Accueil / โรแมนติก / เสน่หาผีเสื้อราตรี / บทที่ 5 ผีเสื้อราตรี - 50%

Partager

บทที่ 5 ผีเสื้อราตรี - 50%

last update Date de publication: 2024-11-08 14:30:18

ชายหนุ่มพยักหน้าให้ หญิงสาวจึงเดินออกไปจากห้อง เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะมีแต่ชามของเขาแค่คนเดียว แต่ไม่มีของช่อมาลี เขาจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องแล้วตรงไปที่โต๊ะทำงานของเลขาฯ ส่วนตัว

แล้วก็เป็นดังคาดเมื่อเห็นชามเปล่าวางไว้คู่กันกับถุงโจ๊กบนโต๊ะ พชรหยิบมันติดมือเดินกลับเข้าห้องไปทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน ก็ในเมื่อวันนี้เขาตั้งใจจะมากินมื้อเช้ากับเธอ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะต้องมานั่งกินอยู่คนเดียวในห้องกันเล่า

“กาแฟได้แล้วค่ะ”

ช่อมาลีเดินถือถาดใส่แก้วกาแฟเข้ามาในห้อง พอวางลงบนโต๊ะตรงหน้าพชรแล้วถึงได้เห็นชามของตนเองวางอยู่ตรงข้ามกับที่นั่งของเขา

“ผมแค่ไม่อยากนั่งกินคนเดียว อุตส่าห์ให้คุณไปซื้อมาให้ก็เพื่อจะมานั่งกินด้วยกัน คุณจะแยกไปกินคนเดียวหน้าห้องทำไมล่ะ รังเกียจผมหรือไงคุณช่อ” พชรแกล้งพูดเย้าหญิงสาว ทำเอาช่อมาลีส่ายหน้าหวือ

“เปล่านะคะ ไม่ได้รังเกียจ ดิฉันก็แค่เกรงใจ นึกว่าท่านประธานอยากจะนั่งกินคนเดียวเงียบ ๆ”

“ถ้าผมอยากนั่งกินคนเดียวเงียบ ๆ คงไม่มานั่งกินที่ออฟฟิศหรอกครับคุณช่อ”

พชรผายมือเชื้อเชิญให้คนตรงหน้านั่ง ช่อมาลีจำต้องนั่งลงอย่างเกรงใจ จากนั้นจึงจัดการกับอาหารตรงหน้าตนไปเงียบ ๆ

 “ผมไม่รู้ว่าคุณลองปาท่องโก๋เจ้านี้รึยัง ผมว่ามันอร่อยมากเลยนะ ลองดูสิ” อยู่ดี ๆ พชรก็หย่อนปาท่องโก๋ลงไปในชามโจ๊กของหญิงสาว ทำเอาช่อมาลีวางหน้าไม่ถูก ได้แต่อ้อมแอ้มขอบคุณเขาเบา ๆ แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินโจ๊กของตนเองต่อ

“คุณเคยเที่ยวกลางคืนบ้างไหม”

คำถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของพชรทำเอาช่อมาลีแทบสำลักโจ๊ก เธอไอโขลก ๆ จนหน้าแดงก่ำ รีบลุกขึ้นวิ่งออกไปจากตรงนั้นโดยเร็วจนมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ กว่าจะหยุดอาการไอทรมานได้ก็เล่นเอาหายใจหายคอแทบไม่ทัน

“บ้าจริง! ถามออกมาได้...หรือเขาจะรู้แล้วนะ”

ช่อมาลีถอดแว่นวางไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนก้มหน้าวักน้ำขึ้นมาลูบหน้าลูบตาตนเอง เช็ดให้แห้งแล้วใส่แว่นกลับเข้าไปตามเดิม หญิงสาวมองตนเองในกระจกทั้งเอียงซ้ายเอียงขวา มั่นใจว่าพชรไม่มีทางจำได้แน่นอน บางทีเธอคงกังวลมากเกินไป

ช่อมาลีเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานอีกครั้ง เห็นพชรนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ และกำลังมองมาทางนี้พอดี

“เป็นยังไงบ้างคุณช่อ ผมถามแค่นี้ถึงกับสำลักเลยหรือ” ชายหนุ่มหัวเราะขลุกขลักในลำคอ พลางก้มลงหยิบปาท่องโก๋ใส่ปากอีกชิ้นหนึ่ง

“จู่ ๆ ถามมาอย่างงั้น ดิฉันก็ตกใจน่ะสิคะ”

หญิงสาวนั่งลงที่เดิมของตนเองแล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ แต่ดูเหมือนพชรจะยังตั้งตารอคำตอบอยู่อย่างไม่ลดละ

“ก็แล้วเคยไปบ้างรึเปล่าล่ะ” ตาคมยังคงมองจ้องมาที่ใบหน้าขาวซีดของคนตรงหน้า ช่อมาลียิ้มแหยส่งให้ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นจิบอีกครั้ง

“ไม่เคยไปเที่ยวหรอกค่ะ ลำพังแค่ทำงานกว่าจะกลับถึงบ้านก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว” เธอไม่ได้โกหกนะ แต่ไม่เคยเที่ยวจริง ๆ เพราะทุกครั้งที่ไป เธอไปทำงานต่างหากล่ะ

“สนใจอยากลองไปบ้างไหมล่ะ ผมมีหุ้นส่วนอยู่ที่คลับซุส ไม่รู้ว่าคุณเคยรู้จักไหม คุณเป็นเลขาฯ ของผม บางทีคุณควรจะรู้เอาไว้บ้างว่านอกจากที่นี่แล้ว ผมยังมีคลับอีกแห่งที่ต้องบริหารเหมือนกัน”

ชายหนุ่มพูดไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ได้สังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายที่เม้มปากแน่นเพื่อกลั้นยิ้ม เมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะกลั้นไว้ไม่ไหว เธอจึงจัดการยัดปาท่องโก๋ชิ้นโตเข้าปากเสียเลย

“คืนนี้เลยเป็นไง คืนนี้คุณต้องไปไหนรึเปล่า”

ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นดื่มแล้วก็รู้สึกพอใจที่รสชาติได้ตามอย่างที่เขาต้องการ ในขณะที่หญิงสาวทำตาโตอยู่หลังแว่นสายตา ปากก็รีบเคี้ยวอาหารในปากให้หมดเร็ว ๆ

...ไม่ได้! คืนนี้ต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ

“คืนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ เผอิญว่าคืนนี้ดิฉันนัดกับเพื่อนเอาไว้ มีงานเลี้ยงวันเกิดที่บ้านเพื่อนน่ะค่ะ อีกอย่างนะคะ ดิฉันไม่ถนัดจริง ๆ เรื่องเที่ยวกลางคืนเนี่ย ขอบคุณนะคะท่านประธานที่อุตส่าห์ชวน”

“ไม่เป็นไร เอาไว้วันหน้าก็ได้ ความจริงแล้วการเที่ยวกลางคืนมันก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิดหรอก คลับของผมมีแต่คนมีระดับมาเที่ยว ไม่มีพวกเกเรหรือพวกกุ๊ยแน่นอน”

...แต่มีคนตายตั้งหนึ่งคน แถมยังจับคนร้ายไม่ได้อีกต่างหาก...

ช่อมาลีแอบต่อประโยคในใจ

“ค่ะ...เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน” หญิงสาวตอบรับเสียงอ่อย แล้วก็แทบสะดุ้งกับประโยคถัดมาของเขา

“วันศุกร์เสาร์อาทิตย์จะมีวงดนตรีเล่นสด วงนี้ชื่อเสียงเขาดังมากโดยเฉพาะนักร้องนำ ไม่รู้เป็นไงนะ แต่ผมว่าผู้หญิงคนนั้นที่เป็นนักร้องนำน่ะ ดูคล้ายคุณยังไงก็ไม่รู้สิ”

พชรพูดไปก็นึกเปรียบเทียบไป แต่ถึงแม้จะดูคล้ายกันแค่ไหน ทว่าบุคลิกของผู้หญิงสองคนนี้กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ช่อมาลีดูเปิ่น ๆ ขี้ตื่นตกใจ แต่เวลาทำงานกลับฉลาด และเอาจริงเอาจัง ในขณะที่อีกคนหนึ่งนั้น เขายังไม่รู้นิสัยใจคอเพราะยังไม่เคยคุยด้วยสักครั้ง แต่เท่าที่ดูจากภายนอกแล้ว ม็อทดูค่อนข้างมั่นใจในตัวเองสูงทีเดียว ทั้งยังดูลึกลับน่าค้นหาไปเสียทุกซอกทุกมุม

เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นที่ไรผมของช่อมาลี เธอรีบเก็บถุงอาหาร และชามโจ๊กรวบเข้าไว้ด้วยกันเพื่อเอาไปเก็บที่ห้องแคนทีนเป็นการตัดบทสนทนา นึกอยากให้เขารีบออกจากบทสนทนาอันน่าอึดอัดนี่เสียที เพราะเธอเองก็เกรงว่าจะหลุดพูดอะไรที่เป็นการเปิดเผยตัวตนออกไป

“ดิฉันขอตัวเอาชามไปเก็บนะคะ”

ช่อมาลีคว้าชามได้ก็เผ่นแผล็วออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้คนข้างหลังมองตามด้วยสายตายิ้มได้ จากนั้นจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้วจมจ่อมอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊ก

ช่อมาลีกับเพื่อนในวงเดินเข้าไปในสถานีตำรวจที่สารวัตรจุมพลสังกัดอยู่ เมื่อแจ้งความจำนงค์กับเจ้าหน้าที่เวรแล้ว เขาก็พาทุกคนเข้าไปนั่งรอในห้อง ห้องนั้นมีโต๊ะตัวยาวกับเก้าอี้วางเรียงกันอยู่ฝั่งละสี่ตัว หัวโต๊ะด้านละตัว คริสเลือกนั่งตัวที่อยู่ใกล้หัวโต๊ะมากที่สุด ตามมาด้วยจิล ช่อมาลี และว่านเรียงตามลำดับกันไป รอไม่นานนักสารวัตรจุมพลก็เดินเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองนายเพื่อบันทึกการให้ปากคำ

สารวัตรหนุ่มนั่งลงที่หัวโต๊ะ เจ้าหน้าที่อีกสองคนจึงนั่งอีกฝั่ง และเมื่อเห็นว่าทุกคนเตรียมพร้อมกันแล้ว สารวัตรจึงเริ่มเปิดประเด็นซักถามทันที โดยเขาพุ่งเป้าไปที่นักร้องนำหญิงของวงก่อนเป็นคนแรก

“จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เราพบรอยรองเท้าบูตส้นสูงของผู้หญิงที่เหยียบถูกเลือดของเหยื่อเข้า เป็นรองเท้าของคุณใช่ไหมครับ”

จุมพลพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบเพราะไม่ต้องการให้ผู้ถูกสอบปากคำต้องตื่นเต้น หรือรู้สึกกดดันมากเกินไป

“ใช่ค่ะ ของดิฉันเอง” ช่อมาลีตอบเสียงแผ่ว เพราะรู้ตัวว่าผิดที่ไม่ยอมแจ้งความตั้งแต่แรก

“รองเท้าคู่นั้นยังอยู่รึเปล่าครับ หรือเอาทิ้งไปแล้ว”

สารวัตรถามหยั่งเชิงทั้งที่คาดเดาเอาไว้ว่าเจ้าตัวน่าจะทิ้งไปแล้ว รองเท้าที่เหยียบเลือดคนตายมา โดยส่วนใหญ่ไม่มีใครเก็บเอาไว้กับตัวแน่นอน

“อะ...เอาทิ้งไปแล้วค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันกลัวนี่นา” หญิงสาวทำหน้าหงอยพลางหันมองคริส หัวหน้าวงที่นั่งกอดอกไม่พูดไม่จา

“จริง ๆ แล้วผมกับเธอเป็นคนพบศพคนแรกครับ ผมเห็นม็อทเขาเหยียบอะไรมาเลยเอาไฟฉายส่องดูถึงได้รู้ว่าเป็นเลือดก็เลยลองกลับไปดูตรงที่ม็อทเดินผ่านอีกรอบ แล้วก็เจอศพ ผมเลยบอกเธอไปว่าถ้าหากพรุ่งนี้ยังไม่มีคนพบศพ ผมจะเป็นคนมาแจ้งความด้วยตัวเอง”

คริสตัดสินใจเล่าตามความเป็นจริงที่คุยกันเอาไว้กับช่อมาลีเมื่อวันก่อน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   ตอนพิเศษ - 100%

