะน้องพิณคนเก่งของย่า” คนเป็นย่าป้อนโจ๊กคำเล็ก ๆ ให้กับหลานสาว
เขารู้สึกคับข้องใจและโกรธต่อสถานการณ์และโชคชะตาของตัวเอง จากที่หวังจะให้เธอคืนดีและเขาจะตั้งใจดูแลเธออย่างดี กลับเป็นตัวเองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้“โธ่เว้ย...ทำไมฉันไม่ตายไปเลย จะได้ไม่ต้องรับรู้และเจ็บปวดอย่างนี้” เจ็บปวดทางกายก็หนักแล้ว แต่เมื่อคิดว่าเธอเห็นสภาพของเขา พิมพ์พลอยต้องไม่อยากลับมาหาเ







