Share

บทที่ 5

last update publish date: 2026-01-10 16:39:49

ณัฐภัทรยืนเป็นคนโง่อยู่ได้ชั่วครู่ ก็เข้าไปในบ้านแล้วหาโทรศัพท์ที่ทิ้งไว้ส่ง ๆ สุดท้ายก็เจอมันวางอยู่ตรงโซฟารับแขก เขาต่อสายหาคุณแม่เป็นคนแรก เพราะตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเหมือนกัน

“คุณแม่ครับ...โจรขึ้นบ้าน ตอนนี้พลอยอยู่โรงพยาบาล”

คุณณัฐสุดาตกใจแทบเป็นลมไปอีกคน แต่ก็ยังประคองสติได้ จึงขับรถตามลูกชายไปดูอาการลูกสะใภ้ที่โรงพยาบาล

หน้าห้องฉุกเฉิน

เด็กหญิงพิพิณลูกสาวคนสวยที่เขานึกเป็นห่วง จึงเอารถเข็นมาให้ลูก แล้วลูกสาวจึงหลับในรถเข็นเพราะร้องไห้จนเพลียไปแล้ว ใครกล่อมก็เอาไม่อยู่คิดจะหาคุณแม่อย่างเดียว

ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงพยาบาลก็เข็นร่างของพิมพ์พลอยออกมาจากห้องฉุกเฉิน ใบหน้าซีดเซียวของลูกสะใภ้ทำให้ณัฐสุดาสงสาร อยากจะทุบเจ้าลูกชายสักร้อยครั้งให้สาสมกับที่มันสะเพร่าอย่างนี้

ดีที่พิมพ์พลอยไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่อย่างนั้นคงตอบคุณพิภพไม่ได้ว่าดูแลลูกสะใภ้กันยังไง

พิภพเมื่อไม่มีอะไรแล้ว เขาจึงขอตัวกลับบ้าน คิดว่าจะมาเยี่ยมตอนยายพลอยฟื้นอีกทีตอนกลางวัน

“อยู่กันตั้งหลายคน คิดว่าดูแลหลานกับเหลนผมได้ใช่ไหม” เสียงที่ชราวัยบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมากเอ่ยออกมา

ทั้งยังมองด้วยสายตาเอาเรื่องเจ้าหลานเขยตัวดีที่ปล่อยให้หลานสาวตัวเองกับเหลนต้องตกอยู่ในอันตราย แต่ทว่ามันก็เข้ามาขอโทษแล้วจึงจะลองให้โอกาสสักครั้ง หากมีครั้งหน้าที่พิพิณต้องตกอยู่ในอันตรายอีกล่ะก็ บ้านพรพิพัฒน์คงได้เห็นดีกัน

“ผมจะดูแลเธอเองครับคุณตา”

เขาพูดอย่างอื่นไปไม่ได้ เพราะอย่างไรก็เป็นเมียของเขา ไม่ใช่คนอื่นไกลรับปากไปก่อน แต่จะดูแลอย่างไรมันก็สิทธิ์ของเขา

“ลูกผู้ชายควรรักษาคำพูด”

เขาอยากโต้กลับนักว่า ก็ส่งหลานสาวมาให้เขารับผิดชอบเองนี่นา ช่วยไม่ได้ แต่ทว่าเมื่อเห็นสายตามารดาแล้วก็ต้องเงียบปากลง

“แม่จะกลับไปเอาเสื้อผ้าของหลานกับของใช้ของพลอยที่บ้าน แกเฝ้าอย่าไปไหนนะ ไม่งั้นเจอดีแน่” เสียงขู่ของณัฐสุดาทำให้เขาหัวเสีย นี่เขาโตแล้วนะ อายุก็ปาเข้าไป 28 แล้วด้วย

“ค้าบแม่”

เมื่อมารดากลับไปแล้ว ณัฐภัทรมองร่างที่อยู่บนเตียงแล้วก็ถอนหายใจ ไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไรอาจจะเป็นห่วงนิด ๆ มั้งถึงทำให้เจ็บแปลบที่อก เขาสลัดความฟุ้งซ่านออกไป แล้วก็นอนหลับที่โซฟาในห้องพักผู้ป่วยข้างลูกสาวที่หลับไปแล้ว

