Beranda / โรแมนติก / เสน่หาผีเสื้อราตรี / บทที่ 5 ผีเสื้อราตรี - 75%

Share

บทที่ 5 ผีเสื้อราตรี - 75%

last update Tanggal publikasi: 2024-11-08 18:30:39

“ทำไมคุณถึงไม่แจ้งตำรวจตั้งแต่ตอนแรกที่เจอศพ” สารวัตรหนุ่มถามพลางจ้องหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งอย่างค้นหา

“คุณตำรวจน่าจะรู้ดีนะครับว่าพวกผมหรือไม่ว่าใครก็ตามไม่มีใครอยากยุ่งกับตำรวจเท่าไรนักหรอก โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ปิดเงียบกันทั้งนั้นแหละ และเราก็ไม่รู้ด้วยว่าคนตายเป็นใคร คนฆ่าเป็นใคร แถมพวกผมยังมาร้องเพลงให้ที่นั่นเป็นวันแรก แต่ก็ต้องมายุ่งเกี่ยวกับตำรวจแล้ว ผมว่าสู้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปเลยน่าจะดีกว่า”

คริสตอบตามจริง คนทำงานกลางคืนอย่างพวกเขาทุกคน แน่นอนว่าไม่มีใครต้องการข้องเกี่ยวกับตำรวจทั้งนั้นไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

สารวัตรหนุ่มลอบถอนหายใจ ข้อนี้เขารู้ดี บางคนถ้าไม่ใช่เรื่องของตน ส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครอยากยุ่งทั้งนั้น ยิ่งเรื่องฆาตกรรม หรือเรื่องที่มีคนตายยิ่งแล้วใหญ่ กว่าจะง้างปากแต่ละคนได้ เล่นเอาเหนื่อย

หลังจากนั้นก็ทำการซักถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ และสภาพศพที่ทั้งสองคนพบเจอตอนแรกว่าจะตรงกันกับตอนที่ตำรวจไปเจอหรือไม่ ซึ่งคำตอบโดยส่วนใหญ่ คริสจะเป็นผู้ตอบเกือบทั้งหมด

หลังจากที่ทั้งสี่คนทิ้งที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์เอาไว้แล้วก็เดินทางออกจากสถานีตำรวจเพื่อไปเล่นดนตรีต่อที่ผับอีกแห่ง ส่วนสารวัตรก็สั่งการให้ลูกน้องไปที่ลานทิ้งขยะของอะพาร์ตเมนต์ที่ช่อมาลีพักอยู่ เพื่อตามเก็บรองเท้าที่หญิงสาวเอาทิ้งไปแล้ว

สัปดาห์แรกของการทำงานในบริษัทใหม่ของช่อมาลีผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เธอเริ่มเรียนรู้งาน และนิสัยใจคอของเจ้านายคนใหม่ได้ไม่ยากเย็นอะไร โชคดีที่พชรเป็นคนง่าย ๆ ไม่เรื่องมาก นอกเหนือจากนั้นเขายังเป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ตัดสินใจอะไรได้ว่องไว และเฉียบขาด

แต่ใครจะเชื่อว่าภายใต้ท่าทีที่เรียบนิ่งและเฉยชานั่นเขามีต่อหน้าคนอื่นเท่านั้น แต่กับเธอ เขากลับกลายเป็นคนช่างเย้าแหย่ จนบางครั้งรู้สึกได้ถึงสายตากรุ้มกริ่มแพรวพราวที่ส่งมาให้อย่างไม่ตั้งใจของเขาอยู่เรื่อย

และที่สำคัญ เกือบทุกวันเธอจะได้รับโทรศัพท์จากแผนกต้อนรับที่ด้านล่างว่ามีหญิงสาวมาขอพบเจ้านายของเธอตลอด ไม่ตอนเช้าก็ตอนบ่าย แถมรายชื่อของหญิงสาวเหล่านั้นไม่มีซ้ำกันเลยสักชื่อ!

