INICIAR SESIÓNห้องคอนโดหรูของแอสตัน
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน แอสตันไม่ได้หันมามองหรือเอ่ยปากต้อนรับ เขาวางกล่องข้าวลงบนเคาน์เตอร์อย่างไร้ความใส่ใจ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก ชมพู่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความตื่นตระหนก แม้เธอจะตกลงยอมรับข้อเสนอที่ไร้สถานะ แต่วินาทีที่ประตูห้องปิดลง ความกลัวก็ตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ ร่างสูงหันกลับมามองเธอนิ่งๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเพรียวบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ซึ่งความเสน่หา มันเป็นสายตาของคนที่กำลังมองหาที่ระบายอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น “ถ้าจะเริ่ม...ก็ถอดเสื้อผ้าซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆ ไม่มีความนุ่มนวลหรือถนอมน้ำใจ ชมพู่สะดุ้งสุดตัว มือเล็กสั่นเทาขณะยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อของตัวเองด้วยความประหม่า แต่เธอก็กลั้นใจทำตามคำสั่งอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เมื่อเสื้อผ้าหลุดร่วงลงพื้น ร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นสะท้านด้วยความเขินอายและตื่นกลัวก็ปรากฏต่อสายตาของเขา แอสตันสาวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนชมพู่ต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ มือหนาตรึงร่างเธอไว้ก่อนจะประกบจูบลงมาอย่างไร้ความอ่อนโยน เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและระบายความอัดอั้นในใจของเขาโดยไม่สนใจว่าเธอจะหายใจทันหรือไม่ ริมฝีปากของชมพู่เจ็บแปลบ รสชาติเค็มปร่าของหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มไม่ได้ทำให้แอสตันหยุดชะงัก เขาดึงรั้งเธอมาร่วมเตียงในห้องนอนที่ไร้แสงไฟประดับ มีเพียงแสงไฟจากตึกสูงนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาสลัวๆ ในวินาทีที่ความใกล้ชิดเดินทางมาถึงจุดเปราะบางที่สุด ร่างกายของชมพู่เกร็งเครียดจนสั่นเทิ้ม แอสตันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความไร้เดียงสาและความเกร็งขืนของเธอ ดวงตาคมหรี่ลงมองหน้าหญิงสาวที่กำลังกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ด้วยความที่เป็นคนมีระเบียบวินัยในตัวเองและป้องกันปัญหาที่จะตามมา แอสตันจึงผละตัวออกไปหยิบถุงยางอนามัยจากลิ้นชักหัวเตียงขึ้นมาสวมใส่ให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว เขากลับมาทาบทับร่างกายลงบนตัวเธออีกครั้ง “จำเอาไว้...นี่ไม่ใช่ความรัก และฉันไม่ได้รักเธอ” แอสตันกระซิบด้วยเสียงทุ้มพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ย้ำเตือนสถานะอันเจ็บปวดในความมืดสลัว ก่อนที่ความเจ็บปวดร้าวรานจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างของชมพู่ ความเจ็บปวดที่ยืนยันว่านี่คือครั้งแรกในชีวิตของเธอ ครั้งแรกที่เธอยอมมอบให้ผู้ชายคนนี้ ทั้งร่างกาย หัวใจ และความลับที่ไม่มีวันได้ล่วงรู้ถึงหูใคร วันต่อมา แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอนกว้าง แอสตันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเฉยชา ร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างไร้ความรู้สึก โดยไม่ได้สนใจร่างระบมของหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างกาย ชมพู่สะดุ้งตื่นตามมาติดๆ ความปวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เธอกวาดสายตามองแผ่นหลังกว้างของแอสตันที่หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่เงียบๆโดยไม่มีคำพูดหวานหูหรือแม้แต่คำถามไถ่ “ตื่นแล้วก็กลับไปซะ จำกฎของเราให้ดี อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งเรียบๆ โดยไม่หันกลับมามอง “ค่ะ” ชมพู่เม้มริมฝีปากแน่น กลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอก้มเก็บเสื้อผ้าของตัวเองสวมใส่แล้วเดินออกจากห้องพักหรูของแอสตันราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุ ไร้สถานะ ไร้ความสำคัญ และมีค่าแค่ในยามที่เขาต้องการเท่านั้น หลังจากวันนั้น ชมพู่ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับโลกภายนอกที่หนักหน่วง เธอกลับมาใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับการเรียนบัญชีปี4ที่ทั้งยากและเครียด ไหนจะต้องรีบวิ่งรอกทำงานพาร์ทไทม์หัวหมุนเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และที่หนักหนาที่สุดคือภาระหนี้สินหนึ่งแสนบาท ที่พ่อของเธอไปกู้ยืมมาก่อนตาย ทุกๆสิ้นเดือนชมพู่ต้องแบกรับภาระการผ่อนชำระทั้งต้นทั้งดอกด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง เงินในบัญชีแทบไม่เคยเหลือเก็บ ในขณะที่เธอต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบเพื่อเอาชีวิตรอด ชีวิตของแอสตันกลับหมุนวนอยู่กับการเริ่มต้นทำงาน และการติดต่อมาหาเธอก็เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่เขามีความต้องการเท่านั้น หลายสัปดาห์ต่อมา Aston : คืนนี้สี่ทุ่ม มาที่เดิม ชมพู่มองหน้าจอโทรศัพท์นิ่งๆ หัวใจกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดที่รู้ว่าตัวเองเป็นได้แค่ที่ระบายอารมณ์ แต่สองขากลับตอบรับและเตรียมตัวเดินทางไปหาเขาอย่างไม่ลังเล เพราะลึกๆแล้วเธอก็โหยหาอ้อมกอดของเขา แม้ว่ามันจะเป็นอ้อมกอดที่ไร้หัวใจก็ตาม คอนโดแอสตัน ชมพู่ใช้คีย์การ์ดสำรองที่แอสตันเคยโยนให้ไว้เปิดประตูเข้ามาอย่างคุ้นเคย กลิ่นบุหรี่จางๆผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายประจำตัวเขาลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ร่างสูงของแอสตันยืนพิงระเบียงห้องโดยสวมเพียงกางเกงขายาวตัวเดียว แผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อสมส่วนไหววูบตามจังหวะที่เขากำลังอัดควันเข้าปอด ดวงตาคมกริบเหลือบมองร่างเพรียวบางที่เพิ่งก้าวเข้ามาเงียบๆผ่านเงาสะท้อนบนกระจก ชมพู่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความประหม่าและเจ็บแปลบในอกลึกๆ แอสตันดับมวนบุหรี่ในที่เขี่ยก่อนจะหันกลับมา ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้อารมณ์ มือหนายื่นออกไปกระชากข้อมือเล็กของเธอให้เข้ามาประชิดตัวโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง หมับ! “มาสาย” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆแฝงความหงุดหงิดนิดๆ “ชมพู่...ชมพู่เคลียร์งานพาร์ทไทม์อยู่ค่ะ ขอโทษนะคะพี่แอสตัน” ชมพู่รีบเอ่ยเสียงสั่น พยายามก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างกดดัน แอสตันไม่ได้สนใจคำแก้ตัวนั้น นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตาก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประกบจูบปิดริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอทันที เป็นจูบที่ไร้ความอ่อนโยน เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและแรงอารมณ์ที่ถูกกักเก็บไว้ สัมผัสหนักหน่วงถูกถ่ายทอดลงมาท่ามกลางความเงียบงันของห้องชุดหรู ชมพู่หลับตาลงรับความเจ็บปวดและความอัดอั้นเหล่านั้นไว้ ปล่อยให้ร่างกายและจิตใจจมดิ่งลงไปในความสัมพันธ์อันมืดมนที่ซึ่งเธอไม่มีวันได้ครอบครองหัวใจของเขา แต่กลับโหยหาอ้อมกอดนี้จนหมดหัวใจเสียงเปิดประตูห้องคอนโดหรูดังขึ้นในยามค่ำ แอสตันก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก เขากำลังจะโยนกุญแจรถลงบนเคาน์เตอร์เหมือนทุกที ทว่ากลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยมาจากห้องครัวกลับทำให้เขาต้องชะงักบนโต๊ะอาหารตัวยาว อาหารรสชาติโปรดและเมนูทำง่ายหลายอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ชมพู่ในชุดเสื้อผ้าเรียบร้อยสะอาดตาเดินออกมาจากครัวด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย ดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความหวังและประกายความตั้งใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า วันนี้เธอตั้งใจอยากจะทำตัวให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนบุญคุณเรื่องหนี้สินและลึกๆแล้วเธอก็อยากลดช่องว่างระหว่างกัน หวังว่าความใส่ใจนี้จะทำให้เขามองเห็นเธอเป็นมากกว่าแค่ผู้หญิงบนเตียง“พี่แอสตันกลับมาแล้วเหรอคะ” ชมพู่เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าหวาน “เหนื่อยไหมคะ วันนี้ชมพู่ทำกับข้าวไว้หลายอย่างเลย พี่แอสตันลองชิมดูก่อนนะ หรือจะอาบน้ำก่อนดีคะ”เธอก้าวเข้าไปใกล้ตั้งใจจะช่วยปลดกระดุมเสื้อสูทเหมือนภรรยาเอาใจใส่สามี ทว่าแอสตันกลับถอยหลังหลบเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองอาหารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่พยายา
ช่วงค่ำของวันหนึ่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องชุดหรู แอสตันขยับเนคไทที่คอออกด้วยความเหนื่อยล้าหลังผ่านวันอันยาวนานที่บริษัท เขากำลังจะเดินตรงไปหยิบน้ำในครัว ทว่าเสียงพูดคุยแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากห้องนอนเล็กกลับทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า“ค่ะ ขอร้องล่ะค่ะพี่ ช่วยผ่อนผันให้อีกสักสัปดาห์ได้ไหมคะ เงินชมพู่ยังไม่พอจริงๆ ชมพู่หาคืนให้แน่ค่ะ อย่าเพิ่งไปตามที่บ้านเลยนะคะ”เสียงสะอื้นไห้เจือความจนมุมลอยตามลมมา แอสตันยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความแปลกใจระคนรำคาญใจ เขาฟังเงียบๆจนกระทั่งได้ยินคำว่า ‘หนี้หนึ่งแสนบาท’ และเสียงขอร้องอ้อนวอนให้เจ้าหนี้ใจเย็นลงเมื่อสายถูกตัดไป แอสตันก็ผลักประตูห้องเปิดเข้าไปเต็มแรงปัง!ชมพู่สะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดราวกับคนไข้อาการหนัก โทรศัพท์มือถือร่วงหลุดจากมือตกลงบนเตียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกจับได้ว่าเธอกำลังซ่อนปัญหาใหญ่ไว้“หนี้อะไร?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ทว่ากดดันจนน่ากลัว แอสตันสาวเท้าเข้าไปใกล้ ร่างสูงยืนค้ำหัวมองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าแต่เยียบเย็น “เมื่อกี้คุยเรื่องอะไร ทำไมต้องร้องขอชีวิตกับเจ้าหนี้ขนาดนั้น”
ช่วงเย็นวันต่อมา ชมพู่หิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมก้าวเข้ามาในห้องชุดหรูของแอสตัน เธอยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงทางเข้าเพราะไม่รู้ว่าควรวางตัวอย่างไรในพื้นที่ส่วนตัวของเขาแอสตันที่นั่งจิบกาแฟมองเอกสารอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นมองร่างเล็กที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างประตู เขาวางแก้วในมือลงแล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหา“ตามฉันมา” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งสั้นๆ ก่อนจะเดินนำไปยังห้องนอนเล็กอีกห้องที่อยู่ถัดจากห้องนอนหลักของเขาแอสตันเปิดประตูผลักให้เธอดูภายในห้องที่มีเตียงเดี่ยวขนาดพอดีตัวและตู้เสื้อผ้าบิลต์อินเรียบร้อย “ห้องนี้เป็นของเธอ จัดของให้เรียบร้อยซะ”“ค่ะ” ชมพู่ตอบรับเสียงเบา ก้มหน้ารับคำสั่งแล้วลากกระเป๋าเดินเข้าห้องปิดประตูลงเงียบๆช่วงดึกแสงไฟสลัวในห้องชุดหรูยามดึกถูกรบกวนด้วยเสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นๆบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงในห้องนอนเล็กAston : มาที่ห้องฉันชมพู่ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมชุดนอนเรียบร้อยชะงักไปเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะวางมือถือลงแล้วเดินออกจากห้องนอนเล็ก ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของแอสตันที่เปิดแง้มไว้ภายในห้องมืดสลัว กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกลอยอบอวลอยู่