ตอนเช้าพิมพ์พลอยตื่นขึ้นมา เธอมองซ้ายขวาแล้วก็พบว่าตัวเองอยู่โรงพยาบาล เมื่อเห็นว่าลูกและสามีไร้ความรับผิดชอบนอนอยู่ในห้องก็รู้สึกโล่งใจ เธอจำได้ว่าตำรวจมาพอดี เมื่อจับคนร้ายได้เธอก็เป็นลมไปเลย

คงเพราะไม่ค่อยได้กินอะไรช่วงนี้เลยเป็นลมได้ง่าย เธอขยับลุกขึ้นมองด้านข้าง แล้วพยาบาลก็เข้ามาพอดี เมื่อจะอ้าปากพูด เธอก็ส่งสัญญาณให้เบาเสียง เพราะลูกสาวหลับอยู่

พยาบาลเพียงแต่มาถอดสายน้ำเกลือ เอาออกแล้วก็แจ้งเธอเบา ๆ ว่าวันนี้ก็กลับบ้านได้แล้วคุณหมออนุญาต

เธอพยักหน้ารับ แล้วก็ลงจากเตียง แขนที่มีผ้าพันแผลพันไว้รอบรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ คงเป็นอาการอักเสบ แต่เธอก็กัดฟันอดทนแล้วลงเดินเข้าห้องน้ำ

เมื่อเสียงกดชักโครกดังปลุกให้ณัฐภัทรตื่นขึ้น เขาก็มองไปยังร่างบนเตียงไม่พบ จึงรู้ว่าน่าจะเป็นเมียอวดดีของเขาที่เดินเข้าห้องน้ำเองโดยไม่เรียก

หึ...อวดเก่งดีนี่!

เมื่อเธอออกมา ก็พบว่าเขาตื่นแล้วแต่เธอก็เงียบไม่ได้พูดอะไร มันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจริง ๆ จุกแน่นไปในอก เธอตกอยู่ในอันตราย แต่เขาไม่อยู่บ้าน จากสภาพคงไปเที่ยวอย่างที่เคย

“ทำไมไม่โทรหาฉัน” ณัฐภัทรทนความเงียบและกดดันนี้ไม่ไหวจึงเปิดปากพูดออกมาก่อน

“คุณไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป” เธอตอบเสียงแข็งไม่ต้องสาธยายก็รู้ว่าโกรธเพียงใด

“แล้วทำไมต้องโทรหาคุณตา”

“ก็ผัวชั่ว ๆ แบบคุณมันไม่อยู่ไง” คราวนี้สายตากร้าวหันไปมองเขากดเสียงรอดไรฟันให้เบาที่สุด มีคำด่าในใจเป็นหมื่นล้านคำ แต่พูดออกมาไม่ได้เพราะลูกสาวหลับอยู่

“ตำรวจก็มีทำไมไม่โทร”

“ก็โทรแล้วไง ไม่โทรตำรวจจะมาทันเหรอ ถามโง่ ๆ” เขาด่าเธอโง่ แต่ทุกคำถามที่ถามมานั้นฉลาดนักเหรอ เขาแค่ต้องการโยนความผิดให้คนอื่น คาดว่าคุณตาก็คงต่อว่าเขาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

“กับผัวพูดให้มันดี ๆ หน่อย”

“ถ้าผัวมันดีนะ แต่นี่เมียจะตายอยู่แล้วยังไม่ดูดำดูดี มัวแต่ไปกินน้ำพริกถ้วยเก่า...หึ...ต้องให้สรรเสริญคุณว่าอะไรดีล่ะ” เธอไม่รู้จะหาคำใดเปรียบจริง ๆ

“ก็ยังไม่ตายสักหน่อย” เขาพูดยักไหล่ไม่ใส่ใจความรู้สึกคนเป็นเมีย เพราะไม่ชอบอยู่แล้ว ตอนนี้มีแรงมาเถียงฉอด ๆ ก็คงไม่เป็นอะไรมาก อยากจะเอาความห่วงใยเมื่อคืนกลับมาจริง ๆ

เสียงแรง !

“ต้องรอให้ฉันตายก่อนไหมล่ะ”

“อย่างนั้นก็ดี”

ท่าทางกวนสนเท้านี้ของเขา เธออยากเดินไปกระชากหน้ามาตบสักสองฉาดเหลือเกิน สันดานหมา!

การเถียงที่เสียงค่อยที่สุดจบลงเมื่อคุณแม่ของเขาเปิดเข้ามาในห้อง นั่นทำให้บรรยากาศตึงเครียดจางลง ณัฐสุดาเป็นแม่สามีที่ดี แต่ทว่าโดนลูกชายชั่วอย่างเขากันออกห่างจากเธอ จึงไม่รู้ความระยำของเขามากนัก เธอก็ไม่อยากให้แม่อย่างเขาต้องเสียใจที่เลี้ยงลูกชายให้เติบโตมาได้โคตรเลว สิ่งที่เจอในบ้านเล่าให้คนนอกฟังมันก็แค่เรื่องเล็กน้อย แต่ใครจะรู้ถึงความอึดอัดและกดดันนั้นได้ดีเท่าคนอยู่อีกเล่า

“ตื่นแล้วเหรอหนูพลอย เป็นยังไงบ้าง”

“ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ หมอให้กลับบ้านได้เลยค่ะ” พิมพ์พลอยบอกเพื่อให้แม่ของเขาสบายใจ และเตรียมตัวกลับ พิพิณก็นอนโซฟาแข็ง ๆ เธอสงสารลูกสาว

“ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก” ณัฐสุดาลูบผมลูกสะใภ้เบา ๆ เรียกขวัญกลับมา นับว่าเป็นเรื่องที่โชคร้ายมาก เพราะว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย หมู่บ้านนี้ระบบรักษาความปลอดภัยดี แต่คนจ้องกับคนระวังคนระคนต่างกัน เพื่อความไม่ประมาทก็ไม่ควรจะอยู่กันสองคนแม่ลูก

“ไปอยู่บ้านแม่ก่อนไหมลูก ให้เสร็จเรื่องค่อยกลับบ้าน”

“อย่าลำบากดีกว่าค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวพี่ภัทรไปทำงานลำบากไม่มีคนเตรียมอาหารให้”

“ให้มันหากินเองบ้าง ถ้าไม่รู้จักหากินเองก็ให้มันอดไป” ณัฐสุดาอยากเอาไม้ฟาดหัวลูกชายจริง ๆ ไม่รู้สมองมันทำจากอะไร พอแต่งงานถึงได้โง่ขนาดนี้

ชายหนุ่มเดินไปชำระค่ารักษาพยาบาลแล้วก็เดินมาสมทบกับคุณแม่แล้วก็คนที่ดูแล้วไม่น่าป่วยที่ด้านหน้า และกลับบ้านไป

ขณะนั่งในรถเธอนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เพราะเบื่อไม่อยากเสวนากับผัวตัวเอง แต่เมื่อมาถึงบ้านกลับพบต้องตามายืนอยู่หน้าบ้านชะโงกไปมา

ปี๊ด ปี๊ด!!!

ณัฐภัทรบีบแตรลั่นหมายให้ต้องตาหลบไปอย่าขวางทางเพราะเขาอยากเข้าบ้านไปนอนเต็มที่แล้ว

ต้องตาที่มัวแต่มองในบ้านจึงไม่เห็นว่ารถด้านหลังกลับมาแล้ว จึงกระโดดหลบ พร้อมกับคำสาปแช่งคนขับรถที่ไม่รู้จักมีมารยาทเอาเสียเลย

“นี่บีบแตรอย่างนั้นได้ไงเล่า” คนที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ

“ก็เพื่อนเธอเกะกะ” เมื่อไม่มีอะไรขวางทางเขาก็กดรีโมทย์เปิดประตูเข้าบ้านโดยไม่ชะลอรถให้เธอได้พูดคุยกับเพื่อนด้วยซ้ำ