ช่อมาลีเดินออกจากลิฟต์เพื่อไปหาข้าวกลางวันกินเพียงลำพัง เพราะวันนี้เจ้านายของเธอออกไปกินมื้อเที่ยงกับหญิงสาวคนหนึ่งที่มารอพบตั้งแต่สิบเอ็ดนาฬิกา ทำให้เธอรู้สึกขอบคุณผู้หญิงคนนั้นที่พาเจ้านายผู้แสนดีของตนออกไปอย่างนี้

ถ้าเป็นไปได้ช่วยมาพาเขาไปทุกวันเลยยิ่งดี เพราะถ้าเขาอยู่ทีไร คนที่ต้องอยู่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับเขาก็คงไม่พ้นเธอ

หญิงสาวไปยืนเมียง ๆ มอง ๆ ในร้านอาหารตามสั่ง ดูเมนูอาหารที่จะสั่งใส่กล่องขึ้นไปกินบนออฟฟิศ ระหว่างที่กำลังยืนอ่านรายการอาหารอยู่นั้น ข้อมือก็ถูกใครบางคนมากระตุกเบา ๆ จนต้องหันไปมอง

“นี่เธอ...เธอเป็นเลขาฯ ของท่านประธานใช่ไหม”

สาวสวยนางหนึ่งในชุดเดรสแน่นเปรี๊ยะ สวมทับด้วยเสื้อคาดิแกนสีขาวยืนส่งยิ้มมาให้ ช่อมาลีจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้อยู่ฝ่ายขายของบริษัท อดแปลกใจไม่ได้ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นใคร แล้วทำไมจะต้องถามซ้ำอีกครั้งให้วุ่นวายด้วยก็ไม่รู้

“ใช่ค่ะ” ช่อมาลีจำใจต้องส่งยิ้มไปตามมารยาท จำได้ว่าหญิงสาวตรงหน้ากับกลุ่มเพื่อนสาวของหล่อนที่อยู่ฝ่ายขายด้วยกันนั้น พยายามชะม้ายชายตาให้ท่านประธานกันขนาดไหน

ยิ่งเวลาที่เธอต้องออกไปข้างนอกกับพชร ไม่ว่าจะออกไปด้วยเรื่องงาน หรือบางครั้งแค่ออกไปกินมื้อกลางวันเป็นเพื่อนเขาก็เถอะ แต่เธอก็สังเกตได้ถึงสายตาของหญิงสาวพวกนี้ที่มองมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ระคนอิจฉาจนน่าเบื่อหน่าย ซึ่งเธออยากจะบอกพวกนั้นเหลือเกินว่าเปลี่ยนจากความอิจฉามาเป็นความสงสารจะดีกว่าไหม

“มองหาโต๊ะอยู่หรือ...มานี่สิ มานั่งด้วยกัน” ไม่พูดเปล่า ผู้หญิงคนนั้นยังถือวิสาสะจับจูงมือของช่อมาลีลากเข้าไปในร้านโดยที่คนถูกลากยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ เมื่อมาถึงโต๊ะ หญิงสาวคนนั้นก็จับบ่าของช่อมาลีกดลงให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง

“นั่งตรงนี้เลย...นี่พวกเรา ได้ตัวมาแล้ว”

ประโยคหลังเจ้าหล่อนหันไปคุยกับเพื่อนในโต๊ะอีกสองคนที่มองคนมาใหม่ยิ้ม ๆ จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างช่อมาลี

“เธอชื่อช่อมาลีใช่ไหม เราชื่อเก๋นะ คนนี้ชื่อพลอย คนนี้ชื่อมายด์”

ช่อมาลีหันไปยิ้มให้ทุกคนบนโต๊ะ ในใจรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวกลุ่มนี้คงไม่มีทางมายุ่งกับผู้หญิงเฉิ่มเชยอย่างเธอแน่นอน ถ้าไม่ใช่เพราะ...