    “ตอนนี้ที่คลับลูกค้าเยอะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะระบบรักษาความปลอดภัย และการคัดกรองพนักงานที่เข้มงวดมากขึ้น ผู้จัดการคลับก็มีสองคน คนหนึ่งดูแล และแก้ปัญหาเกี่ยวกับลูกค้า อีกคนหนึ่งดูแลพนักงานทั้งหมด ฝ่ายบัญชี และจัดซื้อก็ยังใช้พนักงานชุดเก่า มีวงดนตรีที่มาเล่นประจำให้ที่คลับสามวงต่อสัปดาห์ ซึ่งวงบัตเตอร์ฟลายจะเล่นศุกร์เสาร์อาทิตย์เหมือนเดิม แต่เล่นแค่รอบเดียวคือรอบปิดท้าย ส่วนอีกรอบเราจะใช้นักดนตรีจากอีกวงหนึ่งมาเล่นให้ เท่ากับว่าในวันศุกร์เสาร์อาทิตย์จะมีวงดนตรีมาเล่นให้วันละสองวง”“ผมคิดว่าเราน่าจะเพิ่มบาร์ค็อกเทลนะพี่ จัดสักมุมหนึ่งของฮอลล์ มีบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อสาวสวยเป็นคนผสมเครื่องดื่มให้ตามแต่ที่ลูกค้าต้องการเหมือนตามโรงแรมน่ะ”รชตเสนอความเห็นให้พี่ชาย เขาเคยไปที่คลับหลายครั้งแล้ว และเขาคิดว่าที่คลับควรจะต้องมีบาร์ค็อกเทลเหมือนเมืองนอก หรือตามโรงแรมใหญ่ ๆ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้า“อืม...ก็น่าสนใจนะ พี่ก็เคยคุยเรื่องการขยายพื้นที่ของซุสกับภีมมันเหมือนกัน เพราะได้ข่าวมาว่าผับที่อยู่ถัดไปจากซุสกำชังจะหมดสัญญาเช่าที่ พี่กับเจ้าภีมเลยคิดว่าจะไปเทก

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   ตอนพิเศษ - 50%

    สองปีต่อมาพชรนั่งคิ้วขมวดเป็นปมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พร้อมกับนิ้วมือที่กำลังคีย์ข้อความลงไปอย่างรัวเร็ว สลับกับการรื้อกองเอกสารที่ไร้ระเบียบตรงหน้าอย่างวุ่นวาย เขาจำไม่ได้แล้วว่านั่งอยู่ตรงนี้นานเท่าไรแล้ว รู้แต่ว่าเขาต้องจัดการเอกสารกองนี้ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสรุปทุกอย่างใส่ลงในเอ็กเซล เพื่อที่จะได้เอากลับไปทำต่อที่บ้านเขาไม่อยากแบกเอกสารหนาหนักพวกนี้กลับไปด้วย เพราะนอกจากเสี่ยงที่จะสูญหายแล้ว ช่อมาลีก็อาจทนไม่ได้จนต้องลงมือเข้ามาช่วยเขาจัดการกับพวกมันทั้งหมด ซึ่งเขาไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เธอเพิ่งคลอดบุตรชายคนแรกให้เขาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาอยากให้หญิงสาวพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย มากกว่าที่จะต้องมาทำงานให้เขาทั้งคู่เข้าพิธีแต่งงานด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว และเลิกคุมกำเนิดด้วยการกินยาแต่หันมาใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติแทน ตอนที่คุยกัน ช่อมาลียังไม่พร้อมจะตั้งครรภ์ เพราะอยากใช้ชีวิตอยู่กันสองคนแบบนี้ไปก่อน ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วย ทั้งที่ตอนแรกเขาอยากมีลูกเร็ว ๆ ให้พ่อกับแม่ได้อุ้มหลานทว่าไม่นานนักความต้องการของเขาก็สัมฤทธิ์

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 100%

    “ต้องยังงี้สิ ไปกันเถอะ” พชรโอบไหล่พาช่อมาลีเข้าไปในงาน ซึ่งการจัดงานนั้นเป็นแบบเปิดโล่งริมชายหาด รถสปอร์ต และยนตรกรรมสุดหรูจอดเรียงรายกันบนหาดทราย โดยมีพริตตี้สาวสวยในชุดบิกินีคาดช่วงล่างด้วยผ้าบาติกมัดย้อมคลุมจนถึงเข่าโดยมัดปมไว้ที่สะโพกอีกข้างหนึ่งเพื่ออวดเรียวขาวับแวมยืนให้คำอธิบายเกี่ยวกับสมรรถนะต่าง ๆ อยู่ข้างรถตลอดทั้งวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติแห่กันเข้ามาดูรถหรูไม่ขาดสาย บ้างก็มาเพื่อถ่ายรูปสาวสวยที่ยืนข้างตัวรถ บ้างก็มาเพื่อขอทดลองนั่งด้านใน และก็เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจบงานในวันสุดท้าย หรือวันที่สามของการจัดงาน ซึ่งสิ่งที่ทำให้ท่านประธานยิ้มไม่หุบเลยนั่นก็คือยอดจองรถที่ทะลุเป้าหมายจากที่วางเอาไว้ถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการตอบรับจากลูกค้าที่ดีมาก“ผมขอดื่มให้กับทุกคนสำหรับงานมินิมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ และขอขอบคุณพวกคุณทุก ๆ คนที่ทำให้งานในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี แทบจะเรียกว่าดีมากจนเกินเป้าหมายที่ผมวางไว้ด้วยซ้ำ ขอบคุณมากครับ”พชรลุกขึ้นยืนตอนที่พูด คนอื่น ๆ จึงลุกขึ้นตามไปด้วยพร้อมกับยกแก้

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 70%

    “เฮ้ย! อะไรเนี่ย แปลว่าที่พูดไปเมื่อกี้นี่ฟังไม่รู้เรื่องใช่ไหมคุณ”ช่อมาลีวางช้อนและส้อมลงทันที สองตาตวัดมองไปยังคนหน้าไม่อายตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่คนถูกมองหาได้เกรงกลัวไม่ เขากลับหัวเราะคิกคักพลางจ้องคนสวยหน้าบึ้งด้วยแววตาเป็นประกายราวกับถูกอกถูกใจนักหนา“โอเค...ไม่ลุกใช่ไหม...ได้”ช่อมาลีคลี่ยิ้มเยือกเย็นส่งให้พร้อมกับทำท่าจะคว้าเอาแก้วน้ำส้มที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ทว่าไม่ไวพอเท่าชายหนุ่มที่เอื้อมมาคว้าไปได้ก่อนพร้อมกับดื่มน้ำส้มแก้วนั้นเสียเองจนหมดแก้วไปต่อหน้าต่อตาช่อมาลีลุกพรวดขึ้นทันที ตั้งใจไว้ว่าจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมให้มาลากเขาออกไป พอดีกับที่พชรรีบเดินเร็ว ๆ กลับมาที่โต๊ะด้วยท่าทางเอาเรื่องเพราะเห็นแฟนสาวกำลังถูกคุกคาม“มีอะไรรึเปล่าม็อท” พชรถามหญิงสาวแต่สายตาจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของชายหนุ่มที่มาก้อร่อก้อติกแฟนสาว จนเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ และได้มองหน้าของผู้ชายคนนั้นชัด ๆ จากสายตากรุ่นโกรธก็เปลี่ยนเป็นเบิกกว้างขึ้นทันที“อ้าวเฮ้ย! เจ้าอาร์ต นี่แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย”พชรพูดเสียงไม่เบานักเพราะความประหลาดใจที่เห็นน

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 35%

    ช่อมาลีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาทีละนิด แล้วก็ปิดตาลงไปเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏเป็นแผงอกหนั่นแน่นของใครบางคน เธอตั้งสติแล้วลืมตาขึ้นมามองใหม่อย่างไม่ค่อยแน่ใจในสายตาของตนเองเท่าไรนัก ตาคู่สวยเบิกกว้าง ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ เมื่อความทรงจำแสนวาบหวามเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาสู่ความทรงจำอีกครั้งช่อมาลีค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ วางท่อนแขนหนัก ๆ พาดไว้ที่เอวของเธอพร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หญิงสาวผงกศีรษะขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าของเขาให้เต็มสองตา เพราะในเวลาปกติ เธอไม่อาจมองเขานาน ๆ ได้ตั้งแต่รู้ตัวว่าคิดกับเขาไม่เหมือนเดิมใบหน้ายามหลับของพชรแลดูอ่อนโยนไม่มีพิษมีภัย เครื่องหน้าลงตัว อย่างผู้ชายที่จัดว่าหน้าตาดี เขาไม่ใช่คนหล่อชนิดที่ว่าเห็นครั้งแรกแล้วต้องตะลึงมองเหมือนคริส เพื่อนในวงดนตรี แต่เขาก็จัดว่าเป็นผู้ชายที่ดูดีมีเสน่ห์อย่างหาตัวจับได้ยาก โดยเฉพาะนัยน์ตาเจ้าเล่ห์คู่นี้ที่ตวัดมองมาแต่ละครั้งก็สามารถทำให้ใจแทบละลายได้ แล้วไหนจะรอยยิ้มมุมปากแสนกระชากใจนั่นอีกเล่าที่สะกดสาว ๆ มานักต่อนักแล้ว ไม่เว้นแม้กระท