เด็กหญิงพิพิณที่หลับมาตลอดทางก็ลืมตาขึ้นเมื่อรถจอดสนิท เด็กน้อยรอผู้เป็นพ่อมาเปิดประตูให้ แล้วก็ลงวิ่งไปหาแม่ทันที

“แม่ขา...หายเจ็บยังคะ” เด็กน้อยถามผู้เป็นมารดาด้วยความเป็นห่วง

“หายแล้วจ้ะลูก หนูเข้าไปในบ้านก่อนนะคะ”

“ม่ายเอา จะไปพร้อมแม่ขา”เด็กน้อยอยากเดินไปพร้อมแม่ แต่เธอห่วงเพื่อนที่มาหาเธอถึงบ้านไม่รู้ด้วยเรื่องอะไร

“รีบเข้าบ้านสิ...ยืนทำซากอะไรอยู่!” เธอเดินเข้าไปชิดเขาแล้วยกขากระแทบเท้าเข้าไปแรง พร้อมกับยกเข่าแทงไปที่ต้นขา

ปึก! ตึก!

เมื่อลงรถได้เธอได้ยินคำพูดกวน ๆ ของเขาไม่เลิกใจมันก็อดไม่ได้จริง ๆ หมดเวลาที่เป็นผู้หญิงที่ยอมทนให้เขารังแกฝ่ายเดียวแล้ว

“โอ๊ย...ทำบ้าอะไรเนี่ย”

“น้อยไป...” เธอจ้องหน้าเขาไม่หลบสายตาเช่นเดียวกับเขามองหน้าเมียอย่างเธอด้วยความแค้น แล้วก็อุ้มลูกเข้าบ้านทันที ไม่อยากทำอะไรคนเจ็บตอนนี้...

ฝากไว้ก่อนเถอะ!
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 41

    พิมพ์พลอยไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาเสียทีเดียว ไปค้างบ้านโน้นบ้าง บ้านคุณตาบ้างสลับกันไป กลัวคุณตาเหงา แต่เสาร์อาทิตย์จะอยู่บ้านคุณตาเป็นหลัก เพราะตอนมีปัญหาก็มีคุณตาคอยช่วยเหลือ พอเขาเข้ามาดีด้วยเธอจะทิ้งคุณตาได้อย่างไร ทั้งที่คุณตาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงก็ตาม ณัฐภัทรยังทำหน้าที่พ่อที่ดี แล

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 40

    ถ้อยคำหวานจนเลี่ยนนี้ทำให้พิมพ์พลอยน้ำตาไหลออกมา เธอไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ว่าเมื่อหันไปมองรอยยิ้มของลูกสาวแล้วกลับไม่กล้าปฏิเสธเขาเสียอย่างนั้น “แม่ขา กลับมาอยู่บ้านเรานะคะ” กามเทพตัวน้อยช่วยพ่ออีกแรง เมื่อเห็นคุณแม่ลังเล ไม่รับปากสักที “บ้านของเราก็บ้านคุณทวดไงคะ”

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 39

    เด็กหญิงตัวน้อยยังคงทำหน้าที่เป็นกามเทพให้พ่อกับแม่ และอ้อนขอให้แม่มาค้างที่บ้านของพ่อเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีก็ว่าได้ “ทำไมอยากค้างบ้านพ่อล่ะคะ” คนเป็นแม่มาถึงพร้อมกับชุดนักเรียนก็ซักไซ้ลูกสาวทันที ไม่รู้คิดยังไงงอแงไม่กลับบ้านเสียอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ให้มาอยู่ตั้งหลายวันแล้วยังไม่จุใจอีกหรื

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 38

    “พ่อจะเดินให้ได้ก่อนน้องพิณไปโรงเรียนนะครับ พ่อจะไปส่งลูกสาวของพ่อเอง” เมื่อมีเป้าหมาย ณัฐภัทรก็ลุกขึ้นแล้วเดินทั้งวันจนเหนื่อย พอเหนื่อยเขาก็พักพอให้หายเหนื่อยแล้วก็ฝึกเดินแบบเดิม จนเริ่มไม่ต้องใช้รถเข็น ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง เขาใช้โยคะเพื่อช่วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แต่ต้องมีวินัยในการฝึกทุก