“วันนี้คุณโอมจะเข้ามาอีกไหม เอ๊ะ...เธอชื่อเล่นชื่ออะไรนะ” เก๋ถามขึ้นทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

“เรียกเราว่ามาลีก็ได้ วันนี้ท่านประธานคงไม่เข้ามาแล้วล่ะ เห็นว่าไปกินกลางวันกับคุณไอรดาน่ะ แล้วก็คงเลยไปข้างนอกล่ะมั้ง”

ผิดจากที่คิดไว้ที่ไหน สาว ๆ พวกนี้ก็แค่หวังจะถามข่าวหรือเรื่องของประธานรูปหล่อจากเธอเท่านั้น ช่อมาลีหันไปสั่งอาหารกับเด็กในร้านก่อนจะหันมามองหน้าคนในโต๊ะ

“ยี้...ยายแปดหลอดนั่นน่ะหรือ ไม่เห็นสวยเลย คุณโอมนี่ก็ใครชวนไปไหนก็ไปกับเขาหมดเลย ไม่หัดปฏิเสธเสียบ้าง”

พลอยทำหน้ายี้อย่างขัดใจ อีกสองคนก็ทำท่าพยักพเยิดไปด้วยอย่างเห็นดีเห็นงามกันไปหมดจนช่อมาลีชักเบื่อ

เพิ่งรู้ว่าเจ้านายของเธอมีแฟนคลับกับเขาด้วย มิหนำซ้ำแฟนคลับสาว ๆ พวกนี้ก็ไม่เรียกเขาว่าท่านประธานเหมือนคนอื่น ๆ ในบริษัทเรียกกัน แต่กลับเรียกชื่อเล่นเฉย ๆ ราวกับพยายามจะทำตัวให้สนิทสนมคุ้นเคย หรือบางทีก็เหมือนกับพยายามข่มเธอกลาย ๆ จากน้ำเสียงของคนพวกนี้

“ฉันว่าวันนี้คุณโอมเขาก็คงไปที่คลับเลยแน่ ๆ ช่วงหลังมานี่ฉันเห็นคุณโอมแวะเข้าไปที่คลับเกือบทุกอาทิตย์เลยนะ ปกติเห็นเข้าเดือนละครั้งได้ เธอรู้รึเปล่ามาลีว่าที่นั่นมีอะไรไม่ชอบมาพากลไหม ฉันหมายถึง...ผู้หญิงน่ะ”

มายด์เป็นคนถามขึ้น แล้วทุกคนก็ตั้งตารอคำตอบจากช่อมาลี จนคนถูกถามอยากจะหลุดหัวเราะให้กับความอยากรู้ของพวกหล่อนเสียเหลือเกิน

ก็ได้...เดี๋ยวช่อมาลีจัดให้บัดเดี๋ยวนี้

“อืม...เท่าที่เห็นนะ ท่านประธานก็มีแต่สาว ๆ เข้าหาอยู่ตลอดเวลา มาลีเองก็ไม่รู้ว่าคนที่โทร. มาหาบ่อย ๆ กับคนที่มาชวนไปกินมื้อเที่ยงมื้อเย็นน่ะจะเป็นคนเดียวกับผู้หญิงที่คลับรึเปล่า แต่เอ...วันนี้ก็แอบได้ยินนะว่าเจอกันที่คลับครับ อะไรแบบนี้แหละ บางทีอาจจะเป็นผู้หญิงที่ท่านประธานกำลังคบอยู่ก็ได้นะ ว่าแต่...ถามทำไมหรือ”

ช่อมาลีแกล้งตีหน้าซื่อตาใส หันไปถามกลับกับพวกที่ตั้งตนเป็นแฟนคลับท่านประธานรูปหล่อ

“ไม่ได้การแล้ว คืนนี้ฉันต้องไปให้เห็นกับตา ดีนะเนี่ยที่ฉันแต่งตัวมาพร้อม” พลอยทำหน้าจริงจังพลางสะบัดผมจับชุดที่ตนสวมใส่อยู่ให้เพื่อนอีกสองคนเห็น