The Greystone Design & Constructionภายในห้องทำงานส่วนตัวโทนสีเข้มและเรียบหรูบนชั้นบนสุดของบริษัทสถาปนิกชื่อดัง แอสตันในชุดสูททำงานสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดกำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าตรงหน้า นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเบาๆอย่างใช้ความคิดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะเปิดออก ร่างท้วมสง่าของเกริกพล หรือผู้เป็นพ่อและเจ้าของบริษัทก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับถือแฟ้มเอกสารบางอย่างมาด้วยแอสตันเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้เป็นพ่อด้วยความเคารพตามสัญชาตญาณ“พ่อ...มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงขึ้นมาตรวจงานถึงนี่เอง” แอสตันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเกริกพลวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาโชกโชนกวาดตามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความห่วงใยเจือความระแคะระคายบางอย่าง“เปล่าหรอก ฉันแค่แวะมาดูความคืบหน้าโปรเจกต์ใหม่ของแก...” เกริกพลเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะชำเลืองมองลูกชายแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ “แล้วก็...ว่าจะถามเรื่องส่วนตัวของแ
วันต่อมาแอสตันขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเฉยชา ร่างสูงลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง กวาดสายตามองร่างบอบบางของชมพู่ที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยสภาพอิดโรย ดวงตาคมกริบไร้ซึ่งความอาทรหรือความรู้สึกผิดใดๆ สำหรับเขาทุกอย่างจบลงตั้งแต่ความต้องการถูกปลดปล่อยแล้วแอสตันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คข้อความงานโดยไม่สนใจจะปลุกหรือเอ่ยปากบอกลาคนข้างกายชมพู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณเมื่อรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว ความระบมแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องกัดฟันกลั้นเสียงครางด้วยความเจ็บปวด เธอกวาดสายตาด้วยความเคว้งคว้าง ก่อนจะรีบดึงเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ลวกๆ “เสร็จแล้วก็กลับไปซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำทันทีที่ชมพู่กลับมาถึงบ้านหลังเล็ก ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนและร่างกายที่บอบช้ำแทบทำให้เธอล้มทั้งยืน แต่เธอกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะนอนพักผ่อน ชมพู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องใกล้กับโต๊ะอ่านหนังสือ มือเรียวสั่นเทาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่จดบันทึกรายรับรายจ่ายไว้อย่างละเอียดยิบขึ้นมาพลิกเปิดดูทุกๆสิ้นเดือน มันคือช่วงเวลาแห่งความกดดันที่เธอต้องเผชิญหน้าเงินเดือนจากการทำงานพาร์ทไทม
ห้องคอนโดหรูของแอสตันบรรยากาศภายในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน แอสตันไม่ได้หันมามองหรือเอ่ยปากต้อนรับ เขาวางกล่องข้าวลงบนเคาน์เตอร์อย่างไร้ความใส่ใจ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกชมพู่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความตื่นตระหนก แม้เธอจะตกลงยอมรับข้อเสนอที่ไร้สถานะ แต่วินาทีที่ประตูห้องปิดลง ความกลัวก็ตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอร่างสูงหันกลับมามองเธอนิ่งๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเพรียวบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ซึ่งความเสน่หา มันเป็นสายตาของคนที่กำลังมองหาที่ระบายอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น“ถ้าจะเริ่ม...ก็ถอดเสื้อผ้าซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆ ไม่มีความนุ่มนวลหรือถนอมน้ำใจชมพู่สะดุ้งสุดตัว มือเล็กสั่นเทาขณะยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อของตัวเองด้วยความประหม่า แต่เธอก็กลั้นใจทำตามคำสั่งอย่างไร้ข้อโต้แย้ง เมื่อเสื้อผ้าหลุดร่วงลงพื้น ร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นสะท้านด้วยความเขินอายและตื่นกลัวก็ปรากฏต่อสายตาของเขาแอสตันสาวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนชมพู่ต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ







