INICIAR SESIÓNวันต่อมา
แอสตันขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเฉยชา ร่างสูงลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง กวาดสายตามองร่างบอบบางของชมพู่ที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยสภาพอิดโรย ดวงตาคมกริบไร้ซึ่งความอาทรหรือความรู้สึกผิดใดๆ สำหรับเขาทุกอย่างจบลงตั้งแต่ความต้องการถูกปลดปล่อยแล้ว แอสตันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คข้อความงานโดยไม่สนใจจะปลุกหรือเอ่ยปากบอกลาคนข้างกาย ชมพู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณเมื่อรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว ความระบมแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องกัดฟันกลั้นเสียงครางด้วยความเจ็บปวด เธอกวาดสายตาด้วยความเคว้งคว้าง ก่อนจะรีบดึงเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ลวกๆ “เสร็จแล้วก็กลับไปซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ ทันทีที่ชมพู่กลับมาถึงบ้านหลังเล็ก ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนและร่างกายที่บอบช้ำแทบทำให้เธอล้มทั้งยืน แต่เธอกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะนอนพักผ่อน ชมพู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องใกล้กับโต๊ะอ่านหนังสือ มือเรียวสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่จดบันทึกรายรับรายจ่ายไว้อย่างละเอียดยิบขึ้นมาพลิกเปิดดู ทุกๆสิ้นเดือน มันคือช่วงเวลาแห่งความกดดันที่เธอต้องเผชิญหน้า เงินเดือนจากการทำงานพาร์ทไทม์ร้านกาแฟและค่าจ้างทำบัญชีเล็กๆน้อยๆที่เธอวิ่งรอกทำหลังเลิกเรียน ถูกจัดสรรปันส่วนอย่างเข้มงวด ส่วนหนึ่งต้องแบ่งไว้เป็นค่าเดินทางและค่ากินอยู่ประทังชีวิต ส่วนใหญ่ที่เหลือต้องถูกหักออกไปเป็นเงินผ่อนชำระหนี้100,000บาท ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยรายเดือนที่เจ้าหนี้หน้าเลือดคิดดอกเบี้ยทบต้นอย่างโหดเหี้ยม ชมพู่กำสมุดบัญชีในมือแน่นจนกระดาษยับย่น ความเหนื่อยล้าทางร่างกายจากค่ำคืนที่เพิ่งผ่านมาผสมปนเปไปกับความเครียดเรื่องเงินในกระเป๋าที่ร่อยหรอลงทุกที เดือนนี้เธอแทบไม่รู้เลยว่าเงินที่จะเอาไปจ่ายค่าหนี้งวดนี้จะพอไหม ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งร่วงเผาะลงมาหยดใส่หน้ากระดาษ มหาวิทยาลัย ตึกคณะบัญชี ตอนบ่าย ริมระเบียงทางเดินหน้าห้องเรียน ชมพู่ยืนถือแก้วน้ำอัดลมพลาสติกในมือ ใบหน้าหวานดูอิดโรยและซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาคล้ำดำจากการอดนอนสะสมติดต่อกันมาหลายเดือน จนมีนเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆต้องหันมามองด้วยสายตาจับผิดและอดเป็นห่วงไม่ได้ “แก...ช่วงนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะ ผอมลงไปเยอะมากด้วย” มีนทักขึ้นพร้อมกับใช้ศอกสะกิดเบาๆ “ช่วงนี้หักโหมงานพาร์ทไทม์เกินไปหรือเปล่า หรือว่า...” เพื่อนสาวหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะพูดแซวออกมากลั้วหัวเราะ “ถ้าแกมีแฟน ฉันคงคิดว่าแฟนแกจัดหนักแกทุกคืนแน่ๆ เพราะตอนที่ฉันมีแฟนใหม่ๆนะ แฟนฉันก็จัดหนักฉันทุกคืนจนตาโหลหมดแรงไปหลายเดือนเหมือนกัน ฮ่าๆๆ” คำพูดลอยๆของเพื่อนรักเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงกลางใจ ชมพู่สะดุ้งสุดตัว มือที่ถือแก้วน้ำเผลอบีบแน่นจนพลาสติกยุบลงไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดหวั่น หน้าถอดสีซีดเผือดลงไปในพริบตา แม้เธอจะต้องวิ่งรอกทำงานพาร์ทไทม์ทุกวันจนแทบไม่มีเวลาหายใจ แต่เรื่องบนเตียงเธอก็แทบไม่ได้พักผ่อนเช่นกัน