“ฉันว่าต้องเป็นกลุ่มยายแนนเน่าแน่เลย เห็นคุณแมทเดินมากระซิบกระซาบกับยายนั่นบ่อย ๆ สักพักมันก็เดินหายไปทางฝั่งของพนักงานน่ะ”

เก๋ออกความเห็น ในขณะที่ช่อมาลีก็ฟังไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บข้อมูล เธอรู้ว่าพวกผีเสื้อราตรีเหล่านี้ส่วนใหญ่จะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันดีว่าใครเป็นใคร แม้จะไม่เคยคุยกันก็ตาม เพราะแค่การพูดคุยกัน เรียกชื่อกันในห้องน้ำ หรือการเรียกชื่อโดยพนักงานเสิร์ฟที่รู้จักมักคุ้นกับคนที่มาเที่ยวบ่อย ๆ เป็นอย่างดี แค่นี้ก็ทำให้รู้จักชื่อกันได้ไม่ยาก

ยิ่งถ้าใครไปเที่ยวบ่อย ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักเด็กเสิร์ฟเอาไว้บ้างเพื่อเอาไว้สำหรับการจองโต๊ะที่ทำเลดีที่สุด ในขณะเดียวกัน เด็กเสิร์ฟพวกนี้ก็ยินดีรับใช้ เพราะนั่นหมายถึงเงินค่าทิปที่ลอยเข้ากระเป๋าจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   ตอนพิเศษ - 100%

    “ตอนนี้ที่คลับลูกค้าเยอะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะระบบรักษาความปลอดภัย และการคัดกรองพนักงานที่เข้มงวดมากขึ้น ผู้จัดการคลับก็มีสองคน คนหนึ่งดูแล และแก้ปัญหาเกี่ยวกับลูกค้า อีกคนหนึ่งดูแลพนักงานทั้งหมด ฝ่ายบัญชี และจัดซื้อก็ยังใช้พนักงานชุดเก่า มีวงดนตรีที่มาเล่นประจำให้ที่คลับสามวงต่อสัปดาห์ ซึ่งวงบัตเตอร์ฟลายจะเล่นศุกร์เสาร์อาทิตย์เหมือนเดิม แต่เล่นแค่รอบเดียวคือรอบปิดท้าย ส่วนอีกรอบเราจะใช้นักดนตรีจากอีกวงหนึ่งมาเล่นให้ เท่ากับว่าในวันศุกร์เสาร์อาทิตย์จะมีวงดนตรีมาเล่นให้วันละสองวง”“ผมคิดว่าเราน่าจะเพิ่มบาร์ค็อกเทลนะพี่ จัดสักมุมหนึ่งของฮอลล์ มีบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อสาวสวยเป็นคนผสมเครื่องดื่มให้ตามแต่ที่ลูกค้าต้องการเหมือนตามโรงแรมน่ะ”รชตเสนอความเห็นให้พี่ชาย เขาเคยไปที่คลับหลายครั้งแล้ว และเขาคิดว่าที่คลับควรจะต้องมีบาร์ค็อกเทลเหมือนเมืองนอก หรือตามโรงแรมใหญ่ ๆ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้า“อืม...ก็น่าสนใจนะ พี่ก็เคยคุยเรื่องการขยายพื้นที่ของซุสกับภีมมันเหมือนกัน เพราะได้ข่าวมาว่าผับที่อยู่ถัดไปจากซุสกำชังจะหมดสัญญาเช่าที่ พี่กับเจ้าภีมเลยคิดว่าจะไปเทก