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 24 แรงดึงดูด - 100%

    ชายหนุ่มรัดร่างหญิงสาวไว้จากด้านหลัง แล้วดันให้เธอเดินหน้าไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ที่อยู่กลางห้อง แต่เจ้าหล่อนกลับพยศรั้งตัวเองไว้ไม่ยอมเดินไปตามเขา พชรจึงตัดสินใจช้อนตัวขึ้นอุ้มเสียเลย“คุณโอมขา ม็อทขอโทษที่โกหก ก็ม็อทอยากว่ายน้ำนี่นา”หญิงสาวกระถดตัวหนีเมื่อพชรวางเธอลงบนเตียง จนเสื้อคลุมหลุดลุ่ยอวดผิวขาวนวลเนียนตัดกับสีแดงของบิกินี่ตัวจิ๋ว“อยากว่ายก็ว่ายไปสิครับ ผมไม่ได้หวงสักหน่อยนี่นา สระว่ายน้ำที่นี่จะคุณหรือผมใช้ได้ก็เหมือนกันนั่นแหละ” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อมองเห็นหยดน้ำจากเส้นผมที่เปียกลู่ของเธอกำลังไหลผ่านซอกแคบระหว่างภูเขาย่อม ๆ สองลูกให้ตายเถอะ! เขาอยากใช้ปากและลิ้นเช็ดตัวเธอให้แห้งจริง ๆ“ถ้าม็อทว่ายตอนคุณโอมอยู่ อย่างกับว่าม็อทจะได้ว่ายสบาย ๆ งั้นแหละ ก็คุณน่ะชอบมาหาเศษหาเลยกับม็อทเรื่อยเลย”ช่อมาลีบ่นงอดแงดพลางเอาหมอนมากอดไว้เพื่อบังร่างเกือบเปลือยของตนเองเมื่อเห็นสายตาราวกับจะกลืนกินของเขาพชรหลุดขำหัวเราะร่า ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เธอเผลอกระโดดเข้าตะครุบตัวหญิงสาวแล้วกอดเอาไว้แน่น ช่อมาลีดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอ

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 13 สามวันสองคืนที่ภูเก็ต - 100%

    แต่ทว่าเสียงจ้วงน้ำอย่างเป็นจังหวะก็ทำให้หญิงสาวต้องหยุดคิด เพราะเสียงนั้นกำลังดึงดูดสองเท้าของเธอให้ต้องก้าวตามไปยังทิศทางที่มาของเสียงภาพของเงือกหนุ่มที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัวท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ใกล้ลาลับขอบฟ้า โดยมีฉากหลังเป็นดวงอาทิตย์สีส้มที่ทอประกายสาดแสงไปบนท้องทะเ

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 13 สามวันสองคืนที่ภูเก็ต - 35%

    หลังจากจ่ายเงินค่าแท็กซี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่อมาลีก็เดินลากกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่นักเข้าไปในสนามบิน หญิงสาวสอดส่ายสายตามองหาบริเวณที่เจ้านายหนุ่มนัดให้ไปเจอกัน เมื่อเห็นจุดนัดหมายจึงรีบลากกระเป๋าไปยังจุดนั้นทันที และพอไปถึงก็เห็นพชรยืนรออยู่ก่อนแล้ว กำลังจะอ้าปากขอโทษที่ตนเองมา

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 12 ว่าที่คู่หมั้น อภินันทนาการจากคุณแม่ - 70%

    “แต่เมื่อวานคุณป้าก็ไม่ขัดข้องไม่ใช่หรือคะ หนูรินว่าถ้าหากคุณป้าเอ่ยปากคำเดียว พี่โอมต้องตามใจคุณป้าแน่นอนค่ะ” รินลดาพูดโดยไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกของตนจนทำให้คนสูงวัยอดที่ถามออกไปไม่ได้“หนูรินชอบพี่เขาหรือลูก” ถามแล้วก็มองใบหน้าที่ตกแต่งไว้อย่างปราณีตของหญิงสาว รินลดาแสร้งทำสีหน้าเอียงอาย

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 11 เจ้านายจอมเฮี้ยบ -100%

    “อุ๊ย! ที่ไหนคะเนี่ย”ช่อมาลีสะดุ้งตื่นขึ้นแล้วก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าของพชรอยู่ไม่ห่างจากเธอเท่าไร หญิงสาวดันตัวเองไปข้างหลังจนแทบจะจมไปกับเบาะ มองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำอย่างคนเพิ่งตื่นนอน“พารากอน” พชรตอบ ก่อนจะขยับตัวกลับไปพิงเบาะตามเดิม“หืม...พารากอน ท่านประธานมาที

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status