เพราะแอสตันเรียกตัวเธอไปหาที่คอนโดไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละห้าวัน และทุกครั้งที่ไปเขาก็ไม่เคยปล่อยให้เธอเป็นอิสระแค่กิจกรรมรอบเดียว ร่างกายของเธอจึงถูกสูบพลังไปจนหมดสิ้น ทั้งจากงานหนักและจาก ‘หน้าที่’ บนเตียงที่เธอต้องรองรับอารมณ์ของเขาอย่างไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เมื่อเห็นชมพู่เงียบไปนานแถมยังมีสีหน้าตื่นตระหนกจนเหงื่อซึม มีนก็หุบยิ้มลง เปลี่ยนเป็นเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัยแทน “อ้าว เงียบไปเลย หรือว่าแกแอบไปมีแฟนลับๆ โดยไม่บอกฉันห๊ะ?” มีนหรี่ตามองคาดคั้นแกมหยอกล้อ “มีหนุ่มที่ไหนมาซุ่มเงียบคบกับแกหรือเปล่า สารภาพมาซะดีๆ” ชมพู่สะดุ้งรีบดึงสติกลับมา หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวว่าความลับของเธอกับแอสตันจะถูกล่วงรู้ เธอกลืนน้ำลายฝืดคอรีบปฏิเสธเสียงสั่นทันควันเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ “แกจะบ้าเหรอมีน! ฉันไม่มีแฟนหรอกน่า” ชมพู่รีบละล่ำละลักบอก ปั้นหน้าฝืนยิ้มกลบเกลื่อน “ฉัน...ฉันแค่เหนื่อยเรื่องงานพาร์ทไทม์กับโปรเจกต์จบปี4นี่แหละ งานมันรุมเร้าจนจะตายอยู่แล้ว ไม่มีอารมณ์ไปคิดเรื่องรักๆใคร่ๆที่ไหนหรอก” มีนมองหน้าเพื่อนซี้สำรวจอยู่ครู่ใหญ่ เหมือนจะพยายามจับพิรุธ แต่เมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยล้าจริงๆของชมพู่ เจ้าตัวก็เลยถอนหายใจออกมาแล้วยอมเชื่อแต่โดยดี “เออๆ เชื่อก็ได้ หักโหมนักระวังจะล้มพับคาโต๊ะเรียนนะแก หน้าตาดูอิดโรยชอบกลช่วงนี้ พักผ่อนซะบ้างเถอะ” มีนบ่นอุบอิบตามประสาเพื่อนรัก ก่อนจะดึงแขนเธอให้เดินเข้าห้องเรียนด้วยกัน ชมพู่ก้าวเดินตามเพื่อนเข้าไปในห้อง แสร้งทำเป็นฟังบทเรียนบนกระดาน ทว่าในอกกลับเต้นระรัวด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครรู้ ต้องไม่มีใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด เธอท่องคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาในใจเสียงเปิดประตูห้องคอนโดหรูดังขึ้นในยามค่ำ แอสตันก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก เขากำลังจะโยนกุญแจรถลงบนเคาน์เตอร์เหมือนทุกที ทว่ากลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยมาจากห้องครัวกลับทำให้เขาต้องชะงักบนโต๊ะอาหารตัวยาว อาหารรสชาติโปรดและเมนูทำง่ายหลายอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ชมพู่ในชุดเสื้อผ้าเรียบร้อยสะอาดตาเดินออกมาจากครัวด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย ดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความหวังและประกายความตั้งใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า วันนี้เธอตั้งใจอยากจะทำตัวให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนบุญคุณเรื่องหนี้สินและลึกๆแล้วเธอก็อยากลดช่องว่างระหว่างกัน หวังว่าความใส่ใจนี้จะทำให้เขามองเห็นเธอเป็นมากกว่าแค่ผู้หญิงบนเตียง“พี่แอสตันกลับมาแล้วเหรอคะ” ชมพู่เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าหวาน “เหนื่อยไหมคะ วันนี้ชมพู่ทำกับข้าวไว้หลายอย่างเลย พี่แอสตันลองชิมดูก่อนนะ หรือจะอาบน้ำก่อนดีคะ”เธอก้าวเข้าไปใกล้ตั้งใจจะช่วยปลดกระดุมเสื้อสูทเหมือนภรรยาเอาใจใส่สามี ทว่าแอสตันกลับถอยหลังหลบเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองอาหารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่พยายา
ช่วงค่ำของวันหนึ่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องชุดหรู แอสตันขยับเนคไทที่คอออกด้วยความเหนื่อยล้าหลังผ่านวันอันยาวนานที่บริษัท เขากำลังจะเดินตรงไปหยิบน้ำในครัว ทว่าเสียงพูดคุยแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากห้องนอนเล็กกลับทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า“ค่ะ ขอร้องล่ะค่ะพี่ ช่วยผ่อนผันให้อีกสักสัปดาห์ได้ไหมคะ เงินชมพู่ยังไม่พอจริงๆ ชมพู่หาคืนให้แน่ค่ะ อย่าเพิ่งไปตามที่บ้านเลยนะคะ”เสียงสะอื้นไห้เจือความจนมุมลอยตามลมมา แอสตันยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจระคนรำคาญใจ เขาฟังเงียบๆจนกระทั่งได้ยินคำว่า ‘หนี้หนึ่งแสนบาท’ และเสียงขอร้องอ้อนวอนให้เจ้าหนี้ใจเย็นลงเมื่อสายถูกตัดไป แอสตันก็ผลักประตูห้องเปิดเข้าไปเต็มแรงปัง!ชมพู่สะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดราวกับคนไข้อาการหนัก โทรศัพท์มือถือร่วงหลุดจากมือตกลงบนเตียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกจับได้ว่าเธอกำลังซ่อนปัญหาใหญ่ไว้“หนี้อะไร?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ทว่ากดดันจนน่ากลัว แอสตันสาวเท้าเข้าไปใกล้ ร่างสูงยืนค้ำหัวมองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าแต่เยียบเย็น “เมื่อกี้คุยเรื่องอะไร ทำไมต้องร้องขอชีวิตกับเจ้าหนี้ขนาดนั้น”
ช่วงเย็นวันต่อมา ชมพู่หิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมก้าวเข้ามาในห้องชุดหรูของแอสตัน เธอยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงทางเข้าเพราะไม่รู้ว่าควรวางตัวอย่างไรในพื้นที่ส่วนตัวของเขาแอสตันที่นั่งจิบกาแฟมองเอกสารอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างประตู เขาวางแก้วในมือลงแล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหา“ตามฉันมา” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งสั้นๆ ก่อนจะเดินนำไปยังห้องนอนเล็กอีกห้องที่อยู่ถัดจากห้องนอนหลักของเขาแอสตันเปิดประตูผลักให้เธอดูภายในห้องที่มีเตียงเดี่ยวขนาดพอดีตัวและตู้เสื้อผ้าบิลต์อินเรียบร้อย “ห้องนี้เป็นของเธอ จัดของให้เรียบร้อยซะ”“ค่ะ” ชมพู่ตอบรับเสียงเบา ก้มหน้ารับคำสั่งแล้วลากกระเป๋าเดินเข้าห้องปิดประตูลงเงียบๆช่วงดึกแสงไฟสลัวในห้องชุดหรูยามดึกถูกรบกวนด้วยเสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นๆบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงในห้องนอนเล็กAston : มาที่ห้องฉันชมพู่ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมชุดนอนเรียบร้อยชะงักไปเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะวางมือถือลงแล้วเดินออกจากห้องนอนเล็ก ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของแอสตันที่เปิดแง้มไว้ภายในห้องมืดสลัว กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกลอยอบอวลอยู่
The Greystone Design & Constructionภายในห้องทำงานส่วนตัวโทนสีเข้มและเรียบหรูบนชั้นบนสุดของบริษัทสถาปนิกชื่อดัง แอสตันในชุดสูททำงานสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดกำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าตรงหน้า นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเบาๆอย่างใช้ความคิดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะเปิดออก ร่างท้วมสง่าของเกริกพล หรือผู้เป็นพ่อและเจ้าของบริษัทก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับถือแฟ้มเอกสารบางอย่างมาด้วยแอสตันเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้เป็นพ่อด้วยความเคารพตามสัญชาตญาณ“พ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงขึ้นมาตรวจงานถึงนี่เอง” แอสตันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเกริกพลวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาโชกโชนกวาดตามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความห่วงใยเจือความระแคะระคายบางอย่าง“เปล่าหรอก ฉันแค่แวะมาดูความคืบหน้าโปรเจกต์ใหม่ของแก...” เกริกพลเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะชำเลืองมองลูกชายแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ “แล้วก็...ว่าจะถามเรื่องส่วนตัวของแ
วันต่อมาแอสตันขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเฉยชา ร่างสูงลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง กวาดสายตามองร่างบอบบางของชมพู่ที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยสภาพอิดโรย ดวงตาคมกริบไร้ซึ่งความอาทรหรือความรู้สึกผิดใดๆ สำหรับเขาทุกอย่างจบลงตั้งแต่ความต้องการถูกปลดปล่อยแล้วแอสตันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คข้อความงานโดยไม่สนใจจะปลุกหรือเอ่ยปากบอกลาคนข้างกายชมพู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณเมื่อรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว ความระบมแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องกัดฟันกลั้นเสียงครางด้วยความเจ็บปวด เธอกวาดสายตาด้วยความเคว้งคว้าง ก่อนจะรีบดึงเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ลวกๆ “เสร็จแล้วก็กลับไปซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำทันทีที่ชมพู่กลับมาถึงบ้านหลังเล็ก ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนและร่างกายที่บอบช้ำแทบทำให้เธอล้มทั้งยืน แต่เธอกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะนอนพักผ่อน ชมพู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องใกล้กับโต๊ะอ่านหนังสือ มือเรียวสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่จดบันทึกรายรับรายจ่ายไว้อย่างละเอียดยิบขึ้นมาพลิกเปิดดูทุกๆสิ้นเดือน มันคือช่วงเวลาแห่งความกดดันที่เธอต้องเผชิญหน้าเงินเดือนจากการทำงานพาร์ทไทม
ห้องคอนโดหรูของแอสตันบรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน แอสตันไม่ได้หันมามองหรือเอ่ยปากต้อนรับ เขาวางกล่องข้าวลงบนเคาน์เตอร์อย่างไร้ความใส่ใจ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกชมพู่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความตื่นตระหนก แม้เธอจะตกลงยอมรับข้อเสนอที่ไร้สถานะ แต่วินาทีที่ประตูห้องปิดลง ความกลัวก็ตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอร่างสูงหันกลับมามองเธอนิ่งๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเพรียวบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ซึ่งความเสน่หา มันเป็นสายตาของคนที่กำลังมองหาที่ระบายอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น“ถ้าจะเริ่ม...ก็ถอดเสื้อผ้าซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆ ไม่มีความนุ่มนวลหรือถนอมน้ำใจชมพู่สะดุ้งสุดตัว มือเล็กสั่นเทาขณะยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อของตัวเองด้วยความประหม่า แต่เธอก็กลั้นใจทำตามคำสั่งอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เมื่อเสื้อผ้าหลุดร่วงลงพื้น ร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นสะท้านด้วยความเขินอายและตื่นกลัวก็ปรากฏต่อสายตาของเขาแอสตันสาวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนชมพู่ต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ