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   ตอนพิเศษ - 50%

    สองปีต่อมาพชรนั่งคิ้วขมวดเป็นปมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พร้อมกับนิ้วมือที่กำลังคีย์ข้อความลงไปอย่างรัวเร็ว สลับกับการรื้อกองเอกสารที่ไร้ระเบียบตรงหน้าอย่างวุ่นวาย เขาจำไม่ได้แล้วว่านั่งอยู่ตรงนี้นานเท่าไรแล้ว รู้แต่ว่าเขาต้องจัดการเอกสารกองนี้ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสรุปทุกอย่างใส่ลงในเอ็กเซล เพื่อที่จะได้เอากลับไปทำต่อที่บ้านเขาไม่อยากแบกเอกสารหนาหนักพวกนี้กลับไปด้วย เพราะนอกจากเสี่ยงที่จะสูญหายแล้ว ช่อมาลีก็อาจทนไม่ได้จนต้องลงมือเข้ามาช่วยเขาจัดการกับพวกมันทั้งหมด ซึ่งเขาไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เธอเพิ่งคลอดบุตรชายคนแรกให้เขาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาอยากให้หญิงสาวพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย มากกว่าที่จะต้องมาทำงานให้เขาทั้งคู่เข้าพิธีแต่งงานด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว และเลิกคุมกำเนิดด้วยการกินยาแต่หันมาใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติแทน ตอนที่คุยกัน ช่อมาลียังไม่พร้อมจะตั้งครรภ์ เพราะอยากใช้ชีวิตอยู่กันสองคนแบบนี้ไปก่อน ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วย ทั้งที่ตอนแรกเขาอยากมีลูกเร็ว ๆ ให้พ่อกับแม่ได้อุ้มหลานทว่าไม่นานนักความต้องการของเขาก็สัมฤทธิ์

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 100%

    “ต้องยังงี้สิ ไปกันเถอะ” พชรโอบไหล่พาช่อมาลีเข้าไปในงาน ซึ่งการจัดงานนั้นเป็นแบบเปิดโล่งริมชายหาด รถสปอร์ต และยนตรกรรมสุดหรูจอดเรียงรายกันบนหาดทราย โดยมีพริตตี้สาวสวยในชุดบิกินีคาดช่วงล่างด้วยผ้าบาติกมัดย้อมคลุมจนถึงเข่าโดยมัดปมไว้ที่สะโพกอีกข้างหนึ่งเพื่ออวดเรียวขาวับแวมยืนให้คำอธิบายเกี่ยวกับสมรรถนะต่าง ๆ อยู่ข้างรถตลอดทั้งวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติแห่กันเข้ามาดูรถหรูไม่ขาดสาย บ้างก็มาเพื่อถ่ายรูปสาวสวยที่ยืนข้างตัวรถ บ้างก็มาเพื่อขอทดลองนั่งด้านใน และก็เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจบงานในวันสุดท้าย หรือวันที่สามของการจัดงาน ซึ่งสิ่งที่ทำให้ท่านประธานยิ้มไม่หุบเลยนั่นก็คือยอดจองรถที่ทะลุเป้าหมายจากที่วางเอาไว้ถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการตอบรับจากลูกค้าที่ดีมาก“ผมขอดื่มให้กับทุกคนสำหรับงานมินิมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ และขอขอบคุณพวกคุณทุก ๆ คนที่ทำให้งานในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี แทบจะเรียกว่าดีมากจนเกินเป้าหมายที่ผมวางไว้ด้วยซ้ำ ขอบคุณมากครับ”พชรลุกขึ้นยืนตอนที่พูด คนอื่น ๆ จึงลุกขึ้นตามไปด้วยพร้อมกับยกแก้

