INICIAR SESIÓNประเทศ เยอรมนี
ภายในห้องพักของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเบอร์ลิน แสงไฟจากอาคารฝั่งตรงกันข้ามทอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา ชายหนุ่มยืนอยู่บริเวณหน้ากระจกบานใหญ่ที่ทอดตัวยาวตลอดแนวผนัง มือหนึ่งข้างถือแก้วเหล้าสายตาทอดมองวิวทิวทัศน์อย่างไร้จุดหมายท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก "เข้ามา"ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกเมื่อได้รับคำอนุญาตจากคนที่อยู่ด้านใน ก่อนคนสนิทที่เดินทางมาด้วยกันจะก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารที่อยู่ในมือ "คุณภูผาครับ เรื่องการประชุมวันพรุ่งนี้ทางฝั่งเยอรมันได้ยืนยันกำหนดการมาแล้วครับ เริ่มประชุมกันเก้าโมงเช้า และหลังจากนั้นจะมีการเข้าเยี่ยมชมโรงงานประมาณสองชั่วโมง"ชายหนุ่มยืนฟังคำรายงานจากคนสนทนาพลางยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบโดยไม่หันกลับมามอง "แล้วมีอะไรที่จะต้องแก้ไขอีกไหม" "ไม่มีแล้วครับ เอกสารการประชุมทุกอย่างผมจัดเตรียมวางไว้บนโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้วครับ" "อืมดีมาก" "ขอบคุณครับ จริงด้วยสิยังมีอีกหนึ่งเรื่อง"คนสนิทเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "มีอะไร"ชายหนุ่มเหลือบสายตามองผ่านเงาสะท้อนบนกระจกแผ่นใหญ่ "เมื่อครู่ตอนที่ผมกำลังเตรียมเอกสารให้นายอยู่ คุณสิงหาโทรมาครับ" "สิงหา"มือที่กำลังจะยกแก้วขึ้นชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ริมฝีปากหยักเอ่ยทวนเรียกชื่อของเพื่อนสนิทอย่างสิงหา "มันโทรมาทำไม" "ไม่ได้บอกครับ บอกแค่ว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย อยากให้นายโทรหาทันทีเมื่อสะดวก"ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักอีกครั้งหลังจากที่ภูผาได้ฟังในสิ่งที่ลูกน้องรายงานออกมา แก้วเหล้าที่อยู่ในมือถูกวางลงบนโต๊ะอย่างช้า ๆ ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ที่ชาร์จวางอยู่ไม่ไกลขึ้นมาเลื่อนสไลด์เปิดหน้าจอ 'สิงหา' สายตาของภูผามองเห็นเบอร์ของเพื่อนสนิทที่ปรากฏอยู่ประวัติสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับ แต่ไม่รู้เพราะเหตุอันใดครั้งนี้หัวใจของเขาถึงได้เต้นแรงผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเพื่อนจะโทรมาครั้งไหนตอนที่เขาไปต่างประเทศมันจะไม่มีอาการหัวใจสั่นไหวแบบนี้เกิดขึ้น "นายไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำงานตั้งแต่เช้า" "ครับนาย" คนสนิทรีบเดินออกไป ทันทีเมื่อประตูห้องพักถูกปิดลง ชายหนุ่มจึงกดต่อสายหาเบอร์ของคนที่พึ่งจะติดต่อมา เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบโดยที่มีเขาเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ตู๊ด... ตุ๊ด... "ฮัลโหล" "มึงโทรมาหากูเหรอ" "อืม โทรหามึงทีแรกไม่ติดกูเลยโทรหาคนสนิทของมึงแทน" "มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่ามึงถึงได้โทรมาหากู"ร่างสูงใหญ่ของภูผาเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวหนา รอฟังเสียงพูดจากปลายสาย "เปล่า กูก็แค่จะโทรมาถามมึงว่าจะกลับมาไทยวันไหน" "ทำไม มึงคิดถึงกูว่างั้น" "หึ คนอย่างมึงใครจะไปคิดถึง ที่กูโทรมาถามก็เพราะว่าความหวังดีกลัวว่ามึงจะพลาดบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไปอีกครั้ง"ร่างสูงใหญ่ของสิงหาที่อยู่เมืองไทยลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ที่ทอดตัวยาวตลอดแนวผนังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองกรุงได้อย่างชัดเจน "สิ่งที่สำคัญ อะไร" "แล้วอะไรล่ะ ที่มึงรอคอยมาตลอดห้าปี" "..." "ราตรีเธอกำลังเดินทางมาที่กรุงเทพ เธอจะมาเยี่ยมเมียกับลูกกู"ฝ่ามือใหญ่ของคนที่อยู่ต่างประเทศค่อย ๆ กำเข้าหา ภูผานั่งนิ่งไปชั่วขณะร่างกายของเขาชาวูบก่อนจะถามสิงหากลับด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "มึงได้ยินเรื่องนี้มากจากที่ไหน มึงรู้ได้ยังไงว่าเธอจะมา" "กูก็ไม่คิดว่าตัวกูจะได้ยินชื่อนี้อีกครั้ง"สิงหาถอนหายใจออกมาก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาเผลอไปได้ยินมาโดยไม่ได้ตั้งใจให้เพื่อนสนิทได้ฟัง "เมื่อเช้าก่อนออกมาทำงาน กูเผลอได้ยินตอนที่เมียกูคุยโทรศัพท์ ทีแรกกูก็ไม่ได้เอะใจอะไรนึกว่าเมียกูโทรคุยกับเพื่อนสนิทที่ชื่ออันดา " "แล้วยังไงต่อ" "แต่ที่จริงแล้วคนที่เมียกูคุยอยู่ในตอนนั้นคือราตรี" "มึงแน่ใจนะว่าได้ยินไม่ผิด" "อืม กูแน่ใจว่ากูได้ยินไม่ผิด กูถึงได้รีบโทรมาบอกมึงนี่ไง" "..." "เห็นเมียกูร้องไห้ก่อนจะก้มบอกลูกกูว่าป้าราตรีกำลังเดินทางมาหา ไอ้ภูผา"น้ำเสียงจากปลายสายเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงและเห็นใจ ในขณะที่คนฟังค่อย ๆ คลายฝ่ามือที่กำหมัดแน่นออกในจังหวะที่น้ำตาของลูกผู้ชายที่ค่อย ๆ ไหลออกมาอีกครั้ง "อืม กูรู้แล้ว" "แล้วมึงจะ..." "ไปสิ กูต้องกลับไป ขอบใจนะที่โทรมาบอก" "เออ รีบ ๆ กลับมาล่ะ ถ้าพลาดกันครั้งนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอหน้ากันอีก" "หึ ไม่แน่บางทีครั้งนี้ลูกมึงอาจจะมีเพื่อนเล่นขึ้นมาเลยก็ได้" "ไอ้ภู..." ติ๊ด ภูผากดวางสาย ในขณะที่สายตาของเขายังเอาแต่จอดจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่มีภาพวอลล์เปเปอร์ซึ่งเป็นรูปถ่ายของชายหญิงเมื่อหลายปีก่อน "มาแล้วเหรอ"หยาดน้ำตาแห่งความดีใจของลูกผู้ชายค่อย ๆ ไหลออกมา เมื่อรู้ว่าคนที่เขาเฝ้าเอาแต่คิดถึงห่วงหาได้ออกมาจากที่หลบซ่อนหลังจากที่หนีหายไปจากชีวิตของเขาตั้งหลายปี "ผาคิดถึงตรีมากเลยนะ คิดถึงทุกวัน"ฝ่ามือสั่นเทาจับเข้าที่แหวนหมั้นวงเล็กที่คล้องอยู่กับสร้อยเส้นหนาถูกซ่อนไว้ที่ใต้เสื้อของภูผา เขาสวมใส่มันติดตัวอยู่ตลอดเวลาไม่เคยคิดที่จะถอดออกแม้ในยามที่ไม่มีใครมองเห็นก็ตาม "คิดถึงมากเลยนะรู้ไหม"ปลายนิ้วลูบไล้แหวนวงนั้นอย่างแผ่วเบาราวกับต้องการย้ำเตือนตัวเองว่าคำสัญญาที่เคยให้ไว้ยังคงรออยู่ตรงนี้เสมอ "หัวใจของผายังมีแต่ราตรีเหมือนเดิมนะ และมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป"ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มแตะลงบนแหวนหมั้นที่คนรักถอดทิ้งไว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นเพียงแหวนวงหนึ่งที่ดูจะธรรมดาแต่สำหรับภูผา มันคือสิ่งเดียวที่ยังเชื่อมโยงหัวใจของเขากับคนที่เขารัก และมันเป็นเหตุผลเดียวที่เขาไม่เคยยอมถอดมันออกห่างจากตัวเลยสักครั้งภูผากับราตรีถึงกับต้องหันมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนทั้งสองจะหันมองไปยังร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของบิดาชายหนุ่มทำให้ทั้งสองต้องขมวดคิ้วเข้าหา"ไม่ต้องมามองหน้าพ่อแบบนั้น นั่งกันก่อนสิ พ่อก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับลูกทั้งสองคนเหมือนกัน"เดิมทีภูผาคิดว่าจะพาราตรีมาบอกเรื่องที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสให้พ่อกับแม่ของเขาได้รับรู้แล้วก็กลับไป ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของราตรีอย่างชั่งใจ แต่เมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้เขาก็จำยอมพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ว่างฝั่งตรงข้ามกับบิดามารดา"พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับเราสองคนอย่างนั้นเหรอ"ศิลาหันไปมองหน้าผู้เป็นภรรยาพลางถอนหายใจออกมา คนเป็นพ่อเองก็รู้สึกอัดอั้นกับความรู้สึกที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจมาตลอดเวลาหลายปีไม่ต่างกัน"พ่ออยากขอโทษแกกับหนูราตรีเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อทำไว้เมื่อหลายปีก่อน"คุณศิลาเงยหน้ามองราตรีด้วยแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิด"พ่อขอโทษนะหนูราตรีที่ตอนนั้นพ่อไปพูดกดดันหนูทำให้หนูต้องจำใจทิ้งลูกชายของพ่อไป""...""ตอนนั้นพ่อคิดน้อย คิดว่าการที่แกเป็นลูกของพ่อก็ควรจะต้องได้รับในสิ่งที่ดี ๆ อนาคตที่ดี มีคู่ชีวิตที่ดี"ศิ
ดวงตากลมโตของราตรีก้มมองใบทะเบียนสมรสที่เธอถืออยู่ในมือทั้งของตัวเธอและของสามีหมาด ๆ ที่กำลังนั่งอยู่ประจำตำแหน่งคนขับ ริมฝีปากของภูผายิ้มกว้าง ความรู้สึกดีใจส่งผ่านแววตา ราตรีซ้อนทับใบทะเบียนก่อนจะวางลงบนหน้าขา เธอหันหน้าไปมองชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งขับรถอย่างอารมณ์ดี"ไม่เมื่อยปากบ้างหรือไงคะ ยิ้มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"ราตรีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวสามีหมาด ๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ที่ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อวานนั้น ภูผาก็เอาแต่ยิ้มไม่หุบ ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้นเขายังขอเบอร์โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอไปอีก ทีแรกเธอคิดว่าจะรอให้บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเขาก่อน แต่ภูผาก็ไม่ยอม หลังจากที่เขาได้เบอร์โทรพ่อแม่ของเธอไปเขาก็ไม่รอช้ารีบต่อสายหาพ่อแม่ของเธอทันทีเพื่อบอกเรื่องที่น่ายินดีนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ทีแรกเธอก็คิดว่าพ่อกับแม่ของเธอจะดุเรื่องที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษา แต่ทว่าเมื่อท่านทั้งสองรู้ว่าเธอกับภูผาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันแล้ว สิ่งที่พ่อของราตรีเอ่ยขึ้นมาประโยคแรกนั่นก็คือ'เรื่องสินสอด ผาไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกเขยของพ่อต้องน้อยหน้าแน่ จะจัดงานแต่งวันไหนเดี๋ยวพ่อก
ราตรียิ้มออกมาเมื่อเรือของสิงหาซึ่งมีลูกน้องของชายหนุ่มเป็นคนขับเข้ามาจอดเทียบท่า เธอหันหน้าไปมองภูผาซึ่งกำลังสิ่งยิ้มมองมาที่เธอ เขารีบลุกขึ้นยืนเมื่อเรือจอดทรงตัวอยู่กับที่ ท่อนแขนแข็งแกร่งไม่ว่าจะผ่านการอุ้มร่างของเธอมากี่ทีราตรีก็รับประกันได้ว่าชายหนุ่มจะไม่มีทางปล่อยให้เธอตกลงไปชายหนุ่มอุ้มร่างของเธอเดินขึ้นบันได โดยมีบอดี้การ์ดของสิงหาเดินหิ้วกระเป๋าสัมภาระเดินตามขึ้นมาก่อนจะมีเสียงเรียกชื่อของราตรีขึ้นมาพร้อมกับร่างสวยของใครบางคนที่เปิดประตูรถเดินลงมาหาเธอ"ราตรี""มิน"ภูผารีบวางร่างของราตรีก่อนเธอจะรีบเดินปรี่เข้าหาไปมินตราที่กำลังเดินส่งยิ้มมาด้วยความดีใจสายตาของสิงหาและภูผามองร่างของหญิงสาวยืนกอดกันด้วยความคิดถึง ทั้งสองยืนสบตากันโดยไม่พูดอะไร แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองที่ได้ไปปรับความเข้าใจกันบนเกาะส่วนตัว เพียงเท่านี้สิงหาและมินตราก็รู้ได้ทันทีถึงความสัมพันธ์ที่ดีงามของทั้งคู่ที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง"เป็นยังไงบ้าง เดินทางเหนื่อยไหม""ไม่ต้องมาพูดเลย เพราะใครกันล่ะ ตอนนั้นฉันตกใจแทบแย่""แฮ่ ก็คนมันอยากให้เธอได้ปรับความเข้าใจกันนี่ ขอโทษนะที่ทำอะไรแบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็มที่ภูผาและราตรีได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะส่วนตัวของสิงหา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อทั้งสองได้กลับมาเริ่มความสัมพันธ์รักครั้งใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้ตลอดเวลาห้าปีที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน แต่เวลาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะลบเลือนความรักออกจากหัวใจของทั้งสองคนได้คลื่น ซ่าร่างสวยในชุดว่ายน้ำสีดำดูเซ็กซี่เดินเลียบชายหาด ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า สายลมเย็นหอบพัดผ่านเอากลิ่นอายของความเค็มจากน้ำทะเลพัดเข้าหาปะทะผิวกาย สายตาของราตรีจ้องมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสีนวลทองที่อยู่ตรงหน้าตัดกับผิวน้ำทะเลสีครามมันช่างดูสวยงามทำให้เธอหลุดเผยรอยยิ้มออกมา ร่างสูงใหญ่ของภูผาที่พึ่งตื่นจากนอน ตอนนี้บนร่างกายของเขาสวมแค่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวแผ่นอกเปลือยเดินตรงดิ่งมาหาหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองวิวทะเลตรงหน้า พร้อมอ้าแขนทั้งสองข้างที่กอดรัดร่างสวยในชุดว่ายน้ำมาจากทางด้านหลัง คำถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นนั้นมันกลับทำให้หัวใจของราตรีกระเพื่อมไหวขึ้นมาพรึ่บ"ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกผาล่ะ""ตรีเห็นว่าผากำลังนอนหลับส
ริมฝีปากสั่นระริกของภูผาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา เปลือกตาทั้งสองข้างหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากของราตรีอ้าออกกว้างครอบครองลำกายของเขาเข้าไปเกือบถึงครึ่งลำ มือเล็กของเธอขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมกับริมฝีปาก ปลายลิ้นเล็กสัมผัสผิวหนังห่อหุ้มลำกายทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดแผล็บ แผล็บ แผล็บ"อืม"ราตรีเหลือบสายตาเงยมองพลางยกยิ้มตรงมุมปาก ปลายลิ้นของเธอวนเลียส่วนหัววนไปมาก่อนจะลากลงต่ำไปถึงลำโคน ริมฝีปากที่มีคราบน้ำลายติดอยู่ดูดเลยพวกไข่ทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันกดเกร็งลำกายที่ขายใหญ่อยู่ในอุ้มมืออุ่นร้อนกระตุกหงึกเป็นจังหวะ"ไอติมแท่งนี้ อร่อยจัง"ลำกายที่เต็มไปด้วยคราบน้ำลายถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของราตรีอีกครั้ง พลางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะดูดเลียจนโพรงแก้มทั้งสองข้างตอบเข้าหา จนชายหนุ่มต้องยื่นฝ่ามือมาจับศีรษะออกแรงใช้มือขยุมเส้นผมของราตรีที่กำลังดูเลียแก่นกายของชายหนุ่มอย่างเมามันอ๊อก อ๊อก อ๊อก"ฮ๊าส์ เมียจ๋า โอ้ว"ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางออกมา ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้ภูผาเผลอขยับสะโพกกระแทกแก่นกายเข้าใส่ในโพรงปากของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทำให้ส่วนหัวบานหยักกระแทกเข้าไปจนเกือบจะถึงลิ้นไก่ แต่ก
ลมหายใจหอบถี่ถูกปล่อยออกมาผ่านทางริมฝีปากของราตรี ทันทีเมื่อแก่นกายของชายหนุ่มกดแทรกเข้ามาในช่องทางรักของเธอนั้นจนสุดโคนความยาวใหญ่ มือเรียวทั้งสองข้างจับท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ เธอพยายามผ่อนคลายร่างกายของตัวเองแม้ว่าตรงจุดเชื่อมต่อมันจะยังคับแน่นมากอยู่ก็ตาม"ตอดดีเป็นบ้า กว่าผาจะเข้าไปได้หมด"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาสายตามองแก่นกายของตัวเองที่แทรกเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวจนสุดความยาว เขาเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำให้หยุดไหล สายตาคมมองเรือนกายเย้ายวนของหญิงสาวที่มีหยดน้ำเกาะอยู่พลางกลืนน้ำลายหอบหายใจถี่ "ไหวไหม เจ็บหรือเปล่า""อือ ไหว ไม่เจ็บแต่มันแน่นไปหมด"ราตรีตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่ว สายตาซุกซนกวาดมองร่างกายสูงใหญ่ของอีกฝ่าย บริเวณหน้าท้องมีลอนงามหกลูกเรียงรายเป็นลอนสวย ร่างกายบึกบึนของคนที่ชอบออกกำลังกายทำให้ใบหน้าของราตรีแดงซ่านขึ้นมาภูผาไล่สายตามองตามสายตาของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตรงมุมปากออกมา เขาปล่อยท่อนขาวางเท้าของเธอที่เกี่ยวไว้ลงยืนกับพื้น ราตรีที่รู้ดีรีบเอนแผ่นหลังส่วนด้านบนพิงกับกำแพง แอ่นท่อนล่างด้านหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่เริ่มจะขยับเอวสอบกระแทกเข้าหาเป็นจังหวะ ฝ่า