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 37

    แล้วคืนนั้นเธอก็ทนรบเร้าจากลูกสาวไม่ได้ จึงต้องให้เขานอนกับลูก ส่วนเธอก็ไปนอนกับคุณแม่ของเขาในห้องของตัวเอง เมื่อจะเข้านอน คุณแม่ของเขาก็จับมือเธออยากนั่งคุยปรับทุกข์กันก่อน “แม่ขอโทษนะพลอย ที่ผ่านมาแม่ก็ละเลยหนู ให้หนูต้องทนกับลูกชายแย่ ๆ ของแม่” ณัฐสุดาหากตัวเองไม่ตามใจลูกชาย แล้วดูแลลูกส

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 36

    “ขอบคุณครับ แม่ยุ่งเหรอครับ” เขาถามถึงคนที่คิดถึงใจจะขาดไม่ต่างจากลูก “ใช่ค่ะ แม่ขายกาแฟทั้งวันค่ะ” “เหงาไหมครับ” “เหงาค่ะ อยากไปเล่นกับพ่อขา” คราวนี้พิพิณเริ่มอ้อนผู้เป็นพ่อ ทำให้เขากำหมัดแน่น เมื่อก่อนจะไปหาลูกง่ายดาย ยามนี้แค่ขยับกายยังยากเย็น แล้วจะคิดดูแลลูกได้ยังไง

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 21

    ณัฐภัทรก็ยังคงมาตามเฝ้าเธอที่บ้านของคุณตาพิภพ แต่ก็เหมือนเคยเธอไม่ยอมพบเขา แม้ว่าจะขอพบลูกสาวก็ไม่ได้พบจนเวลาผ่าน จวบจนหนึ่งเดือนหลังจากที่เธอออกจากบ้านเขาไป เขาก็เริ่มทนไม่ไหว พร้อมอาละวาดกับทุกคนที่เข้ามาในบ้าน เพราะทำอะไรก็ไม่ถูกใจซักอย่าง “โธ่เว้ย...ใครซักผ้าวะสีผ้าตกด่างขนาดนี้จะใส่ได้

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 19

    “เมาก็ไปนอน จะไปหาน้องสภาพนี้ได้ยังไงกัน” “ไม่...ผมไม่นอน ผมคิดถึงเมีย” เวลาคนอกหักเมานี่สภาพแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ แต่ว่าเจ้าลูกชายของเธอนี่ท่าจะเป็นเอามาก จนต้องให้คนพาขึ้นไปนอนบนห้อง แต่เจ้าลูกชายก็เรื่องมากอีกบอกจะนอนห้องลูกสาวจนทั้งแม่บ้านและคนเป็นแม่อย่างเธออ่อนใจ วั

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 27

    ณัฐภัทรขับรถออกไปด้วยความเร็ว เขาควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความเคยเอาแต่ใจอยากได้อะไรต้องได้ และไม่เคยใจเย็นกับเรื่องอะไร ทำให้เขาขาดสติ เวลาหกโมงเย็น เมฆฝนตั้งเค้ามาจนมืดฟ้าดำมัวดิน เพียงหลังจากที่ณัฐภัทรหุนหันพลันแล่นออกไปจากคาเฟ่ของเธอ ความเป็นห่วงเล็ก ๆ แล่นเข้ามาในอก แต่แล้วเธอก็สลัดความคิดน

  • เศษรักเมียจำนน   บทที่ 25

    ณัฐภัทรเห็นว่าเธอกำลังยุ่ง เขาก็ทำตัวเป็นแขกที่ดี มองดูความสำเร็จของเธออยู่เงียบ ๆ เพื่อหาโอกาสพูดคุยปรับความเข้าใจกัน เพราะเขาเองก็อยากอยู่กับลูกเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเธอร้อนกลับมีผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่เขาคอยพัดวี เอาผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ ภาพนั้นมองทีไรเขาก็รู้สึกหงุดหงิด ตั้งแต่เด็กเขาเป็นคนห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status