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 70%

    “เฮ้ย! อะไรเนี่ย แปลว่าที่พูดไปเมื่อกี้นี่ฟังไม่รู้เรื่องใช่ไหมคุณ”ช่อมาลีวางช้อนและส้อมลงทันที สองตาตวัดมองไปยังคนหน้าไม่อายตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่คนถูกมองหาได้เกรงกลัวไม่ เขากลับหัวเราะคิกคักพลางจ้องคนสวยหน้าบึ้งด้วยแววตาเป็นประกายราวกับถูกอกถูกใจนักหนา“โอเค...ไม่ลุกใช่ไหม...ได้”ช่อมาลีคลี่ยิ้มเยือกเย็นส่งให้พร้อมกับทำท่าจะคว้าเอาแก้วน้ำส้มที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ทว่าไม่ไวพอเท่าชายหนุ่มที่เอื้อมมาคว้าไปได้ก่อนพร้อมกับดื่มน้ำส้มแก้วนั้นเสียเองจนหมดแก้วไปต่อหน้าต่อตาช่อมาลีลุกพรวดขึ้นทันที ตั้งใจไว้ว่าจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมให้มาลากเขาออกไป พอดีกับที่พชรรีบเดินเร็ว ๆ กลับมาที่โต๊ะด้วยท่าทางเอาเรื่องเพราะเห็นแฟนสาวกำลังถูกคุกคาม“มีอะไรรึเปล่าม็อท” พชรถามหญิงสาวแต่สายตาจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของชายหนุ่มที่มาก้อร่อก้อติกแฟนสาว จนเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ และได้มองหน้าของผู้ชายคนนั้นชัด ๆ จากสายตากรุ่นโกรธก็เปลี่ยนเป็นเบิกกว้างขึ้นทันที“อ้าวเฮ้ย! เจ้าอาร์ต นี่แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย”พชรพูดเสียงไม่เบานักเพราะความประหลาดใจที่เห็นน

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 35%

    ช่อมาลีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาทีละนิด แล้วก็ปิดตาลงไปเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏเป็นแผงอกหนั่นแน่นของใครบางคน เธอตั้งสติแล้วลืมตาขึ้นมามองใหม่อย่างไม่ค่อยแน่ใจในสายตาของตนเองเท่าไรนัก ตาคู่สวยเบิกกว้าง ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ เมื่อความทรงจำแสนวาบหวามเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาสู่ความทรงจำอีกครั้งช่อมาลีค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ วางท่อนแขนหนัก ๆ พาดไว้ที่เอวของเธอพร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หญิงสาวผงกศีรษะขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าของเขาให้เต็มสองตา เพราะในเวลาปกติ เธอไม่อาจมองเขานาน ๆ ได้ตั้งแต่รู้ตัวว่าคิดกับเขาไม่เหมือนเดิมใบหน้ายามหลับของพชรแลดูอ่อนโยนไม่มีพิษมีภัย เครื่องหน้าลงตัว อย่างผู้ชายที่จัดว่าหน้าตาดี เขาไม่ใช่คนหล่อชนิดที่ว่าเห็นครั้งแรกแล้วต้องตะลึงมองเหมือนคริส เพื่อนในวงดนตรี แต่เขาก็จัดว่าเป็นผู้ชายที่ดูดีมีเสน่ห์อย่างหาตัวจับได้ยาก โดยเฉพาะนัยน์ตาเจ้าเล่ห์คู่นี้ที่ตวัดมองมาแต่ละครั้งก็สามารถทำให้ใจแทบละลายได้ แล้วไหนจะรอยยิ้มมุมปากแสนกระชากใจนั่นอีกเล่าที่สะกดสาว ๆ มานักต่อนักแล้ว ไม่เว้นแม้กระท

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 24 แรงดึงดูด - 100%

    ชายหนุ่มรัดร่างหญิงสาวไว้จากด้านหลัง แล้วดันให้เธอเดินหน้าไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ที่อยู่กลางห้อง แต่เจ้าหล่อนกลับพยศรั้งตัวเองไว้ไม่ยอมเดินไปตามเขา พชรจึงตัดสินใจช้อนตัวขึ้นอุ้มเสียเลย“คุณโอมขา ม็อทขอโทษที่โกหก ก็ม็อทอยากว่ายน้ำนี่นา”หญิงสาวกระถดตัวหนีเมื่อพชรวางเธอลงบนเตียง จนเสื้อคลุมหลุดลุ่ยอวดผิวขาวนวลเนียนตัดกับสีแดงของบิกินี่ตัวจิ๋ว“อยากว่ายก็ว่ายไปสิครับ ผมไม่ได้หวงสักหน่อยนี่นา สระว่ายน้ำที่นี่จะคุณหรือผมใช้ได้ก็เหมือนกันนั่นแหละ” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อมองเห็นหยดน้ำจากเส้นผมที่เปียกลู่ของเธอกำลังไหลผ่านซอกแคบระหว่างภูเขาย่อม ๆ สองลูกให้ตายเถอะ! เขาอยากใช้ปากและลิ้นเช็ดตัวเธอให้แห้งจริง ๆ“ถ้าม็อทว่ายตอนคุณโอมอยู่ อย่างกับว่าม็อทจะได้ว่ายสบาย ๆ งั้นแหละ ก็คุณน่ะชอบมาหาเศษหาเลยกับม็อทเรื่อยเลย”ช่อมาลีบ่นงอดแงดพลางเอาหมอนมากอดไว้เพื่อบังร่างเกือบเปลือยของตนเองเมื่อเห็นสายตาราวกับจะกลืนกินของเขาพชรหลุดขำหัวเราะร่า ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เธอเผลอกระโดดเข้าตะครุบตัวหญิงสาวแล้วกอดเอาไว้แน่น ช่อมาลีดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอ

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 13 สามวันสองคืนที่ภูเก็ต - 35%

    หลังจากจ่ายเงินค่าแท็กซี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่อมาลีก็เดินลากกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่นักเข้าไปในสนามบิน หญิงสาวสอดส่ายสายตามองหาบริเวณที่เจ้านายหนุ่มนัดให้ไปเจอกัน เมื่อเห็นจุดนัดหมายจึงรีบลากกระเป๋าไปยังจุดนั้นทันที และพอไปถึงก็เห็นพชรยืนรออยู่ก่อนแล้ว กำลังจะอ้าปากขอโทษที่ตนเองมา

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 12 ว่าที่คู่หมั้น อภินันทนาการจากคุณแม่ - 70%

    “แต่เมื่อวานคุณป้าก็ไม่ขัดข้องไม่ใช่หรือคะ หนูรินว่าถ้าหากคุณป้าเอ่ยปากคำเดียว พี่โอมต้องตามใจคุณป้าแน่นอนค่ะ” รินลดาพูดโดยไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกของตนจนทำให้คนสูงวัยอดที่ถามออกไปไม่ได้“หนูรินชอบพี่เขาหรือลูก” ถามแล้วก็มองใบหน้าที่ตกแต่งไว้อย่างปราณีตของหญิงสาว รินลดาแสร้งทำสีหน้าเอียงอาย

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 11 เจ้านายจอมเฮี้ยบ -100%

    “อุ๊ย! ที่ไหนคะเนี่ย”ช่อมาลีสะดุ้งตื่นขึ้นแล้วก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าของพชรอยู่ไม่ห่างจากเธอเท่าไร หญิงสาวดันตัวเองไปข้างหลังจนแทบจะจมไปกับเบาะ มองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำอย่างคนเพิ่งตื่นนอน“พารากอน” พชรตอบ ก่อนจะขยับตัวกลับไปพิงเบาะตามเดิม“หืม...พารากอน ท่านประธานมาที

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 8 คำให้การของเหล่าผีเสื้อ - 100%

    แต่มีคำให้การของเขาประโยคหนึ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือ หลังจากที่เขากลับเข้ามาจากการทิ้งขยะครั้งที่สอง เขาเห็นดีเจอาร์มเดินมาหยิบช้อนชาไปยื่นให้ผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง ซึ่งทางตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นเหยื่อรายที่สองที่ถูกฆาตกรรมส่วนคำให้การของผู้ช่วยพ่อครัวคนที่สาม และพ่อครัวใหญ่ ไม่มีอะไรที่น่าสนใจเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status